สศ.101 รายวิชาและพจนานุกรมไสยศาสตร์

สวัสดีครับ นักศึกษาใหม่ทุกท่าน ผมเองก็เป็นอาจารย์ใหม่เช่นกัน ผมเองจบการศึกษาด้ายไสยศาสตร์บัณฑิตจาก มหาวิทยาลัยโลก ซึ่งเชื่อว่า มีการสืบเนื่องมาจากยุคโรมันและกรีกโบราณ-อียิปต์ อินเดีย ผมไม่ได้รู้มาก แต่รู้ละเอียดกว่าคนทั่วไป เพราะสนใจศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้โยตรงครับ
สำหรับพวกคุณถึงแม้ว่าจะมาทำปริญญาเอก แต่ก้ต้องเรียนวิชา ส.101 ไสยศาสตร์ในชีวิตประจำวัน และขอนำเสนอ พจนานุกรมไสยศาสตร์ ก่อนนะครับ
--คำว่า ไสยศาสตร์ อันนี้มีหลายความคิด หลายความเชื่อ สำหรับคำนี้ แต่ไม่ไช่วิชามายากล หรือการเสกหนังเข้าท้อง-ตรงๆแต่อย่างใด แต่เป็นวิชาที่เราเรียกว่า มายิก--แมจิก(Magic) ซึ่งแม้แต่การแต่งหน้าให้คนขี้เหร่เป็นคนสวยได้ ก็เป็นวิชามายิกอยางนึงครับ(ฮา) ไสยศาสตร์สามารถแบ่งออกเป็นสองอย่างดังนี้

1. ไสยศาสตร์ดำ(Black Magic) คือการนำไสยศาสตร์ไปทำร้ายผู้เอื่น อันเป็นการผิดหลัหของศีลธรรมตามหลักศาสนา ส่วนใหญ่จะส่งพลังมาจากครู ซึ่งเป็นพวกมาร(Mara) หรือปีศาจ(pisages) ซาตาน แล้วแต่จะเรียก
2. ไสยศาสตร์ขาว(White Magic) ตือการนำไสยศาสตร์ไปใช้เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม หรือทำเพื่อแก้ไสยศาสตร์ดำ เรียกแบบชาวบ้านคือ แก้ของให้กลับไปเข้าตัวคนนั้น ที่ทำของมา

การ ฝังรูปฝังรอย มีการกระทำ เช่น นำดินในรอยเท้ามาทำพิธี นำชือ-นามสกุลมาปั้นหุ่นขี้ผึ้งที่กอดกัน--เพือให้มารักเรา หรือหันหลังจากกัน เพื่อให้แยกทางกัน ใช้ของอัปมงคล เช่น ใบเต่าร้าง บาตรแตก นำมาฝังไว้ตรงใต้บันใด

แม้แต่ในศาสนาอิสลามที่เคร่งครัด ก็มีการนำวิญญาณในธรรมชาติ ที่เรียกว่า ญิน มาใช้งานทางไสยศาสตร์
----ได้ยินเรื่องว่า มีครอบครัวหนึ่งลงไปอยูใต้ มีเรื่องทะเลาะกับคนอิสลามเพื่อนบ้าน เขาก็บอกครอบครัวนี้ว่า คอยดูนะ คืนนี้จะให้"ญิน"หมอกมากินคน ตกประมาณสองทุ่ม ก็มีหนูขายตัวใหญ่วิ่งเข้าบ้านมา จะมีควันขาวๆวิ่งตามหนูมาด้วย พอมาชนถูกใคร คนนั้นจะเกิดอาการเป็นบ้าขึ้นพักนึงตะโกน ร้องห่มร้องไห้ เรียกว่าวุ่นกันทั้งบ้าน ครอบครั้วนั้นจึงเดินทางไปหาหมอไสยศาสตร์มาช่วยแก้ไข หมอท่านก็ให้น้ำมนต์และสายสิญจน์มา คืนต่อมานั้นหนูขาวตัวใหญ่ก็มาอีก พอผ่านแนวสายสิจน์ หนูขาวก็หมดฤทธิ์ กลายเป็นกลุ่มด้ายขาวธรรมดา ครอบครัวนั้นก้เฮกันใหญ่ พวกเพื่อนย้านรู้ว่ามีวิชาดีก็หลบหน้าหลบตา ไม่มารังควานอีกเลย
---คำว่าเวทย์ มนตร์ เวทย์ คือ วิทยา แปลว่าความรู้ มนตร์ คือมนตรา
(Mantra) คือบทสวด-บทเพลงบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ครับ
ก่อนที่เราจะมาศาสนาพุทธ ก็มีศาสนาพราหมณ์ครับ ก่อนพราหมณ์ล่ะ เราก็นับถือผีครับ(ฮา) แต่เป็นผีพวกปู่ย่าตายาย หรือกษัตร์ของเราครับ

