การ ‘เอาคืน’ แบบเด็กๆ (งานตะพาบครั้งที่ 167)


ตอนเด็กๆ ในวัยประถม การแกล้งกันเหมือนเป็นเรื่องน่าสนุก เพราะไม่ได้แกล้งกันในระดับที่รุนแรงมาก ออกแนวขำๆ แล้วเดี๋ยวก็ดีกัน เราเริ่มแกล้งเพื่อนก็ตอนป.6 แต่แกล้งเพื่อนผู้ชายนะ เพื่อนผู้หญิงเราไม่แกล้ง เพื่อนประถมส่วนใหญ่ ก็จะมองเราเป็นทอม เวลาเจอกันตอนที่โตแล้วเขาก็กอดคอ หรือเวลาโทรศัพท์คุยกันแล้วเราพูดจาเรียบร้อย “สวัสดีค่ะ” เขาก็จะขำ แต่คือที่เรา สวัสดีค่ะ เพราะไม่รู้ว่าใครโทรมา ไม่รู้ว่าเบอร์ใคร

แต่คนที่เราทะเลาะและเหมือนจะแกล้งกันบ่อยสุด ก็คือ เพื่อนสนิทเรา ที่เรารู้จักกันตั้งแต่ป.2 แล้วก็เว้นช่วงมา มาเจอกันอีกทีก็ตอน ป.5 – ป.6 (โรงเรียนเราสายน้ำทิพย์ จะมีการคละห้องบ้าง ยกห้องบ้าง เราจะได้เจอทั้งเพื่อนกลุ่มใหม่ และเพื่อนกลุ่มเก่า) แต่ตอนป.5 – ป.6 ค่อนข้างผูกพัน เพราะยกห้องมา ป.5/7 ก็มา ป.6/7 เพื่อนในห้องก็จะเป็นเพื่อนกลุ่มเดิม

กับเพื่อนคนนี้ก็เรียกว่าทะเลาะกันมาตั้งแต่ป.5 และเขาก็ตั้งฉายาเราว่า อีเย็น (เขาว่าหน้าเราเหมือนมลฤดี นางเอกละครนางทาสสมัยนั้น) เราก็จะโดนเรียกว่า อีเย็น ตั้งแต่ป.5 – ป.6 แต่เราก็ขำๆ นะ ไม่ได้โกรธ

ตอนป.5 เราอาจจะไม่ค่อยทะเลาะกันมากเท่าไหร่ เพราะเราเป็นผู้ช่วยอาจารย์บรรณารักษ์ เราจะไม่ค่อยอยู่ห้อง ก็จะขลุกๆ อยู่กับห้องสมุด แต่ตอนป.6 เราไม่ได้ทำแล้ว ก็จะว่างๆ หน่อย เช้ามา ก็เอาละ ทะเลาะกัน แกล้งกัน เรียกว่าเป็นอย่างนี้ทุกวัน เราว่าเขาคงจะต้องเก็บกด เพราะถ้าเทียบแล้ว เหมือนว่าเราจะแกล้งเขาซะมากกว่า (แต่จริงๆ ก็พอๆ กันแหละ) เขาก็เลยเอาคืนเรา ซึ่งเราก็จำได้ไม่ลืม

ต้องบอกว่าโรงเรียนเราจริงๆ แล้วมีกฎห้ามนักเรียนซื้อของนอกโรงเรียนทาน คงกลัวว่าจะไม่สะอาด แต่พวกเราก็ซื้อกันประจำ ซื้อกันในโรงเรียนนี่แหละ แต่เอามือยื่นออกไปนอกโรงเรียน ส่งเงินรับของกันผ่านช่องรั้ว แต่ถ้าอาจารย์มาเห็น ก็แน่นอนไม่โดนดุ ก็โดนตี แต่ถ้าไม่อยากให้อาจารย์เห็นล่ะ จะทำยังไง ก็ใช้เพื่อนสิ (ความคิดด้านเลวมา) เราก็ใช้เพื่อน เพื่อนสนิทเรานี่ล่ะไปซื้อ แล้วเราก็หลบมุมซ่อนตัว ถ้าอาจารย์เห็น เพื่อนก็ซวยไป

