สักวันความเจ็บปวดนี้อาจจะมีประโยชน์สำหรับพวกเราทุกคน

สักวันความเจ็บปวดนี้อาจจะมีประโยชน์สำหรับพวกเราทุกคน*
โดย Peter Sri มีเฌอเ็็ป็นลูกรัก ณ
วันที่ 16 กันยายน 2010 เวลา 18:17 น.

หมายเหตุ -----บทความนี้เขียนขึ้นโดยผู้เขียนมีส่วนได้ส่วนเสียกับ
เหตุการณ์ความรุนแรง เมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2553
ที่ผ่านมา และน่าจะประกอบสร้างไปด้วยโลภะ โทสะและโมหะ
จึงเหมาะสำหรับประชาชนธรรมดาผู้มีสติ ส่วนผู้รักสันติและ
มีวิจารณญาณสูงส่งไม่ควรอ่านด้วยประการทั้งปวง

ภาย หลังการเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาเรียกร้อง
ประชาธิปไตยบนท้อง ถนนใจกลางเมืองเทวดา ตั้งแต่เมษายน
– พฤษภาคม 2553 ประเทศไทยดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ภาวะ
ปรกติอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความประหลาดใจของชาวต่างชาติ
ว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันหรือ ประชาชนตายจำนวนมากทำไมไม่มี
การตรวจสอบหาผู้กระทำความผิด สื่อต่างชาติบางสำนักถึงกับ
ประณามว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำ เล่าในประเทศ
ไทย เป็นเพราะคนไทยไม่เคยแยแสถ้าหากว่าเหตุการณ์ความ
รุนแรงนั้นไม่เกิดขึ้นกับ ตัวเอง ครอบครัวหรือคนใกล้เคียง

ในฐานะครอบครัวผู้สูญเสียผมคิดว่ามันน่าจะใกล้เคียง เพราะ
หากลูกชายคนเดียวของครอบครัวไม่เสียชีวิตผมก็สงสัยอยู่ว่า
ผมจะออกมา “อินเตอร์แอ็คทีฟ” ได้ขนาดนี้เชียวหรือ

แน่นอนว่าท่ามกลางความ ประหลาดใจ ย่อมเจือปนไปด้วย
ความเจ็บปวดเป็นระยะๆของครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งด้วยความ
ไม่เจตนาหรือด้วยความต้องการแสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ของคนรอบ ข้าง โดยลืมหรืออาจตั้งใจที่จะละเลยสิ่งที่เรียกว่า
“กาละเทศ” ผมจะลองลำดับเพียงบางเรื่องมาสู่กันฟังเผื่อว่า
สักวันความเจ็บปวดนี้จะมี ประโยชน์สำหรับพวกเราทุกคนอยู่บ้าง

ความเจ็บปวดครั้งแรกๆ ของครอบครัวเราเกิดขึ้นเมื่อญาติสนิท
มิตรสหายทราบข่าวการเสียชีวิตของ “เฌอ” แน่นอนว่าส่วน
หนึ่งยังนิยมใช้โทรศัพท์แสดงความเสียใจเพราะไม่ต้องลงทุนมาก
มายนัก อีกทั้งโทรศัพท์บ้านเรายังไปไม่ถึงขั้น “มองหน้าสบตา”
ในระหว่างที่สนทนากัน ทำให้การใช้โทรศัพท์มักจะเป็น “ทางออกที่ดี”
รูปแบบหนึ่ง

กรณีหนึ่งผมได้รับสายจากคนที่ผมเคยนับเป็นเพื่อนคน หนึ่ง ที่ทราบ
เรื่องจากการบอกต่อของกลุ่มเพื่อนว่าผมเสียลูกชายในเหตุการณ์ความ
รุนแรงที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชน คำแรกที่เธอพูดออกมาคือ “
เฮ้ย..เสียใจด้วยนะ แต่ฉันอยู่ฝ่ายรัฐบาลว่ะ” ก่อนจะสอบถาม
รายละเอียดเหมือนคนทั่วๆไป และบอกว่าจะมางานศพในวันไหน
หลังจากนั้นก็แสดงความคิดเห็นทางการเมืองในฝักฝ่ายที่ตัวเองนิยม
ก่อนจะร่ำลาและวางหูไปเมื่อเสร็จธุระของตัว ทิ้งให้ผมงงงวยโดย
ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงใดๆอยู่เพียงลำพังว่า “ลูกกูตายแล้วเกี่ยวอะไร
กับการอยู่ฝ่ายไหนของมันวะ” ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยก็
ได้ฝึกฝน “การฟัง” ของตัวเองแหละน่า เรื่องนี้จบลงที่วันฌาปนกิจ
เธอโทรมาให้เหตุผลที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้เพราะ ตอนนี้ “เกิดเหตุ
จลาจลเผาบ้านเผาเมืองไปทั่วแล้วเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย” ผมรับฟัง
อย่างเงียบๆ ก่อนวางสายหันไปสนทนากับเพื่อนและครอบครัวที่บิน
ตรงมาจากยะลา รวมทั้งพี่ที่เคยร่วมงานกันที่ตรงมาจากเชียงรายถึง
พร้อมกันในวันสุดท้ายของ เฌอบนดาวแห่งความโหดร้ายดวงนี้


