JLPT level 2 ไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะผ่าน valentine นี้ค่อยดีขึ้นหน่อย
กะจะไม่อู้งาน แล้วก็ฉลองวาเลนไทน์เซ็งๆกับกองงานไปคนเดียว (เรายุ่งอ่ะ ทางคุณแฟนน่ะว่าง) แต่สงสัยฟ้ายังเห็นใจ อุตส่าห์ให้มีเรื่องดีๆให้ได้ดีใจกันวันนี้บ้าง วันนี้ผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ2 (Japanese Language Proficiency Test 日本語能力試験) มาถึงแล้ว (อยู่โตเกียวนะ)


แอบลุ้นนิดๆ ถึงจะปลงไปนานแล้วว่าตกชัวร์ ตอนแกะส่วนเบอร์หนึ่งนี่แอบมีมือสั่นเล็กๆ เปิดมาผ่างงงงงงง


ผ่านค่าาาาาา ตอนเปิดมาเห็นปั๊มว่าผ่านนี่ แทบอยากจะกรี๊ด
แบบว่าตกใจและดีใจจนตัวสั่นเลยเชียว ไม่ได้เว่อร์นะเนี่ย
ทั้งที่ปกติเราไม่ใช่คนที่จะแสดงอารมณ์เท่าไหร่ มีอะไรก็เฉยๆ เงียบๆ (น้องเราเรียกว่า พวกไร้ความรู้สึก)


สมัยเอ็นติดปริญญาตรี ยังเฉยๆไม่ได้ตื่นเต้นดีใจอะไรขนาดนี้ พี่ชายเป็นคนเช็คให้ด้วยซ้ำ เรารู้ผล(ของเราเอง)ทีหลังเค้าอีก
สมัยผ่านระดับสาม(สอบที่ไทย) ขนาดผ่านแบบคะแนนท่วมท้น ยังไม่ดีใจเท่านี้เลย (แต่เห็นคะแนนแล้วภูมิใจนะ)

ที่หนนี้ดีใจมากๆ เพราะมันก้ำกึ่งอ่ะ มีสิทธิลุ้นว่าอาจจะผ่านได้เหมือนกัน แต่ก็คือต้องลุ้น ต้องพึ่งดวง พึ่งเซนส์นั่นแหล่ะเพราะไม่ได้เตรียมตัวไปดีพอ (จริงๆ หนนี้ไม่ได้เตรียมตัวเลยมากกว่า มัวแต่ยุ่งกับการไปพรีเซนต์งานต่างประเทศ แถมงานวิจัยที่ห้ามหยุดอีก)

สมัยเอ็นทรานซ์หรือสอบรอบก่อน มันเตรียมตัวไปดี ตัวเองทำได้แค่ไหนรู้ตัวอยู่แล้ว นับจำนวนข้อที่มั่นใจว่าถูกก็รู้แล้วว่าผ่านเลยไม่ลุ้น ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากตอนเห็นผลว่าผ่าน

แต่หนนี้นี่คือ กะว่าไปสอบตกแหงๆ
ความรู้ภาษาญี่ปุ่นเรา หลังจากผ่านระดับ3 มาแล้ว ก็ไม่ได้เรียนต่อเลย (มาญี่ปุ่นแล้ว งานวิจัยยุ่งจนไม่อยากไปเข้าคลาสภาษาอีก จะอ้างกับอาจารย์ว่าไปเรียนภาษาแล้วงานวิจัยไม่เดิน ก็ไม่ได้)

เรียกว่าไม่เคยเรียนแกรมม่าระดับ2 ไม่เคยท่องคันจิหรือคำศัพท์ระดับ2 ข้อสอบเก่ายังไม่เคยเอามาดูด้วยซ้ำ มีเปิดผ่านๆอยู่ 2-3 วันก่อนสอบ ดูซิว่าพอรู้เรื่องแค่ไหน แล้วก็ดูแนวทางการกาตอบ ว่าแต่ละพาร์ตเป็นลักษณะไหนเท่านั้นเอง (อ่านๆแล้ว เรานี่ไม่ได้เท่าเกณฑ์ที่เค้ากำหนดเลย)


จะมีกระตือรือล้นหน่อยก็ แค่ตอนส่งใบสมัคร รีบส่งตั้งแต่วันแรกสุดเลย เพราะกลัวได้ที่สอบไกลๆแล้วจะตื่นไม่ทัน (หรือขี้เกียจตื่น)

แล้วภาษาญี่ปุ่นเรานี่ก็ไม่ได้ดีเลยนะ อาจารย์ยังไม่ค่อยไว้ใจเราเลยคุยกันภาษาอังกฤษซะมากถ้าเรื่องสำคัญ กับเพื่อนๆในแล็บบทสนทนาธรรมดาก็คุยญี่ปุ่นกันได้ คำไหนนึกไม่ออกก็ทับศัพท์อังกฤษไปหรือเปิดดิคเอา ไม่มีปัญหา

