รีวิวการ์ตูนไทย - Thai Comic Review
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2561
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
27 ตุลาคม 2561
 
All Blogs
 
(รีวิวการ์ตูนไทย) Debut Special Project 1: ไม่ไทยเบย (รวมนักเขียน)






เอาจริงๆทุกคน... มันไม่จำเป็นเลยที่จะมารีวิวการ์ตูนที่ทางสำนักพิมพ์เค้าวิจารณ์ไปแล้ว (ก็ทางนั้นเค้าตัดสินไปแล้วอ่ะ) แต่!!! ผมสัมผัสได้ว่าการประกวดการ์ตูนตามหัวข้อ มันกำลังจะกลับมาบูมอีกครั้ง (แต่ไม่รู้ว่านานมั้ย? 555+) มันก็เลยคันไม้คันมืออยากจะเขียนขึ้นมา -- ซึ่งการประกวดในคราวนี้ ได้จัดขึ้นโดยสำนักพิมพ์หน้าใหม่ที่น่าจับตามองอย่าง T La Frame ในหัวข้อการ์ตูนที่คนไทยสุดแสนจะโปรดปราน นั่นคือการ์ตูนซอมบี้นั่นเอง!!! (ซึ่งประกาศผลแล้ว รวมเล่มไปแล้ว ใครอ่านแล้วมาเล่าให้ฟังกันหน่อยยย) ...ซึ่งแน่นอนว่า มีคนให้ความสนใจกันมากพอสมควร เราก็เลยต้องย้อนกลับมาดูตัวเองอีกรอบ -- เฮ้ย!! เราเคยรีวิว Debut Special Project ๒ ไปแล้วนี่หน่า แล้วทำไมถึงไม่รีวิว Debut Special Project ๑ บ้างล่ะ?

....แต่ก่อนหน้านั้น เราจะย้อนความกันซักนิด เพื่อให้ทุกคนได้ทราบแบ็คกราวด์กันก่อน -- Debut ก้าวแรกสู่นักวาดมืออาชีพ เคยเป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นของนักวาดจากทางบ้าน ที่สามารถทำคะแนนผ่านเกณฑ์ ได้ ๒๒ คะแนนขึ้นไป จาก ๓๐ คะแนน โดยภายในเล่มจะมีประมาณ ๔ - ๖ เรื่อง หลากหลายแนวปนกัน แต่ไม่ใช่แค่นักวาดได้ค่าขนมแล้วก็แยกย้ายกันไป -- นักวาดยังมีโอกาสที่จะได้เสนอผลงานและออกรวมเล่มกับทางสำนักพิมพ์อีกด้วย (แต่เกณฑ์การคัดเลือกผลงานนั้น เขี้ยวกว่า โหดกว่าไทคอมิค ๑๐ เท่า) -- น่าเสียดายที่หนังสือเดบิวต์นั้น ออกมาได้เพียงแค่ ๗ เล่ม ก็ต้องม้วนเสื่อกลับไป แต่ไม่นานนักก็กลับมาอีกครั้งในชื่อ Debut Special พร้อมกับเงื่อนไขใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม ใช่แล้ว!!! ต้องเขียนเรื่องตามหัวข้อที่กำหนด นั่นเอง


