มะเร็งตับ มะเร็งขั้วตับ เป็นยังไง มายังไง (โรคที่สังคมและคนสนใจในช่วงนี้ ?)
มีสมาชิก ให้ห้องสวนลุม นำมาลงไว้ ผมก็ขอนำมาลงต่ออีกที ...




มะเร็งขั้วตับ เป็นยังไง มายังไง (โรคที่สังคมและคนสนใจในช่วงนี้ ?)

โดย นายแพทย์ วีรวุฒิ อิ่มสำราญ
รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ
ศัลยแพทย์ตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี

มะเร็งขั้วตับ กำลังเป็นที่สนใจของสังคม
หลายคนเกิดความสงสัยและตั้งคำถามถึงเจ้ามะเร็งชนิดนี้กันมากว่า
มีที่มาที่ไปอย่างไร
ไม่ค่อยคุ้นหูกับโรคมะเร็งชนิดนี้ ส่วนใหญ่มักได้ยินแต่มะเร็งตับ

จึงถือโอกาสนี้เอาเรื่องมะเร็งขั้วตับมาเล่าสู่กันฟัง

มะเร็งขั้วตับ ไม่ได้เป็นโรคใหม่ที่เพิ่งค้นพบแต่อย่างใด
เพียงแต่บอกตำแหน่งของก้อนมะเร็งให้ชัดเจนลงไปมากขึ้นว่า
มันอยู่บริเวณขั้วตับ

คำถามที่ตามมาของคนอยากรู้อยากเห็นก็คือว่า
แล้วตรงตำแหน่งขั้วตับกับตำแหน่งอื่นๆ ในตับ
มันแตกต่างกันอย่างไร
ส่งผลอย่างไรต่อการรักษา
รักษายากง่ายอย่างไร

ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะมีผลต่อเวลาที่ผู้ป่วยจะมีชีวิตเหลืออยู่โดยตรง

ถ้าจะแบ่งตำแหน่งของก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นที่ตับ
ให้เข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายขึ้น อาจแบ่งเป็น 3 ตำแหน่งหลัก คือ
ที่ผิวตับ
ในเนื้อตับ
และตำแหน่งที่เรากำลังสนใจอยู่ตอนนี้คือ ที่ขั้วตับ

คำถามที่ตามมาก็คือ
ตำแหน่งไหนรักษายากที่สุด
ตำแหน่งไหนอันตรายที่สุด
ตำแหน่งไหนส่งผลที่ตามมา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงเร็วที่สุด

ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบ
โดยให้ตัวแปรอื่นๆ ที่สำคัญเหมือนกัน อาทิ
ขนาดของก้อน คุณภาพตับในส่วนที่ไม่เป็นมะเร็ง ฯลฯ อาจกล่าวได้ว่า

บริเวณขั้วตับเป็นตำแหน่งที่อันตรายที่สุด
และส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับ
และระยะเวลาการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วยมากที่สุดเช่นกัน

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น น่าจะเป็นคำถามที่ตามมาติดๆ

ก่อนอื่นอยากให้ผู้อ่านลองหลับตานึกภาพตับ
ที่อยู่ใต้ชายโครงขวาทอดตัวขวางมาถึงตรงกลางใต้ลิ้นปี่

บริเวณพื้นผิวด้านล่างช่วงกึ่งกลางระหว่างลิ้นปี่กับชายโครงขวา
เป็นจุดที่เรียกว่าขั้วตับ

ขนาดของพื้นที่บริเวณขั้วตับประมาณได้กับขนาดของไข่ไก่
เป็นบริเวณที่มีความสำคัญมาก
เนื่องจากเป็นที่รวมของโครงสร้างสำคัญ 3 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 หลอดเลือดแดง
ที่นำเลือดดีมาเลี้ยงตับเช่นเดียวกับอวัยวะทั่วไป

ส่วนที่ 2 หลอดเลือดดำ
ที่นำเลือดดำจากอวัยวะส่วนใหญ่ในช่องท้องผ่านเข้าสู่ตับ
ก่อนกลับเข้าสู่หัวใจ

และส่วนที่ 3 คือท่อน้ำดี
ที่รับน้ำดีที่ถูกสร้างภายในตับลงสู่ลำไส้เล็ก

โดยโครงสร้างทั้ง 3 ส่วนนั้นมีพังผืดหุ้มล้อมรอบ
จึงอยู่เคียงข้างกันตลอดเส้นทาง นับตั้งแต่บริเวณขั้วตับ
จนเข้าสู่ภายในเนื้อตับ

