Photobucket

กลับมา..เขียนเรื่องเด็กเด็ก




หายไปเป็นปี แต่ช่วงนี้อยากกลับมาเขียนใหม่ แต่ก็นะ ความขี้เกียจมันครอบงำซะจริงๆ




เริ่มจากเรื่องของ เด็ก เด็ก แล้วกันเนอะ เพราะตอนนี้ลูกๆ โ กันจนจะตามไม่ทันแล้ว นาโอมิจากเด็กตัวกระเปี๊ยก Smiley











พูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ... พูดน้อย แต่พลังงานเหลือเฟือ กลายเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่พูดากกกกกก และพลังงานก็ยังเหลือเฟืออยู่ Smiley











ตอนนี้เธอเข้า รร เทียบกับที่ไทยน่าจะเป็น อนุบาลสอง .. ซนมหากาฬ Smiley เพื่อนเธอแต่ละคนก็มีแต่เด็กผู้ชายทั้งนั้น


ด้วยความที่เธอชอบความรุนแรง ชอบเล่นแรงๆ ชอบเล่นรถยนต์ รถไฟ รถดับเพลิง รถตำรวจ มากกว่าตุ๊กตา


ชอบกระโดด ปีนป่าย เล่นไล่จับ มากกว่าจะนั่งอยู่เฉยๆ Smiley ชอบออกคำสั่ง เสียงดัง ก็คงไม่มีเด็กผู้หญิง หวานฉ่ำคนไหน อยากเข้าไกล้เธอเป็นแน่ Smiley




ชอบใส่กางเกง มากกว่าใส่กระโปรง (เป็นเหตุให้หล่อนกับแม่ของเธอ ต้องทะเลาะกันเรื่องแต่งตัวไปโรงเรียนเกือบทุกเช้า) ทำไมเค้าไม่มียูนิฟอร์มให้รู้แล้วรู้รอดไปก็ไม่รู้







เนื่องจากเป็นเด็กพลังเหลือ แม่ก็เลยจับให้ไปเรียนเทนนิสซะเลยทุกเช้าวันเสาร์ เผื่อว่ากลับมาบ้าน จะได้ออมชอมกับแม่มันบ้าง









แต่ปล่าวค่ะ Smiley เหมือนเดิมมมม และดูเหมือนยังมีพลังเพิ่มขึ้นมาอีกแหนะ




ถามหาเล่นอย่างอื่นเพิ่มอีกต่างหาก.. ไม่รู้คิดผิดหรือถูกที่ให้ลูกเล่นกีฬาแทนที่จะไปเล่นดนตรีSmiley


เหมือนที่พ่อเค้าอยากให้ไป (พ่อเค้าบอกจะได้รู้จักการควบคุม สติ อารมณ์ สมาธิ และอื่นๆ)

แต่เราว่ามันก็ดีทั้งสองอย่างอ่ะ แต่ดีไปคนละแบบ กะอยู่เหมือนกันว่าจะลงคอร์สดนตรีเพิ่มให้ลูกอีกSmiley




แต่เอาเป็นว่า ทั้งนี้และทั้งนั้น ต้องคอยดูทุนทรัพย์ด้วย เพราะคอร์สแต่ละคอร์สเนี๊ย ราคาโหด โหด ทั้งนั้นเลย Smiley






...
..
.


โรงเรียนของลูก อยู่ใกล้บ้านนิดเดียว เป็นโรงเรียนเฉพาะชั้นอนุบาลของรัฐบาล


ประมาณว่า เด็กที่พักอาศัยอยู่เขตไหน เค้าก็ให้เข้า โรงเรียนในเขตนั้นๆ (เป็นกฏ)


นอกเหนือจากว่า โรงเรียนจะไม่มีที่ ก็ต้องไปให้ไปเรียนที่เขตอืนๆ เป็นกรณีไป..




