รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 มกราคม 2564
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) ถ้าไม่มีผู้ใหญ่บนโลกใบนี้ (เวนิช มิตรสันเทียะ/ สงฟาง จรุงกิจอนันต์)

   

    เข้าสู่ช่วงปีใหม่ไปด้วยกันอีกครั้ง กับการ์ตูนเด็กลายเส้นน่ารักสีสันสดใส จากสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก (ที่ตั้งใจจะโพสต์ส่งท้ายวันเด็ก เพื่อให้เข้ากับธีม แต่บ้าชิบ!!! ไม่ทัน) -- "ถ้าไม่มีผู้ใหญ่บนโลกใบนี้" เป็นรวมเรื่องสั้น 4 เรื่อง ที่ว่าด้วยการผจญภัยของเหล่าเด็กๆ ในโลกที่ไม่มีผู้ใหญ่ เกิดขึ้นจากการร่วมงานกัน ระหว่าง "คุณ เวนิช มิตรสันเทียะ" นักวาดภาพประกอบ แอนิเมเตอร์ ที่ผ่านการร่วมงาน สร้างแอนิเมชั่นดังๆมาแล้วทั่วโลก -- และ "คุณสงฟาง จรุงกิจอนันต์" ผู้แต่งเรื่องหลักประจำเล่ม ลูกชายนักเขียนรางวัลซีไรต์ "คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์" ที่เจ้าตัวเอง ก็เชื้อไม่ทิ้งแถว ได้รับรางวัลชนะเลิศจากงานเขียน และสื่อโฆษณามาพอสมควรเช่นกัน

  การ์ตูนเปิดเล่มด้วย เด็กชายตัวน้อย ได้ออกเดินทางตามหาพ่อแม่ที่หายไป ด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับเหล่าเด็กๆที่ได้พบเจอระหว่างทาง พวกเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทั้งคลื่นซัดฟ้าผ่า แต่ก็สามารถรอดมาได้ เพราะต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน -- หลังจากที่ผจญภัยมาได้ซักพัก การตามหาพ่อแม่ของเด็กๆก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อพวกเขาได้พบกับผู้หยั่งรู้ ที่สามารถให้คำตอบกับพวกเขาได้ว่า ผู้ใหญ่บนโลกใบนี้หายไปไหนกันหมด ซึ่งพระเจ้าก็ได้ให้คำตอบว่า ผู้ใหญ่ส่วนมาก ต่างหลงลืมความเป็นเด็ก แย่งชิงผลประโยชน์ จนก่อสงคราม และพวกเจ้านี่แหละ (หมายถึง พวกเด็กๆ) คือผู้ใหญ่ที่โลกใบนี้ต้องการ -- ใช่แล้วครับ และนี่ก็คือคอนเซ็ปต์ทั้งหมดของเล่มนี้ --  "ความรักและความสามัคคี" นั่นเอง (แล้วสรุปพ่อแม่เด็กหายไปไหนล่ะเฮ้ย!!?!)

  "ถ้าไม่มีผู้ใหญ่บนโลกใบนี้" ถูกทำออกมาในรูปแบบของ "หนังสือนิทานเด็ก" ที่เต็มไปด้วยเนื้อเรื่องสนุกสนาน เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย เพียงแต่มีจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความต้องการที่จะสร้างสังคมที่ดีในอนาคต อย่างเช่นเรื่องที่ 2 "สมบัติของเด็กๆ" ที่ว่าด้วย การตามหาเจ้าเมืองคนใหม่ ที่สามารถทำให้เมืองแห่งนี้สงบสุขและอุดมสมบูรณ์ ก็ถูกขยายความจากตอนแรก ด้วยวิธีแก้ปัญหาที่ว่า จริงๆแล้ว เราสามารถสร้างผลผลิตขึ้นมาด้วยตัวเองได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำสงครามแย่งชิง หรือใช้เงินมากมาย เพื่อซื้อมันมาจากดินแดนภายนอก เพียงแค่ชาวเมืองทุกคน ต่างร่วมด้วยช่วยกันสร้าง ผลผลิตก็จะสามารถงอกเงยกระจายไปทั่วเมือง จนเกิดความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ชาวเมืองทุกคนก็จะไม่ขาดแคลนอาหาร และมีสุขภาพที่ดีกันถ้วนหน้า และบ้านเมืองก็จะเกิดความสงบสุขขึ้นในเวลาต่อมา (แต่ไม่ใช่แค่สมบัติของเด็กๆสิ)
  
