เดินทางทะลุเวลา

---ข่าวจากเว็ปก่อน---นั่งซักผ้าอยู่ กุมารมาหา ก็นั่งคุยกัน เขาบอกว่า บิน ลาดินยังไม่ตาย แต่ไม่ได้เตี๊ยมกับอเมริกา เพราะเหตุว่างบลับด้านก่อการร้ายนั้นสูงมาก
---กุมารบอกว่าโอกาสที่เมืองไทยจะได้นายกหญิงนั้นมีสูงมาก และ ทักษิณก็ได้กลับประเทศด้วย-ไม่ต้องกลัวไปหรอก เมืองไทยเจริญแน่ครับจากการบริหารของหญิงคนนี้---อันนี้บอกล่วงหน้าไว้ก่อนเลย
-------------------------------------------------------------------------------
---ในหนังของ ชาร์ลี แฃปปลิน มีภาพหญิงชราคนนึง ใช้โทรมือถือขนาดเล็กเดินเข้าฉากด้วย เธอโทรคุยกับใคร แสดงวา่ ต้องมี ผู้เดินทางทะลุเวลาคนอื่น และเครื่องถ่ายสัญญาณ หรือว่า สามาถโทรทะลุเวลาได้
---จริงๆแล้วมีภาพอีก ต้องค้นหาก่อนครับ




--------------------------------------------------------------------------
การใช้กระบวนทัศน์ (Paradigm) ในการตีความ
*กรณีศึกษาจาก
The Time Traveler
*-----------------------------------------------------------------------
สุทธิดา จำรัส

เร็ว ๆ นี้มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นในวงการสื่อและวงการ YouTube คือ การปรากฏตัวของนักท่องกาลเวลา (Time Traveler) ในภาพยนตร์ของ ชาลี แชปปลิน เรื่อง The Circus ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ปรากฏหญิงสูงวัย ผู้หนึ่ง ที่เดินผ่านเข้ามาในฉาก โดยมีท่าทางคล้ายคนกำลังสนทนากับโทรศัพท์ที่ถืออยู่ ในฝ่ามือ ดังวีดีโอ

เรื่องนี้เป็นที่ฮือฮาเพราะในเวลานั้น คือ ค.ศ. 1928 เทคโนโลยีด้านโทรศัพท์มือถือยังไม่พัฒนา หรือหากจะมีก็คงไม่เล็กกว่าฝ่ามือไปได้ เรื่องนี้คนที่เคยใช้โทรศัพท์มือถือรุ่นกระติกน้ำหรือกระดูกหมาคงเข้าใจดี เพราะมันใหญ่และหนักมาก ๆ ดังนั้นทฤษฏีที่เป็นไปได้คือ หญิงผู้นั้นคือนักท่องกาลเวลา (Time Traveler) ที่ย้อนเวลามาจากอนาคต แล้วเผอิญคุณชาลีถ่ายภาพมาได้โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยระหว่างนั้นเธออาจจะสื่อสารกับนักท่อง กาลเวลาอีกคน หรืออาจจะกำลังรายงานกลับไปยังฐานบัญชาการที่ส่งเธอมาก็เป็นได้

แต่ก่อนที่พวกเราจะกระโดดเข้าร่วมวงสนทนาเพื่อสืบหาความจริง เกี่ยวกับการปรากฏตัวของหญิงผู้นี้ อยากให้ถอยออกมาซักสามก้าว เพื่อใช้เหตุการณ์นี้ในการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของการตีความ (Interpretation) โดยเฉพาะในการทำวิจัย

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการวิจัยคือการตีความข้อมูลที่เราได้มาจากการเก็บข้อมูลตามกรอบทฤษฎีวิจัยที่เรากำหนดไว้ ข้อมูลที่ได้อาจจะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งใหม่และเก่า อาจจะเป็นบันทึกหรือหลักฐานที่เราไปค้นคว้า หรืออาจจะเป็นข้อมูล ใหม่ ๆ ที่ทันสมัยในปัจจุบัน