สำหรับเรา เราว่า มาตรฐานของ โรงเรียนที่นี่ค่อนข้างเหมือนกัน เราเลยไม่คิดที่จะให้เค้าไปเข้าโรงเรียนเอกชน หรืออื่นๆ




และอีกข้อก็คือ ช่วยเรื่อง ค่าใช้จ่ายไปได้ เยอะมาก เพราะเข้าโรงเรียนก็ไม่ได้เสียค่าใช่จ่ายแพงๆเหมือนที่เมืองไทย

ค่าบำรุงการศึกษาก็แล้วแต่จะให้ เวลามีกิจกรรม ออกนอกโรงเรียน ก็มีการเรี่ยรายบ้าง แต่ไม่เวอร์มากมาย

จะจ่ายก็แค่ค่าอาหาร กับค่ากิจกรรมหลังพิเศษ กรณีที่ผู้ปกครองมารับไม่ได้ตามกำหนดเวลาเท่านั้น เริ่ดค่ะ Smiley







ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรน่าห่วงมากมาย นอกจากเรื่อง เพื่อน ภาษา ความมั่นใจในตัวเอง ..




เพราะเห็นหลังๆมา เวลากลับมาที่บ้าน ชอบมาเล่าให้แม่ฟังว่า เพื่อนผู้ชายชอบบอกว่า ตัวเองไม่สวย Smiley


เอร้ยยยย .. เด็กสี่ขวบนี่มันคุยกันเรื่องนี้ด้วยเหรอเนี๊ย งอ่ะ??



บางทีก็กลับมาบอกว่า เพื่อนว่ารูปที่ตัวเองวาดไม่สวย มั่งล่ะ กางเกงที่ใส่ไปโรงเรียนน่าเกลียดมั่งล่ะ หรือ ผมที่แม่มันมัดให้ ห่วยแตก Smiley



อารายเนี๊ย












เคยได้ดูแต่ในข่าว ว่าเด็กชั้นประถมบางคน ถูกเพื่อนๆกดดัน จนถึงขั้นไม่อยากไปโรงเรียน บางคนถึงขั้น ฆ่าตัวตาย ก็มี




เราก็ว่ามันรุนแรงนะ เด็กๆที่อยู่ในสังคมของตัวเอง
แต่ไม่สามารถปรับตัว หรือแก้ไขปัญหาของตัวเองได้

เพราะเค้ายังต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง แต่..กลายเป็นว่าเด็กไม่กล้าบอก ไม่กล้าปรึกษา

เพราะบางคนโดนขู่จากเพื่อน หรือบางที เค้าก็ไม่ไกล้ชิดกับผู้ปกครองมากพอ? พ่อแม่ไม่มีเวลารับฟัง? หรือเปล่า?? Smiley





ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะไร เพราะยังเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว..แต่นี่ เฮ้ย Smiley





ลูกอายุสี่ขวบ ก็โดนกะเค้ามั่งแล้วเนี๊ย? Smiley


เอาเป็นว่า ช่วงนี้ ต้องคอยปลอบกัน เสริมความมั่นใจให้กันยกใหญ่


รูปไหนวาดไม่สวย บอกแม่มา เดี๋ยวแม่จะพาฝึก ฮ่า ฮ่า



แต่เรื่องหน้าตา การแต่งกาย เราเชื่อว่าลูกเราไม่เป็นรองใครแน่นอน Smiley


เวลาเราถาม ลูกเราก็บอกว่าพวกเพื่อนผู้ชายบอก.. เรามั่นใจเลยว่า เด็กพวกเนี๊ย หลงชอบลูกเราเข้าแน่นอน ฮ่า ฮ่า Smiley


เข้าข่ายว่า พวกเด็กผู้ชาย ชอบแกล้งเด็กผู้หญิงที่ตัวเองชอบ อิ อิ






เลยไม่ห่วงเท่าไหร่ พยายามให้ความมั่นใจลูกเต็มร้อย ว่าลูกสวยเริ่ด ไม่เป็นรองใคร ตอนนี้เลยอาการดีขึ้นมาหน่อยแหละ Smiley







เฮ้อ เขียนเรื่องเจ้าคนโตคนเดียวก็ยาวเหยียดขนาดนนี้แหละ .. เจ้าคนเล็กเอาไว้บล็อกหน้าแหละกัน..