(สงวนลิขสิทธิ์) คุณรู้ไหมว่า เทพ คือกลุ่มพลังงานชนืดหนึ่ง จะว่าเป็นคลื่นแม่เห็กไฟฟ้าก็ได้--แต่อยาดเรียกว่า ออร์กอน หรือพลังทางทางจิต-ชีวภาพ
ซึ่งถ้าเทพไม่แบ่งภาค เมื่อไปอยู่ ณ จุดใด จะเกิดความร้อนผิดปกติ เพราะเทพทุกองค์ถูกสร้างขึ้นด้วยธาตุไฟ แต่ไปไหนเร็วเหมือนลม จึงเรียกตนเองว่า "ฝูงลม" ---แปลว่า "เหล่าเทพยดา" ก็ได้
พระมนต์มหาคงทน

โอมตึกตัก หินผาหักในหัวกู ผมกูคือขนเพชรพระหนุมาณ แสนขวานผ่าก็บ่มิต้อง แสนกะกระบองตีก็บ่มิครั่น แสนสากรันสากก็หัก แสนหอกดาบตักหอกก็เยิน แสนพะเนินตีกูก็บ่มิได้ ครคูกูชื่อพระฤาษีตาไฟให้ประสิทธิแก่กู สวาหะ..
ให้เสกน้ำมันหอมทาตัวจะอยู่คง จะไปทางใด หรือขึ้ยชกมวย ให้เสกหมากกิน 3ที 7ที ให้กินชานหมากเข้าไปด้วย ถ้ามีอาการเมามึน ใบหน้าร้อนผ่าว คืออาการยันหมาก นี่คือของขึ้นแน่นอน ฟันแทงไม่เข้า ชกต่อยไม่เจ็บ

ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นบ่อยๆ ทำไมแท็กซีต้องมีพวงมาลัยห้อย เพราะมีแม่ย่านางรถ ไม่มีไม่ได้เหรอ อะไรแบบนั้น บางคนออกมอไซค์ใหม่ เข้าวงเหน้า เพื่อนบอก มาๆ เดี๋ยวเจิมให้ เอาเหล้าเจิมรถให้ ปรากฏว่ารถคันนั้นชนสะบั้นหั่นแหลก ล้มก็บ่อย จนต้องขายทิ้งไป นี่แหละความอัศจรรย์ของพลังจิค
------ แม่เล้า แมงดา--โสเภณี เด็กดริ๊งค์ เด็กเสริฟ-สาวไซด์ไลน์--สถานบันเทิง อาบอบนวด ผับ คาราโอเกะ ซ่อง ก็ใช้ไสยศาสตร์ ให้คนติดคนรักคนหลง นะหน้าทอง สาริกาลิ้นทอง เป็นสิ่งที่ทำให้คนติดใจ ผมก็เคยเห็นพิธีนี้ และรู้จักใกล้ชิดกับหมอเขมรคนนี้พักนึงครับ
---- เห็นพวกมาเฟียจีน บูชาเทพเจ้ากวนอู ตำรวจจีนก้บูชาเทพองค์นี้เช่นกัน

ต้นไม้ใหญ่ แค่ก่อนขี้เมามาฉี่รดบ่อย แล้วด่าด้วย พอมีคนเอาผ้าสามสีมาผูก มีศาลมาตั้ง ทีนี้ขี้เมามาฉีไม่ได้แล้ว ล้มชัก เป็นลมอยู่ตรงนั้น จนเพื่อนๆ ต้องมาจุดธูปขอขมาถึงจะหายครับ อัศจรรย์ไหมพลังจิต แม้จะไม่ได้มาจากคนก็ตาม
----เรามาวิเคราะห์กัน ว่า การบูชาเทพฮินดุ เข้าข่ายไสยศาสตร์ไหม โจรในอินเดียบูชาเจ้าแม่กาลี ถึงขนาดฆ่าคนเอาเลือดสังเวย
เจ้าแม่กาลี เป็นภาคที่ดุร้ายของพระแม่อุมา เป็นกึงเจ้ากึ่งเทพ เหมือนกับว่าจะทำให้ยักษ์มารเกรงกลัวก็ต้องเป็นหัวหน้ายักษ์ ตามประวัติท่านได้รบกับยักา จนไปพบลูกยักษกำพร้าโดนทิ้งอยู่ ท่านก็นำมาเลี้ยง ชื่อว่า พระขันธกุมาร ส่วนประวัติพระพิฆเณศ นั้นยาวและมีหลายเวอร์ชั่นมาก ท่านพระนารยร์บอกว่า ท่านไม่เกี่ยว เพราะบิดาขององค์นี้ท่านมีวาจาสิทธิ์ และหลุดปากออกมาเอง ก็คงตั้งเป็นตามนั้น
---การที่บูชาเทพ ที่ไม่ได้มีในคัมภีร์พุทธศาสนา ไม่ได้แปลว่านับถือไสยศาสตร์แต่อย่างใดครับ และศาสนาฮินดู หรือพราหมณ์ ก็มีมาก่อนพุทธศานาอาจจะเป็นพันปีก้ได้ ที่มีในพรพะไตรปิฏฏได้แก่พระอินทร์ พระวิศนุกรรม เทพที่เป็นคนธรรพ์(จำชื่อไม่ได้)

