การเมือง ศาสนา และเซ็กส์ (งานตะพาบครั้งที่ 266)


คำอธิบายโจทย์
การเมือง ศาสนา และเซ็กส์ มีคนบอกว่าสามเรื่องนี้ไม่ควรนำมาเป็นหัวข้อในการสนทนา คุณเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
 
 
                เห็นด้วยค่ะ เพราะโดยส่วนตัวแล้วจะไม่ค่อยคุยเรื่องทั้งสามนี้เวลานัดพบปะกับเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนประถม มัธยม หรือมหาวิทยาลัย ที่ว่าไม่ค่อยคุย เพราะเราไม่ได้เอามาเป็นประเด็นหลัก แต่เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยก็เคยเกริ่น ๆ ทำให้รู้ว่าแต่ละคนฝ่ายไหน ตั้งแต่ยุคเสื้อเหลือง เสื้อแดง
 
                ส่วนยุคการเมืองในปัจจุบัน เราไม่ได้คุยกันเลยค่ะ ไม่รู้ว่าแต่ละคนย้ายฝั่งกันหรือเปล่า ในไลน์กลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมปลาย ก็มีแต่แจ้งว่ามีม็อบในจุดไหนและให้หลีกเลี่ยงเส้นทางในจุดไหนบ้างในแต่ละวัน คนที่แจ้งก็เป็นรองหัวหน้าห้องซึ่งเป็นตำรวจ ก็มีเตือน ๆ กันว่าถ้าใครไปม็อบก็ให้ระวังตัวกันด้วย ไม่มีใครคุยเรื่องการเมืองกันในระดับลึก เลยทำให้ไม่มีใครรู้ว่าใครฝั่งไหน และไม่อึดอัดกัน ตัวเราก็อ่านอย่างเดียว เราว่าห้องเราค่อนข้างเปิดกว้างนะ
 
                สำหรับเรื่องของการเมืองในปัจจุบัน ตัวเราก็ค่อนข้างเปิดกว้าง แต่ยอมรับว่าเมื่อก่อนในอดีต ถ้าไม่ใช่สีเดียวกับตัวเอง เวลาไปนั่งร่วมวงสนทนาจะอึดอัดมาก ประมาณว่าตรูมาทำอะไรอยู่ตรงนี้วะ ความรู้สึกนี้เกิดตอนไปมีตติ้งกลุ่มเพลงพวงมาลัยกลุ่มใหญ่ ซึ่งเป็นการนัดเจอกันของพี่น้องห้องกลอนในพันทิปครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในถนนนักเขียน แต่อยู่ในห้องราชดำเนิน (จริง ๆ พี่ ๆ เขาก็อยู่ห้องราชดำเนินกันด้วยแหละ) แต่คนที่อยู่อีกฝั่งก็มีนะ เพียงแต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น หรือพูดอะไรกันออกมา เพราะคุยเรื่องอื่นกันอยู่ การมีตติ้งครั้งนั้น เราเลยรู้สึกเหมือนแดงทั้งแผ่นดิน แต่ปัจจุบัน ความรู้สึกอึดอัดเราไม่มีแล้วนะ ถ้าจะต้องเจอกัน แล้วพี่ ๆ จะคุยเรื่องการเมือง เราก็ฟังได้ ฟังได้ทั้งสองมุม
 
                ในส่วนของศาสนา เราบอกเลย เราไม่มีปัญหาเลยจ้ะ เพราะเราก็คลุกคลีอยู่กับศาสนาคริสต์ (คริสเตียน) อยู่ในช่วงหนึ่งตอนอยู่มหาวิทยาลัย เพราะมีพี่ที่เป็นคริสเตียนเขามาเชิญชวนให้ไปเข้ากลุ่ม เข้าโบสถ์ และตัวเราเองก็เกิดวันคริสต์มาสด้วย เวลาคนที่เป็นคริสต์รู้ เขาจะตื่นเต้นมาก เหมือนพระเจ้าชักนำให้เรามารู้จักกัน
 
                คนรอบตัวเราก็นับถือคริสต์ เป็นคริสเตียนกันหลายคน เริ่มตั้งแต่รุ่นพี่ที่เราแอบชอบตอนมัธยมต้น น้องชายแท้ ๆ ของเรา รวมไปถึงศิลปินที่เราชอบอย่างเต๊ะ ศตวรรษ
 
                เราชอบการเข้าโบสถ์ การร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า การได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกลุ่มกับพี่น้องคริสเตียน เรารู้สึกถึงความผูกพัน และความอบอุ่น
 
                แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังชอบธรรมะ ชอบอ่านคำกลอนของท่านพุทธทาส ชอบหลักธรรมคำสอน เรียกได้ว่าเราก็มาทางพุทธล่ะ แต่ถ้าคนต่างศาสนาจะมาคุยเรื่องศาสนาของตนให้เราฟัง เราก็ฟังได้ ทุกศาสนาเลย เรื่องนี้เราไม่อึดอัด
 
                ส่วนเรื่องเซ็กส์ นับตั้งแต่ที่เคยพบปะกับกลุ่มเพื่อน ๆ พี่ ๆ มา ยังไม่เคยเจอกลุ่มไหนคุยเรื่องนี้เลยนะ แต่ถ้าเป็นเรื่องทะลึ่งตึงตังละก็ มีอยู่ แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องบนเตียงอะ เราไม่คิดว่าจะมีใครกล้าเอาเรื่องบนเตียงมาคุยกันในวงสนทนา
 
                ในส่วนตัวของตัวเรา ด้วยความที่เคยเขียนนิยายอีโรติก ก็จะเคยมีคนถามว่าเขียนได้ยังไง เราก็บอกว่าศึกษาเอา แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยอยากคุย ไม่ค่อยกล้าอวดใครว่าเขียนนิยายอีโรติกด้วย เพราะรู้สึกเหมือนว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องต้องห้าม
 
                เรื่องเซ็กส์เองก็ควรจะอยู่ในที่ลับ แต่ถ้าเพื่อนจะคุยเรื่องนี้กับเราเป็นการส่วนตัว เราก็ฟังได้ เพราะก็เคยฟังเพื่อนเกย์คุยเรื่องนี้ให้ฟังเหมือนกัน ด้วยความที่สนิทกันก็ไม่คิดอะไร เพราะก็ได้ความรู้ไปเขียนฉากอีโรติกแนววาย
 
                แต่สรุปสุดท้าย ทั้งสามเรื่องนี้ถ้าหากพบเจอกันในกลุ่มใหญ่ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนคิดยังไง โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ถ้าฝ่ายเดียวกันยกแก๊งก็คงจะมันล่ะ แต่ถ้าไม่ ปัญหาใหญ่ตามมาแน่นอน ก็ฝากไว้เท่านี้ค่ะ            



Create Date : 30 พฤศจิกายน 2563
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2563 1:30:48 น.
Counter : 214 Pageviews.

0 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtoor36, คุณThe Kop Civil


comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]



Group Blog
All Blog
  •  Bloggang.com