นั่งชินคันเซนไปเที่ยวเซนได กินลิ้นวัว นั่งเรือดูNihon-san-kei

ช่วงนี้จนถึงกลับไทย(กลับสั้นๆนะยังเรียนไม่จบ)ว่างหน่อยเพิ่งปั่นเปเปอร์ส่งเสร็จไปอีกอัน ประกอบกับคุณแฟนกำลังจะกลับไทยถาวรแล้ว T_T เลยสะสมเที่ยวกันเยอะๆหน่อยช่วงโค้งสุดท้ายนี้ล่ะ

หน้าร้อนถ้าไม่ขึ้นเหนือไปหาที่เย็นๆก็ลงใต้ไปที่ร้อนๆซะเลย ก่อนอื่นเลือกขึ้นเหนือซะก่อนจองตั๋วอะไรไปกันแบบฉุกละหุกหน่อย แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปไหนไกลไปเซนไดเท่านั้น (เพื่อนคุณแฟนแนะนำมา) นั่งชินคันเซนจากโตเกียวสองชั่วโมงถึง

ขนาดว่าสถานีขึ้นใกล้บ้านก็ยังสาย(ตื่นสาย) วิ่งตูดชี้เลยแต่ก็พลาดชินคันเซนคันที่จองตั๋วไว้ แต่ก็ไม่เป็นไรพลาดคันนี้ขึ้นคันหน้าก็ได้ ก็แค่ไม่ได้นั่งตู้ reserved ไม่ได้นั่งที่ๆระบุในตั๋วเท่านั้นเอง ช่วงนี้ชินคันเซนก็ไม่ได้เต็มยังไงก็ได้นั่งอยู่แล้ว ที่นั่งก็ไม่เห็นจะต่างกันเลย


นั่งรอรถคันถัดไปมาก็กินอะไรรองท้องสักหน่อย ไม่ได้แวะ McDonald มาซะนานมีพายใหม่ด้วยอร่อยดีเหมือนกัน พวกเบอร์เกอร์เบื่อแล้วอ่ะมาตรฐานโลกมากๆกินประเทศไหนก็รสเหมือนกันหมด


คันถัดไปที่พวกเราจะขึ้นคือคันนี้ล่ะ ตู้ non-reserved ก็ว่างเยอะแยะอย่างที่คิดเลือกที่นั่งกันสบายๆ เนื่องด้วยต้องตื่นเช้าจัดรถไม่ทันจะออกดีก็หลับคร่อกกันทั้งคู่


ถึงสถานีเซนไดแล้วก็ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันสักหน่อย ประสาคนเพิ่งเคยมาเดี๋ยวจะไม่มีหลักฐานว่ามาถึงแล้วจริง


สถานีเซนไดก็ใหญ่ไม่เบาเหมือนกัน ออกจากสถานีมาก็เป็นสะพานชั้นลอยใหญ่ๆนึกถึงสถานี Kashiwa ขึ้นมาเลยลักษณะเหมือนกันเปี๊ยบ


เป้าหมายของเราในการมาครั้งนี้ (จากการอ่านข้อมูลก่อนมาแค่วันเดียว) มีไม่กี่อย่าง ไฮไลท์คือไปนั่งเรือที่ Matsushima เพื่อดูหนึ่งใน Nihon-san-kei (The three most scenic spots of Japan) และอีกอย่างที่คนญี่ปุ่นแนะนำมาคือ กินลิ้นวัว เห็นว่าที่เซนไดขึ้นชื่อเรื่องลิ้นวัว กินร้านไหนก็ได้อร่อยทั้งนั้น นอกนั้นที่อ่านเจอในเน็ต(ภาษาไทย)คือ หอยนางรมและลูกชิ้นปลา ที่ว่าแถบ Matsushima และเซนไดนี้ดัง