เจ้าสามเกลอที่ว่านี้จะอยู่แนบสนิท
รักใคร่สามัคคีกลมเกลียว ไปไหนไปด้วยกันตลอดทาง
จนถึงระดับเซลล์ตับ

จากการอยู่ใกล้ชิดกันของ 3 โครงสร้างบริเวณขั้วตับเช่นนี้
ส่งผลเสียทำให้การลุกลามของโรคแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว
และมีผลต่อการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดที่จะกล่าวต่อไป

อีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนชอบถาม
(เผื่อจะได้รีบสังเกตตัวเองไว้แต่เนิ่นๆ)
คืออาการแรกเริ่มของมะเร็งขั้วตับ

ก่อนจะกล่าวถึงอาการ
จำเป็นต้องกล่าวถึงประเภท
หรือชนิดของมะเร็งที่มักเกิดที่ตำแหน่งขั้วตับเสียก่อน
เนื่องจากอาการจะเป็นอย่างไรนั้น ส่วนใหญ่มักขึ้นกับชนิดของมะเร็ง

ก่อนอื่นต้องขอปูพื้นความรู้เบื้องต้นก่อนว่า
มะเร็งที่เกิดขึ้นที่ตับ
หาได้เกิดขึ้นจากเซลล์ที่อยู่ในตับเพียงอย่างเดียวไม่
ยังเกิดจากเซลล์มะเร็งของอวัยวะอื่นที่กระจายมาที่ตับ

โดยส่วนใหญ่มาทางกระแสเลือด เช่น
มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่ ฯลฯ


เรียกได้ว่า มะเร็งของทุกอวัยวะในร่างกาย
สามารถแวะมาพำนักพักพิงที่ตับได้ทั้งสิ้น

จากการที่ตับเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
และมีเลือดมาเลี้ยงมากที่สุด
ไฉนเลยเซลล์มะเร็งจากอวัยวะอื่นๆ จะไม่หลุดมาติดที่ตับได้บ้าง

แต่มะเร็งขั้วตับส่วนใหญ่
ไม่ได้เกิดจากเซลล์มะเร็งที่อวัยวะอื่นแพร่กระจายมา
มะเร็งขั้วตับส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ในเนื้อตับ

ซึ่งแบ่งคร่าวๆ ได้ 2 ประเภทหลัก คือ
มะเร็งเซลล์ตับ และมะเร็งเซลล์ท่อน้ำดี

มะเร็งขั้วตับส่วนใหญ่มักเป็นมะเร็งเซลล์ท่อน้ำดี
มากกว่ามะเร็งเซลล์ตับ

อาการที่ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์
ส่วนใหญ่เป็นอาการตัวเหลืองตาเหลือง อาการปวดท้อง
ซึ่งเป็นอาการหลักของมะเร็งเซลล์ท่อน้ำดี

มากกว่าอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด
ซึ่งเป็นอาหารหลักของมะเร็งเซลล์ตับ

โดยมะเร็งเซลล์ท่อน้ำดีบริเวณขั้วตับเมื่อผู้ป่วยมีอาการ
ก้อนเนื้อที่พบมักมีขนาดเล็ก เนื่องจากเกิดขึ้นภายในท่อน้ำดีโดยตรง
ก้อนเนื้อขนาดไม่ต้องใหญ่โตมากก็ทำให้เกิดท่อน้ำดีอุดตัน

ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง
และมักมีอาการคันตามตัวร่วมด้วย

อาการปวดท้อง
อาจเกิดจากภาวะน้ำดีคั่งในตับ
หรือจากเซลล์มะเร็งลุกลามไปอวัยวะข้างเคียง

นอกจากนั้น
จากการที่ท่อน้ำดีบริเวณขั้วตับอยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับ
หลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ
ทำให้ส่วนใหญ่มักมีการลุกลามของมะเร็ง
ไปสู่หลอดเลือดทั้งสองไม่มากก็น้อย
ส่งผลให้เกิดการกระจายของเซลล์มะเร็งไปสู่อวัยวะอื่น
โดยผ่านทางกระแสเลือด
และแน่นอนที่สุด
ทำให้การผ่าตัดเพื่อหวังผลหายขาดมีโอกาสน้อยลง

ในขณะที่มะเร็งเซลล์ตับบริเวณขั้วตับนั้น
โอกาสเกิดอาการตัวเหลือง ตาเหลืองมักมีน้อยกว่า
ส่วนใหญ่มักพบในก้อนที่มีขนาดใหญ่กว่า
และกดเบียดท่อน้ำดีบริเวณขั้วตับ