---องค์ใน
-----------คือการที่มีเทพมาจับ มายึดถือ มาขอใช้ร่างกายของเรา เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน คือกุศลกรรมในการช่วยเหลือมนุษย์

องค์
คือวิญญาณที่เทพท่านแบ่งภาคมาใช้ร่างเรา ท่านจะนั่งบนใหญ่ คือเรียกว่าประทับทรง จะไม่เข้าแฝงร่างกายทั้งหมด เพราะท่านไม่ใช่ผี บางทีเทพเป็นยักษ์ เข้าแฝงภรรยาผม พอไปแล้ว ถอดแหวนไม่ออก เพราะร่างกายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เทพที่มาตามหลังบอกว่า ถอนเอาไปไม่หมดนี่ บางครั้งเทพพูดอะไรกับท่านที่มองไม่เป็นตัว แต่ที่แน่ๆ มีภาษาเขมรและญี่ปุ่นผสมกัน พอถามที่ ท่านก็ว่า พอดี เทพองค์นั้นพูดมาแบบนั้น เช่นพระกฤษณะ พูดได้ 15 ภาษา มีเทพบางองค์สวดพระไตรปิฏกย่อ 10 ภาษา และสวดถอยหลังให้ด้วย เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก

-----------(มีการสวดกรุอ่านบางบท(บทสวดดูอาร์) เพื่อขับไล่ผีของภรรยาที่มาสิงชายคนหนึ่งมานับเดือนเพราะหึงหวงที่เขาจะแต่งงานใหม่ และได้ผล ผีร้ายดิ้นชักและออกจากร่างเขาไป)
--- ฝรั่งก็มีบทสวดพิเศษที่เอาไว้ไล่พวกผีร้าย มีการทำน้ำมนตร์)

---ผมเคยเห็นเทพองค์หนึ่งพูดภาษาจีนแปลกๆ(ภาษาเซียน)กับสุนัข สุนัขก็จอมดื้อ แต่ตอนนี้มันรู้ภาษา มันก็เอาตีนปิดหรือชี้ไปยังตัวเลขที่เค้าถาม เทพบางองค์ขอน้ำเย็นจัด ราดตัวท่าน บ่นว่าร้อน แต่ตอนนั้นตอนกลางคืนแล้วนะ ท่านชอบน้ำเย็นมาก พอทักว่าท่านคงเป็นพญานาค ท่านก็หัวเราะและรับอ้างทันที
--ส่วนใหญ่เทพจะลองใจมนุษย์ ชอบปลอมตัวป็นองค์อื่น และมาในภาคเด็กก็มี อย่างองค์อินทร์ท่านชอบปลอมเป็นกุมารน้อยๆที่ชอบพูดทะลึ่งๆ สัปดนหน่อยๆ พอให้เฮฮากัน
-----กามเทพของฮินดูเป็นเด็กหนุ่มราวอายุ 18 แต่คิวปิด กามเทพฝรั่งเป็นเด็กอายุสามขวบ ท่านบอกว่าหกหมื่นปีจะมายังโลกสักครั้ง ผมได้พบท่าน
และบอกให้ลูกสาวมาขอพรท่าน ท่านบันดาลได้ทั้งความรักและโชคลาภ จริงๆแล้วเป็นเทพชั้นสูงพอๆกับเทพสี่กร ต้องเรียกว่า เสด็จปู่กามเทพ
---มีฤาษีที่อยู่เขาหิมาลัย หรือเขาไกรลาสนั่นแหละ ท่านมาพูดเสียงดังฟังชัด
เบื้องบนเรียกว่า ฤาษีภารตะ ไม่ค่อยได้คุยกันครับ ท่านโทรคุยกับลูกศิษย์ที่ กทม.
----เทพบางองค์ประจำอยู่บนดาวต่างๆ เช่นท้าวธรรมจักร์อยู่ดาวพฤหัส มีลูกชือ ห้าจุก เก่งมากเพราะอยู่ในน้ำเต้า ทางเทพยอมรับว่า เทพเหล่านี้คือผู้สำเร็จ...? ในหนังสือเจ้าแม่กวนอิม เรื่งเมืองสวรรค์บอกไว้ชัดเจนว่าเป็นพระอรหันต์ยุคโบราณ ประจำอยู่ดาวใหญ่ๆทุกดวง
---ทุกวัน 6.00 นาฬิกาตอนเช้า เทพทุกองค์ และเจ้าที่ใหญ่ๆ จะต้องเข้าเฝ้าพระอินศวร(ไม่ใช่พระอิศวร) เพื่อรายงานสิ่งต่างๆ เช่นอุบัติภัย และความดีชั่วของมนุษย์ในเขตที่ได้รับมอบหมายให้ปกครอง
----ทหางรหัสยวิทยา ทางฝรั่งต้องเรียกว่าเทพ เป็นมาสเตอร์ หรือคุรุ-กูรู
เช่นท่านมอร์ยา ท่านคุถูมี ทางคริสต์มรสาธูคูณลีดปีเตอร์ ซึ่งเขียนเรื่องชีวิตหลังจากตาย บรรยาถึงที่อยู่ ความเป็นอยู่แต่ละชั้นๆ ส่งต้นฉบับมาจากเมืองสวรรค์เลย