ก่อนอื่นมาถึงหิวๆก็ประเดิมลิ้นวัว(Gyuu-tan = 牛タン)กันก่อนเลย เดินไปถาม Information ที่ใกล้ที่สุดถามหาร้านอาหารที่เข้าข่ายก็ได้แนะนำมาหลายร้านอยู่ คุณแฟนเลือกร้านนี้ซึ่งเป็นร้านที่ขายลิ้นวัวโดยเฉพาะเลย(และไม่ผิดหวังซะด้วย >.< ) ตอนนั้นใกล้เที่ยงเลยคนเยอะต้องต่อคิวกันสักหน่อย (อยู่ญี่ปุ่นนี่ต่อคิวจนชิน) ร้านนี้ก็ดูดีไม่เบาตรงที่ต่อคิวมีตู้โชว์(ของปลอม)อยู่ น่ากินมากขนาดไม่ใช่ของจริง แถมยังมีขายลิ้นวัวของทางร้านเป็นของฝากกล่องๆด้วย ดูแล้วรู้สึกว่าร้านนี้ต้องเจ๋งจริงแน่ๆเลย


บรรยากาศด้านนึงในร้านสำหรับคนมาคนเดียวเป็นอย่างนี้ เคาเตอร์ยาวๆสั่งมานั่งกินกัน ได้เห็นพ่อครัวย่างลิ้นวัวกันสดๆด้วย แต่คนมาคู่อย่างเราได้นั่งอีกฟากเป็นโต๊ะนั่งแยกกันส่วนตัว


นั่งโต๊ะแล้วก็ดูเมนูสั่งกันเลย ร้านนี้จะเป็นลักษณะของ tei-shoku (อาหารชุด) ซะมาก จริงๆมีร้านเดียวกันอยู่อีกชั้นด้วย แต่ร้านนั้นดูเหมือนจะเป็นลักษณะของ yakiniku คือให้ย่างเอง ไม่ทันได้ลองแต่คิดว่าครั้งแรกให้เค้าย่างให้อย่างนี้ดีแล้วล่ะ ย่างเองจะออกมากินได้หรือเปล่าไม่รู้

เมนูมีทั้งคาเร(แกงกะหรี่)ลิ้นวัว มีทั้งแบบชุบแป้งทอดอะไรสารพัด แต่กินครั้งแรกนี่นะต้องเอารสออริจินัลก่อน คุณแฟนสั่งแบบ steak ลิ้นวัวชิ้นใหญ่ย่างทั้งชิ้น ส่วนเราสั่งแบบชุดเล็กกว่าเป็นชิ้นเล็กๆย่าง ยกมาเสิร์ฟตามในภาพเลย กลิ่นหอมน่ากินมากกกกกก >.< ลูกกลมๆเหลืองๆในภาพคือมัน เรียกไม่ถูกว่าทอดหรือย่างแต่อร่อยดี(ทีแรกนึกว่าขนมเปี๊ยะซะอีก กลมดิกเชียว)


กินของตัวเองคำแรกบอกได้เลยว่าผิดคาด อยู่ไทยเคยกินลิ้นเป็ดครั้งนึงจำได้ว่าเหนียวๆยังไงไม่รู้ไม่ชอบเลย แต่นี่ไม่เหนียวเลยสักนิดนุ่มหอมอร่อยมากๆ แอบจิ๊กของคุณแฟนมากินสองสามคำอร่อยยิ่งกว่า(รู้งี้น่าจะสั่งเหมือนกัน) ของเราจะเป็นชิ้นบางๆ แต่ของคุณแฟนเป็นชิ้นหนาแบบว่ากัดไปเนื้อๆเน้นๆเลย อารมณ์เหมือนเฟรนฟรายแบบชิ้นผอมๆกรอบๆกับชิ้นหนาๆนุ่มๆนั่นแหล่ะ ลิ้นวัวชิ้นบางก็อร่อยนะแต่ส่วนตัวชอบแบบหนานุ่มอ่ะ ชิ้นมันหนาแต่รสชาติเข้าเนื้อมากๆแถมเคี้ยวได้รสลิ้นวัวเต็มปากเต็มคำดีด้วย (จะว่าไปวัวอะไรลิ้นใหญ่ขนาดนี้เนี่ย ลิ้นยังขนาดนี้ตัวมันจะใหญ่แค่ไหนนะ)