ถ้านึกอะไรได้ ค่อยมาต่ออีกที






ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะค่ มีความสุขมากมายค่ะ Smiley








 

Create Date : 26 มกราคม 2555    
Last Update : 26 มกราคม 2555 4:37:57 น.
Counter : 653 Pageviews.  

เจนน่าจะสิบเดือนแล้ว แม่ยังไม่เคยเขียนเรื่องของลูกเลย








.....มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ ....มันอาจเป็นความขี้เกียจของแม่..(ไม่ใช่มั๊ง?? ก็เห็นไม่เคยได้อยู่เฉยๆเลยนี่)

....หรือไม่ก็..ไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อน..(แก้ตัวน้ำขุ่น ขุ่น)....


เดือนหน้าน้องเจนน่าก็จะครบ สิบเดือนแล้ว..แล้วเดือนหน้าก็จะเป็นครั้งแรก ที่เค้าจะไปเหยียบแผ่นดินไทย อิ อิ


นึกแล้วก็ตื่นเต้นแทน ตากับยายของเค้า...คราวนี้ ทั้งสองคนก็คงไม่ต้องมาแย่งกันอุ้มหลาน..เหมือนคราวที่ทำกับนาโอมิ

เพราะคราวนี้มีทั้งสองสาว พี่น้อง พร้อมหน้าพร้อมตาเลยทีเดียว...เอาเป็นว่าอย่ามีบ่นแล้วกันเป็นใช้ได้..


.....
...
..
.



ก่อนจะจองตั๋วเครื่องบิน ..




ก็โทรมาบอกแม่มันเรียบร้อยว่า ยายจะรับผิดชอบค่าเดินทาง..ค่าตั๋วเครื่องบินของ นาโอมิ หลานสาวคนโต



ส่วนตา
เค้าก็รับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินของน้องเจนน่าเอง...


อ้าว...แล้วของแม่มันล่ะ?? โดนตัดหางปล่อยวัดเรียบร้อยซะแล้วเรา..







เจนน่า

หนูเป็นเด็กเรียบร้อยมากกกกก... ดีนะเนี๊ย ที่ไม่ซนเหมือนพี่ของหนู...แต่จะว่าไปนาโอมิตอนอายุเท่าหนู ก็เป็นแบบนี้นะ..



ค่อนข้างเงียบ เลี้ยงง่าย อารมณ์ดีตลอดSmiley


....ไม่ค่อยจะงองแงเท่าไหร่..


ชอบออกไปเดินเล่นข้างนอก แต่ไม่ชอบอยู่นาน..


อย่างว่าอ่ะ เป็นกุลสตรีไทย จะออกบ้านตะลอนตะลอนตลอดได้ไง ใช่มั๊ยลูก



ประมาณ ถ้าอยู่ข้างนอกนานเกินไป เธอจะทนไม่ไหว ต้องร้องงองแง...พอกลับเข้ามาในบ้านเท่านั้นแหละ หัวเราะร่า กระดุกกระดิก กระดี๋กระด๋า...อิ อิ

จะเป็นแม่ศรีเรือนตั้งแต่ยังเล็กกันเลยทีเดียว








พูดถึงเรื่อง กิน



แย่หน่อย


ขานี้ไม่ชอบกินแหะ กินน้อยอ่ะ น้อยเกินจนแม่บ่น...



ตอนเค้าคลอด น้ำหนักก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แค่ สามกิโลเอง แล้วยังจะมากินน้อยอีก ตอนนี้จะสิบเดือนอยู่แล้ว ลูกหนักแค่

เจ็ดกิโลกว่าๆ



เองอ่ะ

โอ๊ยกลุ้ม




ดูตามกราฟแล้ว น้ำหนักตัว ถึงจะอยู่ในเกณฑ์ปรกติก็เถอะ แต่ก็อยู่ขีดล่างสุดของกราฟเลยอ่ะ...ทำไงจะให้หนูกินได้เยอะกว่านี้น๊า??










พูดถึงเรื่องสุขภาพของเจน


ดูลูกจะป่วยบ่อยเหมือนกันนะเนี๊ย แต่ก็ไม่ได้ป่วยร้ายแรงอะไรหรอก แค่เป็นหวัดบ่อย เท่านั้นแหละ...



แต่ที่บอกว่าเท่านั้นอ่ะนะ ตอนไข้ขึ้น

สี่สิบองศา

นี่ดิ แม่จะเป็นลมซะให้ได้..สงสารลูกมาก



แต่ดีที่หนูไม่ค่อยโยเย ยังอุตสาห์ยิ้มแย้ม เล่น ๆ คลานๆ ได้อยู่ เพียงแต่ซึม ซึม ไปบ้างเท่านั้น


... แต่ทรมานแทนลูกสุด สุด ก็ตอนล้างจมูกให้หนูเนี๊ยแหละ..ดูลูกจะทรมานเสียเหลือเกิน


(ว่าแต่ถ้าเป็นเราก็คงไม่ชอบเหมือนกันแหละ เล่นบีบน้ำเกลือเข้าไปล้างจมูกกันแบบนั้นนี่นา ??)

แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของลูกนั่นแหละ ทนได้ก็ทนนะลูก...









ตอนตั้งใจจะมีเค้า


ก็เพื่ออยากให้นาโอมิได้มีเพื่อนเล่นบ้าง การเป็นลูกคนเดียว อยู่กันลำพัง สามคนพ่อแม่ลูกมันไม่ค่อยสนุกเลย


มันก็ไม่ได้น่าเบื่ออะไรมากมาย หรอก


แต่จากการที่เราโตมากับครอบครัวใหญ่ มี

น้องสาวอีกสองสาว


อายุไล่ไล่กัน

แถมมีญาติ ลูกพี่ลูกน้องเยอะแยะ อายุก็ไม่ห่างกันอีก..ไปไหนมาไหนทีก็ยกโขยงกันไป มัน

สนุก

กว่าการไปแค่กับพ่อและแม่เป็นไหน ไหน...



อีกทั้งตัวพ่อเค้าเองก็เป็น

ลูกคนเดียว




รู้สึกได้ว่า เค้าอยากมีพี่ หรือน้องเหมือนคนอื่นๆ

ถึงเค้าจะมีลูกพี่ลูกน้องบ้างเหมือนกัน แต่มันก็ไม่เหมือนกับพี่หรือน้องจริงๆ ของตัวเอง...


มันก็เลยทำให้ตัดสินใจได้ง่ายหน่อย ที่จะมีลูกเพิ่มอีกสักคน...และมันก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง และเหมาะสม สำหรับครอบครัวของเราซะด้วย










ตัวเจนน่าเอง ก็

ดีใจมาก

ที่หนูมีพี่นาโอมิคอยเอาอกเอาใจ


อยากได้อะไร แค่ส่งเสียง แอะ แอะ คุณพี่นาโอมิก็เหมือนจะรู้ใจกันดีทีเดียว หยิบนั่น หยิบนี่ให้น้องแบบไม่ต้องสื่อสารกันมากไปกว่านั้น...ฮ่า ฮ่า



แต่นั่น แอบทำให้แม่ผิดหวังนิดหน่อย


แหะ แหะ ....ก็จะอะไร เค้าว่ากันว่า เด็กที่มีพี่ถูกเลี้ยงดูอยู่ด้วยกัน จะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายเร็ว กว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงดูอยู่คนเดียว??


...
..
.




ยังไง?? ก็เช่น เวลาเด็กเห็นพี่เค้าวิ่งไปมา ทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ใกล้ตัว เค้าก็จะเริ่มพยายามอยากวิ่ง หรือเคลื่อนไหวบ้าง....