Credit: Tan-Star

คำว่า"ไม่ไทยเบย" นั้น ไม่ใช่หัวข้อที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ มันมีที่มาจากกระทู้หนึ่งใน Pantip กระทู้หนึ่งที่เกี่ยวกับนักวาดชาวไทยคนหนึ่ง ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศสาขาภาพประกอบนิยายญี่ปุ่นมาได้ แต่ทว่า เพียงแค่คอมเมนต์สั้นๆว่า "ลายเส้นไม่มีความเป็นไทยเลย" เพียงแค่ประโยคเดียว ก็กลายเป็นเชื้อไฟทำให้กระทู้นั้นเดือดยิ่งขึ้น เริ่มแบ่งฝ่ายกันชัดเจน โต้เถียงกันยาวเป็นบรรทัด วนไปวนมาอยู่อย่างนั้น -- ผมไปอ่านมาแล้ว ทั้งเหตุผลและตรรกะของทั้งสองฝ่าย นี่แบบ...ชวนให้ facepalm เป็นอย่างยิ่ง (ตูกำลังอ่านอะไรอยู่วะเนี่ย!!!!!) แล้วซักพักหนึ่ง เหล่านักเขียนก็รวมตัวกันประชดเหล่าอนุรักษ์นิยมพวกนั้น โดยการวาดตัวการ์ตูนญี่ปุ่นในลายเส้นไทยโบราณ (โอ้ก้อด!!!) เท่านั้นแหละกระทู้นั้นกลายเป็นอะไรที่บันเทิงไปเลย ซึ่งก็ต้องขอบคุณนักวาดเหล่านั้นจริงๆ ที่สร้างมีม เอ้ย!!! หนึ่งในประวัติศาสตร์สำคัญในวงการการ์ตูนไทยขึ้นมาให้เราได้เห็นกัน (โอ้ย นึกแล้วขำ ๕๕๕๕+)

ถึงจะเป็นอะไรที่โคตรไร้สาระ (คือถ้าปล่อยผ่านไปตั้งแต่แรก มันจะไม่บานปลายขนาดนี้) แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ในทางตรงกันข้าม มันกลับกระตุ้นคนไทยอย่างเราๆ ให้เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังว่า อะไรกันแน่คือความเป็นไทยที่แท้จริง? เพราะที่ผ่านมาเรามักจะซึมซับกับสิ่งที่รับมาจากชาติอื่นจนกลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ไทยแท้แน่ๆ หรือ.. หรือว่าจริงๆแล้ว ความเป็นไทยที่เราภาคภูมิใจกันนัก มันไม่เคยมีความเป็นไทยตั้งแต่แรก?

กลับมาที่รีวิว Debut Special ๑: ไม่ไทยเบย -- ภายในเล่มอัดแน่นไปด้วย ๗ เรื่อง ที่ล้วนแสดงความไม่ไทยเบยแตกต่างกัน ซึ่งจะขอพูดไปเป็นเรื่องๆไปเลยจะดีกว่า เพราะตรงส่วนนี้ขอพูดถึงแค่งานอย่างเดียว (ไม่งั้นก็ไม่ใช่รีวิวสิวะ!!!) ส่วนแนวคิดในเรื่อง จะขอสรุปไว้ช่วงหลังแล้วกันนะ (สังหรณ์ว่ารีวิวจะยาวว่ะ)
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- สายลม (Mark Markuz) (รางวัลที่ ๓)


มุกตลกในการ์ตูนส่วนมากของ Mark Markuz มักจะเป็นแนวชงแล้วตบแบบต่อเนื่อง (ใครเค้าห่วงเรื่องนั้นกันฟระ!!!)
น่าเสียดายที่ส่วนน้อยนั้นเป็นมุกตลกที่เป็นมุกตลกจริงๆ

นักดาบชาวไทยคนหนึ่งเดินทางมายังเมืองจีน เพื่อท้าประลองกับนักดาบคนอื่น เพื่อจะได้ครองตำแหน่งนักดาบที่เก่งที่สุดในโลก แต่ก็พลาดท่าถูกฟันจนเกือบตาย และถูกหมอชาวไทยช่วยเอาไว้ได้ ผู้หญิงคนนั้นแนะนำให้ตัวเขา ไปฝึกวิชากับนักดาบจากญี่ปุ่น แน่นอนว่าความยึดมั่นการต่อสู้ในสายเลือดไทยมาโดยตลอดของเขา เริ่มที่จะสั่นคลอน....