อิ่มอร่อยสมใจแล้วก็มุ่งหน้าไปที่ขึ้นเรือเพื่อดู Nihon-san-kei งานนี้คุณแฟนเป็นคนจองเรือหมดเพราะเราเพิ่งปั่นงานเสร็จหมาดๆก่อนมานี่เอง คุณแฟนดูสถานีมาผิดต้องเดินย้อนไปไกลหน่อยอากาศก็ร้อนหน่อยแต่ไม่มาก (โชคดีปีนี้อากาศไม่ร้อนเท่าปีก่อนๆ แถมเซนไดอยู่เหนือขึ้นมาเลยเย็นกว่าโตเกียวด้วย)

ที่ขึ้นเรืออยู่ที่สถานี Matsu-shima-kai-gan ก่อนไปเอาตั๋วที่จอง(จองทางเน็ตมีลด10% เหลือพันกว่าเยนต่อคน)ก็เจอศาลเจ้าเล็กๆก็แวะซะหน่อย สะพานแดงๆต้องเดินทรงตัวบนแผ่นกระดาน มองไปทะลุเห็นข้างล่างนึกถึงสะพานข้ามแม่น้ำแควร์เลย จำได้ตอนเด็กๆเดินข้ามน่ากลัวมากๆ แต่นี่ไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก ศาลเจ้าก็ไม่มีอะไรแวะไปดูไม่กี่นาทีก็เดินออกแล้ว


รับตั๋วแล้วก็มานั่งรอข้างในที่นั่งพักรอเรือมา(ข้างนอกแดดแรงมาก) ถ่ายโน่นนี่มาตามประสา เจอมาสคอตน่ารักอีกแล้วน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของเมือง(หรือจังหวัด?)นี้เป็นคล้ายๆข้าวปั้นมีจันทร์เสี้ยวคาดหน้าผากด้วย น่ารักถูกใจจริงๆ


และแล้วก็ได้เวลาขึ้นเรือ จริงๆเรือมีหลายเจ้า เจ้าที่พวกเราขึ้นเพื่อนคุณแฟนแนะนำมาเพราะเป็นแบบสองชั้นและมีแอร์ติด(บางลำเห็นเป็นเรือโล่งๆเลย หน้าร้อนก็เจอแดดส่องเต็มๆ แต่ถ้าตอนอากาศเย็นๆก็คงสบายได้บรรยากาศล่องเรือดีเหมือนกัน) ชั้นสองเป็นแบบต้องจ่ายเพิ่มเลยแทบไม่เห็นคนนั่งเลย (รอบที่เรานั่งคนน้อย รอบก่อนเหมือนมีทัวร์เลยคนเยอะ)

จริงๆก่อนมาก็ไม่ได้หาข้อมูลอะไรมาเท่าไหร่เลยว่ามันคืออะไรแฮะ Nihon-san-kei อ่านมาคร่าวๆก็คือ เกาะเล็กเกาะน้อยต่างๆที่มีรูปร่างแปลกๆเนื่องจากโดนกระแสน้ำกัดเซาะตามธรรมชาติ ประมาณว่าความงามที่ธรรมชาติสรรสร้างทำนองนั้น แต่เรากะคุณแฟนเนี่ยเป็นพวกไม่มีอารมณ์ศิลป์อยู่ในตัวเลย จินตนาการไม่สูงส่งพอมองยังไงก็ไม่เห็นเป็นรูปร่างที่เค้าบอกซะที -*- เห็นมันเป็นแค่เกาะนั่นแหล่ะไม่รู้สึกอู้หูอ้าหาอะไร (แต่เสียตังค์มาแล้วก็ต้องถ่ายรูปไว้หน่อย)


