คำพ่อสอน





เข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไปถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็งในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้ ความเข้มแข็งในใจนั้น หมายความว่า ไม่ท้อถอย และไม่เกิดอารมณ์มาทำให้โกรธ อารมณ์นั้นก็คือ ความโกรธ ความฉุนเฉียว ความน้อยใจ ทั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คิดไม่ออก






พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘

ขอบคุณ
บทความดีๆ




Create Date : 06 มีนาคม 2553
Last Update : 6 มีนาคม 2553 8:24:18 น.
Counter : 769 Pageviews.

19 comment
ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร







เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่า

ทั้งๆที่เพชรเป็นธาตุคาร์บอนเหมือนกัน

ไม้ผ่านการอบการเผา ไม่นานก็กลายเป็นถ่าน

แต่เพชรผ่านความร้อน ไม่ต่ำกว่า 5,000 องศาฟาเรนไฮต์

ได้รับความกดดันมากกว่า 1 ล้านปอนด์ต่อตารางนิ้ว







ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน จนกระทั่งกลายเป็นเพชร

เพชรที่เป็นเครื่องประดับอันงดงาม

พร้อมๆกับเป็นของที่มีความแข็งมากที่สุดในโลก

ถ้าท่านกำลังได้รับความกดดันอยู่ จงอดทน จงอดทน

ถ้าท่านกำลังถูกเคี่ยวถูกสับอยู่ ให้คิดว่าเพียงแค่นี้

จะทำให้เป้าหมายเราสั่นคลอนได้หรือ ?







ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้นท่าน แสดงว่าชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้า

ถ้ายังถูกโหมกระหน่ำอีกให้รู้ตัวว่า

ท่านกำลังใกล้จะเป็นเพชรเต็มที่แล้ว….

ในสถานการณ์เช่นนี้…..หากหยุดคิดพิจารณาอย่างมีสติ

ย่อมจะเกิดปัญญาพบหนทางสว่างได้เสมอ

จงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างาม เสมือนดั่งเพชร

แม้เพชรจะตกอยู่ในสภาวะทุกข์ยากลำบากอ้างว้างและโดดเดี่ยว








แต่เพราะเพชรไม่เคยย่อท้อต่อสู้เรื่อยไป

ให้ถือว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเองเสมอ จนกาลเวลาผ่านไป

เพชรจึงภูมิใจในตัวของมันเอง และด้วยความอดทนถึงที่สุดนั่นเอง

เพชรจึงเป็นอัญมณีล้ำค่า ควรแก่การประดับมงกุฎของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่

จากอดีต… ปัจจุบัน….ตลอดไปในอนาคต








ขอบคุณบทความดีดีจาก



บทความดีๆ



ขอบคุณกรอบสวยๆ จากคุณกุ้ง ส่วนรูปภาพประกอบของใครบ้างมะรุ จากกูเกิ้ล ขอบคุณเน้






ช่วงนี้ถุงมะว่างเลยเน้ ติดภาระกิจจัดอบรมมากมาย ไม่มีเวลาไปเยี่ยมทุกท่านเลย ยังไงกะติดไว้ก่อนน๊า ไว้เสร็จจากภาระกิจแล้วจะกลับมาเยี่ยมเหมือนเดิมจ้า












Create Date : 04 มีนาคม 2553
Last Update : 9 มีนาคม 2553 5:43:55 น.
Counter : 1509 Pageviews.

22 comment
กัลยาณมิตร




ไม่มีใครไม่มีกัลยาณมิตร

ก็สายลมอ่อนละมุนที่ลูบไล้ยามรุ่มร้อน

ก็สายน้ำที่รินหลั่งในยามกระหาย

ก็พื้นดินที่ได้เหยียบย่ำโดยไม่ว่ากล่าว

ก็แสงแดดที่ช่วยขับไล่ความหนาวเย็น

ก็ต้นไม้ที่ให้ความร่มเย็นโดยไม่เรียกร้อง

ก็นกกาที่ขับร้องกล่อมโลกให้คลายเหงา

สิ่งเหล่านี้หรือมิใช่

ที่เป็นกัลยาณมิตรของมนุษย์ทั้งหลาย





ในยามชีวิตผิดหวัง ว้าเหว่

หากแม้มีผู้รู้ใจ

ย่อมได้รับกำลังใจ และคำปลอบโยน

ชีวิตที่มีตนเอง เป็นผู้รู้ใจ

พลาดผิด เผลอไปย่อมสามารถให้อภัย

และตักเตือนตนได้ด้วยดี





ขอบคุณบทความดีดีจากเวป


บทความดีๆ


ขอบคุณกรอบสวยๆ จากคุณกุ้ง ส่วนภาพประกอบนั้นไม่ทราบของใครบ้างเซฟเก็บไปเรื่อยๆถ้าไม่หวงกะขอบคุณเน้




Create Date : 01 มีนาคม 2553
Last Update : 1 มีนาคม 2553 11:34:07 น.
Counter : 674 Pageviews.

