พลังจิต พลังความคิด--ใครๆก็มี

---ในคนทั่วไปมีพลังจืตครับ
(พรุ่งนี้เตรียมดูข่าวพญานาคจะปรากฏจะให้เห็นหงอนสีแดง จะพ่นน้ำ น่ามีกล้องที่ซูมได้ครับ ที่บึงกาฬ โรงแรมเต็มจนแน่นแล้ว นี่ขนาดไม่ตีข่าวทั่วโลกนะ)

ตัวอย่างของผมเอาไว้ท้ายสุดครับ

( วัยรุ่นที่ทำร้าย คุณ บรูซแ กซตัน ถูกจับได้แล้วครับ ทั้งหมดมี 6 คน ตระเวญหาเหยื่อมาจากบางรัก ตำรวจเขาเก่งจริงๆครับ)
--------------------------------------------------------------------------
----คุณแม่ของผม เป็นผู้หญิงไทยร่างเล็ก บอบบาง ส่วนผมตัวโต--ร่างท้วม
สูง 171 ซม. ผมมักจะเข้าไปแกล้งกอดท่าน ในตอนที่ท่านทำงาน คือนั่งจักรเย็บผ้า แม่ก็หยอกเล่น โดนผลักเล่นๆ ด้วยมือเพียงข้างเดียว---ผมกระเด็นมาไกลเลยครับ---จึงแอบบอกพี่สาวว่า "แม่เรามีกำลังภายใน"
--เวลาเข้าไปกอดแม่ หากท่านคิดว่า เกินเวลา ก็จะดันเบาๆ แต่มือแม่แข็ง
เหมือนคีมเหล็กครับ
--ผมได้รู้วิขาการนวด ว่าควรกดจุดตรงไหน เพราะนวดให้แม่ ถูกจุดแล้วท่านจะเรอออกมา
--แม่ไม่มีกลิ่นตัวเหม็นเหมือนคนทั่วไปครับ

--เมื่อสิ้นแม่แล้ว บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก พลังต่างๆ ออกไปทางเศร้าสร้อย พี่สาวคนโตบอกพลังของบ้านทั้งหลัง (บ้านใหญ่มาก) เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แสดงว่าท่านเป็นผู้มีบุญญาบารมีมาก

---ภรรยาผมบอกว่า เจ้าแม่กวนอิมท่านแบ่งภาคอยู่กับแม่ แม่ที่เคยมีสายตาฝ้าฟาง กลับมีตาที่ดำสดใสเป็นประกาย ผิวหน้าเปล่งปลั่งมีความสุข เพราะมีลูกที่รัก รู้ใจท่านผมเอง) มาอยู่ใกล้ๆ และยังมีภรรยาผม ที่รู้ใจล่วงหน้าว่าท่านอยากกินอะไร ทำกับข้าวอร่อยๆให้ท่านกิน มีลลูกของภรรยาคอยช่วยงานร้านขายของชำ แม่เปล่งประกายจนคนถามว่า ยายๆ ท่าทางมีควาสุขจัง แม่บอกว่า สะใภคนโตดูแลแม่ดี พวกเขาก็บอกวา อยากได้สะใภ้แบบนี้มั่งจัง ส่วนใหญ่เห็นแม่ผัวเป็นนางปีศาจ--แม่ก็ยิ้มๆ

----ท่านผู้อ่านคงคิดว่าผมชอบหยอกแม่ ปล่าวครับ แม่นี่แหละ ชอบหยอกเย้า พูดเล่นกับทุกๆคน ทำให้พวกเรามีความสุขมาก บางทีก็ขำ เพราะแม่เป็นคนใจร้อน เหมือนสาววัยรุ่นเสียมากกว่า บางทีก็ว่า "แม่นี่ไม่อยู่ในโอวาทของลูก" อันนี้แม่พูดประชดก่อนเลย บางทีเรานอนอยู่กับพื้นท่านก็เดินมาเตะ "โอ๊ย..ขอโทษเถอะว่ะ มองไม่เห็น" อันนี้นิสัยเหมือนภรรยาผมเปี๊ยบ

