กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
 
 
All Blog
What If It’s Us Becky Albertalli, Adam Silvera เขียน


ไม่ได้เข้า Blog นาน งงอีกแล้วค่ะ ฮ่า ๆ



รีวิวเมื่อ 28/12/2019



 

 
 

What If It’s Us 

Becky Albertalli, Adam Silvera เขียน 

TULIP แปล 

สำนักพิมพ์ everY  ในเครือแจ่มใส 

299 บาท  351 หน้า 




#yaoi #LGBT #YoungAdult #นิยายวาย #นิยายแปล #แปลอังกฤษ #BoysLove #WhatIfItsUs #BeckyAlbertalli #AdamSilvera #everY #รีวิวนิยาย #ออโอ

*นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักระหว่างชายกับชาย 
 

หลังปก 

 

แน่นอนว่าการตามหาหนุ่มหน้าตาดีที่ได้เจอที่ที่ทำการไปรษณีย์ในนิวยอร์กเป็นเรื่องยาก แต่ผมเชื่อว่าจักรวาลพาให้เราสองคนมาเจอกันแล้ว ผมแค่ต้องเพิ่มความพยายามเข้าไปอีกหน่อยเพื่อให้เรื่องราวของเราดำเนินต่อไปได้ ผมจึงเริ่มปรึกษาเพื่อนรอบตัวว่าจะตามหาเขายังไงได้บ้าง แม้มันจะวุ่นวายไปสักหน่อยในตอนเริ่มต้น แต่ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนก็ทำให้ผมพบกับเขาเข้าจนได้ และเรื่องราวของเราสองคนก็เริ่มต้นตรงนั้น... ที่บอร์ดประกาศของร้านดรีมแอนด์บีนค็อฟฟี่ ที่ที่จักรวาลได้ทำหน้าที่ของมัน และผมก็สานต่อความสัมพันธ์ที่จักรวาลได้วางเอาไว้ 




 

คุยกันหลังอ่าน 

 

เรื่องราวของอาเธอร์ เด็กหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาที่นิวยอร์ก เขาตกหลุมรักคนคนหนึ่งตั้งแต่แรกพบ จึงพยายามทุกวิถีทางตามหาเขาท่ามกลางเมืองที่วุ่นวายสับสน สุดท้ายจักรวาลก็นำพาทั้งสองมาพบกันอีกครั้ง พวกเขาสองคนตกลงคบกัน แต่เรื่องของความสัมพันธ์นั้นไม่ง่ายเลย มีเรื่องราวมากมายที่ไม่เป็นไปดังที่หวัง ภาพที่อยู่ในหัวกับความเป็นจริงไม่เคยสัมพันธ์กัน แต่คนเราก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น เจอเรื่องไม่คาดฝันตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับว่าจะรับมืออย่างไรต่อไป 

 

+++ 

 

ตัวละครหลักสองตัวหลัก อาเธอร์กับเบน สลับบทกันเล่าเรื่อง  

 

อาเธอร์เป็นเด็กหนุ่มตัวเล็กตาสีฟ้าสด กระตือรือร้น เก็บอารมณ์ไม่เก่ง คิดอย่างไรก็แสดงออกมาหมด เชื่อเรื่องลิขิตจักรวาลและรักแรกพบ อาเธอร์เป็นโรคสมาธิสั้นด้วย ต้องกินยา แต่นอกจากใจร้อน พูดเป็นต่อยหอย ขี้กังวล ตื่นตัว และลุกลี้ลุกลนแล้ว อาเธอร์ก็จัดการกับชีวิตของเขาเองได้ไม่มีปัญหา เขาเป็นที่รักของคนรอบข้าง และเรียนได้ดี 

 

