มหัศจรรย์แห่งกัมพูชา เที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลก (จบ)


พาเที่ยวนครวัด เมืองมรดกโลกกันต่อค่า ซึ่งตอนนี้เราได้เสนอเป็นตอนจบแล้ว เป็นการเที่ยวในวันที่ 2-3 
ทริปเสียมราฐในครั้งนี้คือ 3 วัน 3 คืนค่ะ ซึ่งยังมีปราสาทขอมที่ดังๆ ที่อื่นให้ชมกันอีกมาก
รวมทั้งวัดน้อยใหญ่ตามรายทางอีกด้วย  เพราะงั้นถึงได้มาตั้ง 3 คืนนั่นเอง
สิ่งสำคัญที่ต้องติดตัวตลอดห้ามหาย ก็คือบัตร Ticket Pass ค่่ะ จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจประจำจุดต่างๆ ก่อนเข้าชมแต่ละสถานที
ต้องเก็บติดตัวไว้ถึง 3 วัน เราซื้อในราคา 62$ ราวๆ 1800+ บาท ถือว่าแพงเหมือนกันนะคะ

แต่ขอเม้าท์หน่อยเหอะ Ticket ที่ไปซื้่อมาเนี่ย เค้ามีระบบการทำบัตรที่ง่ายมาก ที่เรามองว่าจะเอาแต่เงินเราเท่านั้นแหละ 555
ข้อมูลในบัตรไม่สน ไม่ต้อง สนแค่ว่าโผล่หน้าไปยื่นให้เขาถ่ายรูปลงในบัตรก็จบแล้ว จริงๆนะ ง่ายมาก
คนตรวจก็จะดูหน้าเราเหมือนกับในภาพถ่ายก็ให้เข้าไปแล้วค่า 

มาต่อทีรีวิวนี้ ขอพูดถึงโรงแรมที่จองไปพักกันหน่อย
✅ ที่พัก จองโรงแรม Parent Heritage Angkor Villa ไว้ 3+1 คืน พร้อมอาหารเช้า แต่ก็ไมได้กินทุกวัน
เพราะออกเดินทางแต่เช้ามืดบ้าง อยู่ไม่ครบวันบ้าง ค่าโรงแรมวันละ 750++

 



ห้องพักสะอาด แอร์เย็น แต่เวลาอาบน้ำทีท่อตันน้ำจะท่วมเข้าห้องทุกทีสิน่า 555
ราคานี้เป็นราคากลางๆ นะคะ มีถูกกว่านี้อีก แต่ว่าที่พักเราทำเลก็ถือว่าดีเหมือนกัน ห่างจากสนามบิน 6 กิโลเมตร
มีรถตุ๊กๆ รับฟรีเข้าที่พักด้วย แต่ตอนขากลับต้องจ่ายเอง อีก 6$ เพิ่งรู้ตอนเช็คเอาท์แหละ 555
บริเวณรอบๆ ที่พักจะใกล้กับ Street Food ต่างๆ สามารถเดินมาอีก 200-300 เมตรนั่งทานข้าวได้เลย

มาถึงเขมรต้องขอพูดถึงอาหารเขมรด้วยเช่นกันค่ะ !!

 

✅ ค่าอาหารไม่แพง แต่ไม่คอยอร่อย ไม่แซ่บ ส่วนมากอาหารจานเดียว ราคา 2-3$
แต่มีบางร้านแถวปราสาทบายนขายยำมาม่าโก่งราคาถึง 7$ เราก็หลงไปกินมาแล้ว 555
ราคาเครื่องดื่ม รับได้ โค้กกระป๋อง 1$ เบียร์ก็ 1$ น้ำผลไม้ปั่นอร่อยๆ ก็ 1$ ด้วยเช่นกัน
จริงๆ เราถ่ายภาพอาหารที่ทานมาเยอะนะ แต่ลงให้แค่นี้พอค่ะ เช่นสั่งต้มยำ หรือแกงเขียวหวานไก่มานึกว่าจะอร่อย
ที่ไหนได้บ้านเขา แกงเขียวหวานไก่มีใส่ถั่วฝักยาว ใส่แครอทและใส่หอมหัวใหญ่ไปด้วยจ้าา อะเมซิ่งมาก ควานหาไก่แทบไม่เจอ อิอิ
เราถึงกับทำหน้างงตั้งแต่วันแรกที่เทีย่วนครวัด เพราะนั่งกินตรงหน้าร้านแถวนครวัดเลยเจอเมนูเป็นภาษาเขมรถึงกับกุมขมับ
แต่ไม่เป็นปัญหาค่ะ Google ช่วยได้ เสิจหาภาพอาหารง่ายๆ ไข่เจียวนี่แหละ เขาก็ทำออกมาให้กินได้อยู่ 555



