ฉันจะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว (งานตะพาบครั้งที่ 175)


สำหรับโจทย์นี้ซึ่งเป็นกิจกรรมของทางบล็อกแก๊ง จริงๆ เราตั้งใจไว้ว่าจะเขียนอีกแนว และไม่ได้ลงในส่วนนี้ แต่พอดีว่ามันมีเรื่องอะไรบางอย่าง เลยทำให้มาเขียนในแนวนี้ เพราะต้องการจะบอกกล่าวกับคนที่ยังไม่รู้ให้ได้รู้ ทั้งๆ ที่ความจริงเราตั้งใจเอาไว้ว่าในปีนี้จะเป็นปีแห่งการให้อภัย และไม่ยุ่งอะไรกับใครทั้งสิ้น ยกเว้นเรื่องครอบครัวและเรื่องตัวเอง

เรื่องการให้อภัย เราให้อภัยไปหมดแล้ว แต่เรื่องการไม่ยุ่งอะไรกับใคร เรายังทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่เราควรจะทำให้ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา ใครเรียนผูก คนนั้นก็ต้องเรียนแก้

เราไม่ควรที่จะต้องมาเป็นองครักษ์พิทักษ์เพื่อนหญิงให้ผู้ชายด่า ผู้ชายอาฆาต คุณคิดว่าเรามีความสุขเหรอกับการที่เราต้องทำอย่างนั้น และโดนอย่างนั้นน่ะ เราเข้าห้องนั้นไม่ได้ เพราะมีแรงอาฆาตพยาบาทอยู่ ขณะที่คุณกับเขาเดี๋ยวก็ทะเลาะ เดี๋ยวก็ดีกัน คือ เราควรจะเข้าไปยุ่งไหม หรือ เราควรจะอยู่เฉยๆ

เรื่องความเจ้าชู้ เราว่าคุณนั้นรู้ดี เพราะคุณเป็นคนแรกที่ได้รู้จักกับเขา และคุณก็ได้เห็นอะไรหลายอย่าง แต่คุณก็ยังคงให้อภัย ส่วนเราตัดไปนานแล้ว แม้แต่ความเป็นเพื่อนก็ไม่เหลือ ที่ไม่เหลือ เพราะเขาเลือกที่จะไม่รับมิตรภาพจากเรา ในเมื่อไม่อยากรับ ก็ไม่เป็นไร ชีวิตเรามีเพื่อนตั้งมากมาย จะมาแคร์อะไรกับคนคนเดียว คนที่ทำให้สุขภาพจิตเราแย่ ไม่ได้ดีขึ้น

เราควรที่จะมีความสุขอยู่ในโลกของเรา โลกที่ไม่มีเขาเข้ามาเกี่ยวพัน ต่างคนต่างอยู่ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้จบง่ายๆ เพราะเขาคงคิดว่าเราเอาเรื่องของเขาไปเล่าให้เพื่อนอีกคนฟัง แต่ขอบอกเลยนะว่าเราไม่ได้คุยกับเพื่อนคนนี้มานานมากๆๆๆ แล้ว สิ่งที่เพื่อนผู้หญิงคนนั้นเขียน เราไม่ได้เป็นคนสั่ง

เพราะคนอย่างเรา ถ้าจะลุย เราลุยเอง ก็เคยได้เห็นกันอยู่ กลัวที่ไหน ผู้ชายพรรค์นั้น

แต่ที่เราเงียบ เพราะเห็นว่าเขากำลังปรับปรุงตัว เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขายังอาฆาตเราอยู่ เราได้รู้จากงานเขียนของเขา ทั้งๆ ที่เรากับเขาจบกันไปนานแล้ว

และถ้าเราไม่เปิดตัวในบล็อกว่าเรามีคนที่ศึกษาอยู่ เราว่าเขาคงยังไม่เลิก คงรอวันที่จะชำระแค้นกับเรา บางทีเราก็ยังคิดเขาจบปรัชญา พุทธศาสนามาจริงหรือเปล่า ทำไมดูวางอะไรไม่ได้เลย คนที่เรียนขนาดนี้ ควรจะต้องเป็นคนที่วางอะไรต่างๆ ได้ ไม่ควรจะต้องมายึด มาเก็บ