บรรยากาศในเรือค่อนข้างเงียบมาก ขนาดคนญี่ปุ่นเองที่ปกติว่าเป็นพวกชอบอุทานโอเว่อร์แล้วนะ รอบที่พวกเรานั่งมีนั่งอยู่ชั้นล่างสิบคนเองมั้ง(ข้างบนมีสองคน) เรือออกไปได้สักพักก็เริ่มหลับเริ่มสัปหงกกันใหญ่ บางคนก็นั่งหลับเป็นจริงเป็นจังเลยทีเดียว ก็พอเข้าใจอยู่(เพราะเราก็ง่วง)ข้างนอกมาแดดร้อนๆ มานั่งเรือแล่นเอื่อยๆแอร์เย็นๆลมทะเลเย็นๆ แถมมีเสียงตามสาย(อธิบายเกาะต่างๆที่แล่นผ่าน)คอยกล่อมอีก


ลงเรือมาแบบง่วงๆ สถานีที่ลงนี้(Shiogama)เงียบยิ่งกว่าสถานีตะกี้อีกเป็นแบบชุมชมที่เน้นกิจการในชุมชนมากๆเล็กๆเงียบๆสงบๆ อ่านมาว่าแถบ Matsushima นี่ดังเรื่องหอยนางรมเดินๆวนๆหาร้านอาหารดูแต่ไม่เห็นจะมีร้านไหนดูเข้าท่าเลย สรุปคือนั่งหลับในเรือเสร็จก็ไปหลับต่อในรถไฟที่นั่งกลับสถานีเซนได -"- อ้อ ที่สถานีมีเจอตัวนี้น่ารักเลยถ่ายรูปเก็บมาสักหน่อย


กลับมาสู่ความคึกคักของตัวเมืองอีกครั้ง(ค่อยยังชั่วหน่อย ส่วนตัวไม่ค่อยชอบที่ที่ใกล้ชิดธรรมชาิติมากเท่าไหร่) ยืดเส้นยืดสายรอบสถานีเซนไดสักหน่อย เพิ่งสังเกตเห็นแถวแท็กซี่ด้านล่างงงเลย ทำไมเยอะขนาดนี้สักแปดสิบคันได้มั้งเนี่ย ไม่รู้ว่าจอดรอคิววิ่งวนไปหน้าสถานีหรือว่าอะไร(แต่เห็นคนขับนั่งข้างในทุกคันเลยนะ) สมมติคันนึงรอสัก 3 นาทีนี่กว่าคันสุดท้ายจะได้คิวนี่รอไปกี่ชั่วโมงแล้ว


อีกมื้อที่เซนไดพยายามหาของหอยนางรม(ที่อ่านมาว่าดัง)กินสักหน่อย ก็มาได้ร้านนี้เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศญี่ปุ่นๆหน่อย คุณแฟนสั่งชุดปลาดิบเราสั่งชุดลิ้นวัว(อีกแล้ว) นอกนั้นก็สั่งหอยนางรมสดแยกมาด้วย ในรูปบนซ้ายมาเป็นเรือน้ำแข็งมีหอยมาสองตัวเท่านั้น(แต่ตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม) หอยมาปุ๊บคุณแฟนกินก่อนเลย พอได้ยินคุณแฟนบอกว่าโอเคเราก็กินมั่ง มันตัวใหญ่แถมลื่นๆไม่รู้จะกัดจะตัดอะไรยังไงเลยเข้าปากไปทั้งชิ้นเต็มปากตุ่ยเลย

แว่บแรกที่เข้าปากรู้สึกทันทีว่ามันคาว แต่พอกัดลงไปเท่านั้นแหล่ะ ความรู้สึกหยึยๆมาเต็มปาก สองจิตสองใจอยู่ว่าจะกินหรือจะคาย(ตัวนี้มีค่าเกือบ 500yen) เสียดายของพยายามจะกลืนให้ได้ แต่มันสุดจะกลืนลงจริงๆ คุณแฟนเห็นท่าไม่ดีก็บอกให้คายซะ แต่ติดว่าพนักงานมาเสิร์ฟอาหารพอดีก็เลยต้องอมค้างไว้ในปากพะอืดพะอมต่อไป ทันทีที่พนักงานลับสายตาไปเราคายออกทันทีไม่ไหวแล้ว ดีที่ยังไม่ถึงขนาดไปอ้วกในห้องน้ำ