เด็กชายเฌอเมื่อยังเยาว์

อีก สองสามครั้ง เมื่อคุณแม่น้องเฌอเดินทางไปรับเงินช่วยเหลือ
จากหน่วยงานต่างๆ “คำพูดและท่าที” ที่ไม่ระมัดระวังและแสดง
ความรังเกียจครอบครัวผู้สูญเสียของเจ้าหน้าที่ผู้ ปฏิบัติงานในบาง
หน่วยงาน ที่ภรรยามาถ่ายทอดให้ผมฟังอีกครั้งนั้นก็แสดงถึงความ
ไม่รู้เท่าการณ์ และแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่จิตใต้สำนึกที่ผลักดัน
การแสดงออกเช่นนี้ออกมา อย่างไม่สามารถปิดไว้ได้แม้จะมี
ความพยายามเช่นใด

เหตุการณ์ลักษณะ เดียวกันที่ผมมีโอกาสประสบพบเห็นโดยตรง
และสามารถนำมาเล่าในเชิงรายละเอียดได้ คือ เมื่อกรมสอบสวน
คดีพิเศษ หรือ DSI. จัดแถลงข่าวความคืบหน้าของการสอบ
สวนคดีที่เกิดจากความรุนแรงที่รัฐบาลกระทำ ต่อประชาชนใน
ช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคมที่ผ่านมา คุณแม่พะเยา อัคฮาด
คุณแม่ของคุณกมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตใน
วัดปทุมวนาราม ได้โทรมาชักชวนให้ผมไปร่วมฟังด้วยเผื่อจะมี
อะไรปรึกษาหารือกันรวมทั้งครอบ ครัวญาติอีกหลายราย

ขณะที่ผมกำลังเดินทางจะถึง DSI. ที่ศูนย์ราชการ
ถนนแจ้งวัฒนะ คุณแม่คุณเกด ได้โทรมาบอกว่า DSI.
ได้ย้ายสถานที่แถลงข่าวไปที่ที่ทำการของกระทรงยุติธรรม(เดิม)
ที่อาคาร Software Park แล้ว พวกเราเลยต้องดั้นด้น
ตามไปเพียงเพื่อจะพบว่าการแถลงข่าวได้เสร็จสิ้นลงโดย ไม่มี
ความคืบหน้าใดๆ สื่อมวลชนที่ลงมาจากห้องแถลงข่าวได้เล่าให้
ฟังว่าสงสัยคงจะต้องการคลายความ กดดัน จากการที่รัฐมนตรี
กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นมาวางดอกไม้เคารพศพนักข่าว
ชาวญี่ปุ่น บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทิ้งความงงงวยไว้ให้กับเหล่าครอบครัวผู้สูญเสียไว้เบื้องหลัง

วัน เดียวกัน กลุ่มเครือญาติโดยมีคุณแม่คุณเกดเป็นแกนนำ
ยังได้ชักชวนให้ไปติดตามความคืบหน้าการพิจารณาเงินช่วย
เหลือของสำนักงานช่วย เหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและ
จำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กระทรวงยุติธรรม ซึ่งหลายรายญาติมิตรได้ผ่านการ
ทำบุญร้อยวันโดยไม่มีการชี้แจงความคืบหน้าของ
การพิจารณาแต่อย่างใด เมื่อไปถึงท่านผู้อำนวยการฯ
ได้ตอบข้อซักถามของคุณแม่น้องเกดและท่านอื่นๆ
ก่อนจะยืนยันว่าจะดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น

