Photobucket

เทียวเมือง Bruges,Belgium เมื่อปีใหม่โน้นนนนน...






รอบที่สองที่ได้มาเยือนเมือง B r u g e s

หลังจากที่ได้ทิ้งเหรียญไว้หน้าบ้านแถวบึงแห่งความรัก ก็เค้าว่าถ้าทิ้งลงไปแล้วจะได้กลับมาเยือนี่...อิ อิ จริงซะด้วย



คราวนี้ก็เลย

หลอก

พ่อกะแม่ให้ทิ้งลงไปด้วย

(ปล. พ่อถามว่าทิ้งเหรียญยูโรเหรอ?
เราเลยบอกว่า อู๊ยยยย เหรียญบาทนั่นแหละ ทิ้งลงไปเถอะ
.... หลอกให้ทิ้งเหรียญบาทเพราะเผื่อจะได้ไม่ต้องพากลับมาเที่ยวที่นี่อีกไง เหอ เหอ ไอ้ลูกธรพี)


















บรรยากาศมันช่างขมุกขมัวดีแท้
ด้วยอุณหภูมิ

ติดลบ สององศา

หิมะตกเล็กน้อยถึงปานกลาง
คลองต่างๆก็กลายสภาพเป็นลานน้ำแข็งหมดแล้ว
พ่อกะแม่บอกว่า

พาตรูมาทำไมเนี๊ย


























เอาน่ะ อย่าบ่นเลย ไหน ไหน ก็ไหน ไหน
พาเข้าร้านกาแฟไปกินเครปร้อนๆ กะชา กาแฟดีกว่า









...
..
.

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก
เราก็ยังเดินกันอยู่ในเมืองด้วยความหนาวเหน็บ

สงสารพ่อกะแม่เหมือนกันนะเนี๊ย

นอกจากคนไทยไม่ค่อยเดินกันนานขนาดนี้กันอยู่แล้ว



แล้วยังพามาเดินตาก

อากาศที่หนาวขนาดติดลบ


แบบนี้ด้วยอีก

ทรมานคนแก่ดีแท้ อิ อิ (แล้วหัวเราะทำไมฟระ)





















จริงๆ เมือง

Bruges


เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ประทับใจเรามากมาก
ถึงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีความงาม ที่แตกต่างไปจาก

ปารีส


ที่เราเห็นอยู่ประจำๆ

รวมถึงสามีเราก็เห็นด้วยกับเรา พวกเราจึงเลือกที่จะมาเยี่ยมที่นี่อีกแทนที่จะไปที่อื่น



จอมยุ่งตื่นแล้วววว....
น่าสงสาร หนาวซะ เห็นแค่ตา






















เดินกันจนรอบเมือง มาถึงแถวหอนาฬิกาแล้วล่ะ

เอ้า พี่ไทย สู้ สู้



























หมดรอบแล้วค่ะ มาหาความสบายกันต่อที่โรงแรมดีกว่าเนอะ








ลากันด้วยรูปครอบครัวเราแล้วกันนะค่ะ
ขอบคุณที่แวะทักทายค่ะ มีความสุขมากมากค่ะ




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2553 3:09:01 น.
Counter : 695 Pageviews.  

ไปมันอีกแล้วที่เดิม Etretat,France

และแล้วก็ได้ฤกษ์ ฮ่า ฮ่า มาอัพบล็อกซะที
เกือบทำไม่เป็นซะแล้ว งม งม อยู่นั่นแหละ


คริสต์มาส ปีใหม่ที่ผ่านมา ก็ กิน กิน กิน  เมา  เมา  เมา  เมาท์  เมาท์  เมาท์
กันกับญาติญาติ ตามระเบียบ เหมือน ปีก่อนก่อน และ ก่อนก่อน



......จะมีที่แตกต่างจากเดิมก็คือพ่อกะแม่มาร่วมสนุกด้วย....
(จริงจริงไม่รู้ว่าสนุกหรือเปล่า เพราะทั้งคู่พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลย ทางญาติฝ่ายสามีก็ไม่พูดภาษาอังกฤษอีกต่างหาก)
อาศัยเราเป็นตัวกลางตลอด...อีตอนไหนที่เราไปแวบแวบทางอื่น ก็นั่งใบ้กันไป
เฮ้อน่าสงสารเหมือนกันนะเนี๊ย คิดถึงตอนเรามาอยู่ใหม่ใหม่ก็เงี๊ย แต่ก็นะ อย่างน้อยปีนี้ก็พิเศษนิดนึง
