โอยงานนี้เข็ดแล้วจริงๆ ปกติเราเป็นคนทานของสดไม่เก่งอยู่แล้ว ปลาดิบเพิ่งจะกินเป็นตอนอยู่ญี่ปุ่นนี่ล่ะ ตระกูลหอยนี่ปกติไม่ชอบเลย กินแบบสดๆครั้งแรกตอนไปบอสตันเห็นใครๆก็กินบอกอร่อยกันใหญ่เลยกินมั่งปรากฏว่าก็อร่อยไม่คาวนี่ หลังจากนั้นก็เลย(คิดว่า)กินได้มาตลอด แต่ตอนกลับไทยกินหอยนางรมสดในโรงแรม(คาวด้วยขนาดว่ามีน้ำจิ้มซีฟู้ด)ผลคืออาหารเป็นพิษปวดท้องนอนขยับไม่ได้ไปหลายวัน มาเจอหนนี้อีกห้าร้อยเยนหายวับไปกับตา เข็ดไปอีกนานเลย (ลืมไปว่านี่หน้าร้อนด้วย ตอนกินที่บอสตันตอนนั้นอากาศเย็นอาหารสดมากๆ) ส่วนชุดลิ้นวัวที่สั่งมาก็โอเคกินได้แต่เทียบกับที่กินร้านแรกไม่ได้เลย ร้านนั้นอร่อยกว่าและให้ลิ้นวัวมาเยอะกว่า

จริงๆแล้วอยากจะไปกินร้านลิ้นวัวร้านแรกอีกรอบอยากสั่งแบบสเต็กหนานุ่มที่คุณแฟนกินมั่ง แต่ดันมีคนงอแงง่วงนอนเหนื่อยอยากกลับก็เลยอดไปตามระเบียบ มาเซนไดหนนี้ได้รูปกลับไปนิดหน่อย(นิดจริงๆ) ได้กินลิ้นวัวสุดอร่อยหนึ่งหน และสุดท้ายคือได้ชุดด้านล่างนี้กลับไปแต่คนละสี (ครั้งนี้พกกล้องมาเลยมีรูปถ่าย ปกติมือถือญี่ปุ่นปิดเสียงกล้องไม่ได้เพื่อกันการแอบถ่ายรูป กดถ่ายรูปทีเสียงดังมากรู้กันทั้งร้าน)

จริงๆยี่ห้อนี้ที่โตเกียวก็เดินผ่านบ่อยๆล่ะแต่เพิ่งมาเห็นแล้วปิ๊งชุดนี้ที่นี่เอง คุณแฟนพยายามอย่างมากที่จะกันไม่ให้เราช้อปปิ้ง ตอนแรกจะแยกกันไปห้องน้ำแล้วนัดมาเจอที่หน้าร้านนี้ พอคุณแฟนเห็นท่าไม่ดีว่าเราจ้องชุดนี้ตาเป็นประกายซะ ก็อุตส่าห์เปลี่ยนที่นัดเจอไปเป็นอีกสามหัวมุมถัดไป แต่ที่สามหัวมุมถัดไปเราก็จ้องตาเป็นมันที่เสื้อผ้าร้านตรงนั้นอีก สุดท้ายก็เลยนัดเจอที่เดิม แล้วหนนั้นเค้าก็ลากเราไม่ให้เข้าร้านไหนๆได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด เราหาทางย้อนกลับมาขอลองชุด(และซื้อ)จนได้ เค้าก็ต้องนั่งรอตามระเบียบ (ลองแค่ชุดเดียวเอง ดีว่ามีที่ให้นั่งรอแอร์เย็นๆไม่งั้นโดนบ่นอีกนะเนี่ย)