วันที่ 2 ของการเที่ยวเมืองมรดกโลกเริ่มขึ้นแล้วค่า








เช้านี้ไม่ต้องตื่นตี 4 เพื่อไปชมกระอาทิตย์ขึ้นอีกแล้ว แต่นัดรถตุ๊กๆ มารอรับที่โรงแรมตอน 7 โมงเช้า
ได้มีเวลาทานอาหารเช้าโรงแรมบ้าง อาหารแบบเรียบง่ายอินเตอร์ทั่วไป เสร็จแล้วก็จัดการพันตัว พันหัว พันหน้า
เพราะต้องนั่งตุ๊กๆ ไปกว่าจะถึงฝุ่นก็เยอะเหมือนกันนะ 


ประตุทางฝั่งทิศใต้ ประตูทางเข้านครธม ด้านนี้สวยงามที่สุด!
ที่ทุกคนต้องถูกพาผ่านมายังประตูแห่งนี้ที่จะมีสองฝั่ง ด้านเทวดา และอสูร โดยมีคูน้ำขนาดใหญ่ลอดผ่าน
ตุ๊กๆ จอดให้เราลงหน้าปากทางเข้าประตุ และเขาจะขับไปรอด้านให้ เพื่อให้เราชมความยิ่งใหญ่และความงามของประตูทางทิศนี้
จะเห็นชัดๆ ว่ามีการปั้นหน้าเทวดายิ้ม และหน้าอสูรโหดร้าย ฝีมือดีจริงๆค่า








คูน้ำขนาดใหญ่ที่ล้อมนครธมไว้อย่างใหญ่ ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตยามเช้าจะมีไอหมอกบางๆ จางๆ ขึนเหนือผิวน้ำมาด้วย
ดูๆ คิดว่ามองเป็นแม่น้ำซะอีก เอาจริงๆ ก็คือมีการขุดคูน้ำขึ้นมาเพื่อปกป้องข้าศึก จากการบุกโจมตี และูน้ำนี่ก็ได้ทำหน้าที่กดตัวปราสาทไว้
ไม่ให้ล่มสลายตามกาลเวลาให้หลงเหลือคงสภาพไว้ได้มากสุด แนวคิดนี้อยุธยาบ้านเราก็เอามาใช้เหมือนกันนะคะ

และเข้าไปข้างในยิ่งอลังการกว่านครวัดมาก พื้นที่กว้างใหญ่กว่าอีก ของนครธม 
ที่ใช้เวลาเดินเล่นที่นี่เกือบทั้งวัน !






นครธมแห่งนี้ที่เราได้มายืนอยู่ตรงนี้ เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายและเป็นเมืองที่เข้มแข็งที่สุดของอาณาจักรขแมร์อีกด้วยนะคะ
จากที่เราไปเยือนชมด้วยตัวเอง จะเห็นได้วามีความยิ่งใหญ่มาก รวมทั้งซากปรักหักพังทลายลงมาได้เป็นอย่างศิลปะที่สุด
มาที่นครธมเราตรงมาที่ปราสาทบายน ที่นี่จะมีพระพักต์สี่หน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อยู่เกือบทั่วทุกแห่ง
และมีรูปปั้นนางอัปสรที่ยิ้มไม่เหมือนใครมีคนเล่าว่า เป็นนางอัปสรที่สวยที่สุดอีกด้วยนะคะ
แต่เราก็เดินหาไม่เจอ 555