   ส่วนสองเรื่องสุดท้ายของเล่ม ก็จะพุ่งตรงไปที่เรื่อง "ความรัก" เป็นหลัก โดยเฉพาะในส่วนที่ดูเหมือนจะไม่สำคัญ แต่จริงๆแล้วโคตรสำคัญชิบหาย -- อย่างเรื่อง "ไม่ชอบเลยนะ...นะ" ที่พูดถึงคนที่เรารู้สึกไม่ชอบตั้งแต่แรกเห็น แต่พอได้รู้จักตัวตนของเขาจริงๆ เรากลับชอบซะหยั่งงั้น -- "เด็กหญิง เด็กชาย และสายรุ้ง" การ์ตูนเชิงสัญลักษณ์ ที่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ทั่วไป ที่อาจจะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง ด้วยความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน แต่สุดท้ายก็สามารถกลับมาดีกันได้ ด้วยความเข้าใจ และสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้อีกครั้ง

    ในขณะที่ผู้ใหญ่บางคน อ่านแล้ว อาจจะรู้สึกว่ามันธรรมดา ด้วยความที่มันเล่าเรื่องแบบนิทานเด็ก ที่พล็อตค่อนข้างสูตรสำเร็จ -- แต่สำหรับเด็ก นี่คือหนังสือที่ทำออกมาได้ดีมากๆเล่มหนึ่งเลยแหละ ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย เดินเรื่องหวือหวา พร้อมด้วยงานภาพที่น่ารัก สีสันสดใส จึงคิดว่าน่าจะถูกใจนักอ่านเด็กๆได้ไม่มากก็น้อย -- แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ สำคัญสำหรับเด็กอย่างมาก ไม่สิ!!! ทั่วโลก นั่นคือ การพยายามปลูกฝังความรัก-ความสามัคคีให้กับเด็กๆ ผ่านเซ็ตเรื่องสั้นที่สามารถแตกสถานการณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างครอบคลุม และเข้าใจได้ง่าย แบบที่เขียนไว้ก่อนหน้านั้น -- แต่ก็อาจจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย ในเรื่องของ "ความล้นในการสื่อสาร" ที่บางครั้ง ผู้เขียนพยายามจะยัดเยียดแง่คิดให้กับคนอ่าน ด้วยการสื่อสารแบบตรงๆ (ที่ส่วนมากค่อนข้าง cringe) แทนที่จะให้การ์ตูนสื่อสารด้วยตัวของมันเอง ทั้งๆที่ในฉากที่ตัวเอก ผจญภัยผ่านเทือกเขา ป่าไม้ ผืนน้ำ ไปพร้อมกับผองเพื่อน ผ่านเครื่องบินกระดาษ มันสามารถสื่อความหมายของ "การมีอิสระ" ได้ดีกว่าการให้ตัวละครพูดออกมาโต้งๆว่า "อิสระมันเป็นแบบนี้นี่เอง" ด้วยซ้ำ -- แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ที่เนื้อเรื่องมันจะชะงักแบบนี้ เพราะมีแค่ 3-4 จุดเองมั้ง

   ในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองสมัยนี้ ยังเต็มไปด้วยศึกสงครามทั้งในจอและนอกจอ ซึ่งแสดงความเกลียดชังกันมากมายไม่เว้นแต่ละวัน ก็ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่หวังว่า ประเทศชาติจะสามารถดีกว่านี้ได้ หากทุกคนมีความรัก-ความสามัคคีกันในตัว คุยกันด้วยเหตุผล แทนที่จะแยกเขี้ยวใส่กัน -- แต่การที่จะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบด้วยตัวคนเดียวนั้น มันไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความหวัง -- ดังนั้น สิ่งที่ "นักเขียน" สองคน สามารถทำได้ในตอนนี้ นั่นคือ สื่อสารมันออกไปในรูปแบบของ "หนังสือการ์ตูน" ที่กระจายออกไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะห้องสมุดโรงเรียน พร้อมกับฝากความหวังให้กับคนรุ่นหลังไว้ อย่างใจจดใจจ่อ ด้วยความคิดที่ว่า หวังว่าซักวันหนึ่ง พวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้นได้ในอนาคต

(สรุป 7/10)

ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/


พูดได้ดี แต่ขวาล่างสุดนี่อิหยังวะ?   




Create Date : 26 มกราคม 2564
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2564 23:49:24 น. 0 comments
Counter : 303 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.