ในการตีความนั้นผู้วิจัยต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่า ตนเองนั้นกำลังอยู่ใน กรอบแนวคิดหรือ กระบวนทัศน์ (Paradigm) ที่แตกต่างออกไปจากข้อมูลที่เราได้รับมา เช่น วัฒนธรรม หรือภาษา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราไปเก็บข้อมูลจากห้องเรียนของเด็กนักเรียนชั้น ม. 2 ภาษาที่นักเรียนใช้อาจจะไม่ได้สื่อตรงตามที่เราเข้าใจอีกต่อไป หรือ การที่เด็กคนหนึ่งนั่งเงียบ ๆ หลังห้องโดยไม่มีส่วนร่วมกับชั้นเรียน ก็อาจจะไม่ตรงตามที่เราตีความจากประสบการณ์เดิมว่า เด็กคนนั้นไม่ตั้งใจเรียน สิ่งที่นักวิจัยต้องทำคือ พยายามเข้าใจกระบวนทัศน์ของผู้คนที่เรากำลังศึกษาอยู่ให้มากที่สุด ทั้งนี้พยายามหลีกเลี่ยงการตีความข้อมูลจากกระบวนทัศน์ของผู้วิจัย ทั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ยากพอสมควร
เพราะกระบวนทัศน์ที่เรามีอยู่นั้น มันจะปรากฏทั้งที่เรารู้ตัวและอยู่ในจิตใต้สำนึก
ในกรณีของการตีความว่า หญิงที่ปรากฏในภาพยนตร์เป็นนักท่องกาลเวลา นั่นเป็นเพราะเรามีกระบวนทัศน์ของปัจจุบัน แล้วนำไปตีความข้อมูลคือภาพที่ปรากฏ เช่น ของในมือที่ถือขณะพูด มันคือโทรศัพท์มือถือ เพราะนี่คือลักษณะท่าทางของผู้คนตามท้องถนนในปัจจุบัน และหากไปปรากฏผิดที่ผิดเวลา มันก็คงเป็นเพราะการเดินทางข้ามกาลเวลาจากคนในอนาคตเพื่อไปสู่อดีต เพราะเรามีข้อมูลเรื่อง นักท่องกาลเวลา จากการดูภาพยนตร์ อ่านหนังสือมาแล้ว

แต่สิ่งที่นักวิจัยต้องทำคือ การพยายามตีความจากมุมมองหรือกระบวนทัศน์ของคนในยุค1928 ถ้าคุณเป็นคนในยุคนั้น หากเห็นคนที่ทำท่าทางเช่นนี้ เขากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งการที่เราจะเข้าใจ หรือตีความในแบบคนในยุคนั้น ก็หนีไม่พ้นการเข้าไปศึกษาค้นคว้า เก็บข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าเราตีความภายใต้กระบวนทัศน์ของคนในยุคนั้น มากกว่าที่จะตีความจากกระบวนทัศน์ของคนในยุคปัจจุบัน

ข้อความต่อไปนี้เป็นการสมมติ เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นว่า การค้นคว้าข้อมูลจะนำไปสู่การตีความที่ถูก
ต้องได้อย่างไร

- อาจจะเป็นได้ว่าเธอกำลังถือเครื่องบูชาในมือและกำลังสวดมนต์ เพราะไปค้นคว้ามาแล้วว่าคนในยุคนั้นนิยมสวดมนต์ขอพรกันเป็นเรื่องปกติแม้กำลังเดิน

- อาจเป็นไปได้ว่าเธอเป็นคนหูตึง และเธอกำลังทดสอบว่าเสียงใช้ได้ไหม เพราะคุณไปสืบค้นข้อมูลมาแล้วว่าเครื่องช่วยฟังในยุคนั้นต้อถือไว้ในมือ และมีขนาดและลักษณะ ดังรูป

- หรือไม่ก็อาจจะเป็นมุขขำขันของผู้กำกับ อัจฉริยะ ชาลี แชปปลิน ที่ต้องการให้เห็นว่าเธอเดินคนดียว คุยคนเดียว เป็นเรื่องน่าตลกขบขัน

- หรืออาจจะเป็น Candid Camera ที่แอบถ่ายคนเดินผ่านไปมา โดยที่สตรีผู้นี้ รู้สึกเขินอายเลยเอามือปิดหน้า พร้อมบ่นพึมพำที่ถูกกล้องที่มีขนาดใหญ่ ถ่ายอยู่ เพราะสมัยนั้นกล้องไม่ได้มีขนาดเล็ก ๆ อย่างในปัจจุบัน

ไม่ว่าคำตอบที่แท้จริงจะเป็นอะไร ปรากฏการณ์นี้เป็นกรณีศึกษา ถึงการตีความข้อมูล ที่ผู้วิจัยต้องพึงระลึกไว้ตลอดเวลาเพื่อให้งานวิจัยมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ และลดความคลาดเคลื่อนจากมุมมองหรือ Paradigm ที่ผู้วิจัยนำไปตีความทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ.


Copyright © Suthida Chamrat Mail : research@chamrat.com
---=ขออนุญาตผู้แปลบทความด้วยครับ ----หากไม่ชอบจะลยออกครับ






Create Date : 20 พฤษภาคม 2554
Last Update : 21 พฤษภาคม 2554 18:41:05 น. 0 comments
Counter : 1269 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
20 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.