และการมาที่ปราสาทบนยนแห่งนี้ จะมีสัญลักษณ์สำคัญที่โดดเด่นสำหรับนครธม คือ พระพักต์สี่หน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
หรือตามแหล่งข้อมูลอื่นเชื่อว่าเป็น พระพักต์ของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ซึ่งปรากฎพบตามปราสาทบายน
มาแล้วต้องทำหน้าชนจมูกกันด้วยกับหน้าพระพักต์ที่บายน เป็นมุมกล้องในการถ่ายภาพค่ะ
แต่เราโชคร้ายไปหน่อย ช่วงที่เราไปนั้นบันไดที่จะให้ขึ้นไปถ่ายมุมชนจมูก ในระดับเดียวกันปิดจ้าาาาา อดขึ้นไปเลย

เดินออกมาจากปราสาทบายนเสร็จ ก็จะมีปราสาทเล็กๆ รายล้อมไว้อีก ตอนแรกว่าจะไม่ไป
แต่เข้ไาปดูเสียหน่อย มีความงดงามซ่อนอยู่ด้วยนะ 






ปราสาทบาปวน #PrasatBaphuon แห่งนครธม อ่านว่าปา-ปวนนะคะ ไม่ใช่บาป-วน 555​​​​​​​
เดินออกจากปราสาทบายนมาได้สักหน่อย ก็จะเห็นปราสาทแห่งนี้อยู่ใกล้กัน

ปราสาทบาปวนมีลักษณะเป็นรูปทรงพีระมิด มีฐานเป็นชั้น ๆ ส่วนบนสุด ประธานมียอดเรียวแหลม คล้ายกับปราสาทพนมรุ้งของบ้านเรา
มีระเบียงคตถึงสามชั้นที่เชื่อมต่อกันได้ตลอด โคปุระขนาดใหญ่สุด อยู่ทางด้านทิศตะวันออก
เครื่องบนของโคปุระ ทำด้วยเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ซึ่งผุผังไปตามกาลเวลา






ทางเข้าออกเขาจัดกระเบียบไว้ด้วยนะ คือเข้าทางนี้ และออกทางด้านหลังเพราะต้องไต่ปีนบันไดขึ้นไปสูงพอสมควร
เราว่า คนสูงวัยหรือมีอาหารปวดเขาไม่เหมาะกับการมาเที่ยวที่แห่งนี้แหละ 

และเดินเล่นไปยังปราสาทอื่นๆ อีกสองสามแห่งเวลานีน้แต่เราจำชื่อไม่ได้แล้ว แป่วว
จึงมานั่งกินไอติมและโค้กเย็นๆ รอดีกว่า อิอิ
ระหว่างนั้นก็เก็บภาพข้างทางพักเบรคซากโบราณก่อนชั่วคราว 








และมากันต่อที่ ปราสาทพระขรรค์
ที่ต้องเดินทะลุเข้าไปด้านใน ยิ่งเข้าไป ยิ่งลึกลับน่าค้นหา






ปราสาทพระขรรค์  เป็นปราสาทหินในยุคท้าย ๆ ของอาณาจักรเขมรค่ะ ที่นี่จะเป็นพุทธสถานสมัยบายน
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างอุทิศถวายแด่พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ซึ่งเป็นพระราชบิดา
ปรากฏเจดีย์ทรงระฆังคว่ำขนาดเล็กจำหลักด้วยศิลาทรายตั้งอยู่ภายในปราสาทองค์หนึ่ง
ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่เก็บอัฐิของพระราชบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7​​​​​​​

ปล.เจดีย์ทรงระฆังคว่ำอยู่ตรงกลางปราสาทจุดนี้แหละ เห็นมไกด์และนักท่องเที่ยวหยุดยืนถ่ายรูปกันเยอะมากๆ
ส่วนสองข้างทางซ้ายขวาห้องสองฝั่งของปราสาทแห่งนี้ จะเป็นหินถล่มลงมาค่อนข้างเยอะ
จะมีไม้กั้นไว้ไม่ให้ผ่านเข้าไป 