30 comment
คน 3 คน

คน 3 คน

ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง
หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า ‘ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ ‘ หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า ‘เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ’ ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา ‘คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ ‘









มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้

อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร’










สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวชเคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีผัวแล้ว เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล ‘










แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ’ ลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไม่ต้องชำระ ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่ เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม’ เข้าใจครับหลวงตา’ เด็กน้อยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง









ขอขอบคุณบทความดีดีจากเวป


บทความดีๆ


ขอบคุณกรอบสวยๆ จากคุณกุ้ง ขอบคุณรูปดอกโฮย่า เซิรทมาจากกูเกิ้ล เป็นรูปภาพของใครบ้างกะมะรู้ ถ้ามะหวงกะขอบคุณมากๆ เน้







Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2553 11:37:54 น.
Counter : 927 Pageviews.

15 comment
เวลาใดคือ เวลาที่สำคัญที่สุด ...โดย ว.วชิรเมธี


เวลาใดคือ เวลาที่สำคัญที่สุด ...โดย ว.วชิรเมธี


คำตอบก็คือ เวลาขณะปัจจุบัน นั่นคือ เวลาที่เรากำลังนั่งหายใจอยู่ในขณะนี้ เพราะชั่วโมงที่แล้วมันก็จบไปแล้ว ชั่วโมงหน้ามันยังมาไม่ถึง ชั่วโมงนี้ชีวิตเป็นของเราทั้งหมด ดังนั้น มันจึงสำคัญที่สุด เพราะเวลาชั่วโมงนี้ นาทีนี้ วินาทีนี้ เราสามารถบริหารจัดการชีวิตของเราได้ พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญกับ "ปัจจุบันขณะ" มาก คือ ถ้าเราทำปัจจุบันดี อดีตก็จะดี อนาคตก็จะดี หลักการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนาคือ "ให้ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน" แค่นี้เอง

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ถ้าตื่นอยู่รู้กับปัจจุบัน ผิวพรรณจะผ่องใส ทำไมผ่องใส เพราะอดีตทำร้ายเราไม่ได้ อนาคตทำร้ายเราไม่ได้ แต่คนส่วนมากบางที่นั่งอยู่ที่นี่ แต่ใจไปอยู่ในอดีตบ้าง อยู่ในอนาคตบ้าง
ใครอยู่ในปัจจุบันขณะ ณ เวลานี้ได้ จะประเสริฐที่สุด กวีคนหนึ่งเขาเคยเขียนคุณค่าของเวลาว่า








" วันไหน ๆ ไม่สำคัญเท่าวันนี้ เป็นวันที่สำคัญกว่าวันไหน ถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้ดีอย่างไร ก็ยังไม่สำคัญเท่าวันนี้ "



ถ้าเราบริหารจัดการวันนี้ให้ดีที่สุด มันก็เป็นวันวานที่ดีได้ เป็นรากฐานที่ดีของวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าเราทำวันนี้ไม่ดี เมื่อมันไปเป็นวันวาน แล้วเราหันกลับไปมอง "ตายแล้ว..อดีตของฉัน กระดำกระด่างเหลือเกิน" คงไม่ต้องถามถึงอนาคต เพราะถ้าปัจจุบันไม่ดีแล้ว มันจะเป็นรากฐานของอนาคตที่งดงามได้อย่างไร ฉะนั้น เวลาที่สำคัญที่สุด คือ เวลาขณะปัจจุบันนี้ ตอนที่เรากำลังหายใจอยู่ ดูแลให้ดีที่สุด









มีคนถามท่านพุทธทาสว่า "จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ดีที่สุด"
ท่านบอกว่า " ใช้ชีวิตให้เหมือนกับวันนี้ให้เป็นวันสุดท้าย"