การรักษามะเร็งขั้วตับที่เป็นที่ยอมรับว่าให้ผลการรักษาดีที่สุดคือ
การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อรวมถึงเนื้อเยื่อปกติโดยรอบออก

เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน
มะเร็งขั้วตับถูกจัดเป็นโรคที่ไม่สามารถผ่าตัดออกได้

เนื่องจากผู้ป่วยมักเสียชีวิตบนเตียงผ่าตัดหรือหลังผ่าตัดไม่นาน
เนื่องจากเสียเลือดจำนวนมาก

ในระยะหลัง เมื่อความรู้ทางกายวิภาคของบริเวณขั้วตับดีขึ้น
และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ได้รับการพัฒนามากขึ้น
ทำให้การผ่าตัดบริเวณขั้วตับมีความปลอดภัยมากขึ้น
แต่ก็ยังอันตรายกว่าตำแหน่งอื่นๆ ในตับอยู่ดี

ในขณะที่การฉายรังสี
การใช้ยาเคมีบำบัด ได้ผลการรักษาไม่ค่อยดี
เมื่อเทียบกับมะเร็งของอวัยวะอื่น

ประเด็นสำคัญในเรื่องการรักษาอยู่ที่
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ 8 ใน 10 รายเมื่อมาพบแพทย์
ไม่อยู่ในสภาพที่สามารถให้การผ่าตัดเพื่อการหวังผลหายขาดได้

อาจเนื่องจากก้อนมะเร็งที่ลุกลามไปมาก
หรือสภาพร่างกายของผู้ป่วยที่ไม่สามารถทนการผ่าตัดที่ยาวนานได้

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้มักได้รับการรักษาแบบประคับประคอง
มีเพียง 2 รายที่เหลือที่สามารถผ่าตัดเอาก้อนออกได้
ทั้งนี้ ขึ้นกับหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ในการผ่าตัดมะเร็งตับ

เนื่องจากการผ่าตัดตับมีอันตรายมากกว่าอวัยวะอื่น
จากการที่ตับเป็นอวัยวะที่มีเลือดมาเลี้ยงมากที่สุด

และที่สำคัญที่สุดอีกประการหนึ่ง
ในการผ่าตัดตับที่แตกต่างจากอวัยวะอื่น คือ

การตัดอวัยวะอื่นๆ ส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็ง
หลายอวัยวะสามารถตัดออกได้เกือบหมดหรือทั้งหมดอวัยวะนั้น

ในขณะที่การตัดเนื้อตับออกมีความพิถีพิถันมากกว่า
เพราะการตัดเนื้อตับออกมากเกินไปเพียงเล็กน้อย
ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตจากภาวะตับวายหลังผ่าตัด
จากการที่เนื้อตับส่วนที่เหลือไม่เพียงพอในการทำงานปกติของร่างกาย

นอกจากนั้น
หากเนื้อตับส่วนที่เหลือมีความผิดปกติจาก
ไวรัสตับอักเสบชนิดบีหรือชนิดซีเรื้อรัง
หรือมีภาวะตับแข็งร่วมด้วย
ยิ่งทำให้โอกาสตัดก้อนมะเร็งออกเพื่อหวังผลหายขาดน้อยลงโดยลำดับ

คำถามที่เกี่ยวกับพยากรณ์โรคหรือผู้ป่วยจะอยู่ได้นานแค่ไหน
เป็นคำถามยอดฮิตอีกคำถามหนึ่ง
ที่แพทย์ผู้ไม่ได้รักษาผู้ป่วยโดยตรงไม่อาจฟันธงได้

ทั้งนี้ เนื่องจากต้องการข้อมูลอีกหลายด้าน อาทิ
ชนิดของมะเร็ง ระยะของโรคมะเร็ง คุณภาพเนื้อตับที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง
และสภาพร่างกายโดยรวม
เช่น โรคประจำตัวอื่นๆ ของผู้ป่วย

มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในเพศชาย
และสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในเพศชายของประเทศไทย
ติดต่อกันมาหลายปี

ก่อนจาก
อยากกล่าวถึงศักยภาพด้านการรักษามะเร็งตับของประเทศไทย
ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
ความรู้ความสามารถของแพทย์และทีมงาน การฉายรังสี
การใช้ยาเคมีบำบัด การใช้คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ การผ่าตัดมะเร็ง
การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายตับของไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ผู้ป่วยคงไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปรักษาตัวในต่างประเทศ
เว้นเสียแต่ว่ามีเหตุผลอื่นร่วมด้วย