แต่เวลาต้องไปอธิบายอะไรยาวๆ กับคนญี่ปุ่นอื่นๆนี่่ลำบากอยู่เหมือนกัน อธิบายกันจนงงกันไปงงกันมาอยู่ประจำ นึกคำไม่ออก ใช้ศัพท์ไม่ถูก คนในแล็บเค้าคงชินกับภาษาญี่ปุ่นแบบง่อยๆของเราน่ะ ถึงพูดผิดก็ยังรู้เรื่องอยู่

ที่พอจะได้หน่อยก็ตรงอ่านนี่ล่ะ แบบว่ามันอยู่ในชีวิตประจำวันน่ะ ต้องอ่านเอกสารต่างๆ อ่านป้ายสินค้า ฉลากสินค้า ต่างๆ บางทีก็อ่านนิตยสารบ้าง ก็พอจะอ่านได้รู้เรื่อง ไม่ได้อ่านได้อย่างแตกฉานแต่ก็คือพอจับใจความได้ว่าอะไรเป็นยังไง ความหมายของคันจิหลายๆตัวก็พอรู้ (แต่จำเสียงออกไม่ค่อยได้)


ถึงวันสอบนี่ คนอื่นๆเค้าถือหนังสือหนังหา มีอ่านโน้ตจดศัพท์ จดแกรมม่าสารพัด ก่อนสอบก็ทวน สอบเสร็จแต่ละพาร์ตก็นั่งทวนกันอีกรอบ มีเรานี่แหล่ะไม่มีอะไรติดตัวไปเลยนอกจากดินสอกับนาฬิกาข้อมือ แล้วก็กระเป๋าถือตามปกติ (แถมกล้องอีกอย่าง กะเอาไปถ่ายรูปเล่น)

เวลาพักแทนที่จะทบทวน ก็โทรหาใครคุยด้วยฆ่าเวลา คุยเล่นกับฝรั่งข้างๆบ้าง เดินวนไปวนมาถ่ายรูปมหาลัยที่เราไปสอบบ้าง ไม่ได้มีความเครียดเอาซะเลย (สอบที่ 大正大学 วันที่ 7 December 2008 ช่วงนั้นมีใบไม้เหลืองให้ถ่ายรูปพอดี แต่สู้ที่มหาลัยเราไม่ได้เยอะกว่า :P )




ส่วนเรื่องสอบน่ะเหรอ ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง อาศัยความคุ้นเคยเอาลูกเดียวเลย

Writing/Vocabulary อันนี้เฉยๆ ตัวไหนรู้ก็คือรู้ กาได้ทันที ตัวไหนไม่รู้ก็คือไม่รู้กามั่วได้ทันทีเหมือนกัน(ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รู้) ก็คนมันไม่รู้นั่งจ้องคันจิไปก็ไม่ช่วยให้รู้อยู่ดี เวลาเหลือก็นั่งนับไว้ด้วยว่ากาๆไปเนี่ยมั่นใจกี่ข้อ คิดเป็นกี่คะแนน

Listening ส่วนนี้นี่ผ่านไปอย่างรวดเร็วมากๆ ไม่ค่อยมีเวลาให้คิดอะไร แต่การอยู่ญี่ปุ่นมาสองปีกว่า ต้องนั่งฟังพรีเซนต์ภาษาญี่ปุ่น(ทั้งๆที่ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง)อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำให้รู้สึกเฉยๆกับส่วนนี้นะ ก็เหมือนภาษาญี่ปุ่นที่ได้ยินอยู่ทุกวันนั่นล่ะ

Reading/Grammar ส่วนนี้นี่ปวดหัวสุดๆเลย ทำไม่ทันไปหลายข้อ เลยไม่มีเวลามานับคะแนน แต่ส่วน reading จำคำตอบตัวเองได้อยู่

เปิดมาปุ๊บทำแกรมม่าก่อนเลย ทำนี่ทำแบบว่าใ้ช้เซนส์ลูกเดียวเลยนะ เพราะอย่างที่บอกไม่เคยเรียนแกรมม่าระดับ2 มาก่อน ถ้ารู้แกรมม่าดีๆมองปุ๊บก็ตอบได้แล้ว แต่พวกใช้เซนส์อย่างเรานี่ต้องมีคิดกันบ้างว่า เอ อันไหนน่่าจะดีกว่ากันนะ

จบแกรมม่าก็รีบไปทำ reading ต่อ มาสอบหนนี้นี่กะว่าพอทำได้ก็แค่ตรง Reading กับ Listening นี่ล่ะ เพราะมันใช้ทักษะโดยรวมๆ ไม่เจาะจงไปทางพวกอะไรที่ต้องท่องจำมาอย่างคันจิ หรือ แกรมม่า