แต่ก็นะ ถ้าเขายังอาฆาตเราอยู่ก็ตามสบาย ใครอาฆาต ใครแบก คนนั้นก็หนักเอง

แต่จะให้เรานิ่งๆ ไม่ให้ความกระจ่าง กับคนที่สงสัยเรื่องความอึมครึมในห้องไม่ได้ เราต้องเคลียร์เพื่อไม่ให้เขาทุกข์ เพื่อให้เขารู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมบรรยากาศในห้องมันเปลี่ยนไป ทำไมไม่ค่อยมีผู้หญิงมาตั้งกระทู้ ความสนุกสนานมันหายไปไหน แม้แต่ผู้ใหญ่ที่เคยอยู่ทำไมเขาหายไป

และเราก็อยากจะบอกให้คุณรู้ ในเรื่องที่คุณยังไม่รู้นะ (เราว่าคุณต้องยังไม่รู้แน่ๆ) ว่าในระหว่างที่เขายังเล่นกับคุณ คุยกับคุณ ว่าเขาหลังไมค์คุยกับผู้หญิงอีกคน และถึงขั้นว่าจะโทรหาด้วย แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นเขาไม่เล่นด้วย คุณคิดว่าถ้าเขาเล่นด้วย มันจะเป็นยังไง เขาก็จะทำให้ผู้หญิงคนนี้เจ็บไปอีกคน

แต่เอาเถอะ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะว่าคุณจะยังยุ่งกับเขา หรือเลิกยุ่ง ถ้าคุณยังยุ่งอยู่กับเขา แล้วมีปัญหาตามมา คุณต้องแก้เองนะ เพราะเรารู้สึกว่าเราเตือนคุณมามากพอแล้ว และป่านนี้เขาก็คงอาฆาตแค้นเราจนไปถึงชาติหน้าแล้วล่ะ

สุดท้ายนี้ก็ไม่มีอะไรอยากจะบอก นอกจากว่าขอให้คุณเลือกทางที่ถูก แล้วคุณจะพบกับความสงบสุขในชีวิตค่ะ สวัสดี...



Create Date : 26 มีนาคม 2560
Last Update : 26 มีนาคม 2560 0:09:10 น.
Counter : 773 Pageviews.

แค่ ‘หมดไฟ’ (งานตะพาบครั้งที่ 171)





Cr.Youtube :: The Voice Thailand - เบ็น ปัณจภรณ์ - Fire



ยามดึกดื่นย่ำมา ณ แห่งนี้
ที่ท่องเที่ยวยามราตรีที่โหยหา
อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลรัชดา
มีผู้คนมากหน้ามารวมตัว

มาเต้นกันสนุกอย่างสุดเหวี่ยง
ท่ามกลางเสียงดนตรีกระหึ่มทั่ว
หลายคนนั้นโอบเอวคู่ของตัว
อีกหลายคนไม่กลัวเมื่อตัวคนเดียว

ส่วนตัวผมเมื่อจ้องมาก็จ้องกลับ
เห็นนัยน์ตาดำขลับก็สั่นเสียว
รูปร่างเธอหุ่นดีสูงผอมเพรียว
โครงหน้าเรียวรูปไข่เลิศเลองาม

เธอนั้นดูร้อนแรงกระชากจิต
เหมือนดั่งไฟแรงฤทธิ์ให้หวั่นหวาม
ยามโยกย้ายพาสายตาให้ติดตาม
ประหนึ่งในเนื้อความตามเพลงดัง

“อยู่ในปาร์ตี้ ร้อนยังกับ Fire
เธอสวยเซ็กซี่ Hot ยังกับ Fire
ไอ้เราก็เป็นผู้ชาย ชอบเล่นกับ Fire
เข้าไป เข้าไป เข้าไปเล่นกับ Fire”

หลังจากนั้นหลายปีได้ล่วงผ่าน
ก็เนิ่นนานเกือบลืมเรื่องความหลัง
ตัวผมเองแวะไปนานนานครั้ง
แต่ก็ยังไม่พบเธออีกเลย

จนวันเกิดของผมเมื่อเดือนก่อน
หลังตื่นนอนตั้งใจไม่อยู่เฉย
เพราะจะไปทำบุญเหมือนอย่างเคย
จึงนั่งรถไปเลยเพื่อไปวัด

