หน้าร้อนญี่ปุ่นก็ต้องเทศกาลฤดูร้อนกับฮานาบิ(ดอกไม้ไฟ) --> Ueno Summer Parade & Sumidagawa Firework

นี่ก็วนมาหน้าร้อนที่สามของเราในญี่ปุ่นแล้วสินะ ปีนี้อากาศไม่ร้อนเท่าปีก่อนๆเลยยังมีอารมณ์ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง ปีก่อนๆนี่สุดๆแล้ว ร้อนแบบชื้นอึดอัดสุดๆ รู้สึกเดินๆไปแล้วหายใจไม่ออก ยังกะอยู่ในซาวน่ายังไงยังงั้นสูดอากาศทีแทนที่จะได้ลมสดชื่นๆดันได้แต่ลมร้อนๆชื้นๆ (แดดก็แรงสุดๆ ไม่ได้เว่อร์นะแดดหน้าร้อนญี่ปุ่นแรงจริงๆ)

นอกเรื่องไปละ วันก่อนคุยกับคุณแฟน คุณแฟนก็ยังบอกว่าญี่ปุ่นนี่เค้าไม่ยอมให้ประเทศเค้าอยู่นิ่งๆเงียบๆเลยนะ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็มีเทศกาล มีของเล่นอะไรให้คนมารวมตัวแออัดกันได้ทุกฤดูเลย
- หน้าหนาวก็มีสกี มีเทศกาลน้ำแข็ง มี x'mas & new year illumination มีไหว้พระวันปีใหม่ มี happy bag sale
- หน้าใบไม้ร่วงก็มีโคโย ไปดูใบไม้แดง ใบไม้เหลืองกัน
- หน้าใบไม้ผลิ ก็มีฮานามิ ไปดูดอกไม้ ดอกซากุระบานกัน
- หน้าร้อนนี่ ร้อนๆอย่างนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว แต่ก็ยังอุตส่าห์มี มีพวกเทศกาลหน้าร้อน พาเหรดหน้าร้อน และสำคัญสุดคือ ฮานาบิ (ดอกไม้ไฟ)

แต่ละเทศกาลที่ลิสต์มานี่ อยากจะบอกว่าแต่ละอย่างคนเป็นล้าน พอถึงช่วงทีนี่คนญี่ปุ่นก็จะแห่กันไป ที่ไหนดังๆนี่ต้องไปเข้าคิวเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง (หรือมากกว่านี้ อาจถึงขั้นข้ามวันรอเลยถ้ารีบไปต่อคิวหรือจองที่ไว้ก่อนแต่เนิ่นๆ) อะไรก็แออัดไปหมด รถไฟขาไปเอย ขากลับเอย แน่นยังกะปลากระป๋อง ทุกคนมีจุดหมายปลายทางเดียวกันหมด ตำรวจก็มากันเป็นร้อยๆนาย กั้นถนน กั้นทางเดินเตรียมไว้ รักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกกันเต็มที่ (แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ คนเยอะยังงี้ตรวจกันไม่ไหวหรอก มีอะไรขึ้นมานี่วงแตกแน่ๆ)

หน้าร้อนนี้วันก่อนเห็นพาเหรดแถวบ้าน ปิดถนนใหญ่กันตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มครึ่งเลย อ่านป้ายได้ความว่าเป็น 上野夏祭りパレード (พาเหรดเทศกาลฤดูร้อนของอุเอโนะ) ก็ตามสไตล์นะญี่ปุ่นมุงกันสองข้างทางเพียบเลย


ยืนดูพยายามถ่ายรูปอยู่พักนึงเหมือนกัน แต่มีแต่กล้องมือถือ เค้าขยับตัวกันเร็วภาพเลยเบลอๆซะมาก เท่าที่อ่านป้ายมีขบวนพาเหรดหลากหลายมากจากบริษัทต่างๆ จากโรงเรียนประถม จากบริษัทเบียร์ จากห้างร้านอะไรเยอะแยะเลย