ก็อย่างที่คิดส่วน reading เรียกว่าค่อนข้างทำได้เลยล่ะ แต่ก็เล่นเอาปวดตาไปไม่เบาเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องแรก คันจิยากๆเพียบ ไม่รู้ความหมายก็ต้องเดาจากบริบท อ่านตรงนี้แล้วย้อนไปตรงโน้นกลับไปกลับมา กว่าจะรู้เรื่องได้ แถมมันเป็นเรื่องอะไรไ่ม่รู้ไ่ม่สนุกเลย แนวๆพวกบทความซีเรียสๆ (ถ้าเรื่องอยู่ในความสนใจเราพอดี มันยังน่าอ่านนะ) เรื่องอื่นๆที่ออกแนวสั้นๆ หรือบทสนทนาเนี่ยยังโอเค อ่านได้เพลินๆ


สอบเสร็จก็อย่างว่า ไอ้ความรู้สึกว่าทำได้บ้าง แต่ไม่ได้หมด จำนวนที่มั่นใจไม่ถึงเกณฑ์ที่จะผ่านนี่ล่ะทำให้มันมีลุ้นขึ้นมา (ลุ้นให้ส่วนที่ไม่มั่นใจมันถูก) กลับมาเช็คกับเว็บจีัน ส่วนแรกนับคะแนนมาตั้งแต่สอบแล้ว ส่วนฟังก็จำได้ว่าตอบอะไรไป แต่ส่วนแกรมม่าจำไม่ได้เลยว่าตอบอะไรไปบ้าง จำได้แต่ reading

รวมๆคะแนนเฉพาะที่จำได้ว่าตอบอะไรไป และมั่นใจว่าถูก ได้มา 40% แต่จะผ่านมันต้อง 60% อ่ะ ก็ตัดใจไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ เพราะเป็นคนไม่มีดวงเลยจริงๆ สอบอะไรก็ตามครั้งไหนหวังพึ่งดวงนี่ออกมาตกทุกที ต้องเตรียมตัวไปเองเท่านั้นถึงจะผ่านได้

แปะผลคะแนนแบบเฉียดๆสักหน่อย(ผ่านมา 3 คะแนน) ถามว่าดีใจไหม ตอบได้เลยว่าดีใจมากกกกกกกกกก แต่ถ้าถามว่าภูมิใจไหมนี่ ไม่ค่อยเท่าไหร่ หนนี้ผ่านมาได้นี่คงได้ดวงช่วยด้วยส่วนหนึ่ง เพราะเอาแต่ความสามารถเราล้วนๆนี่มันยังขาดไปนิดหนึ่ง


เทียบกับตอนสอบรอบแรก(ระดับ3)ที่ไทย ที่เตรียมตัวไปอย่างดี กับหนนี้ เห็นข้อต่างชัดเจนเลย ตอนอยู่ไทยเตรียมตัวอย่างดี พกความมั่นใจไปเต็มกระเป๋า คะแนนส่วน Writing/Vocab กับส่วน Reading/Grammar นี่นอนมาเลยได้เกือบเต็มทั้งสองส่วน แต่ส่วน listening นี่คะแนนพอๆกับหนนี้แหล่ะ (แต่ว่ามันคนละระดับกันน่ะนะ)

มาอยู่ญี่ปุ่นแล้ว ไม่ได้เตรียมตัวไป สองส่วนนั้นก็คะแนนแย่หน่อย แต่กลับกันมาได้ชดเชยตรง Listening แทน ก็นะ จะไม่ให้ชินได้ไง ของมันได้ยินกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน (แต่ขนาดว่าชินก็ได้แค่ 70% อ่ะนะ ผิดข้อนึงนี่คะแนนหายไปหลายเลย)



พล่ามมาซะยาวสรุปก็คือ ผ่านแ้ล้ววววววว เดี๋ยวไปจ่ายเงินขอใบประกาศมาก็สบาย ในใบประกาศรู้สึกจะไม่มีเขียนคะแนน สำหรับเราเนี่ยระดับ2 นี่พอแล้วล่ะ เพราะเราสายวิศวะ ไม่ได้กะว่าต้องเทพภาษาถึงขนาดระดับ1 ก็แค่อยากพูดอยากอ่านสื่อสารทั่วๆไปได้เท่านั้น

ระดับ1 ไม่เคยคิดจะสอบนะ แต่ไม่แน่อาจไปลองเล่นๆดูสิว่าจะได้สักแค่ไหน จริงๆรู้ตัวว่าสิ่งที่ขาดคือ คำศัพท์ที่รู้ไม่พอ แล้วก็คันจิ เพราะแกรมม่าพื้่นฐานเราได้อยู่แล้ว ถ้าขยันจำศัพท์ต่างๆให้ได้มากขึ้น แล้วใช้ให้ถูกแค่นี้ก็สบายแล้วล่ะ

--------------------------

แวะมาเพิ่มสักหน่อยใบประกาศส่งมาถึงแล้วอาทิตย์ก่อน เดี๋ยวนี้มีเขียนคะแนนไว้ละเอียดที่ข้างใต้ด้วยอ่ะ เปลี่ยนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้



Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 7 เมษายน 2552 12:06:19 น.
Counter : 2035 Pageviews.