✅ เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดค่ะสำหรับเที่ยวเมืองหินร้อนๆ
แต่เราก็มีวิธีเตรียมตัวให้ดีก่อนไปด้วยนะ
การแต่งตัวเที่ยวปราสาทหินหน้าร้อน ยอมรับเลยว่าหากไปฤดูกาลหน้าร้อนแดดแรง เหงื่อแตกแน่นอน
ทริปนี้เราเลือกไปช่วงก่อนที่จะเข้าฤดูร้อนค่ะ แต่ก็เลือกเสื้อผ้าสำหรับหน้าร้อน ที่กัน UV ด้วยอย่างดี
มาลงตัวที่ แบรนด์ #Columbia ที่เนื้อผ้าจะมีคุณสมบัติใส่แล้วเย็นสบายผิว มีความเบา ทั้งเสื้อและกางเกง
เลือกสีหวานสวยอีกต่างหาก 555 ช่วยได้เยอะมากจริงๆ​​​​​​​






เบรคให้โฆษณานิดนึงแล้วมากันต่อค่า
ภายในปราสาทพระขรรค์ ที่บอกได้เลยว่า มีพื้นที่ภายในกว้างมาก 

ภายในจะเป็นทางเดินหินก้อนใหญ่ๆ ตรงไปด้านหลังเรื่อยๆ
ปราสาทหินแต่ภายในตัวปราสาทไม่ร้อนนะคะ กลับเย็นสบาย มีแสงลอดผ่าน
หรือเพราะเรามาช่วงท้ายๆ ของหน้าหนาวก็ได้ อากาศจึงไม่ร้อนไรมาก






 ภาพพระพุทธรูปในปราสาทพระขรรค์มักถูกทำลายหรือแก้ไข คงเหลือแต่ภาพจำหลักนูนต่ำของฤๅษี
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพฤๅษีกำลังนั่งบำเพ็ญพรตในท่า "โยคาสนะ" (นั่งชันเข่าและไขว้เท้า) สลักอยู่ตามผนังหรือเสาภายใต้ซุ้มเรือนแก้ว​​​​​​​
จะมีความเด่นชัดมากๆ ดีนะ เราก็ถ่ายคู่กับฉากหลังฤาษีนี้มาด้วยเช่นกัน 
จากที่เห็นมายังมีความชัดเจนของเส้นสายลวดลายชัดเจนมาก


ออกมาจากปราสาทพระขรรค์แล้วตุ๊กๆ ก็ถามว่าจะไปไหนกันต่อดี แสงเย็นนี้มีเวลาเหลืออยู่นะ
ใจก็อยากกลับที่พักแล้วเมื่อยเดินเยอะ แต่เขาก็แนะนำไหนๆ ก็มาแล้วให้ไปชมพระอาทิตย์ตกที่ภูเขาพนมบาเค็ง
เป็นเทวสถานที่สร้างตามลัทธิไศวนิกาย ตัวปราสาทลอกแบบมาจากปราสาทบากอง ที่เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรขอม






แต่การมาที่ภูเขาพนมบาเค็งยามเย็นไม่ใช่ว่าจอดรถแล้วถึงเลยนะคะ ต้องเดินขึ้นเนินเขาอีกประมาณ 800 เมตรค่ะ
และมีข้อปฏิบัติคือ จำกัดคนขึ้นชมพระอาทิตย์ตกบนตัวปราสาทแค่ 300 คนเท่านั้น มีทางขึ้นอีกทาง ทางลงอีกทาง
และไม่จำกัดเวลาคนที่อยู่ข้างบนวาจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้

พอเรามาเห็นคนต่อแถวรอขึ้นบาเค็ง แทบลมจับ 55 คือเยอะมากก
คนขึ้นไปบนนั้นก็ไม่ยอมลงมาเสียที จึงเลือกที่จะเดินย้อนมาด้านล่างๆ เป็นจุดชมวิว
มาส่องดูพระอาทิตย์ตกตรงนี้ก็ได้จ้าาา 







ซึ่งจุดที่คนมารอตรงจุดพักระหว่งทางก็เยอะเหมือนกันนะคะ ก็ไม่รู้ด้วยเช่นกันว่า พระอาทิตย์ตกที่นี่สวยยังไง
เพราะเรามองว่า วิวด้านล่างก็จะเป็นทุ่งหญ้าหรือต้นไม้ ประมาณนี้เลยค่า