ท่านผู้อำนวยการฯ ยังได้ยกตัวอย่างความกรุณาของท่าน
ในการให้ความช่วยเหลือผู้สูญเสียและผู้บาด เจ็บให้ฟังว่า
“มีคนหนึ่งหูหนวกแล้วก็พูดไม่ได้ มันจะเดินไปทำงาน
ก็เดินตามคนอื่นๆที่ซอยรางน้ำจะไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ฯ
พอเริ่มมีการยิงกันคนอื่นก็วิ่ง ไอ้นี่ไม่รู้เรื่องไม่ได้ยิน
อะไร เห็นคนวิ่งก็วิ่งตาม แล้วคุณคิดดู คนเยอะแยะยิง
โดนใครไม่โดนดันมาโดนไอ้หนวกนี่ แล้วโดนที่ไหน
ไม่โดนดันโดนไข่อีก ผมก็เลยอนุมัติเงินช่วยเหลือให้มันไป
15,000 บาท สงสารมันน่ะหูหนวกแล้วยังซวยอีก”
แล้วท่านก็หัวเราะด้วยความสนุกสนาน เป็นอีกครั้งที่ีผม
ได้ฝึกการข่มกลั้นพร้อมนึกถึงคำพระที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

ล่าสุด และเป็นสาเหตุที่ผมคิดว่าคงต้องถ่ายทอดอะไรออกมา
บ้างก่อนที่จะช้ำในตายโดย ไม่มีใครทราบสาเหตุ นั่นคือ
กรุงเทพมหานครได้ติดต่อให้ไปรับเงินช่วยเหลือเยียวยา
ครั้งแรกผมยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าครอบครัวมีทะเบียนบ้าน
อยู่ในจังหวัด นนทบุรีและไม่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ใดๆ
กับทางกรุงเทพมหานคร แต่ปลายสายยืนยันว่าทางผู้ว่าการฯ
ยินดีให้ความช่วยเหลือทุกคน โดยไม่แบ่งว่าเป็นคนจังหวัดไหน
ผมจึงแจ้งชื่อยืนยัน

ผมและภรรยาไป ถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานครค่อนข้างล่าเลย
เวลานัดหมายพอสมควร แต่แถวของญาติที่กำลังลงทะเบียนก็ยาว
มิใช่น้อย ขณะที่เรากำลังหันรีหันขวาง เจ้าหน้าที่รักษาความ
ปลอดภัยได้เข้ามาถามและเมื่อทราบว่าเป็นครอบครัวผู้ เสียชีวิต
จึงให้ไปรวมที่ห้องประชุมใหญ่เพื่อรอเรียก พอเราเข้าไปพบว่า
กำลังมีการแถลงข่าว “มหกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน”
เลยกำลังจะถอยออกมา แต่พบว่ามีกลุ่มญาติ 10 เมษา อยู่ใน
นั้นด้วย ตอนหลังเลยถึงบางอ้อ เมื่อพี่ๆกลุ่มญาติ 10 เมษาฯ
บอกว่ากรุงเทพมหานครให้มารอในห้องไปก่อน เพราะไม่มีที่
รอด้านนอก หลังจากนั้นก็มีการแถลงข่าวมหกรรมสินค้าและ
ผลิตภัณฑ์ชุมชน ท่ามกลางความงงงวยอีกครั้งของกลุ่มญาติว่า
ตัวเองมาผิดงานหรือเปล่า

พี่ ผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งมาถึงก่อนเปรียบเปรยให้ฟังด้วยโทสะ
ภายหลังงานแถลงข่าว ว่า “มันเอาหุ่นไทยมารำต่อหน้าต่อตาเรา
เหมือนจะย้ำว่าพวกคุณมันก็แค่หุ่นเชิดนั่นแหละ” ถึงตอนนี้
ผมไม่แน่ใจว่าเราโชคดีหรือเปล่าที่เดินทางมาถึงค่อนข้างล่าช้า