ชอบไอเดียในการผสานความไม่ไทยเบยเข้ากับการ์ตูนแอ็คชั่น ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามันเข้ากันได้ยังไง จะเห็นว่าที่ผ่านมา ทั้งลายเส้นและสไตล์เรื่องของมาร์คนั้น ได้รับอิทธิพลมาจากนารูโตะแบบสัมผัสได้ ถึงแม้ในส่วนมุกตลกที่ตบกันไปมาจะดูฝืนเกินไปหน่อย แต่บทพูดเท่ๆในตอนสู้กัน กลับดูเท่และคมคายดีเหมือนกัน (เจ้าจะอยู่ในความทรงจำของข้า แต่เป็นศพที่หนึ่งร้อย...) และอีกจุดเด่นหนึ่งที่หลายคนน่าจะเห็นคือ สองนักท่องเที่ยวชุดดำ ที่เป็นตัวแทนของคนไทยยุคปัจจุบัน ที่ชอบตามน้ำไปเรื่อย ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเอง ก็ทำให้รู้สึกแสบยิบๆไม่ใช่เล่นเลย แต่บางครั้งพฤติกรรมไอ้พวกนี้ก็ดูเพี้ยนไปหน่อยแบบกำหนดไว้หลวมๆ เช่น มุกฝากไลค์ฝากแชร์ชาวบ้าน (ยื่นเทียน (light) กับเก้าอี้ (chair) ให้) แล้วจู่ๆก็ลงไปกราบกับพื้นเฉย แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ซึ่งพอเอามามองเป็นภาพรวมแล้ว มันดูไม่เมคเซนส์เอาเสียเลย ทำบ้าอะไรของพวกมันฟะ!!?!

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- Why So Thai? (กิตติคุณ กิตติอมรคุณ)


Why So Thai? เต็มไปด้วยการถกความคิดเห็นที่สับสนเกินความจำเป็น และการยกตัวอย่างที่ไม่ชวนให้อ่านต่อ

คู่รักคู่หนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายสาว ได้โต้เถียงกันเรื่องความเป็นไทยแท้ที่เหลื่อมล้ำกับวัฒนธรรมต่างชาติ เพราะถูกหลานชายทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ฝ่ายสาวที่ยึดมั่นกับความเป็นไทยแบบเข้าเส้น จึงจะพิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า ความเป็นไทยต้องประกาศในโลกเห็นด้วยการ ใส่ชุดไทยไปเดินเที่ยวห้าง!!!!

จุดเด่นของการ์ตูนชุดนี้คือ ไอเดียช่วงท้ายที่นางเอกแต่งชุดไทยไปเดินห้างแล้วโดนมองเป็นตัวประหลาด -- หากใครยังไม่รู้ จริงๆแล้วสองตัวละครนี้เคยเป็นการ์ตูนลงเพจ Documentarism ของเจ้าตัวที่ชื่อ KU[L]KO[L]: A Chaotic Dating Diary แต่สุดท้ายก็มีโอกาสได้เฉิดฉายในรวมเล่มสำนักพิมพ์จนได้ (ดีใจด้วย ยู้ฮู้!!!) แต่ว่ากลับทำออกมาได้แย่กว่าการ์ตูนสี่ช่องพวกนั้นซะอีก -- มันเต็มไปด้วยการยกตัวอย่างหลายหน้าที่โคตรจะ... โคตรจะ awkward มากๆ จนอ่านแทบไม่ได้เลย (ผมข้ามไปอ่านช่วงหลังตลอด ทราบแบ็คกราวด์แล้ว) กิตติคุณมักจะขาดทักษะในการเลือกตัวอย่างและการเลือกใช้คำที่ดีกว่า หยิบประเด็นต่างๆมาพูดจนล้นเกินไป ทำให้สัดส่วนใช้ไม่ได้เลย (ปัญหาเดียวกับเรื่อง ๒nd Round ที่ลงใน Love Hours เล่ม ๙ เลย แต่แย่กว่า) และการโต้เถียงระหว่างฝ่ายสาวที่รักความเป็นไทย มันออกมาจนเกินพอดีแบบไม่มีเหตุผลรองรับ ทำให้มันออกมาเป็นตัวละครที่ดูฝืนเกินไปอย่างที่เห็น และแน่นอน ปัญหาเดิมจากงานเก่าๆ... ลายเส้นยังขาดความโดดเด่นตามเคย ไม่ได้พัฒนาจากงานก่อนๆเลย และที่สำคัญฉากคนเดินสยาม ที่แน่นหยั่งกะจัดงานคอนเสิร์ตแถวซอยสยาม ของจริงไม่แน่นขนาดนี้นะ -- อึ้ม!!! รู้ว่าขยัน แต่อันนี้มันรู้สึกขอไปทีไปหน่อย ระยะใกล้ไกลมั่วไปหมดแล้วว้อย!!!!