กลับเหอะสำหรับวันที่ 2 ไปหาเดินกินอาหารมื้อเย็นที่ Street food กันต่อไป 

และเช้าวันที่ 3 ของเรา ออกจากโรงแรม 7 โมงเช้า ห่อหุ้มหัว หุ้มหน้าเยอะหน่อย
เพราะเราต้องนั่งรถไปไกลชั่วโมงกว้าๆ เพื่อไปยังปราสาทบันทายศรี ที่อยู่นอกเมือง






  ปราสาทบันทายศรี >> ปราสาทเล็กๆ น่ารัก ที่สวยที่สุดเขาว่างั้นนะคะ
ที่นี่สร้างด้วยหินสีชมพู มีความงามทางด้านลวดลายเป็นเลิศ มีความคมชัดของลวดลายเหมือนเพิ่งสร้างใหม่
ทั้งที่มีอายุยาวนานมาก อันนี้ก็ทึ่งจริงๆ ค่า 






ส่องให้เห็นชัดๆ ของความชัดของลวดลายตามตัวปราสาทบันทายศรี ที่ยังคงงดงามเหมือนเดิมจริงๆ ค่ะ
ตัวปราสาทคือจะเล็กมาก ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จะมีไม้กั้นห้ามเข้า
ถ่ายรูปได้แค่ภายนอกตัวปราสาทเท่านั้น 






ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่า "ตรีภูวนมเหศวร" หรือ "ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม"
ตัวปราสาทมีขนาดเล็กค่ะ สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายากเรียกได้ว่ามีเพียงหนึ่งเดียวในเสียมเรียบเท่านั้น
จึงได้ชื่อว่าเป็นปราสาทที่งดงามที่สุด 

เรามีบินกลับวันนี้ตอน 2 ทุ่ม ยังมีเวลาเหลือๆ อีกในภาคเช้า จึงนั่งรถย้อนไปที่นครวัดเหมือนเดิม
แต่เลือกที่จะไปทางนครวัดเข้าฝั่งตะวันออก จากครั้งแรกที่มาคือเข้าทางฝั่งตะวันตก

ด้านนี้ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน 
 







และสิ่งสำคัญ สุดท้ายที่เราได้กลับเข้ามาเยือนนครวัดรอบสองเพราะต้องการเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด
เพราะที่นี่เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้ว

​​​​​​​
ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 15 กุมภาพันธ์ 2563 16:17:41 น. 17 comments
Counter : 682 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณเนินน้ำ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณtoor36, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณhaiku, คุณkhimyo, คุณschnuggy, คุณKavanich96, คุณหอมกร, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณกะว่าก๋า, คุณJinnyTent, คุณชีริว, คุณThe Kop Civil


 
เจิมๆๆๆ
So amazing เลยค่ะ
ต้องไปๆครั้ง 1 ในชีวิต


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:17:09:31 น.  

 
งดงามและยิ่งใหญ่สมกับเป็นมรดกโลกค่ะ
เห็นเมื่อไหร่ก็ทึ่งมาก
ในความสามารถของคนรุ่นนั้นที่สุดค่ะ
แต่ก็ไม่มีอะไรชนะกาลเวลาได้นะคะเป็นสัจจธรรมเลยค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:18:24:52 น.  

 
Amazing Cambodia ...
อลังการงานสร้างสวยงามสมเป็นมรดกโลกจริง ๆ ค่ะ



โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:18:49:26 น.  

 
ตอนกลับไหนๆ ก็จะไปแล้วเลยชาร์จซะเลยมั้งครับ

ค่าตั๋วแพงจริงๆ ก็ต้องให้เขาล่ะ จุดท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเขา คิดๆ ไปแล้วคนสมัยก่อนอยู่กันแบบนี้ดูแล้วลำบากอยู่นะ

ภาพที่ดวงอาทิตย์ขึ้น แล้วแสงสาดส่องลงมานี่มันสวยจริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:11:01:13 น.  