ขบวนพาเหรดจะไปสุดที่หน้าสถานี JR Ueno แล้วก็ขึ้นรถหรือขึ้นรถไฟกลับกันไป ตอนใกล้ๆเลิกเราไปแถวนั้นพอดี เลยแวะถ่ายหุ่นพาเหรดที่วางไว้หน้าสถานีสักหน่อย อันนึงน่าจะเป็นเทนงูน่ะนะ แต่อันที่เป็นรูปเด็กใส่ชุดนักเรียน(แถมข้างหลัง กกน แพลมด้วย)นี่มันหุ่นของขบวนที่ไหนเนี่ย



ต่อไปอีกงาน งานเทศกาลใหญ่ที่สุดของหน้าร้อนก็ไม่พ้นฮานาบินี่เอง วันไหนมีฮานาบินี่สังเกตง่ายๆเลย จะเห็นผู้หญิงและผู้ชายใส่ยูกาตะเดินกันให้ว่อน ยิ่งงานไหนที่ใหญ่ๆด้วยนะ อื้อหือ คนงี้เป็นล้าน ได้ยินมาว่าจุดดอกไม้ไฟลูกนึงนี่ค่าใช้จ่ายเป็นแสนเยน แล้วงานใหญ่ๆนี่จุดกันเป็นหมื่นลูก เงินสะพัดมากๆ ก็นึกๆอยู่ว่าพวกสปอนเซอร์นี่เค้าไปเอาเงินจากไหนหนอ จากร้านเล็กร้านน้อยรายทางที่มาเปิดขายอาหารน่ะเหรอ ไม่น่าใช่น้า ไม่น่าคุ้ม (ไหนตำรวจจะต้องทำงานกันหนักอีก)


อยู่มาสามปีเพิ่งไปฮานาบิกับเค้าครั้งแรก หนแรกก็เลือกงานที Sumidagawa เลย ( 第32回隅田川花火大会) เป็นงานฮานาบิที่ใหญ่สุดในแถบคันโต ยิงทั้งหมด 21,500 ลูก (อันอื่นๆในแถบคันโต อย่างมากก็ 12,000 ลูกเองนะ งานนี้ดับเบิ้ลเลย)

เครดิตภาพจาก //sumidagawa-hanabi.com/index.html

ประมาณการในเว็บว่าน่าจะมีคนมางานนี้ถึงเก้าแสนแปดหมื่นคน(ซึ่งจากที่ไปมาก็คงเป็นไปได้จริงๆ คนยังกะปลากระป๋องทั้งที่จุดอยู่แค่ชั่วโมงครึ่ง) มีการบอกแผนที่ห้องน้ำรอบๆไว้ให้ด้วย (แต่ถ้าให้ดีอย่าเข้าแถวนี้เลยดีกว่าคนต่อคิวยาวสุดๆ ยิ่งห้องน้ำหญิงมาเจอสาวยูกาตะเข้า แต่ละคนกว่าจะทำธุระเสร็จยิ่งนาน )




ตัดสินใจจะไปกะทันหันหน่อย แต่ก็ยังเห่อพอจะวิ่งไปซื้อยูกาตะมาทันกับเค้า ทีแรกนึกอยู่ว่าจะใส่รอดไหมเนี่ยอยู่คนเดียว แถมไม่เคยใส่ ดีว่าให้คนที่ร้านสอนมา และสมัยใหม่เค้ามีอุปกรณ์ช่วยใส่หลายอย่าง เลยใส่สำเร็จมาได้ และเดินไปได้ทั้งวันไม่มีหลุด ไม่มีโป๊อะไร (เท่าที่สังเกตใส่ยูกาตะมักมัดผมกันเลยเอามั่ง พยายามจนได้รังนกบนหัวมาหนึ่งรัง)


จริงๆก็หวังไว้เยอะนะ แต่เผอิญงานอย่างนี้นี่ใครเตรียมตัวมาไม่ดี ไม่ศึกษาข้อมูลมาดีๆนี่มีสิทธิผิดหวัง ถ้าคนที่เตรียมดีๆนี่ ต้องศึกษาก่อนเลยว่าจุดยิงอยู่ตรงไหน ควรไปรอไปจองที่ตรงไหนถึงจะเห็นชัดๆ แล้วถ้าอยากได้โลเคชั่นดีๆนี่อาจถึงขั้นต้องไปปูเสื่อจองที่กันตั้งแต่วันก่อนหน้าเลยทีเดียว (พอๆกะงานฮานามิตอนใบไม้ผลิเลย)