ถ้าเราคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะทำทุกอย่างที่มันเป็นคุณภาพ
อาตมาเคยถามลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯว่า "ถ้าเหลือเวลาหนึ่งชั่วโมง เธอจะอยู่ในโลกนี้อีกหนึ่งชั่วโมง ให้หลับตานึกดูสิ ในชีวิตเธอมีคนที่สำคัญในชีวิตกี่คน" ลูกศิษย์หลับตาแล้วขอต่อเวลา เขาบอกว่า " ๕ นาทีนึกไม่ทันครับพระอาจารย์ คนสำคัญมีเยอะจริงๆ"








ปกติเราจะไม่นึกว่าในชีวิตนี้ใครสำคัญบ้าง และจะทำดีต่อเขาอย่างไร ต่อเมื่อถึงเวลานาทีเป็นนาทีตาย เราจึงจะเริ่มนึกว่า "ใครบ้างสำคัญ ตายแล้ว เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงฉันจะตาย ฉันจะทำอะไรกับใครดี ตอนนี้พ่ออยู่ในรถ รถก็ติดอยู่โน้นบางนา ตายแล้วไม่ทันแล้ว แม่ล่ะ ตายแล้วแม่อยู่ไหน "
ถามหาแม่ ถามหาสามี แต่กลับลืมลูก "ลูกอยู่ไหน อ้าว..ลูกยังอยู่ที่โรงเรียน" หนึ่งชั่วโมงอย่างไรมันก็ไม่พอ ถ้าเราจะมาทำดีกับคนที่เรารักทั้งหมดในเวลาอันจำกัดแบบนี้ คงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นขอให้เราทำดีกับคนที่เรารักมาตั้งแต่ต้นอย่างสม่ำเสมอ ในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตจะได้ไม่ต้องเร่งรีบเช่นนี้








ที่มา : คัดลอกมาบางส่วนจาก หนังสืองานสัมฤทธิ์ ชีวิตรื่นรมย์ (ชุดธรรมะบรรยาย) ของท่าน ว วชิรเมธี สำนักพิมพ์ปราณ ขออนุโมทนาขอบคุณ คุณอภิเชษฐ พงสุพันธ์/ บ. อินโดรามา - ผู้เอื้อเฟื้อหนังสือนี้
ถ้าหากถ้อยคำจากเมลนี้ เป็นดั่งประทีปธรรมในการสร้างจิตสำนึกอันดีงามให้ แก่ผู้ที่ได้อ่านและศึกษาพึงน้อมดวงจิตบูชาระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยแล้วนำไปสู่การปฏิบัติตนในฐานะพุทธมามกะที่ดี ก็จะนำมาซึ่งปิติอันใหญ่หลวงยิ่ง จากการอนุโมทนาบุญและการร่วมกันจัดทำขึ้นของ "คณะกรรมการชมรมพุทธศาสนา บ.อินโดรามาปิโตรเคมี"


====================
ขอบคุณเพื่อนๆในฮอตเมล์ที่ FW บทความดีดีแบบนี้มาให้
====================







ถึงที่รักของถุงทุกๆโคนเน้

ช่วงนี้ถุงติดภาระกิจมากมาย ไม่ว่างไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆในบล๊อคเลย ไว้เสร็จภาระกิจจะไปเยี่ยมเหมือนเดิมน๊า



คิดถึงมากมายจ้า



====================




Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2553 0:00:04 น.
Counter : 1201 Pageviews.

36 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  

ถุงก๊อปแก๊ป
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ถุงก๊อปแก๊ป มีไว้เก็บหัวใจของทุกคน

ถุงก๊อปแก๊ป กะคือถุงแซ่ว ๆ มีไว้ใส่อะไร อะไร สารพัดสารพัน ที่อยากจะใส่ หรืออยากจะเก็บ แต่ถุงใบนี้ชอบเก็บแต่ความรู้สึกดีดีค่ะ ความรู้สึกดีดีที่เรามีให้กันและกัน


Backgrounds From myglitterspace.Com Backgrounds From myglitterspace.Com
เช็คข้อความหลังไมค์









*

Online






เริ่มติดตัวนับเมื่อประมาณเดือน กพ. 53 เน้
free hit counter
bebj.com - free visitors browsers counter
bebj.com - free visitors info widget
my os

.free counters

.

/Share/Bookmark

/Subscribe

/

/

/

/
All Blog
Friends Blog
[Add ถุงก๊อปแก๊ป's blog to your weblog]