 
เห็นปราสาทสิ่งก่อสร้าง แต่ละแห่งของเขมร น่าทึ่งความ
คิดสร้างสรร การก่อสร้างที่ใช้เงินเยอะแน่นอน.. ผมว่า
ความศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของคนโบราณแน่วแน่..จริง

เขาจึงสร้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ สวยงามและมั่นคง

ไปเที่ยวประเทศนี้คงต้องมี เครื่องแต่งกายเหมาะสม
ร้อนฝุ่น..แต่ม้นส์..แน่นอน ดูแล้วไม่หนีเมียนม่าเท่าใด
ที่มีแต่ฝุ่น ๆ ๆ แล้วก็ฝุ่น.. 555

แต่ยังไงก็อยากไปเที่ยวอยู่ดี..อาหารคงไม่ถูกปากคน
ไทยเรื่องนี้ไม่ว่ากัน ไม่ชินรส

นางแบบเดี๋ยวนี้หุ่นดีมาก ๆ ยิ่งใช้ชุดที่ว่า...


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:8:42:21 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:2:05:24 น.  

 
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
ขอบคุณที่พาไปเที่ยวเมืองนอกค่ะคุณริน



โดย: หอมกร วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:8:44:02 น.  

 
ตามมาเที่ยวกัมพูชาต่อครับ คุณริน
แต่ละปราสาทหิน ภาพสวยมากครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:22:50:05 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ
ภาพสวยจัง


โดย: newyorknurse วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:5:12:52 น.  

 
ส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:18:15:33 น.  

 
สุขศุกร์สวัสดีครับ คุณริน
มาชมภาพอีกรอบครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:8:30:57 น.  

 
เห็นแล้วคิดถึงเลยแฮะ นี่พี่ว่าจะทำรีวิวเสียมเรียบอยู่นะ ไม่รู้จะได้ทำเมื่อไหร่เลย 5555

โหวตเด้อ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:15:23:05 น.  

 
ฮูปงามขนาดเลยเจ้าน้องริน
อ้ายก๋าใฝ่ฝันอยากไปแอ่วนครวัดครับ
อยากทำไปเซ็ตขาวดำสักเซ็ต

ตอนนี้ดูฮูปสวยๆในบล็อกน้องรินไปก่อนละกัน 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:15:32:14 น.  

 
ไล่สายตาดูรอบด้วยความเพลิดเพลินเจ้า
ชอบอ่ะ อยากไปอีก แต้ ๆ หนา
ปี้ปูมันว่าจ๊าดตี้แล้วปี้เป็นนางอัปสรา
ตึงบะเถียง เพราะรู้สึกว่าปี้ชอบ
ดูลึกลับ น่าค้นหา และแอบน่ากลัวนิด ๆ เจ้า

เสียดายรินบะได้หันนางอัสปรายิ้มสวย
ตอนปี้ไปได้เห็นเจ้า ไกด์พาไป เกาะติดไกด์เลย
อยู่ตรงประตูทิศขวามือ ด้านทิศใต้ ระเบียงประตูด้านนอก
งงก่อนิ 5555
แต่ถ้าไปหาคนเดียวเดินสองวันอาจหาบะเจอเจ้า
เพราะมีระเบียงคดหลายชั้น หลายประตูเข้าออกมาก

ด้านสุดจะมีมุมที่นางอัสปราเยอะสุดตวย
ปี้เดินดูด้านในแบบชอบมากเลย
เสียดายมีเวลาน้อยมากที่นครวัด เพราะกว้างมาก
บะเหมือนที่บันทายศรี ตาพรหม นครธมนี่กะชอบเจ้า

เสียดายวันที่ปี้ไป เวลาบะทันขึ้นไปชมพระอาทิตย์ที่พนมบาเค็งสักกำ
แต่ไปเจอคนเยอะ ๆ แบบรินอาจจะบะได้ขึ้นไปเหมือนกัน

ตอนกลางคืน ปี้กับบัดดี้ เหมารถตุ๊ก ๆ
ไปแอ่วไนท์บาร์ซ่า หาหยังกินกั๋นสองคน ม่วนขนาด
โรงแรมที่พักกะโอเคอยู่ สะดวกสบาย
อาหารใช้ได้ เพราะไกด์พาไป ถ้าแนวชาวบ้านอาจจะบะถูกปากเจ้า