พอลองแล้ว คุณแฟนก็ทำตาขวางบ่นอุบอิบเลยว่าสั้นไปเยอะๆๆๆ ทีแรกจะไม่ให้ซื้อ (คุณแฟนเรานี่ไม่เคยซื้อให้ยังบ่นอีก :X ) แต่คงเห็นท่าเราอยากได้เลยเปลี่ยนเป็นกำชับว่าถ้าจะใส่ต้องใส่ถุงน่องแบบสีเข้มและหนาสุดๆด้วยนะ ใส่ถุงน่องแบบบางก็ไม่ได้เค้่าไม่ยอมบลาๆๆ สรุปว่าสุดท้ายก็ซื้อมา เป็นของฝากเป็นชิ้นเป็นอันเดียวที่ได้จากทริปนี้เลย

สุดท้ายก็นั่งชินคันเซนกลับ สองคนหลับกันสนิทมากๆรู้ตัวอีกทีเกือบสถานีปลายทางแล้ว จบทริปเซนไดสั้นๆเพียงเท่านี้ ประทับใจสุดคือลิ้นวัวเท่านั้น จริงๆมีขายเป็นของฝากด้วยแต่กลัวเอามาทำเองแล้วไม่ได้เรื่องเลยไม่ซื้อกลับมา อีกอย่างที่เห็นเป็นของฝากเยอะคือลูกชิ้นปลา(มั้ง)แต่ไม่ชอบลูกชิ้นเลยไม่ได้ซื้อมาอีกนั่นล่ะ

ทริปนี้ไม่ได้ประทับใจเท่าที่ควรแต่ก็โอเคได้ไปเปิดหูเปิดตาทานของอร่อยๆได้ไปเดทนอกสถานที่มั่ง จริงๆถ้าทำการบ้านมาดีๆหน่อยเลือกช่วงเวลามาดีๆเหมาะๆก็คงมีอะไรให้ทำเยอะล่ะ เมื่อต้น สค ที่เซนไดเพิ่งมีงานทานาบาตะใหญ่ไป แล้วตามเว็บ Official ของ Nihon-san-kei ด้านล่างเค้าก็บอกละเอียดนะว่าหอยนางรมน่ะหน้าของมันคือ ตค ถึง มีค (สรุปเรามานอกฤดูเอง เจอไม่สดไปเลย)
//nihonsankei.sakura.ne.jp/eng/index.html
//nihonsankei.sakura.ne.jp/eng/matsushima.html


-------------------------------------------------------------

เพิ่มเติมเล็กน้อยเกี่ยวกับ Nihon-san-kei สรุปว่าในสามที่ที่ Matsushima (@Sendai), Amanohashidate (@Kyoto) และ Miyajima (@Hiroshima) คนญี่ปุ่นเองยังบอกว่าอันที่ Hiroshima นั่นล่ะที่ดีสุดแล้ว อันที่ Matsushima นี่ไม่ค่อยมีอะไรหรอกถ้าไปแถบนั้นพอดีก็แวะไปก็ได้ ส่วนอันที่ Kyoto ยิ่งหนักยิ่งกว่าคนญี่ปุ่นยังส่ายหน้าเลยว่าไม่ recommend ถ้าจะตั้งใจไปเพื่อดูนี่โดยเฉพาะอาจต้องผิดหวัง เพราะมัน 何もない (ไม่มีอะไรเลย) จริง (พูดแบบเน้นเสียงหนักๆย้ำๆด้วยนะ)



Create Date : 31 สิงหาคม 2552
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 1:16:23 น.
Counter : 6374 Pageviews.

9 comments
ชวนเพื่อนไปสวน เก็บลูก Peach กัน newyorknurse
(30 ก.ค. 2564 06:16:57 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 282. "เพลงที่อยากร้องมากที่สุดในตอนนี้". newyorknurse
(24 ก.ค. 2564 20:55:27 น.)
Yokohama chūkagai 横浜中華街 สมาชิกหมายเลข 4149951
(18 ก.ค. 2564 06:26:32 น.)
วันละสี สมาชิกหมายเลข 4149951
(17 ก.ค. 2564 21:35:44 น.)
  
ตามไปเที่ยวด้วยค่ะ
โดย: The Best of Me วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:19:43:29 น.
  
