รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
มกราคม 2566
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 มกราคม 2566
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) A Nightly Dream : ความฝัน วัน มะรืน (ศรัทธา แสงทอน)

   "ฝันร้าย" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น ภาพแฟนตาซีสยองขวัญหรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่เลวร้าย ต่างผุดขึ้นมาในหัวโดยที่เราไม่สามารถบังคับให้หยุดเล่นได้ จึงทำได้แค่ว่ายวนกับความรู้สึกที่หวาดกลัว ก่อนที่จะตื่นขึ้น ด้วยหัวใจที่หล่นไปถึงตาตุ่ม -- สำหรับวันนี้ เราพาจะทุกท่านได้เข้าไปสำรวจถึงต้นตอของมันกันว่า ทำไมคนเราถึงฝันร้าย? และเราจะสามารถรับมือกับฝันร้ายได้อย่างไร? -- กับรวมเล่มครั้งแรกสุดในชีวิตของ ศรัทธา แสงทอน หรือในนามปากกา storyonthewall กับทางสำนักพิมพ์กรีน-ปัญญาญาณ ที่เคยผลิตหนังสือเจ๋งๆมาแล้วอย่าง ตำนาน Castlevania และตำนาน Rockman ซึ่งชอบเป็นการส่วนตัว (ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฮือ~ กลับมาผลิตหนังสือเกมต่อเถอะคร้าบ!!) -- และในปัจจุบัน คุณศรัทธา หรือ สีปอนด์ ก็ยังคงรับหน้าที่เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ หนังสั้น มิวสิกวิดีโอ ซึ่งได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย รวมไปถึงการเป็นอาจารย์คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพอีกด้วย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการ์ตูนส่วนมากของเขา จึงมักจะเดินเรื่องแบบภาพยนตร์อยู่เสมอ

   A Nightly Dream ว่าด้วยชายหนุ่มคนหนึ่ง ได้ตกหลุมรักแม่สาวผมดำที่เรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกัน แต่จนแล้วจนเล่า ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปบอกรักซักที และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของพระเอกในคืนวันนั้น กับสิ่งที่เรียกว่า "ฝันร้าย" พร้อมลงไปสำรวจ ด่ำดิ่งถึงสาเหตุความเขินอายของพระเอก รวมไปถึงสภาพจิตใจอันสุดแสนเลวร้ายที่หยั่งลึกและดำมืดมากกว่าเท่าที่ตาเห็น -- โดยเรื่องราวจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน นั่นคือโลกแห่งความจริงและความฝัน (ซึ่งในช่วงหลังๆ ก็จะเริ่มแยกไม่ค่อยออกแล้วว่าอันไหนความจริง อันไหนความฝัน) ด้วยลายเส้นที่วาดตัวละครออกมาได้ไม่ค่อยปราณีต แต่วาดฉากด้วยเส้นสเก็ตซ์ออกมาได้สวย -- อย่างไรก็ตามแต่ นี่คือการ์ตูนอีกหนึ่งเรื่อง ที่เราจำเป็นจะต้องปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยตัวเอง เพื่อให้ทราบถึงเรื่องราวของพระเอกทั้งหมด ถึงสาเหตุเกี่ยวกับตัวพระเอกที่ไม่กล้าบอกรักสาวที่ตัวเองชอบ

 