ส่งผลให้ เค้าพยายาม พลิกตัว คลาน นั่ง หยิบของ หรือเดิน เร็วกว่ากำหนด (อันนี้แค่อ่านมาอ่ะนะ สงสัยมันใช้ไม่ได้กับทุกคน)


เพราะ เจนน่า แทบไม่ต้องกระดิกเลย ก็ได้ของเล่นสมใจทุกครั้ง กองรวมกันตรงหน้า แบบ

ราชินี

เลยทีเดียว เฮ้อ...










ขนาดว่าเราโดนพี่เลี้ยงของเจนน่าที่เนิร์สบ่น ว่าแม้เด็กอายุน้อยกว่าเจนน่า

เค้ายังพยายามกระดึบไปหยิบของเล่นเอง แต่คุณเจนน่า

"ไม่"

ฮ่า ฮ่า เธอจะรอค่ะ

เรา พี่เลี้ยง และนาโอมิ เลยต้องมีการซักซ้อมกันยกใหญ่ ว่าจะไม่ยอมเอาอะไรไปประเคนเธออีกแล้ว ถ้าเธอไม่ขนขวายด้วยตัวเอง....

......และที่สุด มันก็ใช้ได้ผล






หรือแม้แต่การพูด ออกเสียง...



เค้าก็ว่าเด็กจะเร็วเหมือนกัน แต่อันนี้เห็นผลมากเมื่อเทียบกับตอนที่นาโอมิเด็กๆ เพราะแม่กลัวว่าหนูจะไม่ยอมพูด หรืออกเสียงซะแล้ว...







ตอนนี้แม่เริ่ม

ขายของทางเนท



เพราะเห็นเพื่อนๆ เค้าชอบสั่งให้เราส่งกระเป๋าให้อยู่เรื่อยๆ อย่ากระนั้นเลย

Pre-order

เลยแล้วกันเรา (จะได้ไม่ว่างมากเกินไป ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อสามีซะหน่อย) เวลาเล่นกับหนูก็เลยมีน้อยลงไปอีก...



แต่ก็ไม่ใช่แม่ไม่รักหนูนะลูก..แม่ก็ทำเพื่อเรา เพื่อครอบครัวนั่นแหละ..
เอาเป็นว่าจบบันทึกของหนุไว้เท่านี้ก่อนแล้วกัน วันหลังแม่มาเขียนอีกทีนะจ๊ะ....



รักลูก

มากจ้า....แม่เอง








 

Create Date : 26 มีนาคม 2554    
Last Update : 26 มีนาคม 2554 0:13:18 น.
Counter : 1311 Pageviews.  

วันละเรื่อง >>>> ลูกโป่ง





.....
...
..
.


หลังจากที่งัวเงียตื่นขึ้นมาจากเตียงพ่อกะแม่ แล้วควานหาตัวแม่แล้วไม่เจอ.... ก็รีบโวยวาย ร้องหา...


ซึ่งเราก็นั่งเล่นกับคนน้องอยู่ข้างนอก หลังจากให้นมกินแล้วนั่นแหละ


เมื่อคืนนี้ (จริงๆคือเมื่อเช้าตรู่นี่เอง) ปล่อยให้เข้ามานอนในห้องกับเราเพราะลูกดันตื่นขึ้นมาเช้าไปหน่อย
ซึ่งปรกติแล้ว เราจะเป็นคนพาเข้านอนแล้วนอนกับเค้าที่ห้องด้วย จนลูกหลับ ถึงจะแอบย่องกลับมานอนที่ห้องตัวเอง



นาโอมิ >>> " มามอง (แปลว่าแม่) มีคนทำลูกโป่งแตกที่พื้น " พร้อมทำหน้าตาหงุดหงิด อิดโรย


แม่ >>> งงไปพักนึง??? และหลังจากตรึกตรองแล้วว่าไม่ได้ ซื้อลูกโป่งให้เล่นเลยมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว
ลูกบอลที่พื้นก็ไม่น่าใช่ ก็ถามลูกกลับไป "ลูกโป่งที่ไหนลูก ไม่มีหรอก"



นาโอมิ >>>> "มีซิ มีคนทำลูกโป่งแตกที่พื้น"



เราก็คิดกลับไปว่า นี่มันเรื่องแต่งขึ้นอีกแล้ว อาจจะฝัน หรือ อะไรก็แล้วแต่ ...เลยไม่ได้ติดใจสงสัย..
เพื่อเป็นการตัดปัญหาทั้งปวง เลยยื่นข้อเสนอให้กินนมซะ จะได้หมดเรื่องหมดราว... เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ตามปรกติ...