เห็นแล้วน้ำลายไหล น่ากินไปหมด

ไม่ชอบกินหอยนางรมหรอ อร่อยดีน๊า แต่ต้องเย็นๆหน่อย ไม่งั้นคาว+หยึยๆน่าดูเหมือนกัน

ชุดแดงงามๆๆ ใส่แล้วขาวจั๊วเชียว อิอิ
โดย: bubblebii IP: 58.8.129.236 วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:20:04:51 น.
  

โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:20:34:36 น.
  
เขียนได้น่ารักดีนะครับ
อ่านไป อมยิ้มไป รูปประกอบสวยดี : ) OTOKU
โดย: T-18 วันที่: 31 สิงหาคม 2552 เวลา:20:55:08 น.
  
555+ คุณแฟนหวงขาน่ารักดีนะครับ
โดย: kirofsky วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:22:05:43 น.
  
ชุดแดงน่ารักมากๆค่ะ
โดย: อดีตนักกินจุก วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:13:28:58 น.
  
กำลังอยากไปเซนไดพอดี ขอบคุณสำหรับข้อมูล อยากได้เพิ่มเติมอีกจัง ใครเคยไปช่วยบอกหน่อย ไปเองว่าจะพักที่เซนไดซักคืน เที่ยวเมืองใกล้ๆเซนไดด้วย หรือไปกลับโตเกียวดี ขอข้อมูลสำหรับคนเคยไปด้วยค่ะ
โดย: mint5233@hotmail.com IP: 10.20.33.57, 203.146.104.42 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:18:31 น.
  
น่าสนุกครับเห็นภาพครับที่เล่า
บังเอิญผมเคยไปอยู่ที่ watari ห่างจาก
เซนไดประมาณ 20 กม.ครับไปฝึกงานอยู่
3 เดือนช่วงกันยา-พฤศจิ ครับ
ไปเที่ยวเซนไดทุกอาทิตย์แต่ไปมัตซึชิมาแค่ครั้งเดียวแถมตอนไปเนี่ยมืออีกข้างกำอาซาฮีดรายไว้ตลอดเวลา...สวยดีครับแต่ไม่มีโอกาสลงเรือ
คนที่พาไปเป็นคนญี่ปุ่นที่มีบ้านติดกับหอพักของบริษัทแกใจดีมาก คงคุ้นกับคนไทย เพราะมีพนักงานไปฝึกงานทุกๆปี
ว่างๆรบกวนมาเล่าเรื่องญี่ปุ่นให้อ่านอีกนะครับ
เล่าเรื่องได้สนุกดีครับผมชอบ
silaon1972@gmail.com
โดย: สันติ IP: 202.149.127.184 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:16:38:12 น.
  
น่าสนุกครับเห็นภาพครับที่เล่า
บังเอิญผมเคยไปอยู่ที่ watari ห่างจาก
เซนไดประมาณ 20 กม.ครับไปฝึกงานอยู่
3 เดือนช่วงกันยา-พฤศจิ ครับ
ไปเที่ยวเซนไดทุกอาทิตย์แต่ไปมัตซึชิมาแค่ครั้งเดียวแถมตอนไปเนี่ยมืออีกข้างกำอาซาฮีดรายไว้ตลอดเวลา...สวยดีครับแต่ไม่มีโอกาสลงเรือ
คนที่พาไปเป็นคนญี่ปุ่นที่มีบ้านติดกับหอพักของบริษัทแกใจดีมาก คงคุ้นกับคนไทย เพราะมีพนักงานไปฝึกงานทุกๆปี
ว่างๆรบกวนมาเล่าเรื่องญี่ปุ่นให้อ่านอีกนะครับ
เล่าเรื่องได้สนุกดีครับผมชอบ
silaon1972@gmail.com
โดย: สันติ IP: 202.149.127.184 วันที่: 11 ธันวาคม 2552 เวลา:16:38:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Whiteamulet.BlogGang.com

White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]

บทความทั้งหมด