และแล้วผมก็ได้พบกับแม่ชี
ณ ที่วัดแห่งนี้เงียบสงัด
ตั้งใจเข้าไปถามทางให้แน่ชัด
ก่อนที่จะเดินลัดไปถวายสังฆทาน

แต่เมื่อเข้าไปถึงเกือบจะใกล้
สายตาให้เบิกกว้างยามประสาน
เพราะถ้าจำไม่ผิดเมื่อวันวาน
คนที่ยืนกวาดลานคือผู้นั้น

ท่านก็เหมือนจะทราบเลยยิ้มเรียบ
กล่าวขึ้นกลางความเงียบคล้ายปลอบขวัญ
คงไม่อยากให้ผมตะลึงงัน
ท่านจึงบอกว่าท่านแค่หมดไฟ

หมดจากไฟสนุกที่ปลุกเต้น
ที่โลดเล่นวุ่นวายนั้นไม่ไหว
อยากจะหาความสงบให้จิตใจ
เลยเป็นอยู่อย่างนี้ไงอย่างที่เป็น

ตัวของผมเลยยกมือพนมไหว้
เข้าใจได้และรับทราบจากที่เห็น
เธอเปลี่ยนจากไฟร้อนแรงเป็นเยือกเย็น
ยังให้ผมละเว้นเลิกเที่ยวลง...



Create Date : 27 มกราคม 2560
Last Update : 27 มกราคม 2560 0:42:06 น.
Counter : 659 Pageviews.

17 comment
เชย (งานตะพาบครั้งที่ 170)


วันนี้มาสั้นสั้นมาเป็นมุก
แบบว่ารีบเร็วลุกรีบปั่นหนา
เพราะยังมีอีกเจ็ดโจทย์จ่อตูดมา
ก็ต้องรีบทำเวลาก่อนสิ้นเดือน

วันนี้ ‘เชย’ เลยแบบคิดสดสด
มาเป็นมุกหวานหยดเสนอเพื่อน
แต่ถ้าคิดว่าไม่เวิร์คก็โปรดเตือน
ฉันจะยิ้มเจื่อนเจื่อนแล้วจากไป

เชย คำนี้แม่หญิงควรลักลอบ
แบบว่าชอบก็ควรรักไม่ผลักไส
ระหว่างนั้นก็ศึกษาและดูใจ
ใช่ไม่ใช่เดี๋ยวต่อไปก็รู้กัน...


** มุกในวันนี้ ขอเสนอถ้อยคำว่า ‘เชยก็ลักลอบ – ชอบก็รักเลย’



Create Date : 12 มกราคม 2560
Last Update : 12 มกราคม 2560 16:56:35 น.
Counter : 643 Pageviews.

11 comment
ทบทวน (งานตะพาบครั้งที่ 169)


ถ้าพูดถึงทบทวน ถ้าเป็นในวัยเรียน ก็คงจะนึกถึงการทบทวนหนังสือ พอโตขึ้นมาเริ่มมาทบทวนชีวิต ในแต่ละปีมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง เราเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นั้น

แน่นอนว่าในแต่ละปี ชีวิตเรามีทั้งทุกข์และสุข คงไม่มีปีไหนที่จะสุขไปตลอด และคงไม่มีปีไหนที่จะทุกข์ไปตลอด เพราะพอตื่นเช้ามา บางทีความทุกข์มันก็จางไปแล้ว แค่ข้ามวันอารมณ์มันก็เปลี่ยน หรือบางทีไม่ถึงชั่วโมง อารมณ์มันก็เปลี่ยนไปแล้ว

ถ้าสังเกตอารมณ์ตัวเองได้ รู้เท่าทัน จัดการมันได้ ก็จะนิ่ง
ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราไม่ทุกข์ มันก็ไม่ทุกข์

สำหรับในปีนี้ เราเริ่มต้นปีด้วยความสุข ขอเริ่มต้นจากวันวาเลนไทน์ ที่ปีนี้ถือว่าเป็นวันที่พิเศษ คือในช่วงนั้นเราตั้งใจไว้ว่าจะเขียนบล็อกถึงคนที่เราแอบชอบ ปลาบปลื้ม ชื่นชม ซึ่งมีด้วยกัน 3 คน และหนึ่งในนั้นก็คือหัวหน้าห้องตอนม.ต้น เราตั้งใจไว้ด้วยว่าเราจะขอแอดเขา คือ เป็นเพื่อนกับเขาในเฟซบุ๊ก ก็เป็นอะไรที่ตื่นเต้น เพราะไม่รู้ว่าเขาจะจำเราได้ไหม เขาจะรับแอดเราหรือเปล่า