เวลา บ่ายโมง เมื่อเหล่าครอบครัวผู้เสียชีวิตประมาณ 102
รายจากกว่า 80 ครอบครัวลงทะเบียนครบแล้ว กรุงเทพมหานคร
ก็พาเครือญาติทั้งหมดนั่งรถบัสสามคันพาไปที่ราชประสงค์
ทั้งที่ห้องประชุมใหญ่กรุงเทพมหานครก็ว่างไม่ได้ใช้งานแล้ว
และถ้าจะจัดซ้อนกันก็น่าจะได้ เพราะช่วงเช้ายังให้กลุ่มญาตินั่ง
ในงานแถลงข่าวได้เลย ผมคิดในใจว่ากรุงเทพมหานครอาจจะมี
Gimmick อะไรมาให้ญาติรู้สึกดี หลังจากที่เคยเจ้ากี้เจ้าการ
หลอกประชาชนผู้บริสุทธิ์มาร่วมทำลายหลักฐานคดีสังหารหมู่
ที่ราชประสงค์ ชนิดที่นางพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการ
สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ไม่ออกมาโวยวายอะไรเลย จะบอกว่า
เธอรู้เห็นเป็นใจในฐานะที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษผู้บังคับบัญชา
เป็นกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.
ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะดูเธอมีบุคลิกลักษณะของคนที่ซื่อสัตย์ ถือคุณธรรม
เป็นที่ตั้งออกอย่างนั้น

ขณะที่ผ่านวัดปทุมวนาราม “พี่นรี” ที่ลูกชายถูกทหารยิงเสียชีวิต
ก็พูดขึ้นมาว่า “ทำไมมันไม่จัดที่วัดปทุมฯไปเลยวะ ไปทำไมราชประสงค์”
ทำเอาทั้งรถเงียบกันไปหมด เมื่อรถวิ่งไปถึง Urban Space
ข้างนารายภัณฑ์ ฝั่งตรงข้าม Ground Zero ราชประสงค์
ผมเริ่มรู้สึกแปลกๆว่าทำไมพิธีมอบเงินถึงมีการตบแต่งสถานที่ออกมาได้หลากสี
ขนาดนี้ หรือว่ากรุงเทพมหานครขอยืมสถานที่เขามาจัดงาน แต่เมื่อลงไป
พบว่ากรุงเทพมหานครพาเรามาร่วมงานแถลงข่าว Bangkok
Shopping Week และพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ในการชุมนุมทางการเมือง

เริ่ม งานผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งอาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์เคย
ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า “ถ้าไม่มีปฏิวัติ 2475 คนนี้จะเป็นบุคคลที่สำคัญมากๆ”
ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน Bangkok Shopping Week
เพื่อให้ผู้ประกอบการที่ประสบภัยจากการชุมนุมทางการเมืองได้มีที่จำหน่ายสินค้า
โดยได้เงินบริจาคมาตั้งกองทุนช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งในรายชื่อส่วนใหญ่
จะเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธาอื่นๆ
เช่น ASTV และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ฯลฯ และถือโอกาสนี้มอบเงิน
ช่วยเหลือให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทุพพลภาพ ตามเกณฑ์
พิจารณาที่กรุงเทพมหานครได้ตั้งไว้

สุดท้ายคุณโก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา เจ้าของครีมหน้าเด้งซึ่งกิจการในห้าง Zen
ถูกเผาได้รับความเสียหายและเหล่าเพื่อนดาราได้มอบช่อดอกไม้และกล่าว
ขอบคุณ ท่านผู้ว่าการฯ ที่ได้จัดงานนี้ขึ้นมา หลังจากนั้นพิธีกรจึงให้ญาติผู้เสียชีวิต
เข้าแถวรอรับมอบเงินช่วยเหลือ ผมค่อนข้างจะเห็นใจท่านผู้ว่าการฯที่ขณะมอบเงิน
ไปก็ต้องซับเหงื่อให้ตัวเอง ไปด้วย ท่านจะรู้หรือไม่ว่าห้องประชุมใหญ่แอร์เย็นๆ
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครไม่ มีคนใช้

ภายหลังงาน ครอบครัวผู้สูญเสียต่างแยกย้ายกันไปเงียบๆ มีบางส่วนที่ต้องเดินทาง
กลับศาลาว่าการฯ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด หลายคนคงนึกไม่ถึง
ว่าจะถูกกระทำซ้ำเช่นนี้ และด้วยความเคารพผมว่าบางคนที่ไม่ทราบว่าคนที่เรารัก
จากไปด้วยความเจ็บปวด ขนาดไหนคงเริ่มตระหนักเมื่อพิธีครั้งนี้สิ้นสุดลง