-----(ขอบอกเบาๆ ว่า ส่วนใหญ่ก้ได้รับฟังมา แต่มาจากปากขององค์เทพท่านอื่น อย่างเช่น พระกฤาณะ ไม่ได้เป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ แต่เป็นลูกชายของท่าน จึงเป็นเพื่อนรักกันกับพระพิฆเณศ เพราะรุ่นเดียวกัน)

----------------------------------------------------------------------------
พระอิศวร
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระอิศวร พระศิวะ शिव

พระอิศวร ปางรับพระแม่คงคาลงมาจากสวรรค์
ข้อมูลทั่วไป[ซ่อน]ตำแหน่ง เทวดาแห่งการทำลาย
ศาสตราวุธ ตริศูล
สัตว์พาหนะ โคอุศุภราช

คู่ครอง พระแม่อุมา หรือพระแม่ปารวตี หรือพระแม่ทุรคา
พระอิศวร หรือ พระศิวะ (สันสกฤต: शिव Śiva) หรือชาวจีนเรียกว่า พระยกอ๋องซ่ง
เป็นเทพตามความเชื่อของชาวฮินดู มีพาหนะ คือ โคเผือก ชื่อว่า อุศุภราช พระอิศวรเป็น
มหาเทพแห่งการทำลาย มีกายสีขาว แต่พระศอเป็นสีดำเพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และ
เหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวน
นานมาก พญานาคจึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก พระศิวะ จึงว่าเกรงจะเป็นภัยต่อ
มนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลกจึงได้สูบเอาพิษเหล่านั้นไว้จึงทำให้ คอของพระศิวะเป็นสีดำนั้นเอง
มีพระเนตรถึง 3 ดวง ดวงที่ 3 อยู่กลางพระนลาฏ ซึ่งตามปกติจะหลับอยู่ เนื่องจากพระเนตร
ดวงที่ 3 นี้ มีอานุภาพร้ายแรงมาก หากลืมขึ้นเมื่อใดจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
ประทับอยู่ ณ เขาไกรลาส อันเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาล มีมเหสีคือ พระแม่อุมา
รูปลักษณ์ของพระอิศวร โดยมากจะปรากฏให้เห็นเป็นชายผมยาว มีพระจันทร์เป็นปิ่นปักผม
มีลูกประคำหรือกะโหลกมนุษย์เป็นสังวาล มีงูเห่าพันรอบพระศอ นุ่งห่มหนังเสืออันเป็นเครื่อง
นุ่งห่มของฤๅษี การบูชาพระอิศวรจะกระทำได้โดยการบูชาต่อศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์แทนตัว
พระองค์นั่นเอง
พระอิศวรมีท่าร่ายรำอันเป็นการร่ายรำของเทพเจ้า เรียกว่า "ปางนาฏราช"(nataraja) เมื่อแปลง
กายลงไปปราบฤๅษีที่ไม่ประพฤติตนอยู่ในเพศดาบส ซึ่งต่อมาชาวฮินดูได้ถือเอาท่าร่ายรำนี้
เป็นต้นแบบของการร่ายรำต่าง ๆ มาตราบจนปัจจุบัน

พระอิศวรยังถือว่าเป็นเจ้าแห่งผีอีกด้วย โดยมีพระนามเรียกว่า "ปีศาจบดี"

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
พระอิศวรรูปภาพพระศิวะ บทสวดมนต์ ประวัติ ตำนาน คาถาบูชาพระศิวะ
พระอิศวรมหาเทพแห่งการทำลาย

------------------------------เรื่องของ ญิน-จินนี่---------------------------

ญิน

ญิน ญิน (อาหรับ: جني‎ jinnī, อังกฤษ: genie) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีระบุในอัลกุรอาน ซึ่งมารร้ายอิบลีส มาจากพวกนี้

[แก้] สิ่งมีชีวิต 4 ประเภท
ตามหลักการที่ระบุในอัลกุรอาน อัลลอหฺทรงสร้างสรรพสิ่งสุดจะครณาได้ ทว่าที่เห็นว่ามีชีวิตนั้นมีอยู่สี่อย่างคือ