มาอยู่ได้ไม่ถึงอาทิตย์ ก็บ่นว่าหนาว ไม่อยากอยู่แล้ว



น่าเห็นใจเหมือนกัน ออกไปเดินเล่นที่ไหนก็ลำบาก เพราะมันหนาวจริงๆ
ในที่สุดก็หนีกลับกันก่อน


ก่อนกำหนดตั้งสองอาทิตย์แน่ะ ทิ้งลูกตัวดำๆให้ตกระกำอยู่คนเดียวอีกแล้ว











....

วันปีใหม่พอดิบพอดี


พาพ่อกะแม่ไปเที่ยวทะเลหน้าหนาวมา...
จะที่ไหนได้ ไม่ไกล้ไม่ไกล ก็ Etretat , Haute-Normandie อีกแล้ว
(อีกแล้วนี่ก็เพราะมันไม่ไกลจากปารีสมาก เรากะสามีถ้ามีเวลาก็ขับรถไปกันอยู่เรื่อย เปลี่ยนบรรยากาศเมืองเมือง)




ส่วนพ่อกะแม่ที่ยังไม่เคยเห็นว่าน้ำทะเลที่ฝรั่งเศสน่ะ บอกแล้วว่าเล่นม่ายด้าย เป็นยังไง เลยพาไปดูเป็นขวัญและกำลังใจให้ทะเลไทยซะหน่อย
(เราแค่เอาเท้าจุ่มๆ ลงไปแค่ครึ่งตัว ช่วงหน้าร้อน แค่ห้านาทียังขอลา)








ผ่านไปแถว Fécamp หิมะก็ตกมาอย่างแรง โอ๊ว..แม่เจ้า

พ่อกะแม่เรามาเที่ยวหน้าหนาวก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ



(อ้าว?? ไหนทีแรกบอกว่าอยากมาเยี่ยมลูก และคิดถึงหลานไง)




และแล้ว..ก็รีบบอกให้ลูกเขยหัวทอง เหยียบเบรคและลงไปเป็นตากล้องให้ทันที่....และแล้ว...ทั้งสองก็ได้จับหิมะ ที่ตกลงมาพร้อมกับฝน

เป็นครั้งแรกในชีวิต






(พ่อยังมาแอบมาบ่นอุบอิบระคนความผิดหวังว่า นึกว่าหิมะมันจะตกลงมาเป็นก้อนกลมๆ เหมือนในหนังเกาหลีที่ดูในทีวีทุกวันซะอีก)

















ไปถึง

Etretat

มันก็ยังตกลงมาไม่หยุด หนาวก็หนาว ก็เลยต้องหาตัวช่วย เข้าร้านกาแฟสั่งเครื่องดื่มร้อนกัน
ทั้งทั้งที่ไม่ได้อยากจะกินสักกะนิด






















พอหิมะหยุดตก เลยชวนกันเดินขึ้นไปดูวิวกันข้างบน ถ่ายรูปกันตามระเบียบ



พ่อแอบกระซิบว่าทำไมมันไม่ตกลงมาอีกเยอะเยอะน๊า อยากเดินผ่าหิมะเหมือนพระเอกในหนังเกาหลีอ่ะ

(อีกแหละ พ่อเนี๊ย ตกก็บ่นหนาว ไม่ตกก็บ่น...แล้วทำไมพ่อชอบกระซิบเนี๊ย ไม่เข้าใจ พูดดีดีก็ได้นี่น่าเอ้อ)






















...
..
.



จากเขาด้านนึง ก็ขับรถขึ้นไปเขาอีกด้านนึง

และแล้ว วันนั้นก็จบลงด้วยความหนาวเย็น ระคนความสุขสมหวังของสองสามีภรรยาผู้เดินทางไกลมาจากทวีปเอเชียอันไกลโพ้น.....เพื่อเสาะแสวงหาหิมะที่ทวีปยุโรป อิ อิ อิ



(คราวหน้าก็ไปเกาหลีซะเลยซิพ่อ จะได้ไม่ผิดหวังน๊า)










ทริปหน้าจะพาสองสามีภรรยาไปเบลเยี่ยมค๊า

ขอให้มีความสุขกับครอบครัวกันถ้วนหน้านะค๊า




 

Create Date : 22 มกราคม 2553    
Last Update : 22 มกราคม 2553 19:49:03 น.
Counter : 957 Pageviews.  

ไปนั่งรถไฟชมเมืองกันที่ L U X E M B O U R G



บล็อกที่แล้วค่ะ


วันแรกที่ LUXEMBOURG แล้วเค้าหายกันไปไหนหมดเนี๊ย?




ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวแบบเต็มที่


คือขึ้นรถไฟเล็กชมเมืองเก่า (ด้านล่างหุบเขา)
คนละ 8 ยูโรมั๊ง ถ้าจำไม่ผิด ( เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมงครึ่ง)
















ก่อนรถไฟจะออกก็เดินเก็บวิวแถวๆนั้นไปด้วย
เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา (ยังกะยุ่งนักนี่)

















ธงชาติของประะทศ L U X E M B O U R G









แค่เดินข้ามถนนตรงนี้ไป ก็จะมองเห็น โบสถ์ประจำเมือง แล้ว

พูดถึงสถานที่เที่ยวชมนี่ก็อยู่ติดๆกันไปหมด


ประมาณว่าไม่ต้องเดินไปไหนไกล (ประหยัดพลังงาน )


แต่วันนี้ร้อนเหมือนกันนะเนี๊ย













เก็บภาพด้านข้างของโบสถ์








แล้วก็มาเก็บภาพด้านหน้า








ได้เวลารถไฟออกแล้ว...


แอบตื่นเต้น เพราะไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม
ไม่เคยคิดจะขึ้นรถไฟเลย


เพราะคิดว่าเดินไปดูจะสนุกกว่า หรือเปล่า??
ขึ้นรถไฟแล้ว มันเหมือนเที่ยวกับทัวร์อ่ะ


จะไปไหนก็ไม่ได้ไป...อยากหยุดก็หยุดไม่ได้
ไม่เป็นไร ลองดูหน่อยแล้วกัน...ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ว
(บ่นอะไรหว่าเรา??)









เก็บภาพอะไรไม่ค่อยได้เลย
เดี๋ยวเสาบัง ต้นไม้เยอะมาก


เดี๋ยวก็กระจกรถไฟบัง....แล้วยังคนอื่นอีก
โอย...อึดอัด





















เป็นไปตามที่คาดไว้อ่ะ
เรานั่งหาวไปตลอดทาง แหะ แหะ

ก็มันน๊านจริงจริงเล๊ย ไอ้ชั่วโมงครึ่งเนี๊ย...


รถไฟวิ่ง 10 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงได้มั๊ง (ถึงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย)



ถ้าไปเที่ยวก็แนะนำว่าไม่ต้องขึ้นกันก็ได้ค่ะ
เดินเที่ยว ชมวิวไปเรื่อยๆสนุกกว่าแยะ





















ออกจากรถไฟกันมาได้
ก็ขับรถไปจุดชมวิวอีกที่นึง


ตรงนี้คนแยะมาก จากตรงนี้จะเห็นวิวด้านล่างที่ที่รถไฟวิ่งผ่านนั่นแหละ












ข้างล่างน่าจะเป็นเมืองเก่า

ส่วนข้างบนก็เป็นกำแพงเมือง










































เมืองนี้หันไปทางไหนก็จะ เห็นสะพาน


เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเลยก็ว่าได้














วันนี้คุณย่าของนาโอมิแจ่มมาก



















กลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังทะยอยกันมา











ถ่ายแบบ









เค้าว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น ใช่มั๊ย??







ลากันด้วยคุณย่าสุดสวยของนาโอมิค่ะ





ขอบคุณที่เข้ามาทักทายกันนะค่ะ
มีความสุขทุกวันนะค่ะ




 

Create Date : 19 กันยายน 2552    
Last Update : 19 กันยายน 2552 3:10:03 น.
Counter : 322 Pageviews.  

วันแรกที่ LUXEMBOURG แล้วเค้าหายกันไปไหนหมดเนี๊ย?






L U X E M B O U R G เป็นอีกประเทศนึงที่ใฝ่ฝันจะไปเยือน...

เค้าว่ากันว่า สวยนักสวยหนา วันนี้ ขอดูให้เห็นกับตาหน่อยเถอะน่า


...
..
.


เช็คอิน ขึ้นห้อง สำรวจ ถ่ายรูป ตามกระบวนการ (ถ่ายทำไม??)

ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้เป็น Reference สำหรับคราวต่อๆไป เผื่อลืม









จองโรงแรม ออนไลน์ เลือกอยู่นานเหมือนกัน
เต็มก็เยอะ...(คิดในในว่าคนมันเที่ยวเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ)


สุดท้าย เอาแบบที่รู้จักดีกว่า เลยได้ที่ N O V O T E L (แฟนเลือก)


ส่วนเราอยากได้อะไรที่เป็นสไตล์เก่าๆของที่นั่น ( เรื่องมาก ) ก็จะได้ศึกษา วัฒนธรรม การเป็นอยู่ไปในตัวไง แต่ช่างเถอะ...เบื่อหาแล้ว











Model Stlye...ตามสไตล์ของเค้า ก็โอเคอ่ะ สะอาดดี แถมอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ ไปไหนก็สะดวก








ออกไปเดินเล่นในเมืองกันดีกว่า เห็นแว๊บๆตอนขับรถหาทางเข้าโรงแรม ตื่นเต้น ตื่นเต้น


(สามีถามว่าทำไมต้องพูดคำเดียวกัน สองครั้ง?? เค้าบอกว่า ได้ยินคนไทยพูดกันแบบนี้เกือบทุกคน ...เข้าใจสังเกตุแฮะ


เราคิดไปคิดว่าก็เห็นว่าจริง อิ อิ เพื่อเป็นการย้ำว่ามันจริงมั๊ง) ก็มันตื่นเต้น นี่น่า




...
..
.





ถึงใจกลางเมืองแล้วค่ะ ที่เดิมกับตลาดวันอาทิตย์จากบล็อกก่อน P l a c e G u i l l a u m e II

ภาพซ้าย เห็นลิบๆ ตึกตรงกลางนั่น เป็นราชวังท่านดยุคเค้า..
ส่วนภาพขวาก็ ที่ว่าการอำเภอ











ว่าแต่ว่า โอ้โหแหะ คนหาย หัว ไปไหนหมดเนี๊ย

อันที่จริงวันที่มาถึงเป็นวันศุกร์ และก็อีตอนที่มาเดินนี่ก็แค่ ห้าโมงเย็นเองอ่ะ

แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่ได้คิดจะเชิญไปเดินด้วยอยู่แล้ว...แหะ แหะ




Tourist Information Office ก็อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ หาง่าย







L U X E M B O U R G เป็นประเทศที่เล็กที่สุดในทวีปยุโรปค่ะ และมีขนาดเป็นอันดับ 167 ของโลก พื้นที่ทั่วประเทศ 2,586 ตารางกิโลเมตรเอง

มีประชากร 480,022 คน (ก.ค. 2549) ซึ่งเค้าบอกว่า 60 เปอร์เซนต์เป็นคนต่างชาติ หมายถึงไม่ใช่คนลักซัมเบิร์กจริงๆ...





ได้คุยกับชาวท้องถิ่นเค้าบอกว่า ที่ไม่มีคนช่วงวันศุกร์ ถึง เสาร์ ก็เพราะ
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ช่วงวันธรรมดา คือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานเท่านั้น

พอถึงวันศุกร์ ต่างคนก็ต่างโกยยยย กลับบ้าน...ที่อยู่พรมแดนที่ติดกัน ส่วนพวกที่เห็นเดินๆอยู่เนี๊ย ก็มีแต่นักท่องเที่ยว กับ ชาวลักซัมเบิร์กจริงๆ ประปราย....


เห็นจะจริงเพราะ อีตอนขับรถเข้ามา ยังคุยกันอยู่ว่า ทำมายยย มีแต่รถขาออก...ติดหนึบซะยาวเลย มีแต่เราเนี๊ย วิ่งลิ่วลิ่วเข้าประเทศเค้าอ่ะ





ประมุขคนปัจุบันคือ H.R.H. Grand Duke Henri (ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2543)



เดินเข้าไปดูราชวังท่านดยุคใกล้ดีกว่า









เดินกันเกือบทุก (ตรอก) ซอกเล็กซอกน้อยไปหมด...

แม่สามีไปเจอร้านอาหารไทยอยู่ร้านนึง (ภาพขวา)
เลยส่งตัวแทน (จะใครที่ไหน ก็ฉานนี่แหละ...) ไปถามดู กะว่าจะมาฝากท้องกันตอนเย็น



ปรากฏว่าเป็นร้านอาหารไทยนี่แหละ
....แต่พ่อครัวเป็นจีน...เจ้าของร้านก็จีน...
เลยอดได้ลูกค้าไปตามระเบียบ



ก็อยากอุดหนุนคนไทยจริงๆ ร้านจีนเจอบ่อยแล้ว...เต็มปารีส..รสชาติเดิมๆ

















เพิ่งมาเห็นทีหลังตอนกลับโรงแรม ว่าร้านนี้ถูกแนะนำในหนังสือท่องเที่ยวของเมือง... รู้งี้ไปทานดีกว่า




นาโอมิของเรา เกิดอาการเบื่ออย่างเห็นได้ชัด ???
คงพยายามหามุมมองใหม่ๆ อวดสายตานักท่องเที่ยวคนอื่นๆ











พูดถึงเราชอบสีของบ้านเมืองเค้ามากเลย

ออกสีโทนพาสเทล สีไข่ไก่ อุ่นๆ...ดูสวยดีเหมือนกัน

Scooter ยังโทนเดียวกันเลย ชอบเป็นทุน..เลยเก็บมาซะหน่อย









เดินไปเจอร้านอาหารอยู่ร้านนึง ถูกใจสไตล์การตกแต่งมากมาก
พ่อสามีบอกว่าเป็นอุโมงค์รถไฟเก่า...










เก็บมาเกือบทุกมุม สีสันได้ใจ...บวกของตกแต่งอีก...
...
..
.


ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีทางออกด้านหน้า...
(แล้วยังเดินเข้าร้านเค้าหน้าตาเฉย แถมกดชัตเตอร์อีกเป็นสิบ)










เดินขึ้นบันไดมาจนเจอกับบรรดาโต๊ะที่เค้าทานอาหารกันอยู่ เอิ๊ก...
ยัยนี่มาจากไหนเนี๊ย...???


ทำหน้าเชิด...ฝ่าฝูงชนออกมาเจอหน้าร้าน ฮ่า ฮ่า เป๋อได้อีกเรา
เสียดายยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็น...ไม่งั้นชวนหม่ำไปแล้ว









คราวหน้ามาต่อแล้วกันนะค่ะ วันนี้วันเกิดนาโอมิครบสองขวบแล้วจ้า ^^ ขอใช้เวลากับลูกเยอะๆดีกว่า...

เดี๋ยวบ่ายๆจะออกไปซื้อเค้กทำปาร์ตี้เล็กๆกันตอนเย็น (สามคน พ่อ-แม่-ลูก)


มีความสุขมากมายค่ะ




 

Create Date : 03 กันยายน 2552    
Last Update : 3 กันยายน 2552 15:31:22 น.
Counter : 511 Pageviews.  

ครั้งแรกที่ Luxembourg ตอน เดินตลาดของเก่ากันค่ะ @ Place d'armes





และแล้วก็มาถึง L U X E M B O U R G ซะที

ด้วยระยะทางจาก บ้านแถบ Banlieu Parisienne เบ็ดเสร็จรวมแล้ว 404 กิโลเมตร...


วันนี้ไปเดินตลาดของเก่ากัน
ไม่ซื้อ แต่ชอบดู...ชอบบรรยากาศอ่ะ


ก่อนเดินไปตลาด ก็เดินเล่นช๊อบปิ้งรองเท้ากันกับแม่สามี อย่างเมามัน เพราะกำลังเซลส์กันอยู่



ทางผ่านก็เป็นตลาดอีกเหมือนกัน แต่เหมือนกำลังเก็บของกันอยู่ สงสัยเรามาช้าเกินไปอีกแล้ว...













วันนี้วันอาทิตย์ค่ะ คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว กับสีสันของตลาดเช้าที่หน้าที่ว่าการอำเภอเมือง ตรงนี้เรียกว่า

P l a c e G u i l l a u m e II


...
..
.