ผมพนันได้เลยว่า คนเขียนไม่กล้ากลับมาอ่านเรื่องนี้จนจบแน่ๆ และนี่ก็คือผลของวิบากกรรมที่คนเขียนไม่ได้เช็คงานตัวเองก่อนที่จะส่งสำนักพิมพ์ ซึ่งผลสรุป มันก็จะเป็นเช่นนี้นั่นแล

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- ห้องเรียนนานาชาติของมะลิ (ไนตี้)


มะลิ เปรียบเสมือนตัวแทนของคนไทยส่วนมากที่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างถ่องแท้

มะลิ ได้ถูกรับเลือกเป็นตัวแทนไปเรียนต่างประเทศกับคนชาติอื่นๆในห้องเรียนนานาชาติ และได้โต้เถียงในเรื่องของความเป็นชาติไทย(แบบฮาแตก)

อย่างแรกเลยที่ทำให้งานมันออกมาแปลกมะลิดูไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง จนสงสัยเหมือนกันว่าเป็นตัวแทนของประเทศได้ยังไงวะนั่น!!! (ใครเป็นคนเลือกฟะ!!?!) โดยรวมก็อ่านเพลินๆดีเหมือนกันนะ สนุกเบาๆแบบโดจิน ซึ่งก็เหมาะกับลายเส้นของเจ้าตัวดีแล้ว (สงสารที่ชาวต่างชาติมองต้มยำกุ้งของชาติเราเป็นแค่ซุป (side dish) บ้าชิบ!!!) แต่อาจจมีข้อเสีย ตรงจุดที่ดูไม่จำเป็นจริงๆคือ มุกกลอนแปดตอนต้นเรื่อง มันไม่ช่วยให้มีอารมณ์ร่วมหรือวอร์มอัพเข้าสู่เรื่องหลักเลย คือถ้าจะเขียนออกมาแล้ว มันไม่เจ๋งอะไรขนาดนั้น ก็ตัดออกไปซะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- สู้ตัยยัยเจ้าที่ (Gapangman) (รางวัลที่ ๒)


ทำไมการมัดสายสิญจน์มันดูคุ้นๆจังวะ ๕๕๕๕+ ////xD

เจ้าที่ตนหนึ่ง ต้องย้ายบ้านใหม่ไปกับครอบครัวหนึ่ง ไปอยู่ปราสาทในยุโรปที่มีผีบ้านผีเรือนสิงสถิตอยู่ (เพื่อสร้างใหม่เป็นโรงแรม ให้คนเข้ามาพัก พูดง่ายๆก็คือ เปิดธุรกิจโรงแรมนั่นเอง) และแน่นอน พวกมันไม่ปล่อยให้คนต่างที่อยู่กันง่ายๆแน่ เจ้าที่ฝั่งไทยจึงต้องสู้กับผีบ้านผีเรือนต่างชาติ เพื่อปกป้องครอบครัวซึ่งเป็นเจ้าบ้านของเขา

เอาจริงๆเลย ผมเกลียดการ์ตูนที่ใช้ชื่อเรื่องภาษาวิบัติมากๆ แต่อันนี้เข้ากับธีมของมัน ไม่ไทยเบย ดังนั้นไม่เป็นไรๆ -- ถึงแม้สไตล์เรื่องจะคล้ายกับสายลมของมาร์ค แต่การเล่าเรื่องและการแฝงประเด็นสำคัญทำออกมาได้แนบเนียนกว่าสายลมมาก และไม่เล่นมุกแป้กด้วย (เพราะมันไม่มีมุกตลกตรงๆตั้งแต่แรกไงเล่า ตึ่กโป๊ะ!!!) การ์ตูนขับเน้นมาสายแอ็คชั่นเข้ากับลายเส้นดิบๆโหดๆ ซึ่งตัดกับลายเส้นน่ารักได้อย่างลงตัวซะงั้น จุดเด่นที่เห็นชัดๆคือการใช้ลายเส้นแบบดิบๆ ซึ่งช่วยทำให้ฉากแอ็คชั่นเหล่านั้น + ท่าไม้ตาย ออกมาดุเดือดเลือดพล่าน และสะใจเป็นอย่างมาก