1.มีปัญญา มีตัณหา มีตัวตน (เป็นเลือดเนื้อและกระดูก) นั่นคือมนุษย์ มนุษย์นับถือศาสนาตามที่ตนคิดว่าถูกต้อง ขวนขวายหาทางรอดในชีวิตประจำวันเรื่อยไป จนกว่าจะสิ้นชีพ ที่ประเสริฐที่สุดคือมนุษย์พยายามใช้ปัญญาประกอบความดี แต่เมื่อใดยึดตัณหาเป็นใหญ่ ประกอบความชั่ว ฝ่าฝืนกฏระเบียบ ก็ไม่จะผิดกับเดรฉาน เนื่องจากมนุษย์มีเลือดเนื้อที่มาจากดิน เช่นเดียวกับมนุษย์คนแรกคือ อาดัม จึงผูกพันอยู่กับดินไม่จบสิ้น เสพสุขกับอาหารที่งอกเงยมาจากดิน รักและครอบครองผืนแผ่นดิน สะสมธาติและสารที่มาจากดิน เช่นทองคำและเพชรพลอย เมื่อสิ้นชีพร่างกายของมนุษย์ก็กลายเป็นดินอีกครั้ง และมนุษย์ก็จะผูกพันกับ กาละ และ เทศะ ไม่อาจดิ้นรนให้พ้นไปได้
2.มีปัญญา มีตัณหา ไม่มีตัวตนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือญิน ญินที่ถูกสร้างมาจากเพลิงนั้นก็เหมือนกับมนุษย์ คือจะอาศัยอยู่ในโลกนี้ ทว่ามีตัวตนที่เราไม่อาจจะเห็นด้วยตาธรรมดา มีศาสนาและความเชื่อถือแตกต่างกันไป ในอัลกุรอานได้ระบุว่า ญินพวกหนึ่งได้เดินทางมาหาท่านนบีมุฮัมมัดและเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม ทั้งมนุษย์และญินต่างก็หาคำตอบว่า หลังจากดับไปจากโลกนี้แล้ว พวกตนจะไปไหน?
3.มีปัญญา ไม่มีตัณหา ไม่มีตัวตน นั่นคือมลาอิกะหฺ มะลาอิกะห์นั้นเมื่อไม่มีตัณหาก็จะขาดความประสงค์ จึงมีหน้าที่ดูแลระบบฟากฟ้าและโลกตามพระบัญชาของอัลลอหฺโดยไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อถูกสร้างมาจากรัศมี การเคลื่อนไหวก็คงเป็นเช่นแสง เข้าออกและเปลี่ยนที่โดยไม่มีพันธะ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ และไร้กังวลต่อการสอบสวนในวันสุดท้าย
4.ไม่มีปัญญา มีตัณหา มีตัวตน นั่นคือสัตว์ สัตว์เดรัจฉานเป็นพวกที่ต่ำสุด ทว่าเป็นพวกที่โชคดีกว่ามนุษย์และญินส่วนมาก เพราะไม่ถูกลงโทษวันปรโลก

[แก้] อิบลีสมาจากญิน
อิบลีส เป็นญินตนหนึ่งที่บำเพ็ญคุณงามความดี จนสามารถคบค้าสมาคมกับมะลาอิกะหฺได้ ทั้งยังมีฐานันดรสูงส่งจนสามารถเข้าออกสวรรค์เหมือนเหล่ามะลาอิกะหฺ ต่อมาอิบลีสได้แพ้ต่อตัณหาของตนและขัดขืนพระบัญชา ถูกไล่ออกจากสวนอันอมตะ มันได้ขอพระพรจากอัลลอหฺให้มีชีวิตที่อมตะจนกว่าฟ้าดินจะสลาย อัลลอหฺทรงประทานตามที่มันขอ ทว่าในวันปรโลกนั้นมันจะตกอยู่ในอเวจีนิรันดร์

อิบลิส--ระดมหาพรรคพวกที่มาจากพวกเดียวกัน เพื่อหลอกลวงมนุษย์ด้วยมายาและอุบายนานัปการ ให้ตกลงไปในอเวจีพร้อมกับตน นั่นก็คือการพยายามหันเหมนุษย์ออกจากการบูชาอัลลอหฺสู่การบูชาสิ่งอื่นใด นอกเหนือไปจากพระองค์

อุบายที่ได้ผลมากพอ เห็นจะเป็นการแสดงปรากฏการณ์นอกเหนือธรรมชาติต่าง ๆ การหลอกหลอนให้มนุษย์กลัว เมื่อกลัวแล้วก็หาที่พึ่งให้ ในรูปของเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าเขา เจ้าป่า ให้มนุษย์กราบไหว้บูชา อาจจะปรากฏตนให้มนุษย์เห็นบางครั้งบางคราว หรือสอนอวิชชาคือไสยศาสตร์ให้มนุษย์ได้นำไปใช้ การเพิ่มสรรพคุณการหลอกหลอน ด้วยการเข้าสิงเข้าทรง การไม่ยอมออกจากร่างที่พวกตนเข้าสิงจนกว่า พวกเดียวกับมนุษย์ที่ได้เป็นพันธมิตรกับพวกตนจะมาทำพิธีขับไล่ เมื่อนั้นพวกตนก็จะทำเสียงร้องโหยหวน ประหนึ่งว่าเจ็บปวดเดือดร้อนกับมนตร์หรือยันตร์ที่มดแมลงไม่เคยรู้สึกความอุ่นของมันเลย

เมื่อมนุษย์เห็นแล้วก็อุปาทานสำคัญว่า ที่ตนเห็นนั้นเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของหมอผีชีเปลือย ทว่าความจริงแล้ว มันก็แค่กลเม็ดของการขายยาบริษัทญิน คือญินจะใส่ยาพิษให้มนุษย์เจ็บไข้ แล้วส่งคนขายยาของพวกตน คือหมอผี มารักษา มนุษย์ก็จะได้บูชาทั้งหมอผีและพวกตน หมอผีเองก็ต้องบูชาพวกตนเช่นกัน มิฉะนั้นจะไม่มีสินค้าส่งมาให้

[แก้] ผีในทัศนะของอิสลาม
คำว่า ผี ก็ตรงกับคำว่า ญิน ไม่ได้หมายถึงวิญญาณของผู้ตายอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน เพราะตามคำสั่งสอนของอิสลาม คนที่ตายไปแล้ว ก็จะถูกนำไปพักรออยู่ในโลกแห่งบัรซัค ไม่สามารถออกมาเพ่นพ่านอย่างที่คนเขาอุปาทานกัน ส่วนการที่บอกกันว่า วิญญาณนายคนนั้น วิญญาณนางคนนี้ มาเข้าทรงเข้าสิง หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งนั้นพอจะสรุปได้สามอย่างคือ

การที่หมอทรงแกล้งหลอกเพื่อหาเงินใช้
การสะกดจิตตนเองแล้วเสนอข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของสมอง (เป็นการอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์)
การที่ญินเข้าสิงจริงๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่บ่อยเท่าข้อแรก

----------------------------------------------------------------------

กวนอู (关羽) --จากเว็ป-โหรามหาเวทย์
30 ต.ค. 52 @ 12:12 pm | 0 ความคิดเห็น 2148 ผู้เข้าชม
เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ โชคลาภ และชัยชนะ
เทพจีนที่ปรากฏว่าเป็นที่นับบูชากันมากในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะในหมู่ชาวจีนเท่านั้นก็คือ “เทพกวนอู” การบูชาเทพกวนอูในเมืองไทยก็พบกันทั่วไป บางทีก็พบว่ามีการนำรูปเคารพของ “เทพกวน” เป็นวัตถุมงคลมาฝากกันในโอกาสที่เป็นมงคล หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ ในหมู่ผู้ที่บูชาก็คงทราบที่มาของเทพองค์นี้กันพอควรแล้ว ซึ่งบางท่านอาจยังไม่ทราบ ผมได้เก็บรวบรวมเรื่องของเทพองค์นี้มาฝากแล้วครับ