ได้ยินมาว่าเรื่องเลือกโลเคชั่นนี่เรื่องของดวงด้วยนะ คนญี่ปุ่นเองบางทียังพลาด อุตส่าห์รีบมาปูเสื่อจองไว้แท้ๆ พอถึงเวลายิงจริงๆดันโดนตึกบ้าง ต้นไม้บ้างบังซะงั้น เพราะมันไม่รู้ตำแหน่งเป๊ะๆนี่นะว่าดอกไม้ไฟมันจะมาระเบิดที่ตรงไหน นอกจากไปทำเลทองใกล้ๆที่ยิงเลย

เรานี่เพิ่งไปถึงอาซาคุสะตอนหกโมงนิด(เริ่มจุดทุ่มนึง) เดินตามคลื่นคนจะไปทางฝั่งแม่น้ำ(เค้ายิงกันสองจุด อยู่กลางแม่น้ำทั้งคู่) แต่ดั๊นโดนคุณตำรวจปิดทางซะนี่ คาดว่าทางโน้นคงเต็มแล้ว ก็ได้แต่เดินวนไปวนมาหาทางใหม่ จนมาได้ที่นึงเห็นมีคนนั่งรอดูอยู่เยอะเหมือนกัน ก็คิดว่าคนรอเยอะอย่างนี้ที่นี่ก็คงเห็นล่ะนะ


แต่พอเริ่มแล้วนี่ก็นะ คนญี่ปุ่นเริ่มพยายามปีนรั้วหาทางออกกันใหญ่ เพราะจุดนี้เห็นก็จริง แต่โดนแมนชั่นอะไรไม่รู้บังไปครึ่งนึง -"- บางช่วงก็เห็นแค่ขอบๆกระจายๆออกมา ถ้ายิงสูงหน่อยก็เห็นชัดตอนระเบิด แต่ก็นั่นแหล่ะไม่ได้เห็นตั้งแต่ตอนมันเริ่มพุ่งนี่ รู้สึกไม่ได้เต็มอารมณ์ฮานาบิเลย (กล้องใช้ firework mode ถ่ายเลยเห็นเป็นเส้นๆอย่างนี้ล่ะ มือสั่นเล็กน้อย แต่ขาตั้งกล้องนี่เป็นไปไม่ได้เลยยืนเบียดกันจะแย่ตรงนั้น)


คนเยอะๆนี่คุมยากเนอะ ได้อารมณ์อยู่ในม็อบเลย ทั้งที่ปกติคนญี่ปุ่นจะพูดง่ายว่ากันตามกฏ แต่งานนี้นี่คุณตำรวจเหนื่อยหน่อย บอกอย่าปีนคนไม่ค่อยได้ยิน ไม่ค่อยฟังกัน มีแต่จะรีบๆปีนๆรีบๆไปหาจุดอื่นที่ดีกว่าดูก่อนดอกไม้ไฟจะหมด ซึ่งปีนนี่ข้างๆเราเลยล่ะ ผู้ชายไม่เท่าไหร่ แต่ผู้หญิงนี่สิ กว่าจะถลกยูกาตะข้ามไปได้เราโดนลูกหลงมาหลายรอบเลย เกี๊ยะบ้าง เท้าบ้าง บางคนล่อยกจักรยานข้ามเลยจะพ้นเราได้ไง

ทันทีที่หมดดอกไม้ไฟปุ๊บ คลื่นฝูงคนก็ดันกันออกไปทางเดียวกันหมด จากตะกี้ยังนั่งอยู่เต็มๆเลย เดี๋ยวเดียวเดินหายไปหมด เหลือนั่งๆกินนั่งคุยอะไรกันต่อประปราย ที่เหลือก็เดินหาของกินเล่น ถ่ายรูปกันไปเรื่อยแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้านกลับช่อง คุณตำรวจก็ต้องเตรียมกั้นถนนต่างๆไม่ให้คนเดินผ่าน เตรียมเปิดการจราจรตามปกติต่อไป