หลุดจากอุโมงค์ ที่หน้า ที่ว่าการอำเภอก็เลี้ยวซ้าย โอววว ครึกครื้นจัง ชอบ ชอบ

















คู่นี้น่ารักมากมาก เล่นดนตรีช่วยกันทำมาหากิน
แถมยิ้มสู้กล้องทุกรูปที่นักท่องเที่ยวถ่าย (รวมทั้งเรา)


จนอดไม่ได้ที่จะควักตังค์ ^ ^ เตรียมหย่อนลงกล่อง (สมบัติ)
ที่เค้าตั้งใจเปิดไว้ให้นักฟังเพลงคว้างเศษเหรียญใส่

ด้วยความเบอะบะของเรา ถ่ายรูปไป กำเหรียญไว้ในมือ

แล้วก็ลืมมมมมมมม.... เอิ๊ก..มาคิดได้ก็ตอนเดินออกมาซะไกลลิบแล้ว โธ่....จะทำดีตอบแทนซักที...กรรม












ไม่มีแผงก็วางกับพื้นได้...กับหนังสือเก่ากองโต







ไม่มีแผงก็วางบนกำแพง....กับของสัพเพเหระ









อุ๊ยยยย รูปวาดนี้น่าซื้อจัง วาดได้เหมืองรองเท้าเรากับสามีเลย...บ๊องงง









ไม่อยากบอกว่าเซทด้านขวานี้ พี่ผู้หญิงไทยเป็นคนขาย..(สามีแอบมากระซิบเพราะได้ยินเค้าคุยกัน)

เราไม่กล้าไปทักอ่ะ...ยิ่งเป็นคนขี้อายด้วย ประกอบกับดูท่าทางพี่แกคุยกันออกรสออกชาติเกินไปหน่อย

กลัวต้องนั่งรับฟังอีกเป็นชั่วโมง ขอโทษด้วยนะค่ะ...








ชุดกาแฟสมัยคุณแม่ยังสาว








เครื่องประดับ แฮนท์เมด








แผงหนังสืออีกแผงนึง








เห็นกระจกเป็นไม่ได้ พ่อสามีบอกบ๊องหรือเปล่า???






ภาพของ Palais Municipal "Cercle" ที่สะท้อนบนกระจกของตึกอีกฝั่ง











เริ่มหิวกันแล้วค่ะ ด้านข้างของตลาดของเก่า รายล้อมไปด้วยร้านอาหาร
ทั้งอินดอร์ และ เอาท์ดอร์

อากาศอย่างนี้ มีหรือจะเข้าไปนั่งอุดอู้อยู่ข้างใน

ขอนั่งดูคนเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก สนุกกว่าตั้งเยอะ











ตรงตลาดของเก่านี้ เค้าเรียกว่า La place d'armes

เป็นแหล่งช๊อบปิ้ง ทานอาหาร ของชาว Luxembourg และนักท่องเที่ยว
ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดของเก่าแบบนี้ และยังมีวงดนตรีออเคสตรา ช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำอีกด้วย








โฉมหน้าบรรดานักดนตรี ทั้งรุ่นใหญ่ และรุ่นเล็ก

เรียกได้ว่า ทานข้าว....เคล้าเสียงเพลง








และก็เคล้า...อึมมมมม...นารี....
(ขอบคุณสาวน้อยใจดีที่เห็นเราตั้งกล้องเลย โพสต์ท่าให้ถ่ายรูปค่ะ)


ชาว Luxembourg นี่ใจดีจริงๆ









นั่งเล่น เดินเล่นกันไปจนเย็น ... ในที่สุดก็ได้เวลาทานข้าวเย็นอีกแล้ว...





ขอบคุณที่แวะเข้ามาทักทายกันนะค่ะ ไปเที่ยวกันต่อบล็อกหน้าค่ะ บาย บาย





 

Create Date : 27 สิงหาคม 2552    
Last Update : 27 สิงหาคม 2552 22:42:04 น.
Counter : 487 Pageviews.  

1  2  3  4  

อยู่ว่างว่าง
Location :
L\'ile de France France

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




website hit counter
website-hit-counters.com
: Users Online
MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อยู่ว่างว่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.