---ตามหลักจิตวิทยา แม่ผัว--ลูกสะใภ้ไม่ถูกกัน นี่รักกันปานจะกลืนกิน
แม่ผมปีเสือ ภรรยาปีวัว ชอบหยอกเย้ากัน แอบไปคุยกันว่าชาติหน้าจะมาเกิดเป็นลูกแม่ผม ทุกวันนี้ภรรยาก็รักแม่ผัวมากกว่าแม่ตัวเอง และคิดถึงท่านอยู่ตลอดเวลา---เจอกันครั้งแรก แม่กลัวว่าสะใภ้คนใต้(ภาคกลาง)
จะร้ายเหมือนในหนัง ปล่าวหรอก นางพันธุรัตของผม ร้ายแค่ปาก ตัวจริงใจดียังกับแม่พระ ขยันชอบดูแลบ้าน แถมยังใจร้อนเหมือนกันเด๊ะ

---เป็นอันว่ากลายเป็นกระทู้สรรเสริญพระคุณแม่และเมีย---เออก็ไม่เห็นแปลก
--ภรรยาผมยังว่า รักเธอมั้ย เคารพด้วยมั้ย เคารพก้ไหว้เธอสิ--โห น่าตีให้สักเพี๊ยะนะเนี่ย บางทีก็แกล้งทำส่ายก้น-- ทำเซ็กซี่หยอกล้อเรา ก็น่าขำสิ อ้วนกะลุ๊กปุ๊กขนาดนั้นดูๆ ก็เหมือนเด็กโค่งๆ นิสัยยังเหมือนเด็ก ถ้าเสียใจก็จะปล่อยโฮอย่างไม่อาย ถ้าถูกใจก็หัวเราะแบบไม่อายใคร--แถมยังมีเรื่องตลกทะลึ่งที่เล่าได้ตลอดไม่มีซ้ำ--แต่ด่าคนนี่เธอเล่นด่าตรงๆไม่ค้องด่าลับหลัง --ไม่กลัวใคร เหมือนแม่
------แม่เป็นผู้หญิงที่มีบุคคลิกองอาจไม่กลัวใครสักคน แม้แต่จะเลือกซื้อเสื้อให้แม่ต้องจินตนาการให้เห็นภาพว่าแม่ใส่แล้วรับกัน และตามบุคคลิกแม่ด้วย ซึ่งมันหายากมาก

-----แม่จะยิ้มแย้มตลอดเวลา แม่ว่าคนที่ทำให้แม่โกรธ จะต้องร้ายมากๆทีเดียว ปกติแม่ไม่เคยโกรธใคร มีนิสัยชอบช่วยคน จนมีคนมายืมเงินแล้วไม่คืนก็มี แต่แม่ก็ไม่ทุกข์ แม่มีบารมีหาเงินได้จากการค้าขายเล็กๆน้อยๆ ปีนึงก็ได้เงินมากพอควร--ซึ่งลูกแต่ละคนก็ทำไม่ได้ พ่อเองก็ทำไม่ได้ ผมก็เคยทำร้านนี้มาก่อน แต่ก็โดนโกงมากแทบจะเป็นบ้าไปเลย

---คืนหนึ่งแม่ฝันว่า องค์พระแม่ธรณีสูงหนึ่งศอก เสด็จมาบนหลังตู้สูง แม่ก็เอาดอกไม้มาไหว้ ภรรยาผมบอกว่า เพราะเจ้าแม่กวนอิมท่านพามา (เจ้าแม่กาลี --เจ้าแม่อุมาก็เคยมา--ทุกองค์ชอบนิสัยแม่)

----พระแม่ธรณี ตามท่านมาที่โรงพยาบาลด้วย แม่เห็นกับตา ท่านใบหน้ากลมๆ ใส่ชุดไทยสีชมพูระยิบระยับ แม่แกล้งหลับ และหรี่ตาดูตลอด พระแม่ท่านเอาสิ่งที่เหมือนสำลีชยำๆ ในกล่องไม้รูปหกเหลี่ยม แล้วคลี่ออกมาเป็นผ้าห่มสีขาว นำมาห่มให้แม่----สักพักหนึ่ง เสียงพยาบาลร้องเรียกกันเพื่อเปลี่ยนน้ำเกลือ ท่านก็หายร่างวับไปอย่างช้าๆ---พอพยาบาลมาเรียก แม่ว่าผ้าห่มสีขาวหายไปไหน

-----พระแม่ธรณี พาวิญญาณแม่หนีจากยมฑูต ไปยัง "วังวิมาน" เป็นศาลา อยู่กลางบึงจระเข้ จริงๆแล้วที่แห่งนี้อยู่ไกลออกไปหลายล้านปีแสง สุดขอบกาแลกซี่เรา เป็นที่อยู่ของพวกครุฑที่บินไดทีละร้อยโยชน์ แต่มีชีวิตในโลกทิพย์ เรามองไม่เห็น เห็นแต่พญานาค แต่ไม่เคยเห็นแบบจะๆ

---ภรรยาฝันไป ว่าไปที่นั่น "เสาวภาๆ " แม่เรียก แต่เธอไม่ได้ยิน
"นงเยาว์" แม่เรียกชื่อใหม่ของเธอ "อ้าวแม่ มานี่ได้ยังไง"
"ก็ผู้หญิงสาว ผมยาว พาแม่มา แม่หนีพวกที่มารับตัวแม่ คนชุดขาวผมยาวมีหนวดนะร้ายมาก ตามติดเลย " ทั้งสองคนก็แอบในศาลาโล่งๆ แต่พวกเขาก็มองไม่เห็น
--นี่เป็นชีวิตหลังจากตายของแม่ ตอนที่แม่โคม่า พี่สาวทั้งสองคนก็ฝันเห็นฤาษี แต่ที่บ้านนี้คนขาพิการฝันว่า" ไปพบแม่ที่กระท่อมในป่า พวกฤาษีบอกว่า จะคืนชีวิตให้แม่ แต่ต้องกินเจทั้งบ้าน แลกกัน
----- แต่เชื้อมะเร็งที่หลบซ่อน กระจายตัวออก และพรากชีวิตของแม่ไปในคืนวันที่ 5 หลังจากแม่ไม่รู้สึกตัว

--แม่ป่วยมาเกือบปี สมควรที่จะทำใจกันได้ แต่..ผมเคยถามตัวเองว่าทำใจได้ไหม..คงไม่ได้..เมื่อแม่สิ้น เหมือนชีวิตหายไปครึ่งหนึ่ง มันหมดสิ้นกำลังใจ เหมือนร้องไห้อยู่ในอก โถ แม่ ไม่เคยกลัว ไม่เศร้าใจ ทระนงองอาจในการต่อสู้กับความตาย แม้สารเคมีที่รักษามันราคาแพง และร้ายแรงเหมือนไฟเผา ทำให้ผมแม่ร่วง และยาสร้างเม็ดเลือด ก็ทำให้กินอะไรไม่ได้ กินได้แค่น้ำหวาน พวกเขายังตัดกระเพาะของแม่ออกไป ซึ่งกระเพาะนับว่าเป็นขุมพลังงาน ทำให้เทพเข้ามารักษามะเร็งให้ไม่ได้
--ภรรยาผมไม่อยากผ่านบ้านแม่ ..ทำไห้คิดว่าแม่เคยยืนตรงนั้น ซักผ้า ทำงานบ้านไป คุยไป บางทีเธอก็แอบร้องไห้ คิดถึงแม่ ซึ่งแม่ก็บอกว้า"รักภรรยาผมเท่าลูกคนหนึ่งเหมือนกัน"

---ไม่มีสิ่งใดที่จะมาแทนแม่ได้เลยจริงๆ แม้เพชรทองกองสูงเท่าตัวแม่ ไม่อาจให้ความสุขในใจพวกเราได้เท่าแม่ แม่สู้ชีวิตด้วยตความอดทนและมีอารมร์ขัน ทำให้พวกเราอดทนไปด้วย หญิงบ้านนอกคนหนึ่ง สู้อดทนทั้งเป็นครู ทั้งเย็บผ้า ส่งน้องเรียนจบหมดจุฬา ส่งลูกทุกคน จบอย่างน้อยปริญญาตรีทั้ง 4คน พี่สาวคนโตจบด็อคเตอร์ตั้งสองครั้ง และเดินทางไปหลายประเทศทั่วโลก พ่อเองยังจบ ป.โทด้านการศึกษาจากอเมริกา และโดดเด่นในการเป็นนักคิดนักต่อสู้--ชี้นำทางการศึกษาของไทย
--------------------------------------------------------------
ใครเคยดูคลิป ยูทิ้วบ์ ที่ชายจีนคนนึง ยืนต้านทานการผลักของคนเป็นสิบได้
--เขาบอกว่า ความติดก็คือพลัง ซึ่งเรายังไม่รู้จักพลังขิองความคิดกันเลย

--อีกคลิปหนึ่ง ชายจีนทำเหมือนดึงขวดแก้วอยู่ห่างๆ มันก็วิ่งไปหาเขา แต่เขาทำอย่างไรไม่รู้ พวกมันแตกหมดเลย

---ฝรั่ง ศึกษา ในที่ลูกศิษย์คาราเต้(หญิง) รับแรงกระแทกจากครู กระเด็นไปติดฝา ที่มีฟูกอยู่--แต่ว่า พวกเขาแยกกันอยู่คนละตึก มองไม่เห็นกัน
---มีแท่งไม้มากมาย ขวางทางลูกเห็กที่ปล่อยร่วงลงมา มันกระดอนไปมา ตามหลักสถิติ จะมากองเป็นโค้งรูประฆังเลย แต่เราสามรถใช้พลังจิต
ให้มันเบ้ทางซ้ายและขวาได้ อันนี้เห็นชัดๆ เหมือนเบ่นเกมพินบอล หรือเกมออนไลน์ แล้วมีคนชุ่วยลุ้น มันจะมีผลดีมากกว่า
----------------------------------------------------
--เราไม่ได้ใช้สิ่งนี้เพราะไม่ได้ฝึกฝน แบบเดียวกับขี่จักรยาน ไม่ฝึกก็ไม่เป็น
เป็นแล้วก็บรรยายยากนะ แต่มันเวิร์คได้ดีเสียด้วยสิ

---จากการค้นคว้าและใช้เครื่องตรวจพลังงาน
---พบว่า การใช้พลังจิตย้ายสิ่งของ สายตาจะพ่งพลังงานออกมา คืออกมาจากหน้าผาก(ตาที่สาม) รวมกับกรวยพลังงานที่พุ่งออกมาจากหัวใจ
แล้วไปบิดสปินของนิวเคลียสแต่ละอะตอม ทำให้วัตถุกับโต๊ะผลักกัน วัตถุก็จะลอยๆ แล้วเคลื่อนที่ไปตามพลังจิต นับว่าจิตมีความรู้เหมือนคอมพิวเตอร์แบบวิเศษ ที่ทำงานเองได้--คอมพิวเตอร์เราได้แค่คำนวน

----พระพุทธองค์บอกว่าจิต เป็นธาตุรู้ --มีพลังมาก มีความไวมาก(มากกว่าแสง) คูหาสยัง อาศัยอยู่ในถ้ำคูหาคือตรงหัวใจ--หทัยรูป เห็นว่าเวาลาเราเสียใจ มันจะวูบๆตรงกลางอก ที่เรียกว่าใจหาย ถ้าจิต คือดการทำงานของสมอง แบบฝรี่งคิด ก็จะไม่เป็นแบบนี้ น่าจะวูบบนหัว แต่ก็เปล่า
---ที่เขียนมาแบบนี้ เพราะการเรียนรู้มา ฝรั่งไม่ใช่พระเจ้าที่จะเก่งไปทุกอย่าง ไทยก็เก่งว้อย--ทีฝรั่งยังมาหาตำราใบลาน สมุนไพรไทยไปทำยาขายเลย แน่จริงนังยกเมฆทำเองดิ--โถ ไม่แน่จริงเลย

--คุณแม่บุณเรือน จดตัวยาให้หมอท่านนึงทำขาย เป็นสารเคมีภาษาอังกฤษทั้งสิ้น
-ท่านรู้ได้อย่างไร มีอีกสองตำรับ หนึ่งในนั้นคือ ยาสีฟันวิเศษนิยม ที่มีขายอยู่จนทุกวันนี้--
---แม่ชีวัดปากน้ำโดนรถหกล้อชน กระเด็นไปร่วมสิบเมตร ค่อยๆปัดตัวแล้วลุกขึ้น แล้วท่านก็เดืนต่อไป --- สมัยก่อนมีคนเห็นแม่ชีเหาะขึ้นไปดระเบิดของพันธมิตรให้หักเหไปด้วย
---ที่จ.นครพนม มีวิญญาณพญานาคมาลงทรงรักษาคนไข้ บางทีก็เขียนชื่อยาเป็นภาษาอังกฤษ
---พี่สาวของภรรยาผม อ่านหนังสือไทยยังไม่ออก พอมีเทพลงทรง พูดจีนได้ อังกฤษได้ อ่านเขียนได้หมด สวดอิติปิโสถอยหลัง 10 ภาษาได้(รวมทั้งภาษามอญ)

-*--ตัวผมเอง ตอนที่โดนนายจ้างทำไสยศาสตร์ใส่ เหมือนโดนไฟเผาทั้งตัว
เข้าห้องน้ำตักน้ำราดตัว เอาสายยางพ่นน้ำเข้าในปาก ตั้งจิตแน่วแน่ ขอให้น้ำมาช้าๆ มามากๆ น้ำก็มาตามที่เราคิด---ขอให้น้ำนี้เป็นยา---น้ำกลับมีกลิ่นยูคาลิปตัสอ่อนๆ--
ในขณะนั้นแดดร้อนมาก ภรรยากับลูกสาวคุยกันว่า มีพนะชื่อหลวงพ่อหิน..สักพัก เวลาผมคิดเรื่องอะไร เขาก็จะพูดเรื่องนั้นออกมา ทำให้รู้สึกตลกมากๆ จึงหัวเราะ ภรรยาคงคิดว่าผมเป็นบ้า
---ในขณะนั้นผมเหมือนอยู่สองโลก เลือนรางเหมือนอยู่ในโลกของคนตายครึ่งหนึ่ง เทปไม่ดี ผมเป่าทีเครื่องเทป มันก็ดีปกติ แม้เครื่องโทรศัพท์สาธารณะ ก็เป่าให้มันดีได้ ไปนั่งแทกซี่ เทปไม่ดี อู้อี้ ผมกเป่าจนมันดี แทกซี่ก็งงๆ

---มีเย็นวันหนึ่งน่ากลัวมาก มีพายุ มีพลังบางอย่าวิ่งเข้ามาในผนังตึกจนมันดังเอ๊ยดๆ เป็นของไสยศาสตร์มที่คนส่งมา แต่เรามีผ้ายันต์ท้าวเวสสุวรรณ
มีคนแก่มาเข้าร่างภรรยาผม บอกว่ามีของมาจากทิศตะวันออก ไม่ใข่จากทิศเหนือที่ย้านพ่อผมอยู่ แกพูดตัวสั่นๆ ตกใจ ดูน่าสงสาร พูดเหน่อๆแบบคนโบราณ

--มีเทพบอกว่า ให้ซักผ้า คืนของไม่ดีให้กับนรกเบื้องล่าง ต้องทำงานให้ทัน พอเกือบเสร็จ เกิดสิ่งประหลาด กบิ่นคบอรีนฟุ้งขึ้น เหมือนกับน้ำยาทั้งหมดกลายเป็นคลอรีน กลิ่นของนรก คือกลิ่นนี้นี่เองหรือ

-*-เทพบอกว่า ท่านจะเอาของในตู้รับเอาของไสยศาตร์ เปิดตู่เหล็กดู พวกอลูมิเนียม ซิ้งค์เครื่องเสียง กับไม้จิ้มฟัน กระจายออกเหมือนมีคนมาค้น
โดยไท้จิ้มฟันติดกันเป็นกระจุกคล้ายตัวเม่น เทพบอกให้เอาไปทิ้ง แปลกดีเหมือนกัน