ดอกไม้ไฟเลิกแล้วอุตส่าห์เดินเล่นต่อแถวนั้นอีกเป็นชั่วโมงๆ ไม่อยากกลับทันทีเพราะจะต้องไปผจญกับรถไฟปลากระป๋องแหงๆ (พอดอกไม้ไฟลูกสุดท้ายจบปุ๊บคลื่นคนดันไปทางเดียวกันหมดเลย ไม่ต้องเดินก็ขยับได้ คิดดูว่าคนจะเยอะแค่ไหนที่สถานีรถไฟ)

แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่รอด คืนนั้นลมเย็นๆข้างนอกเลยไม่ค่อยร้อน สบายๆดี แต่พอก้าวลงบันไดสถานีไปได้สองสามขั้น(ยังไม่ทันจะเข้าตัวสถานีเลย) ผงะทันที ไอร้อนจากตัวคนที่อัดกันอยู่ข้างในพวยพุ่งออกมากระทบแบบจะๆ ตอนอยู่บันไดขั้นก่อนนี้อากาศยังปกติธรรมดาสดชื่นอยู่เลยแท้ๆ อุตส่าห์เลี่ยงแต่ก็ไม่พ้นขากลับรถไฟแน่นยิ่งกว่าขามาเสียอีก ปลากระป๋องสุดๆหายใจแทบไม่ออก ไม่อยากจะนึกว่าถ้ากลับตั้งแต่งานเลิกใหม่ๆเลยนี่มันจะแค่ไหน (แต่จะว่าไปก็น่าลองสักครั้งนะ )

แต่ก็นะงานใหญ่ๆคนเยอะก็ลำบากงี้ล่ะ ก็ได้บรรยากาศดีอยู่(ถึงจะได้เห็นไม่ชัดก็ตาม) ไว้หนหน้าไปงานเล็กๆกว่านี้คนไม่เยอะเท่านี้ น่าจะหาโลเคชั่นดูอะไรง่ายกว่า ยังไงก็ยังมีเวลาอยู่ญี่ปุ่นอีกสองปี แล้วปีนี้ฮานาบิก็เพิ่งเริ่มอาทิตย์ก่อน ยังมีอีกหลายงานเลยกว่าจะหมดหน้าร้อน



Create Date : 26 กรกฎาคม 2552
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 1:18:51 น.
Counter : 2402 Pageviews.

8 comments
tripadvisor ชวนมาชิม "ร้านอาหารไทย" ชิคาโก อเมริกา สมาชิกหมายเลข 3661152
(16 ก.ค. 2564 00:03:51 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 281 "รังแก" ชมหงส์เล่นน้ำ  หงส์เหลือน้อยมาก หายไปไหนหมด. newyorknurse
(9 ก.ค. 2564 20:03:48 น.)
เซลฟี่สวยชมดูรอบๆสถานีโอซาก้า (Osaka-eki) สมาชิกหมายเลข 4149951
(3 ก.ค. 2564 13:18:13 น.)
ข้างบ้าน วันนี้ พรุ่งนี้ สองแผ่นดิน
(1 ก.ค. 2564 00:02:44 น.)
  
อยากใส่ชุดยูกาตะไปฮานาบิด้วยจังค่ะ
เห็นขบวนแห่มากมาย น่าตื่นตาตื่นใจจังเลยนะคะ

ว่าแต่ สงสัยจัง ใส่ชุดยูกาตะหน้าร้อนอย่างนี้ ร้อนไหมคะ ดูเหมือนผ้าจะหนาๆ
โดย: Koneko-chan (GutChy ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:33:26 น.
  
เมื่อวานอดไป เสียดายมากๆเลย ต้องช่วยงานที่คณะ

ยูกาตะสวยดีจ้า
โดย: มอนจะ วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:45:58 น.
  