เราก็เท้าความ แนะนำตัว และพูดถึงเรื่องที่เราประทับใจเขา แล้วก็ส่งลิงก์บล็อกแก๊งที่เราเขียนถึงเขาให้เขาทางอินบ็อกซ์ในเฟซบุ๊ก

เราแอดเขาในคืนวันที่ 13 วันรุ่งขึ้น 14 กุมภาพันธ์ เขาก็รับแอด และโพสต์ข้อความที่เราส่งให้ รวมถึงความรู้สึกที่เขาได้รับลงในเฟซบุ๊ก ซึ่งนั่นทำให้เรายิ้ม





นอกจากแบงค์แล้วก็ยังมีหญิงเดียวในใจของเรา ที่คนนี้มาคอมเมนต์เราในบล็อก หลังจากที่เราได้บอกเธอว่าเราเขียนเรื่องของเธอลงในบล็อกนะ เธอก็บอกว่าขออ่าน แล้วมาคอมเมนต์ให้ ทำให้เรายิ้มและแอบน้ำตาซึม

จากความสุข ถัดไปก็เป็นเรื่องของความทุกข์ ความกังวล เริ่มจากเรื่องของงาน งานต้นฉบับที่ต้องแก้ทั้งยวง พูดง่ายๆ ก็คือ เขียนใหม่เกือบทั้งเรื่อง เพราะต้องมาเจอบก.อีกคน ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จนะ ยังแก้กันอยู่ แต่บก.คนแรกบอกว่าจะเพิ่มค่าเรื่องให้ เป็นค่าเสียเวลา

แต่อย่างที่เคยบอก เคยเขียนไปในบล็อกแล้วอะนะ ว่าเราก็ทำใจไว้ส่วนหนึ่ง ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่เอา ก็ไม่เป็นไร

ความทุกข์ ความกังวล เรื่องที่สอง คือ เรื่องของยาย ซึ่งจริงๆ น่าจะเรียกว่าความเป็นห่วง เพราะปีนี้เป็นปีที่ยายอาการไม่ค่อยดี (แต่ตอนนี้ดีแล้วนะจากการฟอกไต) คือ ช่วงที่ยังไม่ได้ฟอก จะมีภาวะน้ำท่วมปอด และกินอะไรไม่ค่อยได้ ตัวเราเองก็ไม่รู้จะคะยั้นคะยออย่างไร คือ รู้เลยว่าเวลาป้อนข้าวให้ผู้ป่วยที่เขาไม่ยอมกิน มันลำบากนะ ต้องเป็นน้าเราที่พอจะดุๆ บังคับได้ ยายเราก็จะกลัวน้า แต่กับเรา เขาจะไม่ค่อยกลัว อาจจะใจดีเกินไป แต่หลังๆ เราเริ่มดุแล้วนะ เราดุเป็น เพราะยายดื้อนี่แหละ ซึ่งก็มีบ้างที่ยายขึ้นเสียงกลับ แต่ก็จะไม่ได้ทะเลาะกันนาน เพราะยายเป็นคนลืมง่าย ทะเลาะกันกลางวัน ตอนเย็นก็คุยดีแล้ว นี่คือข้อดีของยาย ยายไม่เคยโกรธใครนาน เพราะลืมนั่นเอง

และจากการที่ยายต้องฟอกไต ก็ทำให้เรามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ต้องเข้มงวดเรื่องอาหาร คุมน้ำมากกว่าเดิม เพราะเมื่อฟอกไตแล้ว ปัสสาวะจะไม่มี ร่างกายจะไม่ขับน้ำ หรือถึงมี ก็จะไม่ได้เยอะ นั่นแปลว่า ถ้าดื่มน้ำมาก น้ำก็จะไปอยู่ในร่างกายมาก ขาจะบวม ใส ซึ่งนั่นไม่ดี น้ำมันค้างอยู่ในร่างกาย