เบนเกิดและโตที่นิวยอร์ก แต่จริง ๆ โดยพื้นฐานแล้วเขาเป็นคนเปอร์โตริโก ด้วยความที่ผิวขาวและพูดภาษาสเปนได้ไม่กี่คำ คนอื่นจึงมักเข้าใจผิดและไม่เชื่อ เบนเป็นแฟนตัวยงของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ขนาดเขียนนิยายที่มีตัวเขาและคนรอบข้างโลดแล่นในโลกเวทมนตร์ นอกจากอ่านนิยาย เบนก็ชอบเล่นเกม ทั้งอาร์เคดและเดอะซิมส์ ฐานะทางบ้านของเบนไม่ดีนัก แถมเบนก็เรียนได้ไม่ดี เขาต้องเรียนเสริมหน้าร้อนและสอบซ่อมเพื่อให้สามารถตามเพื่อน ๆ ทัน ก่อนหน้าที่เบนจะเจออาเธอร์ เบนเพิ่งเลิกกับแฟนที่เป็นอดีตเพื่อนสนิท เบนยังจัดการกับความรู้สึกได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็หวังว่าความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับอาเธอร์จะออกมาดี   

 

ตอนโออ่านบทของเบนได้ประมาณสองสามบทก็เริ่มรู้สึกละว่าหมอนี่ไม่มีบุคลิกที่พระเอก (หรือตัวเอก) ในนิยายส่วนใหญ่มี เขาไม่ได้เท่ (หน้าตาดีไม่เกี่ยวกับเท่ไม่เท่นะ!) ไม่เก่ง ชอบมาสาย มีมุมงี่เง่า มีเรื่องชอบและมีเรื่องที่เกลียด เอาจริง ๆ คือเขาเป็นคนธรรมดามาก ๆ คนหนึ่งเลย  

 

และทุกคนในเรื่องก็เป็นแบบนี้ หัวใจของเรื่องนี้จึงเป็นความไม่สมบูรณ์แบบ 

 

เป็นตัวแทนวัยว้าวุ่น ทั้งเปราะบาง ทั้งงี่เง่า คลั่งไคล้บางอย่าง อ่อนแอกับบางอย่าง เปี่ยมไปด้วยพลังและความฝัน กระตือรือร้นที่จะเจอสิ่งใหม่แต่ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวการก้าวเดิน 

 

เรื่องราวในนิยายไม่ได้ง่ายเหมือนเดินบนก้อนเมฆมีสายรุ้งพาดผ่าน กว่าอาเธอร์จะหาเบนเจอ อาเธอร์ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าเดตครั้งแรกของพวกเขาจะออกมาดี ก็ผ่านไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง อาเธอร์ที่ทุ่มเทให้ความรักครั้งแรกเต็มที่มองเห็นอะไรก็สดสวยเบิกบานไปหมด แต่พอมีเรื่องให้ผิดหวัง ความรู้สึกไม่ดี เรื่องที่ไม่ได้ดังใจ ก็ตีเข้ามาเหมือนมีมารร้ายกำกับ 

 

นอกจากอาเธอร์กับเบน เพื่อน ๆ ของพวกเขาก็เป็นส่วนประกอบสำคัญในเรื่อง และนำเสนอความเป็นวัยรุ่นได้ดี เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของอาเธอร์และเบน แต่เป็นเรื่องของ อาเธอร์ เบน และเหล่าเพื่อนพ้องของพวกเขา 

 

คนอ่านจะรู้สึกถึงพลังที่ล้นเหลือของวัยรุ่น ชอบ เกลียด สุข เศร้า อยู่กับตัวเองมากไปจึงเกิดความคิดวุ่นวายสับสน ในสายตาคนนอก เราเห็นว่าปัญหาของพวกเขานั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับพวกเขา ในตอนนั้น ขณะนั้น เป็นปัญหาใหญ่คับฟ้าที่ไม่สามารถข้ามผ่านได้ง่ายเลย 

 