--> Koneko-chan (GutChy)

ใส่ยูกาตะร้อนค่ะ แต่ทนเอา จะร้อนมากๆก็ช่วงโอบิค่ะ เพราะทั้งมีเข็มขัดรัดด้านใน(ตัวช่วยให้ใส่ง่ายค่ะ) มีตัวยูกาตะที่ต้องพับขึ้นมาให้ความยาวพอดี มีผ้าโอบิรัด มีแผ่นพลาสติกรองใต้อก(นี่ก็ตัวช่วยใส่ค่ะ) ที่สำคัญคือโบว์ด้านหลังค่ะหนักมาก(มีเชือกอ้อมมามัดด้านหน้าอีก) ใส่ยูกาตะนานๆรู้สึกปวดหลังไปเลย

แต่โบว์เราเป็นพวกสำเร็จรูปนะคะ มีเหล็กเกี่ยวแค่เสียบเข้ากับโอบิก็เสร็จแล้ว ถ้าผูกเองใช้เป็นโบว์ผ้าคงไม่หนักเท่านี้น่ะค่ะ
โดย: White Amulet วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:17:43:58 น.
  
อยากดูรูปรถไฟปลากระป๋องอะครับ

อยากรู้ว่ามันจะอัดขนาดไหน
โดย: kirofsky วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:08:05 น.
  
---> kirofsky

พยายามจะถ่ายรูปมาแล้วค่ะ แต่อัดกันมากขยับตัวไม่ค่อยได้เลย แถมเราตัวเตี้ยด้วยไม่สามารถยื่นมือสูงกว่านี้ไปถ่ายมาได้ จริงๆอยากถ่ายเก็บไว้เหมือนกัน แน่นได้อีก
โดย: White Amulet วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:07:06 น.
  
บรรยากาศคึกคักจริงๆเลยค่ะ อิอิ

ทรงผมเก๋อ่ะ อยากทำบ้างจัง สอนหน่อยนะคะ ทำไมเป็นพุ่มๆได้อ่า ชอบมากกกกกกกกกก
โดย: หยก (Jade Rose ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:33:58 น.
  
บรรยากาศน่าเดินมากเลยค่ะ
ช่วงนี้มีแต่คนใส่ยูกาตะมากมาย
มีขบวนการแสดงด้วย
อยากไปๆ
โดย: mame (@FirstblusH ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:26:41 น.
  
--> Jade Rose

แต่ก่อนก็ทำไ่ม่ได้เหมือนกันค่ะ แต่พอลองดัดผมแล้ว (ดัดอ่อนๆด้วย air wave เฉพาะปลายผม) ปรากฏว่าทรงหัวยุ่งๆแบบญี่ปุ่นๆนี่ทำง่ายขึ้นเยอะเลย เหมือนผมมันมีความแห้งในตัว และผมดัดมันกอดกันอยู่มากกว่าผมตรงค่ะ

ทรงข้่างบนแค่รวบสูง ยีปลายเล็กน้อย แล้วก็ดึงช่อผมให้กระจายไปซ้ายขวา แล้วก็ระดมกิ๊บดำลงไปค่ะ ทั้งหัวนี่ติดกิ๊บประมาณ 8 ตัว (เผอิญกิ๊บหมดแค่นี้ค่ะ) ส่วนใหญ่ติดตรงแถวๆตรงหนังยางที่รวบเพื่อให้โคนมันยกๆขึ้นพองๆน่ะค่ะ

ท้ายสุดก็ฉีดสเปรย์ Cape กระป๋องดำอีกที (ฉีดหลายรอบอยู่ค่ะ รอรอบแรกแห้งแล้วก็จัดๆอีกทีฉีดทับอีกรอบ เคยไปเห็นมาที่ร้านทำผมสาวยูกาตะมาทำผม ช่างเค้าฉีดสเปรย์กันแบบไม่กั๊กเลย เห็นแล้วเลยเอามั่ง ฉีดไปเลยอย่าหวง ผมจะได้อยู่ทรง)

ตอนนี้ก็ทำเป็นแค่ทรงนี้ล่ะค่ะ ทรงอื่นๆยังไม่เป็นเลย
โดย: White Amulet วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:36:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Whiteamulet.BlogGang.com

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]

บทความทั้งหมด