นาโอมิ >>> " มามอง ลูกโป่งที่แตกอ่ะ ยังไม่ได้ทิ้งเลยนะ มันอยู่ที่พื้น"



แม่ >>> ลูกโป่งอะไรอีกว่ะเนี๊ย เลยบอกไปว่า " ไหน ไปเอามาดูซิ อยู่ที่ไหน"


นาโอมิ กลับมาพร้อมวางกระดาษทิชชูที่ถือมาไว้บนโต๊ะที่หน้าเรา พร้อมกับคลี่มันออกให้เราดู


นาโอมิ >>> " นี่ไงมามอง ลูกโป่งที่แตกอ่ะ ไม่รู้ใครทำแตกนะ แต่ไม่ใช่หนูนะ (รีบแก้ตัว) "



พุทโธ่ พุทธัง ลูกเอ๊ยยยย ...ถุงยางอนามัยของพ่อมันเมื่อคืน พร้อมหลักฐานการถูกใช้งาน...อย่างหนักหน่วง แหวะ แหวะ



แม่มันทำหน้าเก็บอารมณ์มาก พร้อมกับปลอบลูกไปว่า
"ว้าาา ใครทำแตกเนี๊ย สงสัยเป็นป๊ะป๊า...งั้นเดี๋ยวมามองเอาไปทิ้งแล้วกันนะลูก กลับมาจะตีให้ก้นลายเลย"


ในใจก็กะไว้ว่า เอาไว้กลับมาจะเตะให้กลิ้งเลยตานี่


...นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง ...


อ่านกันเล่นๆ ขำขำตามประสาคนมีครอบครัว ลูกเล็กๆนะค่ะ อย่าซีเรีส





 

Create Date : 19 กันยายน 2553    
Last Update : 19 กันยายน 2553 20:28:47 น.
Counter : 600 Pageviews.  

และแล้วก็เข้าห้องน้ำเองได้แล้ว คราวนี้ก็ไปโรงเรียนได้แล้วซิ




ใกล้สามขวบเข้ามาทุกที ทุกที
แล้วก็ใกล้เวลาเปิดเทอมเข้ามาด้วย เดือนกันยานี้แล้ว
หลังจากแม่ใจตุ๋มตุ๋มต่อมต่อม ว่ายัยตัวแสบจะเข้าห้องน้ำเองไม่เป็น
ในที่สุด หลังจากกลับมาจากบ้านย่า...
คุณย่าแสนดี ก็สอนยัยจอมยุ่งให้นั่งกระโถนเองได้
ให้บอกได้ว่าจะฉี่





















คุณย่าบอกว่า กว่าจะหัดได้ ก็มี Accident ซะหลายหน
ราดพรมไปซะหลายครั้ง อิ อิ (ดีนะที่เป็นบ้านย่า ไม่ใช่บ้านตัวเอง)


เมื่อคุณย่ามีความอดทนมากกว่าแม่ มันก็ดีอย่างงี้นี้เอง

















พอตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้าน เริ่มอยากนั่งห้องน้ำเหมือนผู้ใหญ่
แม่ก็เลยตามใจ เป็นอันว่า ตอนนี้ลูกอยากฉี่เมื่อไหร่ คุณเธอก็ปีนขึ้นไปนั่งเองเสร็จสรรพ ดีใจจริงจริง







 

Create Date : 17 สิงหาคม 2553    
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 23:29:06 น.
Counter : 731 Pageviews.  

และแล้ว...เจ้าหล่อนก็มา.. ^ ^







ไม่พูดพล่ามทำเพลง ก่อนอื่นต้องขอโทษ เพื่อนๆชาวบล็อกแก๊งทุกท่านนะค่ะ ที่ หายหัว ไปนานแสนนาน


แล้วก็ไม่ได้เข้าบล็อก ไม่ได้ตอบข้อความที่เมนท์ไว้ ไม่ได้ไปทักทาย โอ๊ยยย สารพัด


เหตุเกิดจาก ต้องย้ายบ้าน เนทเข้ายังไม่ได้ แล้วก็ยังต้องไป คลอด เจ้าหล่อนอีกต่างหาก ...


นั่นไง ค่ะ...หลังจากรอคอยเจ้าหล่อนมาเป็นเวลา 39 สัปดาห์ กับอีก 3 วัน













ในระหว่างนั้นก็ต้องวิ่งเข้า Urgency Smiley ถึงสองครั้ง


ครั้งแรกก็คือชอบไปเดินซื้อของเข้าบ้านคนเดียว หิ้วของเอง อยู่เป็นเนืองนิจ (จะให้ใครมาช่วยหิ้วล่ะจ๊ะ)


ขนาดคนที่แคชเชียร์ยังปรามเราเลยว่าไม่ควรมาซื้อของหิ้วของคนเดียวแล้วนะ (คงเห็นท้องโตมากมาก อุจาจลูกกะตา)


ยังค่ะ ไม่เคยฟังใคร ฉานทำได้ แค่นี้เอง บางทีก็อุ้มนาโอมิไปด้วย (คุณเธอไม่อยากเดินนี่น่า)


อีกครั้งก็เนื่องจากต้องย้ายบ้าน แบกของหิ้วของหนักๆอยู่สัปดาห์นึง


จริงๆก็มีพ่อ และแม่สามีมาช่วยย้ายนั่นแหละค่ะ แต่ความที่อยู่เฉยๆไม่เป็น ใครห้ามก็ไม่ฟัง


บอกท่านทั้งหลายว่า ไม่หนัก ไม่เป็นไร ทำได้ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง



สุดท้ายก็ เกือบจะต้องคลอดก่อนกำหนดถึงสองเดือน...อึ๋ย...


เลือดตกยางออกอย่างน่ากลัว....โดนดุเป็นว่าเล่นเลยเรา


แต่ก็นะ ยังโชคดีที่ผ่านมาด้วยดี ไม่งั้นเราคง....ไม่อยากคิด...













เย็นวันที่ 7 มิถุนายน เจ้าหล่อนก็มาให้เห็นแล้วค่ะ....เจนSmiley...เป็นชื่อของเธอ









กลับบ้านแล้ว เย้!!!! Smiley


...


..


.



หลังจากนอนอยู่โรงพยาบาล สามวันเต็มๆ ก็ได้กลับบ้านซะที





หลังจากเข้าบ้านได้วันเดียว พี่สาวเธอ นาโอมิ Smiley ก็กลับมาจากบ้านปู่กะย่า (ต้องเอาไปฝากไว้ตอนนอนที่โรงพยาบาล)


พอมาเห็นน้องเจนตัวจริง .. (เคยเห็นแต่ในเวบแคม) .. กระดี้กระด๊าใหญ่ อยาก จับ จูบ ลูบ คลำ



จนแม่หงุดหงิด... นึกแล้วก็สงสารลูกจริงๆ Smiley ไม่ใช่แม่ไม่รักหนูนะ


อาจจะเป็นเพราะว่าแม่เหนื่อยเกินไป....













ตอนแรก เราคิดว่านาโอมิยังไม่ได้คิดว่าเจนเป็นน้อง หรือเป็นสมาชิกใหม่ในบ้าน


เค้าคิดว่าเจนคือ ของเล่นของเค้า เพราะทุกคนบอกเค้าเสมอว่า แม่กำลังท้องเบบี้ให้นาโอมิ Smiley


สังเกตว่าอย่างเวลาออกนอกบ้าน เค้าเห็นเด็กเล็กๆ เค้าก็อยากเข้าไปจับไปเล่นด้วย...





พอมาตอนนี้ เราต้องคอยบอกว่าเนี๊ยนะ น้องชื่อเจน เป็นน้องของเค้า ไม่ใช่ตุ๊กตา ไม่ใช่ของเล่น..



สองสามวันแรกเหนื่อยมากมาก...นาโอมิ ไม่ยอมนอนในห้องตัวเอง จะนอนกับเจน


ไม่ยอมกินข้าว จะไปเล่นกับน้องท่าเดียว ไม่ยอมห่างแม่เลย เพราะเห็นแม่อุ้มน้อง เอาน้องกินนมตลอด


และ อยากกินนมแม่เหมือนน้อง ใครพูดยังไงก็ไม่ฟัง...Smiley









ตอนนี้ นาโอมิเริ่มดีขึ้นนิดนึง


เริ่มเข้าใจว่าเจนเป็นลูกอีกคนของพ่อ กับแม่ และ


เริ่มพูดเรื่อยๆว่าเจนคือน้องของเค้า Smiley



แต่อาการไม่อยากนอนคนเดียวก็ยังอยู่ แม่ต้องอยู่ด้วยในห้อง เราก็แอบย่องกลับมานอนที่ห้องตอนเค้าหลับSmiley


แต่ถ้าคุณเธอตื่นมากลางดึก ไม่เห็นแม่ก็จะร้องเรียกซะลั่นบ้าน



เราต้องคอยสลับไปนอนห้องโน้นที ห้องนี้ที อยู่ทุกคืน...Smiley


ต้องคอยระวังไม่ให้เสียงร้องของทั้งสองคน ปลุกคนใดคนนึงตื่น


เพราะหลายครั้งเจอตื่นพร้อมกันทั้งสองคน แล้วแต่ละคนก็แหกปากร้องซะ...โอยยยย ลมแทบจับ Smiley ...เฮ้อ


มีลูกมาก (แค่สองคนก็บ่นแล้วเหรอย่ะ) มันลำบากอย่างนี้เองเหรอเนี๊ย








แล้วสามีหล่อนไปไหนล่ะย่ะ??





ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ ตัวเค้าเองก็ช่วยเราเยอะมากมาก


ตื่นก็ตื่นพร้อมกัน ช่วยให้นมเจนกลางดึก หรือกลับมาบ้านก็ช่วยดูแลนาโอมิ ให้อาบน้ำ กินข้าว และเล่นกับนาโอมิแทนแม่



นี่เค้าก็เพิ่งขับรถไปชนมา ตอนไปส่งนาโอมิที่เครช สภาพรถยับเยิน Smiley คาดว่าต้องทิ้งแล้ว


แต่ทั้ง พ่อ และลูกปลอดภัยดี โล่งอกมากมาก



ช่วงนี้เค้าเองก็ต้องไปรับไปส่งนาโอมิที่เครชแทนเราด้วยรถอีกคัน เพราะเรายังขับรถไม่ได้


เป็นเพราะอาการปวดแถวๆก้นกบ เนื่องมาจากหลังคลอด เลยนั่งตรงๆ และนั่งนานๆไม่ได้


นี่ก็รอให้เลือดหลังคลอดหมดก่อน ต้องไปหาหมอเฉพาะทางให้ดูให้








ว่าแล้วก็จบบล็อกนี้ดีกว่า ขอไปนอนพักสักนิด อาศัยช่วงลูกหลับเพื่อไปพักผ่อน...


ขอเป็นกำลังใจให้แม่แม่ทั้งหลายที่เพิ่งคลอดลูกในช่วงนี้ด้วยนะค่ะ Smiley







 

Create Date : 22 มิถุนายน 2553    
Last Update : 22 มิถุนายน 2553 20:56:02 น.
Counter : 413 Pageviews.  

1  2  3  4  

อยู่ว่างว่าง
Location :
L\'ile de France France

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




website hit counter
website-hit-counters.com
: Users Online
MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อยู่ว่างว่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.