ถ้าชอบสุดคือ นครวัด รองมานครธม และตาพรหม
ท้ายสุดคือ บันทายศรี ปราสาททรายสีชมพู เดินไปไกลขนาด บะค่อยมีหยัง
ตาพรหมยังมีต้นไม้ยักษ์หื้ออะเมซิ่งผ่อง
ส่วนประสาทรอบ ๆ นครธมบะได้ไปดูเจ้า
ขบวนเยอะ ทำเวลาได้ช้ามาก เห็นแต่ไฮไลท์

ถ้าสุขภาพแข็งแรง มีเวลา อ้ายเต้ยอนุญาต
อยากจะไปแห๋มสักรอบ แต่คงต้องรอไวรัสโควิดจางหายก่อน





โดย: JinnyTent วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:20:18:16 น.  

 
ตามมาชมอารยธรรมขอมพันปีตอนจบจ้าาาา โรงแรมนี่คงประมาณหรูสุดของกัมพูชารึยัง ดูดีเหมือนกัน ประมาณสามดาวบ้านเรา แต่ท่อตัน หักเหลือสองดาว
อาหารข้างทางหน้าตาใช้ได้ (กราบงามๆที่อุตส่าห์ไปลองมาให้่ชมกัน) เมนูนี่อ่านไม่ออกซักตัวอ่ะ ชี้รูปเอารึ?
ทางเข้านครธม ยักษ์รูปร่างหน้าตาสมบูรณ์นะเนี่ย ข้อดีของการถูกทิ้งร้างไปแบบไม่มีเมืองไหนมาสร้างทับก็เลยเหลือของสมบูรณ์ๆไว้เยอะแบบนี้
ปราสาทบายน+รอยยิ้มแบบบายนนี่โด่งดังมาก เสียดายหานางอัปสรที่งามที่สุดไม่เจอ หรือเจอแล้วแต่ไม่รู้สึกแตกต่างจากตัวอื่น?
บาปวนก็อลังการ อย่างกับปิระมิด
เทียบเมื่อพันกว่าปีก่อน อารยธรรมเขาไปไกลจริงๆ ยุคเดียวกับพุกามเลย
ปราสาทพระขรรค์ อันนี้ไม่ใหญ่มาก แต่ลวดลายสวย เพราะเป็นยุคท้ายๆ นี่เองเล่า จึงฝีมือดีนัก
และมีความ tie-in โฆษณาอะ
ภาพด้านในปราสาทที่โทนสีน้ำตาลสวยอะ ชอบสีแบบนี้

พนมบาเค็ง อันนี้ใหญ่โตมาก เป็นภูเขาเลย ปีนขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนไม่ค่อยมีวิวเด็ดๆ มุมถ่ายปราสาทจากข้างล่างนีแหละเด็ดกว่า
ปราสาทบันทายศรี สวยยยย นี่แหละปราสาทขอมที่สวยที่สุด เพราะไม่ใหญ่มาก เลยทุ่มอัดลวดลายได้เต็มที่ด้วย บ้านเราที่สูสีก็มีศิขรภูมิ


โดย: ชีริว วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:04:49 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับน้องริน



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:6:45:00 น.  

 
ภาพสวยทุกภาพเลยครับ ผมดูภาพแล้วจินตนาการไปถึงยุคนั้น น่าจะรุ่งเรืองมากจริง ๆ ครับ ถึงได้สร้างปราสาทได้สวยงาม อลังการขนาดนี้


โดย: The Kop Civil วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:8:37:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
Rinsa Yoyolive
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 311 คน [?]






~ Thank You For Vote ~
BlogGang Popular Award
















RinSa YoyoLive Travel Blogger







เริ่มเขียนบล็อก
26 สิงหาคม 2553



ไม่จำเป็นว่าจะต้อง "จับมือ"
เดินด้วยกันตลอดเวลา
ขอแค่ "อย่าปล่อยมือ"
ในวันที่ฉันเหนื่อยล้าก็พอ...!!


New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2563
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
 
15 กุมภาพันธ์ 2563
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Rinsa Yoyolive's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.