เพื่อนเราก็คงเก็บกด วันที่เราสั่งยำไส้กรอก โดยให้เงินเพื่อนไป เราจึงได้ยำไส้กรอกในแบบที่โคตรเค็มปิ๊ดปี๋ วันนั้นนี่กินเข้าไป อื้มหืม เค็มมาก ส่วนเพื่อนเราน่ะเหรอ ยืนหัวเราะใหญ่ มีการบอกด้วยว่า “ฉันสั่งแม่ค้าว่าให้เอาเค็มๆ แกชอบ” ชอบตรงไหน ไอ้บ้า เดี๋ยวก็เขวี้ยงด้วยถุงไส้กรอกเลย แต่ตอนนั้นไม่ได้ทำหรอก แค่คิด แต่ต้องขอบคุณเขานะ ที่เขาสั่งให้เอาเค็มๆ ถ้าเขาสั่งเอาเผ็ดๆ เราว่าเราคงขี้แตกอะ (พยายามมองในแง่ดี)

ปัจจุบัน เรากับเพื่อนคนนี้ก็ยังคบกันอยู่นะ แต่ก็ยังคงทะเลาะกัน แล้วก็คืนดีกันอยู่ เหมือนตอนประถมเปี๊ยบ เดี๋ยวก็ทะเลาะ เดี๋ยวก็คืนดี บ้าบอคอแตก

เพราะเพื่อนยังไงก็คือเพื่อน “เพื่อนคือสายน้ำไม่มีวันที่จะขาด จะตัดยังไงก็ยังมีรักให้กัน จะผูกพันกันไปยาวนานเธอและฉัน เป็นยิ่งกว่ารัก ก็เพราะเราคือเพื่อนกัน” (ขอร้องเพลงเสียหน่อย)



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 9:11:14 น.
Counter : 675 Pageviews.

14 comment
‘เปลี่ยนแนว’ มารีวิวครีม (งานตะพาบครั้งที่ 166)


ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกที่มาลงในหมวดนี้ คือ หมวดความงาม (เป็นครั้งแรก และอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย) เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่แต่งหน้า ก็จะไม่รู้จักเครื่องสำอางอะไรเท่าไหร่ เครื่องประทินผิวจำพวกครีม ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่ใช้ ส่วนแป้งก็นานๆ ผัดที เมื่อก่อนที่บ้านจะบอกว่า “ผัดหน้าหน่อยสิลูก” หลังๆ เขาไม่บอกแล้ว เราก็หวีผม แล้วออกเลย

ถ้าวันไหนผัดหน้า วันนั้นจะต้องเป็นวันที่สำคัญจริงๆ ครีมต่างๆ อย่างที่บอกก็ใช้เมื่อจำเป็น เช่น หน้าหนาวก็ใช้ครีมทาผิวไม่ให้แห้ง เมื่อก่อนอยู่กับแม่ก็ใช้ครีมโอเลย์ด้วยกัน ใช้ทาหน้า ส่วนนีเวียใช้ทาขา (ทาแขนบ้างถ้าคัน)

ของเราที่จะมีปัญหาบนใบหน้าก็คือ ใต้ตาคล้ำ เราก็พยายามจะหาครีมเพื่อมาแก้ตรงนี้ แล้วก็เรื่องที่เป็นสิว ซึ่งมันก็จะมีมาบ้างช่วงใกล้มีประจำเดือน แต่เราโชคดีที่ไม่ได้มีสิวเยอะ ต้องบอกว่าโชคดีมากๆ ที่นานๆ มันมาที

เรื่องสิว เราก็ไปหาครีมจากเซเว่น แต่เลือกยี่ห้อที่คุ้นเคยหน่อย เราว่าอย่างดร.สมชาย ยันฮี พวกนี้จะการันตีได้ แต่ก็นั่นแหละ ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ถ้าใครใช้แล้วแพ้ก็ขอให้หยุดเลย

ตอนแรกเราก็ไปซื้อหลอดสีแดงมา แต่ดูแล้ววิธีการใช้จะยุ่งยาก เพราะต้องทาทิ้งไว้ แล้วต้องไปล้างออกด้วยโฟมล้างหน้า ตอนหลังก็ได้มาเจอกับหลอดสีเขียว แต้มแล้วไม่ต้องล้างออก เลยคิดว่าใช้ตัวนี้ดีกว่า ซึ่งก็โอเคนะ ใช้แล้วสิวค่อยๆ ยุบไปดี





สีแดงจะเหมาะกับสิวเสี้ยน สิวอุดตัน






สีเขียวจะเหมาะกับสิวอักเสบ สิวหัวหนอง



เพื่อนๆ หรือใครที่เป็นสิวลองไปซื้อหามาใช้ดูได้ค่ะ จะสั่งจากทางเว็บของดร.สมชาย หรือลองหาตามเซเว่นก็ได้ค่ะ

ส่วนเรื่องขอบตาคล้ำ เราใช้ตัวนี้ ซึ่งก็พอจะใช้ได้อยู่ เราซื้อจากโลตัส แต่ไม่ได้ใช้ทุกวัน ถ้าใช้ทุกวันอาจจะเห็นผลดีขึ้นก็ได้ ของเรามันก็ยังคล้ำอยู่ เพราะเรานอนดึก แต่รู้สึกว่ามันก็จางลงไป






ยังไงเพื่อนๆ ก็ลองเลือกใช้ดูนะคะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมบล็อกค่ะ



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2559 12:52:59 น.
Counter : 831 Pageviews.

14 comment
ถวายความอาลัย (งานตะพาบครั้งที่ 165)





งานตะพาบครั้งนี้เป็นงานตะพาบที่รู้สึกว่าเขียนยากมากที่สุด แต่มีความรู้สึกมากมายที่อยากจะเขียน ด้วยรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ท่านทรงงานหนักเพื่อพวกเรามาโดยตลอด และด้วยความอาลัยที่ไม่รู้ว่าจะบรรยายความรู้สึกออกมาอย่างไร

เรามีโอกาสได้รู้จักกับโครงการในพระราชดำริตั้งแต่ตอนประถม ด้วยว่าที่โรงเรียนเราจะมีนมให้นักเรียนทุกคนดื่มในช่วงบ่ายของทุกๆ วัน เป็นนมถุงจากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ที่บนถุงจะพิมพ์ไว้ว่าโครงการส่วนพระองค์ นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น และได้ซึมซับว่าท่านมีโครงการเพื่อพวกเรา ให้ได้อยู่ดีกินดี สุขภาพดี

เมื่อโตขึ้นเราก็ได้รู้จักกับอีกหนึ่งโครงการ คือ โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ในช่วงนั้นเราอยู่ชั้นมัธยมซึ่งที่บ้านก็ได้ซื้อหนังสือสารานุกรมที่เป็นปกแข็งมาไว้ มีหลากหลายเรื่องราวที่ให้ได้ศึกษา ที่โรงเรียนก็มีอยู่ในห้องสมุดให้นักเรียนได้ค้นคว้าหาอ่าน

ทำให้เราได้รู้ว่าท่านให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชนมากเพียงใด

นอกจากนี้เราก็ยังได้เห็นโครงการในพระราชดำริจากสื่อต่างๆ และได้เห็นพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ จากสื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ทำให้เราได้รู้ว่าท่านทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อพวกเรามากขนาดไหน

ยังมีในเรื่องของคำสอน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ท่านได้ประพฤติ ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง รวมไปถึงพระราโชวาทในที่ต่างๆ ที่ให้แง่คิดกับการดำรงชีวิต ให้ได้ปฏิบัติตาม ได้เดินตามรอยเท้าพ่อ

เมื่อพ่อจาก น้ำตา ลูกรินหลั่ง
ใจภินท์พัง แต่ยังเก็บ คำสอนไว้
ให้ระลึก ปฏิบัติ ตามรอยไป
ให้ร่วมรักษ์ ประเทศไทย ให้คงนาน...













Cr. รูปภาพ กูเกิล



Create Date : 15 ตุลาคม 2559
Last Update : 16 ตุลาคม 2559 21:21:03 น.
Counter : 918 Pageviews.

3 comment
สูตรลับ (งานตะพาบครั้งที่ 164)


เมื่อเราต้องเดินทางไปต่างถิ่น
ก็ได้ยินพี่พี่เขาเล่าถึง
เรื่องลี้ลับในโรงแรมให้หูผึ่ง
ให้นั่งอึ้งเนื้อตัวสะท้านไป

ก่อนจะบอกสูตรลับกลเม็ด
วิธีเด็ดไม่ให้เจอผีนั้นได้
คือหนึ่งเราเคาะห้องก่อนเข้าไป
สองวางรองเท้าไว้สลับกัน

สลับคู่หัวหางดั่งหยางหยิน
สามรีบผินเปิดไฟอย่างมุ่งมั่น
สี่ถ้ามีเตียงว่างวางของพลัน
อย่าให้มีเตียงเปล่านั้นอาจเจอดี

ห้าขยับเตียงสักหน่อยสักเล็กน้อย
หกอย่าปล่อยกระจกไว้เดี๋ยวเจอผี
หากว่าอยู่ปลายเตียงพอดิบพอดี
ให้หาผ้าคลุมไว้ที่กระจกนั้น