ในขณะที่เรื่องอื่นๆในเล่มจะพุ่งเป้าหมายไปที่ การยืมวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกมาใช้ จนแทบจะเป็น topic หลักของเล่มไปแล้ว -- เจ้าที่ กลับนำเสนอในทางตรงกันข้าม เพราะเป้าหมายหลักของเรื่องคือการจงใจล้อเลียนอุตสาหกรรมการ์ตูนไทยต่างหาก ซึ่งพอเอาเข้าจริงก็หลีกเลี่ยงอิทธิพลการ์ตูนญี่ปุ่นกันไม่ได้อยู่ดี โดยเฉพาะสายแอ็คชั่น (พวกฉากการโจมตีที่พูดชื่อท่าไปด้วย/ บรรยากาศการต่อสู้เกินจริงที่เน้นเอาความเร้าใจ and more...) 5555+ พูดซะยาว แต่จริงๆแล้ว มันก็คือการ์ตูนแอ็คชั่นทั่วไปนั่นแหละ แต่เราคิดว่าคนวาดคงไม่ใช่แค่เอาการ์ตูนธรรมดาไปสู้กับชาวบ้านหรอกมั้ง มันจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่ๆ...

จริงๆแล้วผีกับคนใช้ชีวิตร่วมกันมานานช้านานแล้ว อย่างการกราบไหว้เจ้าที่ -- ชอบแนวคิดที่ว่า เจ้าที่ศาลพระภูมิไม่ได้มีไว้เพื่อขอโชคลาภ แต่มีไว้ช่วยคุ้มครองบ้านต่างหาก เพราะต่างฝ่ายก็ต้องดูแลบ้านด้วยกัน

แล้วมันเกี่ยวกับไม่ไทยเบยตรงไหน? สังเกตให้ดีๆ ตอนต่อสู้กับผีต่างชาติ มันจะมีการเปล่งท่าโจมตีพวกนั้นเป็นชื่อภาษาอังกฤษ ซึ่งแพทเทิร์นแบบนี้ มันมีเฉพาะการ์ตูนญี่ปุ่นชัดๆ!!!! (มะ..ไม่ไทยเลยว้อย!!!)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- Complex (ณัฐกานต์ เบี้ยวบรรจง)/ ไม่ไทยเบย (MooZuu)

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

- งามอย่างไทยแท้ (Mu Firodendon) (รางวัลที่ ๑)


จะเถียงกันทำไม? แค่คำว่าการ์ตูน มันก็ไม่ไทยแล้ว

รายนี้นักเขียนโดจินสายข้อมูล ดังนั้นหายห่วง เนื้อหาออกมาแน่นแน่นอน เนื้อเรื่องเป็นการสร้างสถานการณ์ง่ายๆ โดยจับเหล่าเด็กนักเรียนมาปรึกษาการจัดกิจกรรมชมรม โดยมีข้อบังคับว่าแต่ละชมรมจะต้องมีความเป็นไทยแท้เท่านั้น โดยห้ามมีอิทธิพลจากชาติอื่นเจือปน ตอนอ่านนี้แบบ..อันนี้ไม่ได้นะ เป็นของชาติอื่น here ไรวะเนี่ย!!?! ตัดกันมันส์เลย ซึ่งสลับกับการตบมุกทั่วไปที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แล้วก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆจนจบเรื่อง -- โดยรวมก็ได้อารมณ์แบบโดจินตลอดทั้งเรื่องดีเหมือนกัน คือเน้นการเดินเรื่องง่ายๆ นั่นเอง

แต่ทว่า ด้วยการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวที่ดูน่าสนุกสนาน น่าสนใจ ข้อมูลแน่นแต่ไม่ตึงเครียดจนเกินไป เดินหน้าไปพร้อมกับการเดินเรื่องที่เข้าใจง่าย ทำให้เรารู้สึกเข้าถึงมันได้เร็วขึ้นมาก (อยากจะเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นกับเจ้าพวกนี้ด้วยเหมือนกันนะนี่) -- นอกจากนั้น รูปแบบการเขียนของมันที่อะไรๆก็ไม่ไทย ยังสามารถทำให้เรารู้สึกอยากต่อยอด ดูว่ามีอะไรบ้างที่ดูเป็นของไทยแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ อันนี้ยืมมาจากชาติไหน แล้วถ้าผสานความเป็นไทยกับความเป็นต่างชาติเข้าไว้ด้วยกันจะสามารถเป็นอะไรได้บ้าง (จริงๆยังสามารถแตกไปได้อีกหลายประเด็นเลยนะ)