เมื่อน้ำค้างอยู่ในร่างกายเยอะ ก็ต้องถูกดึงเยอะ หมายถึงเวลาฟอกไต ก็ต้องดึงน้ำออกไปเยอะ ซึ่งนั่นมีสิทธิ์ทำให้ความดันต่ำ และช็อกได้ พูดง่ายๆ ก็คือ มีสิทธิ์ไปได้ในระหว่างฟอก

น้าก็เลยต้องเข้มงวด เราก็ต้องเข้มงวด ต้องคอยจับตา ถ้าเห็นยายทำอะไรลับๆ ล่อๆ ต้องรายงานน้า แต่ยายก็จะมีวิธีอะไรของยายอยู่เรื่อย พูดง่ายๆ ก็เหมือนเด็กที่แอบทำอะไรไม่ให้ผู้ใหญ่รู้

ยายมีเรื่องให้เล่าเยอะ แพมเพิสบางทีใส่แล้วก็ไปซุกๆ ตามเก้าอี้ จะเอามาใส่ต่อ เพราะเสียดาย น้าก็ต้องคอยบอกว่า อย่าไปเสียดาย ไม่งั้นเดี๋ยวจะติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ คือ วันนึงใส่แล้วก็ทิ้งไปเลย

ดูแลยายก็มีอะไรที่ขำๆ เครียดๆ ก็สุขๆ ทุกข์ๆ กลุ้มๆ ปนๆ กัน วันไหนน้ำหนักเยอะ ก็ต้องระวังๆ มีสิทธิ์ไปโรงพยาบาลได้อีก

จากเรื่องของยาย มาเรื่องของแม่ วันหนึ่งแม่ก็โทรศัพท์มาหาและถามว่า “ถ้าแม่จะไปบวช แตงจะว่ายังไง” จากประโยคนี้ทำให้เราตระหนักรู้ว่าการพลัดพราก มันเกิดขึ้นได้เสมอ เราต้องตั้งรับนะ อย่าคิดว่าจะไม่มีวันที่จะจากกันไปไกลๆ คือ จริงๆ เรากับแม่ก็อยู่คนละบ้านมาสองปีแล้ว แต่นั่นมันก็เป็นการจากแบบใกล้ๆ ถึงที่อยู่จะไกลกัน แต่ถ้าแม่บวช เรารู้สึกว่ามันไกล เหมือนติดต่อลำบากขึ้น

แต่เราก็คิดไว้ถ้าวันนั้นมันมาถึงจริงๆ เราก็ยินดี เราเคยเขียนในบล็อกว่า “เราต้องอยู่คนเดียวให้เป็น” ต้องรู้จักปรับจิต ปรับใจ แก้ปัญหา ปัญหาบางปัญหา ถ้าปรึกษาใครไม่ได้ ต้องปล่อยวาง

สรุปแล้ว ในปีนี้เราก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่หนัก แต่มันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรที่ผ่านไปไม่ได้ เราก็เติบโตขึ้น ได้ประสบการณ์ที่มากขึ้น และก็ยังคงต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ

ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไปนะ



Create Date : 28 ธันวาคม 2559
Last Update : 28 ธันวาคม 2559 20:09:31 น.
Counter : 694 Pageviews.

15 comment
ไม่อยากหวั่นไหว ต้องทำใจให้แข็ง (งานตะพาบครั้งที่ 168)


จริงๆ แล้วโจทย์ในครั้งนี้ คือ หวั่นไหว แต่เราขอเขียนสวนทาง เพราะถ้าไม่หวั่นไหว แน่นอนชีวิตคุณสบายกว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นข้างหน้า คุณจะไม่ทุกข์

อันนี้ เราเขียนในแง่มุมของความรัก เพราะเรารู้ว่าผู้หญิงทุกคนมีมุมอ่อนไหว หวั่นไหว แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่ไม่คิดว่าอยากจะมีใครเข้ามา ตรงนี้อาจจะไม่มี แต่โดยส่วนใหญ่ เราว่า 80% มีทั้งนั้น คนไหนที่โสดๆ มีความเหงาเยอะๆ ก็จะมีมาก ดังนั้น คุณต้องระวังนะ ระวังเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม

เป็นไปได้ คุณต้องตั้งกำแพงไว้เลย ยิ่งในโลกออนไลน์ คุณยิ่งต้องตั้งกำแพงไว้ ให้เขาเข้าถึงคุณยาก ยากเท่าไหร่ได้ยิ่งดี เพราะถ้าคนไหนที่เขารักคุณจริง เขาจะค่อยๆ ฝ่าด่าน และทลายกำแพงที่คุณกั้นไว้หลายๆ ชั้นลง แต่ถ้าคนไหนที่ไม่ได้รักคุณจริง เขาจะจากไป อาจจะตั้งแต่ต้นๆ

คุณอย่าเชื่ออะไรในโลกออนไลน์มากนัก เพราะในโลกของความเป็นจริง หลายเรื่องเรายังเชื่อกันได้ยาก

ถ้าอยากจะมีความรักที่มั่นคง คุณต้องเริ่มต้นจากเพื่อน คือ เพื่อนจริงๆ ไม่ใช่ว่ามาหวานๆ ใส่ ใครที่มาหวานๆ ใส่ ทั้งที่รู้จักกันยังไม่เท่าไหร่ คุณต้องตั้งกำแพงไว้ให้มากๆ อย่าเปิดให้เข้ามา

ถ้าเขามาถามสเป็ก ขอเบอร์ คุณต้องเอะใจแล้วนะ แล้วคุณผู้ชาย ถ้าบอกว่าไม่ได้จีบ ให้ถามย้อนกลับไปว่า ถ้าไม่ได้จีบ แล้วมาขอเบอร์ทำไม จะเอาไปเล่นหวยเหรอ

ผู้ชายที่ไม่คิดจีบ เขาจะไม่ถามสเป็ก ไม่ขอเบอร์ ขอโทษนะ เพื่อนกันบางคนยังไม่รู้เบอร์กันเลย ยิ่งสปง สเป็ก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เห็นมีใครเขาถาม เพราะเขาไม่ได้อยากรู้ เพื่อนกันไม่จำเป็นจะต้องรู้สเป็ก เพราะมาเป็นเพื่อน ไม่ได้มาเป็นแฟน

ถึงบอกว่าคุณต้องตั้งกำแพงไว้ให้มากๆ และคุณต้องมีความเชื่อมั่น ไม่ต้องรีบร้อน ให้คุณคิดว่า คุณสวย คุณเก่ง สักวันจะต้องมีคนฝ่าด่าน และพิชิตใจ จนไปถึงด่านสุดท้าย คือ ด่านครอบครัวได้

ถ้าคนไหนที่ถอดใจ หรือถอยไปอย่างไม่มีคำอธิบาย ก็ให้คิดเสียว่าเราไม่ได้คู่กัน ถ้าเป็นคู่กันจริง จะต้องกลับมาพบกันอีกครั้ง

แล้วอย่าลืมว่าเราอยู่คนเดียวมาได้ตั้งนาน แล้วทำไมเราจะอยู่ต่อไปในโลกโดยที่ไม่มีคู่ไม่ได้ ตอนเด็กๆ เรายังสนุกสนาน เฮฮาร่าเริง เรามีรอยยิ้ม ไม่เห็นจะต้องมีแฟน

เราก็เพียงแค่ กลับไปใช้ชีวิตอย่างนั้น สนุกสนาน เฮฮาร่าเริง ในสิ่งที่เราชอบ

อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ว่าเห็นเขาคนนั้นมีคู่ ทำไมเราไม่มีคู่ คุณไม่รู้หรอก บางคนอาจจะมีความสุขให้คุณเห็น แต่เบื้องหลังเขาอาจจะมีรอยน้ำตา

ชีวิตโสด บางทีก็เป็นอะไรที่ดีกว่า คุณไม่ต้องรีบ ถ้าจะมีมา เดี๋ยวก็มาเอง และอย่าลืมตั้งกำแพงไว้ก่อน

ท้ายนี้ฝากไว้สำหรับคนที่หวั่นไหว จนรู้สึกเจ็บ...

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง
ให้เธอคิดเอาเอง ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร
ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ
ถูกเขาทำร้าย เพราะใจเธอแบกรับมันเอง






Cr.Youtube :: ก้อนหินก้อนนั้น - โรส ศิรินทิพย์



Create Date : 14 ธันวาคม 2559
Last Update : 14 ธันวาคม 2559 1:11:06 น.
Counter : 781 Pageviews.

15 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  

BlogGang Popular Award#16



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com