เจ็ดสวดมนต์แผ่เมตตาเสียก่อนนอน
เมื่อหัวล้มถึงหมอนจะไม่ฝัน
หากทำได้เจ็ดข้อรับประกัน
ไม่เจอผีแน่ท่านในห้องพัก

ฉันก็นั่งฟังอยู่ฉันรีบจด
เมื่อรถบัสจอดรถถึงที่นั่น
ฉันก็รีบรี่ลงในฉับพลัน
เพราะปวดฉี่สุดจะกลั้นเกินบรรยาย

เลยเข้าห้องน้ำไปอย่างเดี่ยวโดด
แล้วก็ปล่อยทุกข์โลดมาเป็นสาย
ระหว่างนั้นได้ยินเสียงข้างข้างกาย
ห้องข้างข้างก็เป็นสายเหมือนเหมือนกัน

ก็รู้สึกดีใจที่มีเพื่อน
กระแอมด้วยเหมือนเตือนให้คอยฉัน
เสียงกระดาษถูกดึงอย่างเมามัน
เธอต้องทุกข์หนักแน่นั่นฉันมั่นใจ

แต่เมื่อก้าวออกไปดูสิ่งที่พบ
ฉันก็เกือบสลบยืนไม่ไหว
เมื่อห้องน้ำข้างข้างไม่มีใคร
แล้วเสียงที่ได้ยินคืออะไรตอบฉันที...



หมายเหตุ : งานเขียนนี้เป็นงานที่เขียนตามโจทย์นะคะ ไม่ได้เป็นเรื่องจริงแต่ประการใด ส่วนวิธีป้องกันผีความจริงมี 9 วิธีที่เสิร์ชหาได้จากกูเกิล แต่เราเอาลงแค่เจ็ด สามารถอ่านต่อได้ที่… https://goo.gl/rTGJhJ

แต่ถ้าอยากอ่านวิธีฮาๆ เชิญได้ที่... //pantip.com/topic/30859754

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและมาเยี่ยมบล็อกค่ะ



Create Date : 01 ตุลาคม 2559
Last Update : 1 ตุลาคม 2559 1:06:38 น.
Counter : 531 Pageviews.

10 comment
บ้านนอก (งานตะพาบครั้งที่ 163)


แล้วเราเจอกันนะที่บ้านนอก
เป็นข้อความที่เขาบอกไลน์มาหา
เราเลยรีบจัดเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้า
ไว้ล่วงหน้าก่อนวันนัดหลายวัน

รวมถึงจองตั๋วเอาไว้กลัวจะหมด
เดี๋ยวจะอดไปเจออย่างสุขสันต์
เมื่อถึงวันที่เตรียมจะบินนั้น
ก็เช็คกันทุกอย่างเตรียมพร้อมเพรียง

เมื่อขึ้นเครื่องก็ปิดโทรศัพท์
เลยไม่ได้สดับหรือยินเสียง
ลงจากเครื่องเราก็รีบมองเมียง
ด้วยหวังเพียงจะเจอคนรู้ใจ

แต่กลับไม่มีใครเลยมารับ
เราก็ใจหายวับคิดไปไหน
กลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป
เลยรีบควักโทรศัพท์ไซร้สอบถามดู

แต่เมื่อได้เห็นจากที่หน้าจอ
ก็ให้อ้าปากหวอร้องอู้หูว
มีมิสคอลเป็นสิบเลยคิดดู
พ่อยอดชู้ของฉันเป็นอะไร

เลยรีบโทรกลับไปพร้อมส่งเสียง
ลองเลียบเลียบเคียงเคียงอยู่ที่ไหน
เขาก็บอกอยู่นอกบ้านของแกไง
แล้วแกล่ะอยู่ที่ไหนบอกมาที

ฉันอุตส่าห์เข้ากรุงมาหาแก
ก็นัดไว้แท้แท้ไปไหนนี่
รีบลงมาเปิดประตูซะดีดี
อย่าให้ฉันคนนี้นั้นคอยนาน

เราเลยรีบย้อนกลับไปดูไลน์
โอ้ฉิบหายตายละยากฝันหวาน
กลับไปเราคงโดนแพ่นกบาล
ก็ในไลน์บอกนอกบ้านนะเว้ยแก...


** ในไลน์บอกนอกบ้าน แต่อ่านเป็นบ้านนอก เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้



Create Date : 16 กันยายน 2559
Last Update : 16 กันยายน 2559 0:14:11 น.
Counter : 709 Pageviews.

12 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

BlogGang Popular Award#16



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com