   การ์ตูนเดินเรื่องจนไปถึงฉากๆหนึ่ง ที่พระเอกได้พบกับตัวเองในวัยเด็ก ซึ่งเด็กคนนั้นได้ขอยืมไฟฉายพระเอกเพื่อส่องหาพ่อที่อยู่บนฟ้า เพราะแม่บอกว่าพ่อไปอยู่บนสวรรค์แล้ว พระเอกก็เลยบอกกับเด็กคนนั้นว่า ต่อให้เปิดไฟฉายซักล้านดวง ก็ไม่เจอพ่อบนนั้นหรอก -- สถานการณ์นี้หมายถึง พระเอกเพิ่งจะมาเข้าใจทีหลังในตอนโตว่า พ่อตัวเองได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งหลังจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนั้น ก็เลยทำให้พระเอกซึ่งแอบชอบสาวคนหนึ่ง กลัวว่าตัวเองจะต้องสูญเสียคนรักไปอีกคน จึงไม่กล้าที่จะเข้าไปบอกรักแบบตรงๆ -- แม้ฝันเปียกของพระเอกจะเป็นผู้หญิงผมทองตามสเป็กส่วนใหญ่ของคน USA แต่พระเอกก็เลือกที่จะจีบผู้หญิงผมดำ ท่าทางเรียบร้อยมากกว่า เพราะมีความเสี่้ยงน้อยที่จะได้คบกับผู้หญิงใจง่าย หรือไม่ก็ถูกบอกเลิกกลางคัน -- ดังนั้นสิ่งที่มีคนเคยพูดเอาไว้ว่า คนที่ฝันเห็นตัวเองกำลังถูกไล่ตามหรือวิ่งหนีอะไรซักอย่าง แสดงว่ากำลังมีปัญหาเรื่องความรัก ก็คงจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเอกในตอนนี้นั่นแหละ (ดังเช่นที่เห็นในตอนแรกของเล่ม ที่พระเอกกำลังวิ่งหนีอะไรซักอย่างกับคนอีกหลายคนในป่าโดยไม่ทราบสาเหตุ)

   ส่วนในช่วงครึ่งหลังนั้น ทั้งหมดคือ "ความฝันของพระเอก" ที่กังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากเรื่องจริงที่ผสมปนเปกับเรื่องแต่ง ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องที่พระเอกสูบบุหรี่จัดจนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หรือพบความจริงที่ว่าผู้หญิงที่ตัวเองชอบนั้น ทำงานอยู่ในบาร์เปลื้องผ้า และมีอะไรกับผู้ชายมาหลายคนแล้ว รวมไปถึงความรู้สึกโหยหา ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้เจอกับพ่อตัวเองซักครั้ง ซึ่งไม่มีวันเป็นจริง แม้กระทั่งในความฝันนี้เอง (หน้าพ่อยังจำไม่ได้ แล้วในฝันจะไปเหลือเหรอ?) -- ก่อนที่จะสรุปปิดท้ายว่า สิ่งที่พระเอกยังคงเหลืออยู่ แม้จะไม่มีพ่อหรือคนรักคอยอยู่เคียงข้าง ก็คือเพื่อนที่เข้ามาปลุกพระเอกด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่พระเอกไม่ได้เข้ามหาลัยถึง 3 วัน -- และหลังจากนั้น พระเอกก็ออกไปเรียนกับเพื่อนตามปกติ ราวกับว่าฝันร้ายเหล่านั้นไม่เคยเกิดขึ้น เป็นอันจบเรื่อง

   โดยสรุป นี่ก็คือการ์ตูนที่ว่าด้วยเรื่องของ "ฝันร้าย" ที่เต็มไปด้วยความกังวลแบบฝังลึก ซึ่งในส่วนของการรับมือนั้น ก็ดังเช่นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องได้พูดขึ้น นั่นก็คือ ถ้าใจเข้มแข็งพอ ก็จะสามารถต่อสู้กับฝันร้ายได้ -- และด้วยความที่มันนำเสนอด้วยสไตล์ "การ์ตูนอินดี้" ประเด็นในเรื่องจึงสดใหม่ และไม่ตามสูตร ซึ่งนักอ่านทั่วไปก็คงจะไม่สามารถพบเห็นสไตล์การเล่าเรื่องที่ดิบและดาร์กขนาดนี้ได้ในงานกระแสหลักอย่างแน่นอน ซึ่งทั้งหมดเกือบจะดีแล้ว เพียงแต่ถ้าผู้เขียนตั้งใจวาดตัวละครออกมาให้สวยซักเล็กน้อย เชื่อว่าน่าจะสามารถเข้าถึงนักอ่านได้ง่ายกว่านี้ขึ้นแน่นอน

(สรุป 6/10)

ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนเมษายน พ.ศ.2551

 




Create Date : 06 มกราคม 2566
Last Update : 6 พฤษภาคม 2567 20:00:30 น. 0 comments
Counter : 724 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku


ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีครับ ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.