เทพเจ้ากวนอูนั้นมีประวัติความเป็นมา และเป็นที่รู้จักกันดีจากวรรณกรรมเกี่ยวกับพงศาวดารจีนเรื่อง “สามก๊ก” อันเป็นเรื่องราวในสมัยราชวงศ์ฮั่นในยุคของพระเจ้าเลนเต้ ซึ่งเป็นยุคที่เหล่าบรรดาขุนนางต่างแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน จนเกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกจนสุดท้ายกลายเป็น 3 กลุ่มใหญ่ หรือสามก๊กใหญ่ คือ วุยก๊ก ของฝ่ายโจโฉ, ง่อก๊ก ของฝ่ายซุนกวน และ จ๊กก๊ก
ของฝ่ายเล่าปี่กวนอูนั้นได้เข้าร่วมและเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่และเตียวหุยแห่งจ๊กก๊ก โดยเป็นนักรบที่เก่งฉกาจ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าแดงดุจผลพุทราสุก นัยน์ตาเรียวยาว หนวดเครายาวงาม ถือง้าวยาว 11 ศอกหนัก 82 ชั่งเป็นอาวุธคู่กาย ชื่อง้าวมังกรเขียว มีฝีมือที่เก่งกาจหาคู่ต่อกรได้ยาก
นิสัยซื่อสัตย์กตัญญูเป็นเลิศในเรื่องของความกตัญญูซื่อสัตย์นี้เอง ทำให้กวนอูได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ในยุคราชวงศ์ซ่ง รัชสมัยของจักรพรรดิซ่งฮุยจง พระองค์ทรงชื่นชมในความซื่อสัตย์กตัญญูของกวนอู จึงทรงพระราชทานยศให้กวนอูเป็น “จงฮุ่ยกง (เทพผู้ภักดี)” นับแต่นั้นมาในราชวงศ์หลังๆ ก็ได้มีการถวายบรรดาศักดิ์ให้แด่เทพเจ้ากวนอูเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ จนเทพเจ้ากวนอูได้รับความเคารพกราบไหว้ประดุจเทพเจ้าของชาวจีน จนมีศาลเจ้ากวนอูปรากฏให้เห็นมากมายในหมู่ชาวจีนในลัทธิเต๋าถือกันว่ากวนอูนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์, เทพเจ้าแห่งโชคลาภ, เทพเจ้าผู้การกำหราบศัตรูคู่แข่ง และในพุทธศาสนา
นิกายมหายานของจีนถือว่ากวนอูเป็นพระสังฆารามโพธิสัตว์ หรือเชียหลานผูซา (伽藍菩薩) ผู้คอยปกป้องค้ำชูพุทธศาสนาและวัดวาอารามต่างๆ อีกด้วยและเทพเจ้ากวนอู ยังเป็นที่นับถือกันมากในหมู่ข้าราชการทหารตำรวจและเหล่านักเลง ดังจะเห็นได้จากในหนังจีนอยู่บ่อยครั้ง นั่นก็เนื่องด้วยชาวจีนถือว่าเทพเจ้ากวนอูนั้นเป็นเทพเจ้านักบู๊ที่หาคู่ต่อกรได้ยาก สามารถปราบ
คู่ต่อสู้สักหารศัตรูได้ทุกคนในการทำศึก จนเป็นที่หวาดกลัวของฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่มีความซื่อสัตย์ภักดีสูงเหล่าข้าราชการทหารตำรวจ และกลุ่มนักเลงจึงนิยมบูชากราบไหว้เทพเจ้ากวนอูกันเป็นอย่างมาก ด้วยเชื่อว่าจะทำให้อริศัตรูยำเกรง ทำให้มีชัยชนะเหนือคู่ต่อสู่ อีกทั้งยังจะทำให้มีความเจริญรุ่งเรืองในยศถาบรรดาศักดิ์ และบริวารซื่อสัตย์เกรงกลัว ซึ่งเป็นข้อสำคัญของเหล่าทหารตำรวจกับเหล่านักเลง ซึ่งต้องควบคุมดูแลบริวารให้เชื่อฟังในคำสั่ง อีกทั้งบริวารจะได้ซื่อสัตย์ภักดีในตนนอกจากกลุ่มของทหารตำรวจ กลุ่มนักเลงแล้ว นักธุรกิจยังเป็นกลุ่มใหญ่ที่นับถือบูชาเทพเจ้ากวนอู โดยถือว่าเทพเจ้ากวนอูเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภองค์หนึ่ง ซึ่งชาวจีนมีคติที่ว่า “คนจะร่ำรวยได้ต้องมีคุณธรรม” เมื่อมีคุณธรรมแล้วโชคดีย่อมมาเยือนเอง และยังเชื่ออีกว่าการมีรูปสักการะของเทพเจ้ากวนอูไว้ในห้างร้าน จะทำให้มีชัยเหนือคู่แข่งทางการค้าอีกด้วยคราวนี้เรามาดูกันว่าบุคลิกลักษณะของรูปปฏิมากรรมเทพเจ้ากวนอูซึ่งเป็นที่นิยมนำมาตั้งกราบ
ไหว้นั้นมีกี่แบบ แล้วจะเลือกซื้อหามากราบไหว้ในบุคลิกลักษณะเช่นไรบ้าง โดยรูปสักการะของเทพเจ้ากวนอูอันเป็นที่นิยมนั้นจะมีด้วย 4 บุคลิกลักษณะ คือ
1. กวนอูในท่ายืน (ลี้กวนกง - 立关公) เป็นรูปปฏิมากวนอูในท่ายืนถือง้าวไว้ข้างกาย อีกมือหนึ่งจะจับที่หนวดเครา ซึ่งเชื่อกันว่าการบูชาเทพเจ้ากวนอูในท่ายืน โดยหันหน้าเทพเจ้ากวนอูออกทางหน้าอาคาร หรือทางหน้าห้องทำงานนี้ จะช่วยขับไล่สิ่งอัปมงคลชั่วร้าย ขจัดอุปสรรคทั้งปวง เป็นการข่มบริวารให้เกรงกลัวและให้อยู่ในโอวาท