3 comments
butterfly and flowers สมาชิกหมายเลข 4149951
(13 ก.ค. 2564 09:18:30 น.)
ทัวร์พิพิธภัณฑ์รถโบราณ เเละรถคลาสสิค สหรัฐอเมริกา สมาชิกหมายเลข 3661152
(6 ก.ค. 2564 00:51:24 น.)
ข้างบ้าน วันนี้ พรุ่งนี้ สองแผ่นดิน
(1 ก.ค. 2564 00:02:44 น.)
SE20ดอกไม้ที่มีกลิ่นเหมือนมะกรูดหรือสะระแหน่ สมาชิกหมายเลข 4149951
(27 มิ.ย. 2564 05:13:14 น.)
  
ดีใจด้วยนะคะ เก่งจังเลยค่ะ

ขอรบกวนถามนิดนะคะ ที่บอกว่า ''เดี๋ยวไปจ่ายเงินขอใบประกาศมาก็สบาย ในใบประกาศรู้สึกจะไม่มีเขียนคะแนน'' ไม่ทราบว่าไปจ่ายได้ที่ไหนคะ ถามไว้เผื่อมีโอกาสได้ไปสอบบ้าง เคยสอบระดับ3นานมาแล้ว ไม่รู้เค้ามีใบประกาศให้ด้วย เลยเก็บไว้แต่ไปรษณียบัตรที่เค้าแจ้งผลมาเท่านั้นเอง

ดีใจด้วยอีกครั้งจริงๆค่ะ
โดย: นู๋โนริ วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:15:05 น.
  
-> นู๋็โนริ

เค้าเขียนไว้แบบนี้นะคะ ไปที่ post office ซื้อเช็คเงินสด (postal money order) แล้วก็แนบเอกสารตามด้านล่างนี้ส่งไปตามที่อยู่ค่ะ (แต่ไม่แน่ใจนะคะว่าสอบมานานแล้วนี่ จะยังขอได้หรือเปล่า แต่คิดว่าน่าจะได้)

Send it to :
JLPT Application Center 100-0003
Palace-side Building 6F, 1-1-1 Hitotsubashi Chiyoda-ku, Tokyo
TEL : 03-5220-3431 / FAX : 03-6212-6565   

郵送先:
日本語能力試験 受付センター JLPT Application Center
〒100-0003 東京都千代田区一ツ橋1-1-1
パレスサイドビル6階東コア
TEL : 03-5220-3431 / FAX : 03-6212-6565   

Application method: send the following 1-3 to the application center

1. A note listing your name, address, phone number and the No. of copies needed, or "Certificate request form" on p.45 of the "Application guide"

2. Postal money order (郵便定額小為替証書) (1000yen per certificate)

3. A photocopy of your test result (it will not be returned)

If you live in Japan, your Certificate will be issued one to two weeks after your request arrives at the Application center. For other services, refer to //www.jees.or.jp/jlpt/en/jlpt_shomei.html

อ้อในเว็บเขียนไว้ด้วยว่า ถ้าอยากให้ส่งแบบ express ก็ 1500yen ค่ะ

ส่วนด้านล่างนี้ก๊อบมาจากเว็บด้านบนค่ะ

*If urgent, deposit the fee into postal account below, send (1), (2) and the receipt of money deposit by fax. We will mail out on the same day.

Meguro Komaba post office --- Account name: JLPT --- Account No.: 00120-3-577728
Address of the post office: Meguro-Komaba Post Office 1-9-6 Komaba, Meguro-ku, Tokyo 153-0041, Japan
โดย: White Amulet วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:41:51 น.
  
เพิ่งจะได้โผล่มาดีใจด้วยคนกับคุณเจ้าของบล็อก


ไม่ค่อยได้เข้าบล็อกแก๊งค์


ยินดีด้วยนะครับ


ว่าง ๆ ก็ไปสอบระดับหนึ่ง สอบอะไรไปเรื่อย ๆ ก็ดีนะครับ

วันนี้อาจจะพอแค่ระดับสอง แต่เผื่อสักวันเกิดอยากต่อยอดให้ได้มากกว่าเดิมไงล่ะครับ
โดย: monboy01 วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:14:12:50 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Whiteamulet.BlogGang.com

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]

บทความทั้งหมด