---ครั้งหนึงมีหมาหอน มีเทพมาจะเอาวิญญาณภรรยาผมไป โดยพ่อแม่ในอดีตชาติสั่งมา เทพบอกว่า งั้นเราต้องรบกัน สักพักท่านว่า ดูสิ เธอยังลำบาก รับเป็นลูกสิ แล้วช่วยให้มีฐานะจะดีกว่า--เทพนักดาบก็กลับไป

--เทพกุมารชอบทำวุ่นวาย ไปทำบัตร เขาสั่งพิมพ์เครื่องนึง ไปออกอีกที่นึง โดยสองเครื่องนี้ไม่ได้ต่อเป็นเน็ทเวิร์คกัน บางทีกุมารส่งข้อความแพ็คลิ้ง ไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปจุ้นกับบอลโลก ไปแฝงนักเตะ แต่งง เลลยยิงเข้าโกล์ตัวเอง เขย่าตู้เอทีเอ็มจนเงินไหลออกมา--(บัญชีไม่มีเงิน--โผล่มา 1000 บาทครับ--ไม่บาปมั้ง เพราะเราไม่ได้สั่งเขา

----------------------------------ถ้านึกออกจะโพสต่อ หรือรอภาค2-------


Create Date : 19 สิงหาคม 2554
Last Update : 20 สิงหาคม 2554 1:09:50 น. 3 comments
Counter : 989 Pageviews.

 


โดย: bestjitlada วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:15:19:35 น.  

 
อนุโมทนาสาธุครับ


โดย: shadee829 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:16:49:24 น.  

 
อยากให้ลองดูนะคะ แค่แนะนำไม่ได้ผลไม่ว่ากันนะคะ

ถ้าเราสร้างรหัสไว้ในจิต สิ่งที่คุณคิดมันจะตามมา ต่อให้ไม่เคยมีหรือเคยสัมผัส ถ้าจิตของตัวเราดันไปสร้างรหัสหรือปรุงแต่งแล้วมันจะจูนเข้าหากันกับรหัสของวิญญาณ

ดิฉันเคยจะไปหาพ่อที่โรงพยาบาลรามาฯ เวลาตอนตีห้ากว่าๆ เห็นแค่วูบเดียวว่าเป็นหมอเดินผ่านมาและจะเลี้ยวไปอีกทาง ว่าจะตามไปคุยด้วยปรากฏหายไปแล้ว แต่ไม่เห็นต่อหน้าต่อตาว่าหายไป เพราะเป็นระยะทางเลี้ยวเลยเดินตามไม่ทันประมาณนั้น ราว ๆ 5 วินาที ภาพที่เห็นเขา รหัสนี้ถูกบันทึกในสมองว่าหมอต้องใส่เสื้อคลุมยาวสีขาว และมีกางเกงสีดำด้วย อายุราว 35 ปี เขาจูนส่งมาให้เราเพราะเห็นรหัสในใจเราว่าจะหาหมอ ก็อารมณ์ว่าเรารู้ว่าหมอควรจะมโนภาพยังไง ทำนองนี้ คนใส่กางเกงสีดำก็ไม่น่ายากที่จะทำให้เรานึกภาพ ส่วนใบหน้าก็เป็นที่ทราบดีผสมจีนหน่อย ๆ คนที่เป็นหมอ

รหัสที่ว่านี้คือนโนภาพค่ะ เป็นทางเดียวที่สามารถสื่อสารระะหว่างมนุษย์กับวิญญาณ

เนื่องจากมีวิญญาณมากมายในแต่ละที่ ก็รู้ว่ามีจริงและชอบมาวนเวียนใกล้ ๆ แต่เนื่องจากดิฉันไม่มีรหัสของพวกเขา หมายถึงนึกอะไรไม่ออก เพราะไม่ใช่คนที่นี่ ขอบอกว่าใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีใต้ค่ะ อีกอย่างถ้าดิฉันใจแข็งด้วย ประมาณว่ารู้แต่อย่ามายุ่ง ดังนี้จะเห็นว่าถ้าพยายามปิดใจไม่รับมันเข้ามา ก็จะช่วยได้ส่วนนึงค่ะ


โดย: จอย (สมาชิกหมายเลข 1277258 ) วันที่: 27 มีนาคม 2557 เวลา:14:37:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.