จาก นสพ. มติชนรายวัน
วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11185


จากคุณ : Learn and Live



ความคิดเห็นที่ 1

ถือว่าเป็นความรู้ด้านโรคภัยที่อันตรายมากโรคหนึ่งที่ควรรู้

จะได้ระวังและดูแลร่างกายให้ดี
เพราะการป้องกันน่าจะดีกว่าการรักษา


พี่ชายผมก็เป็นโรคมะเร็งตับ เสียชีวิตหลายปีแล้ว
แต่ไม่ได้สอบถามแพทย์ที่รักษาว่าเกิดที่ส่วนไหน

ตั้งแต่รู้ว่าเป็นโรค ระยะ 3-4
เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน
ใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือน ก็เสียชีวิต

-------------------------------------------------------------------------

สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็ง

ความเครียด ที่สะสมทุกวัน ไม่ลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น
ควรปล่อย-วางสิ่งที่ต้องการ คาดหวังลงบ้าง ทำจิตใจให้สบาย ๆ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะได้หลั่งสารเอนโดฟิน นั่งสมาธิ ฯลฯ

จะช่วยให้ความเครียดลดลงทุกวัน
และไม่เพิ่มความเครียดในสิ่งที่ไม่จำเป็นลงได้

ทานอาหารที่มีสารพิษ เช่น ทานปลาน้ำจีดแบบดิบ
โดยเฉพาะทางภาคอีสาน เป็นมะเร็งตับมากที่สุดในประเทศไทย
จึงควรเลือกทานอาหารที่สุกใหม่ ๆ จะดีที่สุด

ทานอาหารที่มีเชื้อราอัลฟาท๊อกซินบ่อย ๆ เช่น
ทานถั่วป่น พริกป่น อยู่เป็นประจำ
คนที่มีโอกาสเป็น เช่น ทานก๋วยเตี๋ยวแห้ง ผัดไทย เพราะต้องใส่
ถั่วป่น เพื่อชูรส
(เชื้อราอัลฟาท๊อกซิน ทำลายไม่ได้ที่อุณหภูมิที่ 100 C ต้องสูงกว่านั้น
มากว่า 200 C )

ผมเลิกใส่ถั่วป่น พริกป่น ในอาหาร ก้วยเตี๋ยว ผัดไทย
มานานหลายปีแล้ว ปัจจุบันทานก๋วยเตี๋ยว โดยไม่ใส่เครื่องปรุงเลย


ทานอาหารที่มีสารพิษเป็นประจำ เช่น ล้างผักไม่สะอาด
ทานผักชนิดเดียวกันซ้ำ ๆ กัน ควรเปลี่ยนชนิดของผักที่ทานบ่อย ๆ

มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ทานเหล้า เป็นประจำ
เช่น เมื่อก่อนผมก็สูบบุหรี่ วันละ 1 ซองเป็นอย่างต่ำ
แต่เลิกสูบมาหลายปีแล้ว และหันมาทานอาหารแนวชีวจิต
แมคโครไบโอติก เพื่อช่วยให้ร่างกายรับอาหารดี ๆ ทดแทน
สารพิษที่รับเมื่ออดีต อาจช่วยลดให้การเกิดมะเร็งลดน้อยลง
ผมหวังว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น ?

ฯลฯ

ขอให้โชคดี มีสุขภาพแข็งแรงทุกคน และตลอดไปนะครับ

จากคุณ : Learn and Live









Create Date : 05 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 12 มิถุนายน 2563 21:23:06 น.
Counter : 2431 Pageviews.

2 comments
ร่วมกิจกรรม "Food For Fun #57 : ทำง่าย...อร่อยด้วย จานที่ 3 (กระเพราหอยแมงภู่) คนผ่านทางมาเจอ
(18 มี.ค. 2564 12:09:41 น.)
...เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อย สำหรับเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด... คนผ่านทางมาเจอ
(25 ก.พ. 2564 08:51:40 น.)
:: Germany ที่รัก :: Max Bulliboo
(19 ก.พ. 2564 04:20:54 น.)
Blog28/2564 (A3) น้องข้างบ้านทำภาพศิลป์ให้ เริงฤดีนะ
(17 ก.พ. 2564 08:36:59 น.)
  
น่ากลัวอะ
โดย: OFFBASS วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:24:18 น.
  
น่ากลัวมากมาย
โดย: otto วันที่: 24 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:49:08 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Cmu2807.BlogGang.com

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 762 คน [?]

บทความทั้งหมด