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้อ่านงานเขียนวิจารณ์อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ กรณีรับเป็น
กรรมการปฏิรูปของอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผมนึกถึงคำภาษาอังกฤษที่
อาจารย์สมศักดิ์ใช้และหาคำแปลที่ลงตัวในภาษาไทยไม่ ได้ นั่นคือคำว่า
decency เมื่อมาประสบเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดตอกย้ำซ้ำเติม
ผมรู้สึกได้ถึงความหมายและสัมผัสของคำๆนี้ แต่ก็ยังนึกถึงคำแปลไม่ออกอยู่ดี
แต่ที่แน่ใจ นั่นคือสิ่งที่อาจารย์สมศักดิ์เรียกว่า “ความจริงใจ” ที่มีอยู่ในตัวตน
ของกรุงเทพมหานครและท่านผู้ว่าการฯ ที่ดูจะไม่แตกต่างจากปัญญาชนบริการ
ทั้งหลายเท่าไรนัก

ในฐานะที่เป็น ประชาชนธรรมดาคนหนึ่งในจำนวนครอบครัวผู้เสียชีวิต ผม
ไ่ม่สามารถรับประกันได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่รัฐบาลกระทำ
ต่อประชาชนและทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่เครือญาติ
เริ่มหาทางรวมตัวเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และ
ผู้ที่อาคารบ้านเรือนถูกทำลายเสียหาย แน่นอนว่าระหว่างทางแห่งการค้นหา
ความจริงนี้ พวกเราคงต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่คงกรีดลึกลงไปใน
แผลเดิมซ้ำแล้วซ้ำ เล่า แต่ผมหวังว่าสักวันความเจ็บปวดนี้อาจจะมีประโยชน์
สำหรับพวกเราประชาชนธรรมดา ทุกคน ไม่ว่าเราจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม

หมายเหตุ Bangkok Shopping Week จะเริ่มกิจกรรมช็อป
กระหน่ำในวันเสาร์ที่ 18 กันยายน ยาวจนถึงวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคมนี้ ที่
Urban Space ราชประสงค์ ถ้าว่างก็แวะไปจับจ่ายใช้สอยหน่อยครับ

* ชื่อบทความนำมาจากชื่อภาพยนตร์ “Someday This Pain
Will Be Useful to You” อ่านรายละเอียดได้ในนิตยสาร
Bioscope ฉบับที่ 106 กันยายน 2553 ปก “อินทรีแดง” เดือด! หน้า 11

จากคุณ : unclepeter เขียนเมื่อ : วันพ่อแห่งชาติ 53

---------------------------------------------------------------------------
ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้ที่เสียชีวิต ต่อเหตุการ์ความรุนแรงไม่ว่าสีใด รัฐบาลใด ความจริงผมเองอยากจะมีดอกไม้สวยๆ และเพลงเพราะให้ฟังนะครับ ในช่วงเทศกาลคริสมัส-ปีใหม่


Create Date : 24 ธันวาคม 2553
Last Update : 24 ธันวาคม 2553 20:10:19 น. 3 comments
Counter : 605 Pageviews.

 
อ่านข่าวแล้วเศร้าเนอะ





โดย: ต่ายจัง (nuanapa ) วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:21:10:32 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับคุณต่ายจัง รวันดาตายไป ล้านกว่าคน ยังกลับมาคุย ปรองดองกันได้ บนความเจ็บปวด แต่ที่ใครผิด ใครถูกไม่ยอมรับ อยากเอาชนะอย่างเดียว การเมืองวุ่น ขาดความยุติธรรมก็ปรองดองยากครับ
กระทู้ต่อไปดูจานบินดีกว่า


โดย: jesdath วันที่: 30 ธันวาคม 2553 เวลา:23:42:27 น.  

 
น้องเฌอ...เร็วไปเปล่าที่เฌอจากพวกพี่ไป พวกพี่น้องเราทุกคนเลี้ยง..เฌอ...ไม่ดีเหรอ
...พี่เห็นวันเกิดของเฌอพี่ยังจำวันนั้นได้
...พี่เห็นเฌอเล่นกับน้องเฟริส์ น้องตังโอ๋
...และพวกพี่ ๆ ก็ชอบแกล้งเฌอ

.....และอยากหั้ยรู้ว่าพวกพี่ทุกคนรักน้องเฌอมาก......


โดย: พี่น้ำตาล IP: 182.52.26.59 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:38:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jesdath
Location :
เชียงราย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add jesdath's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.