ดังนั้นแล้ว ด้วยความที่การ์ตูนมัน ดูจะมีอิทธิพลต่อนักอ่านมากที่สุด ในการก่อให้คนได้ตั้งคำถามต่างๆที่เกี่ยวกับจุดบอดของความไทย (ในทางที่สนุกสนาน) ทำให้มันเป็นการ์ตูนในหัวข้อ ไม่ไทยเบย ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อเทียบกับการ์ตูนเรื่องอื่นๆในเล่ม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุปเรื่องราวทั้งหมด


แค่นั้นแหละ.... แค่นี้ก็ยาวจะตายอยู่แล้วว้อย!!! เอาแบบครอบคลุมนี่แหละ

มีสองเรื่องที่ผมไม่ได้รีวิว ซึ่งล้วนเป็นการ์ตูนแก๊กเดียวทั้งหมด...แต่มันไม่ค่อยเด็ดเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงด้วย เหมือนเอามาคั่นเวลาซะมากกว่า ก็เลยข้ามๆไป ตรงนี้ก็ต้องขอโทษคนเขียนด้วยจริงๆ -- แต่หลายๆงานในนี้ค่อนข้างแข็งแกร่ง นักเขียนแต่ละคนก็ไม่ใช่หน้าใหม่อะไรด้วย สายประกวดทั้งนั้น (ยังดี เดอะดวงไม่โผล่มา..)  แต่อาจจะมีบางเรื่องที่ดูจะเกร็งกับหัวข้อไปหน่อย สังเกตว่าการ์ตูนส่วนใหญ่จะเป็น การถกประเด็น การเปรียบเทียบกันซะส่วนมาก (มีแต่เรือ่งเจ้าที่แค่เรื่องเดียวที่ต่างจากคนอื่นๆแล้วเข้าท่า ก็แค่ใช้แพทเทิร์นการ์ตูนแอ็คชั่นทั่วไป แต่เอาตัวละครในไทยมาเปล่งชื่อท่าไม้ตาย แค่นี้ก็เป็นการ์ตูนไทยที่ไม่ไทยแล้ว) ดังนั้นแล้ว ผมเห็นด้วยกับทางสำนักพิมพ์ตั้งแต่อันดับที่ ๑ ถึงที่ ๓ แต่ไม่เห็นด้วยกับรางวัลชมเชยส่วนมาก คือเด่นแค่ไอเดียเท่านั้น บางเรื่องจืด บางเรื่องอ่านแทบไม่ได้เลย ตรงนี้ก็เลยกลายเป็นแต้มลบไปเลย แทนที่จะดีไปตลอดทั้งเล่ม น่าเสียดายสุดๆ --

การเปลี่ยนแปลงมันเป็นเรื่องของธรรมชาติ ดังนั้นแล้ว ปล่อยให้ธรรมชาติมันดำเนินต่อไปตามแบบของมันเถอะ


เรื่องที่ชอบมากที่สุด งามอย่างไทยแท้ (Mu Firodendon) /สู้ตัยยัยเจ้าที่ (Gapangman)
เรื่องที่ชอบน้อยที่สุด Why So Thai? (กิตติคุณ กิตติอมรคุณ)

(สรุป ๘/๑๐)


ติดตามเพจที่ https://www.facebook.com/ThaiComicReview/


Create Date : 27 ตุลาคม 2561
Last Update : 17 ธันวาคม 2561 8:07:26 น. 0 comments
Counter : 1095 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เรลกันคุง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ ผมเรลกันครับ ชอบอ่านการ์ตูนมากๆ หวังว่าจะสนุกกันนะครับ




Friends' blogs
[Add เรลกันคุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.