2. กวนอูในท่าขี่ม้า (ฉีหม่ากวนกง - 骑马关公) เป็นรูปปฏิมากรรมกวนอูในท่ากำลังขี่ม้าออกทำศึก มือถือง้าวใหญ่ในท่าเตรียมต่อสู่ อันนี้ก็เชื่อกันว่าการบูชาเทพเจ้ากวนอูในท่าขี่ม้านี้ จะทำให้ประสบชัยชนะเหนือศัตรูคู่แข่งทั้งปวง แต่จะมีลักษณะเชิงท้าทายสักหน่อยเพราะกวนอูในท่าขี่ม้านี้เปรียบได้กับเป็นการประกาศศึกกับศัตรูเลยทีเดียว เหมาะสำหรับท่านที่กำลังต้องการทำศึก หรือแข่งขันในเชิงธุรกิจกับศัตรูคู่แข่งเป็นอย่างมากเทพเจ้ากวนอูในท่าขี่ม้านี้ยังมีให้เลือกบูชากันอีกหลายแบบ โดยดูจากลักษณะของม้าที่เทพเจ้ากวนอูขี่ว่ามีลักษณะเช่นใด ถ้าเป็นเทพเจ้ากวนอูขี่ม้าที่กำลังยืนอยู่เฉยๆ (ยืนนิ่ง หรือก้าวขาธรรมดา) แสดงว่าเป็นการเตรียมพร้อมและข่มศัตรูมิให้คิดร้ายและมาต่อสู้ด้วย ถ้าเป็นเทพเจ้ากวนอูขี่ม้าที่กำลังวิ่ง หรือกำลังพยศ แสดงว่า
เป็นการออกต่อสู้โจมตีศัตรูคู่แข่งให้พ่ายแพ้ ตรงนี้ให้ดูว่าลักษณะของม้านั้นเป็นอย่างไร ยิ่งม้าที่เทพเจ้ากวนอูขี่อยู่นั้นมีลักษณะก้าวร้าวมากเท่าใด นั่นย่อมแสดงถึงชัยชนะเหนือข้าศึกศัตรูย่อมจะปรากฏเร็วมากเท่านั้น
3. กวนอูในท่านั่ง (จว้อกวนกง - 坐关公) เป็นรูปปฏิมากวนอูในท่านั่ง ซึ่งมีท่านั่งในหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นท่านั่งที่กำลังอ่านตำราพิชัยสงครามโดยมีง้าวใหญ่ตั้งอยู่เคียงข้าง หรือนั่งถือตำราพิชัยสงครามโดยด้านหลังมีบริวารคู่ใจทั้ง 2 ยืนคุ้มกันอยู่ หรือนั่งถือง้าว ซึ่งเทพเจ้ากวนอูในท่านี้จะเหมาสำหรับท่านที่ต้องใช้การแข่งขัน หรือต้องการเอาชนะศัตรูในด้านปัญญาความคิด หรือท่านที่กำลังศึกษาเล่าเรียนแล้วต้องการสอบแข่งขันเข้ารับราชการ โดยกวนอูในท่านั่งนี้จะทำให้ผู้ที่บูชาประสบความสำเร็จดั่งใจปรารถนา อีกทั้งยังเป็นที่เกรงกลัวของเหล่าศัตรูคู่แข่งอีกด้วย
4. กวนอูประทานทรัพย์ (กวนกงไฉเสิน - 关公財神) เป็นประติมากวนอูในแบบเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยมักจะทำเป็นรูปเทพเจ้ากวนอูถือเงินจีนโบราณ หรือป้ายอวยพร หรือคทายู้อี่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภความมั่งคั่งร่ำรวยทั้งสิ้น มืออีกข้าหนึ่งจะถือง้าวไว้คอยคุ้มกันภัย ปฏิมาเทพเจ้ากวนอูในรูปแบบนี้ถือว่าเป็นมงคลสองชั้น คือ ทั้งประทานโชคลาภมั่งมีศรีสุขแล้วยังช่วยป้องกันภัยอันตราย หรือสิ่งอัปมงคลทั้งปวงอีกด้วย
การจะนำเทพเจ้ากวนอูมาบูชาในบ้านเรือน หรืออาคารที่ทำงานนั้น ควรเลือกวางในตำแหน่งที่เป็นมงคล โดยให้ดูจากตำแหน่งมงคลประจำปีเกิดของท่านที่บูชา หรือตำแหน่งมงคลประจำปีนั้นๆ ก็ได้ โดยรูปของเทพเจ้ากวนอูนั้นควรหันหน้าออกไปทางด้านหน้าตัวอาคาร หรือหันหน้าออกไปทางหน้าห้องทำงานของท่าน เพื่อความเป็นสิริมงคล การมีชัยชนะเหนือศัตรูขู่แข่ง และ
การป้องกันภัยอันตรายทั้งปวงส่วนเครื่องเซ่นไหว้นั้นชาวจีนนิยมเซ่นไหว้เทพเจ้ากวนอูด้วย “เหล้า” ในลัทธิเต๋าอาจจะเซ่นไหว้อาหารคาวหวานเพิ่มด้วยก็ได้ ส่วนชาวจีนที่นับถือพุทธศาสนาแบบมหายานจะไม่นิยมเซ่นไหว้
เทพเจ้ากวนอูด้วยอาหารคาว แต่จะเซ่นไหว้ด้วยอาหารเจและผลไม้แทน อีกทั้งยังมีการเซ่นไหว้บูชาม้าทรงของเทพเจ้ากวนอูด้วยพืชผักผลไม้ต่างๆ อีกด้วย (ในกรณีที่ท่านบูชาเทพเจ้ากวนอูในท่าขี่ม้า)

----------------------------------------------------------------
(ช้าหน่อย เพราะนั่งเรียงลำดับความคิดอยู่ครับ)




Create Date : 16 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2553 23:50:15 น. 0 comments
Counter : 1871 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.