สำหรับโอ เรื่องนี่มีทั้งความน่ารัก และความไม่ได้ดังใจผสมรวมกัน อย่างที่บอกไปว่าตัวละครไม่ได้ออกแบบมาให้สมบูรณ์แบบเหมือนพระเอกนางเอก (แน่นอนนายเอกด้วย) เราจะพบความงี่เง่า และการกระทำที่วุ่นวายเกินเบอร์ เรื่องเล็กหลายเรื่องดูจะเป็นปัญหาใหญ่ของพวกเขา ซึ่งหลายครั้งโอรู้สึกว่าตัวละครมีความคิดและการแก้ปัญหาค่อนข้างต่ำกว่าอายุ อายุในเรื่องของตัวละครอยู่ที่ 17-18 ปี แต่ที่โอรู้สึกจากสิ่งที่แสดงออกมาในเรื่อง ตัวละครน่าจะมีอายุอยู่ราว ๆ 12-14 ปี มันมีความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ควรเป็นกับสิ่งที่แสดงออก ตอนแรกโอก็ไม่ค่อยมั่นใจสายตาและความรู้สึกตัวเองเท่าไร แต่จากการอ่านคร่าว ๆ ใน Goodreads เมื่อยี่สิบวินาทีก่อน (เพื่อหาแนวร่วมและสิ่งที่ตัวเองตกหล่น) คอมเมนต์ท็อปอันแรกจากคุณ K. ก็กระแทกตา อื้ม โอไม่ได้รู้สึกคนเดียวจริงด้วย 

 

ตัวหนังสือมาก ถ้านิยายเรื่องนี้มีปาก ก็จะเป็นประเภทที่พูดแจ้ว ๆ ไม่หยุดอยู่ข้างหูแบบไม่ดูสีหน้าคู่สนทนา บางทีก็เหนื่อยจะฟัง เหนื่อยจะอ่าน ทำให้ค่อนข้างอืด ไม่ชวนติดตามสำหรับโอ (ส่วนหนึ่งอาจมาจากอาเธอร์ที่พูดไม่หยุดแถมสติแตกง่ายด้วย) 

 

แทรกวัฒนธรรมการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม หัวข้อสนทนาส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้อดีก็คือมันเชื่อมโยงได้ง่ายกับคนที่รู้จักมัน แต่ข้อเสียก็คือคนที่ไม่รู้จักหรือไม่ชอบก็จะไม่อินเลย โอเป็นอย่างหลัง 

 

โอไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะการสลับมุมมองการเล่าที่ถี่ หรือเพราะตัวเอกสองคนนี้ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก ทำให้โอหลุดบ่อยครั้งว่าที่ตัวเองอ่านอยู่ตอนนี้คือใครกันแน่ระหว่างอาเธอร์กับเบน ...พอพิมพ์ถึงตรงนี้ สายตาโอก็มาหยุดอยู่ที่คอมเมนต์ใน Goodreads ของคุณ A. พอดี โป๊ะเชะ ขอจับมือได้ไหม 

 

มุมมองที่นำเสนอในเรื่องมีหลายประเด็นและน่าสนใจทีเดียว ผู้เขียนต้องการให้ตัวละครเติบโตพร้อม ๆ กับที่คนอ่านสามารถเติบโตได้ 

 

3 ดาว 


 

 

 

 

ที่อ่านแล้วสับสน 

 

255 “บางทีนายน่าจะไปทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อกับคนที่รู้ไม่ดีเท่านาย” 

โอไม่เข้าใจประโยคนี้ค่ะ 

หรือว่าจะเป็น >> “นายน่าจะไปทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อกับคนที่ไม่รู้จักนายดีกว่า” 



 



 

มีอีบุ๊กด้วยค่ะ

 

Thumbnail Seller Link
What If It’s Us
Becky Albertalli, Adam Silvera / TULIP
www.mebmarket.com
แน่นอนว่าการตามหาหนุ่มหน้าตาดีที่ได้เจอที่ที่ทำการไปรษณีย์ในนิวยอร์กเป็นเรื่องยาก แต่ผมเชื่อว่าจักรวาลพาให้เราสองคนมาเจอกันแล้ว ผมแค่ต้องเพิ่มความพย...



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2564 22:01:07 น.
Counter : 501 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณSai Eeuu, คุณ**mp5**, คุณkatoy, คุณnewyorknurse, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา

  
โดย: Sai Eeuu วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:42:10 น.
  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 2 มีนาคม 2564 เวลา:15:24:32 น.
  
คุณ Sai Eeuu ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและโหวตบล็อกให้ด้วยนะคะ

คุณ **mp5** ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและโหวตบล็อกนะคะ /ย่อรับกำลังใจ

ขอบคุณคุณhaiku, คุณkatoy, คุณnewyorknurse, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา สำหรับโหวตด้วยค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 31 มีนาคม 2564 เวลา:13:43:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments