กุ๊ดจัง
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ไม่มีสาระ...จริงๆ นะ..

แต่ถ้าหลวมตัวมาแล้ว จะแอบอ่านก้อไม่ว่ากัน ถ้ารับแนวเถื่อนนิดๆ ถ่อยหน่อยๆ แต่จริงใจได้ ^_^

คิดถึง ถูกใจ ก้อเจิมกันสักนิดนุง แต่ถ้าไม่ถูกใจ มาทางไหนเชิญกลับไปทางนั้น ไม่ต้องเม้นไว้ให้เปลืองมือนะ ฮ่าๆๆ
HighStudio

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
บทความ โดย littlemiumiu.com อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ต้นฉบับ.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ www.littlemiumiu.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ www.littlemiumiu.com
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
23 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กุ๊ดจัง's blog to your web]
Links
 

 
จากนางงามมิตรภาพ กลายเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนนนนนนน...แม่ก็หงุดหงิดง่าย ลูกก็งี่เง่า....เหอะๆๆๆๆ

ตั้งแต่ไปบ้านครูบัวมา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

ครั้งแรก กลับมา อย่างที่บอกว่าเจ้ามิวมิว มีอาการ กลัวแม่หาย
ติดแม่เวอร์มากกก..ชนิดว่าเดินไปไหน จะต้องเดินตามเป็นเงา หันหลังให้แทบจะไม่ได้เลย ถ้าซนๆเพลินๆ อยู่ แล้วเราบอก เลิกซนได้แล้วแม่จะไปแล้วนะ..เจ้านี่จะรีบแจ้นมา อ้าแขนชูให้อุ้มเลย

ล่าสุด...วันเสาร์ที่ผ่านมา เอาไปปล่อยไว้ 2 ชม. แบบไม่ได้เตรียมพร้อมเท่าไหร่ เพราะทีแรกคิดว่า จะให้แม่เข้าไปเรียนด้วยได้ แต่แล้ว คุณครูให้แม่ๆ ออกมารอด้านนอก...เจ้ามิวมิววันนี้ นอนน้อยอีกตามเคย เพราะตื่นเช้า แถมขับรถมากะแม่สองคนไม่ได้กินนมหลังจากตื่นนอนเลย รับรอง หงิกกกก......

เราเลยเอาไปปล่อยไว้หลังบ้านกะข้าวสวย ให้เล่นตรงสนามหญ้าหลอกล่อด้วยกระต่ายแล้วรีบเผ่นแน่บออกมา เห็นได้ชัดว่ามีอาการหวาดระแวง ไม่มั่นตงในสายตา
มีแม่ขวัญคอยเป็นสปายให้เป็นระยะๆ ก็ไม่แคล้วร้องไห้ไม่เป็นอันได้ทำอะไรอีกเหมือนเดิม แถมสปายบอกว่า ต้องให้คุณพ่อน้องพู่ไหม(คนไหนกันล่ะนี่) อุ้มอยู่ตลอดเวลาถึงจะหยุดร้อง เหอะๆๆ
แต่ถึงอย่างงั้นแล้ว คุณครูบอกว่า เด็กๆต้องเรียนรู้ที่จะห่างแม่ รู่ว่าแม่ไม่ได้ทิ้ง เดี๋ยวก็กลับมารับ และไว้ใจคนอื่นบ้าง เช่นคุณครู และเรียนรู้ที่จะฟังคำสั่ง

กลับมาบ้าน......คุณลูกก็เลยนอยด์ กลัวแม่หาย เหมือนจะหนักกว่าเก่า ไม่รู้ลูกใครเป็นบ้าง เวลาโดนเอาไปปล่อยไว้แบบนี้
ติดแม่มากกกขึ้น ไม่เอาใครเลย แม้แต่ยาย จากที่แต่ก่อนเคยฝากยายไว้ได้ทั้งวัน หรือสักแป๊บ อุ้มพาไปเล่นห้องยายแล้วแม่ได้มาอาบน้ำทำโน่นนี่..พอหายเหนื่อยก็ไปรับกลับมา

เวลาทำอะไรอยู่ ใกล้ๆ แม่ พอแม่เดินหันหลังออกมา ก็แหกปากร้องไห้เป็นวักเป็นเวร ไม่ว่าจะเล่นอะไรอยู่ ก็ทะลึ่งพรวดเลยถ้าเห็นแม่ลุก หรือหันหลัง รีบมานัวเนียเกาะขา เหมือนแมว

สถาณการณ์ปวดกะบาลที่บ้านจะประมาณนี้(นอกจากปวดหัวกับลูกแล้ว บุคคลที่ 3 เช่นคุณยายก็ทำให้ปวดหนักขึ้นทวีคูณ)

แม่พามิวมิวไปเล่นห้องยาย กะจะฝากสักแผบ ถ้าเป็นแต่ก่อนเจ้ามิวมิวจะชอบเพราะได้รื้อได้ค้นโน่นนี่นั่น แต่แค่เราหันหลังก้าวขาเดินออกมาจากห้องยาย...เจ้ามิวมิวรีบเดินตามมา..พลางแหกปากร้องไห้...อ้าแขนให้อุ้ม
แต่เรา ไม่อยากอุ้ม..เพราะ เดินไปใกล้ๆนี่เอง ห้องเรากะห้องยายตรงข้ามกัน ห่างกันสัก 4-5 เมตรได้
เราเลยบอกมิวมิวว่า..ให้เดินตามแม่มานะ..ไม่ต้องร้องไห้ เดินมาเองนิดเดียว แล้วเดินนำมา ระยะห่าง 2 ก้าว มาหยุดรอครึ่งทาง

มิวมิวก็เดินมาเกาะขา..จะให้อุ้ม แต่เราไม่อุ้ม...เดินนำมาเปิดประตูห้อง แล้วบอก เดินมาหาแม่มามะ

มิวมิวทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ ทำท่าเสียใจมากกกกกกก.........เอาหน้าฟุบไปกะพื้น

เราก็บอกว่า...ไม่เห็นเป็นไรเลย ใกล้แค่นี้เอง เดินมาเองก็ได้ ไม่ต้องอุ้มหรอก ลุกขึ้นแล้วเดินมาหาแม่มา..มานอนกินนมกัน
(เหมือนจะใจร้ายปล่อยให้ลูกร้องไห้ แต่เราอยากรู้ว่าเค้าจะฟังไหม แกล้งร้องไหม แล้วมันจะอะไรกันนักกันหนา...เพราะมีบางที มิวมิวก็หยุดร้องและเดินตามมา ถ้าหากมีอะไรน่าสนุกรออยู่ เช่น แม่เรียกให้เดินตามมารื้อตู้เย็น จากที่นอนทำท่านางเอกอยู่ ก็หยุดร้องปลิดทิ้ง ลุกเดินจ้ำมา หม่ำ หม่ำ หม่ำ พลางป่วนสำรวจตู้เย็นแบบเมามันส์)

ปรากฎว่า นางเอกยังคงเสียใจมากกกกกกกกก....นั่งร้องไห้ ทรุดลงไปกองกับพื้น อาการเรียกร้องความสนใจแบบนี้เพิ่งเป็นมากๆ ช่วง 2 อาทิตย์นี้แหละ เฮ้ออออออออ

ยายได้ยิน เลยเปิดประตูมา...เนี่ยๆๆ อย่าปล่อยให้ลูกร้องไห้สิ เดี๋ยวกลายเป็นเด็กอารมณ์ไม่ดี..พูดครั้งที่ล้านแปด ทุกครั้งเวลาเห็นมิวมิวร้องไห้.(อิแม่จะบ้าตาย จะพูดอะไรกันบ่อยๆ จะไม่ให้ร้องไห้เลยหรือไง)
ว่าแล้ว คุณยายก็ก้มลงไปโอ๋ อุ้มเจ้ามิวมิวขึ้นมา โอ๋อย่างงั้น อย่างนี้ พาเดินมา 3 ก้าว มาส่งไว้ในห้องเรา..(ซะงั้น)

เราเลยเดินนำมิวมิวมาที่เตียง ให้เดินตามมาอีก..มานอนกินนมกัน

นางเอกยังไม่เลิกเล่นบทโศกครับท่าน ไร้สาเหตุมาก ออกอาการงี่เง่า

เดินผ่านหน้าพ่อไป ตุ้มตะตุ้มตุ้ย หนีห่างเราไปอีกมุมนึงของห้อง ทรุดตัวลงไปนอนร้องไห้..กระซิกๆ เศร้ามากกกกกกกกกกกก
ร้องไม่หยุด...ทำหน้าเศร้าที่สุด เราก็นั่งรอ และเรียกให้เดินมานอนบนเตียง เดินแค่นิดเดียวเอง มามะ บลาๆๆ เปิดนมโชว์ อะไรก็ว่ากันไป

จนเราปล่อยไว้นานสักพัก แต่ไม่นานมาก นางเอกยังคงเข้ามุมอยู่ นอนทิ้งตัวไร้กระดูก
สุดท้าย แม่ยอมแพ้ ก็ต้องลุกเดินไปอุ้มมาอยู่ดี

1-2 วันนี้ อาการนางเอกกำเริบบ่อยมากก..ไม่พอใจอะไร แหกปากกกก....ร้องไห้ เศร้า​..โซแซดดดด
นี่มัน...เหมือนอาการเด็กสัก 2-3 ขวบที่ไม่พอใจอะไรลงไปดินกะแด่วๆ กะพื้นห้างนี่นา...เหวอออออ


สงสัย และมีคำถามในใจ แม่ที่ไม่เคยมีลูกงี่เง่า เอะอะๆ ก็แหกปากร้อง

อาการนี้...เข้าข่ายเรียกร้องความสนใจปะ...(สงสัยเพราะแม่เอาไปปล่อยไว้ เลยคิดว่าแม่ไม่รักอะไรแบบนี้ เลยต้องการชดเชยด้วยอะไรสักอย่าง)

การเอาเด็ก อายุ 1 ขวบครึ่งไปส่งไว้ในคลาสตามลำพัง 2 ชม. (โดยที่พ่อแม่ คุณครู ไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กแต่ละคนมีที่มาต่างๆ กันจะพร้อมที่จะรับมือสถารการณ์แบบนี้หรือไม่ พร้อมแค่ไหน ) จริงๆ แล้วเค้าโตพอที่จะพรากจากพ่อแม่เป็นระยะเวลาสั้นๆ หรือยัง
ทีแรก เราคิดว่า ลูกเราน่าจะ handle อะไรแบบนี้ได้ เพราะเป็นเด็กอารมณ์ดีมาตลอดตั้งแต่เกิด น้อยมากกที่จะงอแง แต่ไปๆมาๆ ดันหนักกว่าชาวบ้านซะนี่

แล้วไอ่อาการเล่นบทโศกจนแม่ประสาทจะแดกนี่ จะหายไปเองหลังจากเค้าปรับตัวได้ หรือ...มันจะอยู่ไปเรื่อยๆ แล้วยิ่งถ้าเราตอบสนองเค้าผิดทาง คงจะยิ่งไปกันใหญ่

แล้ว....เวลาลูกเศร้าโศกเสียใจ เวลาแม่เดินหันหลังให้ หรือแม่ไม่อุ้ม แล้วลงไปนอนกองกะพื้นแบบนี้....เราควรจะแก้ไขสถาณการณ์ยังไง
ก) เข้าไปอุ้ม โอ๋ ปลอบ รับรองแผบเดียว หยุดร้อง
ข) พูดปลอบไปเรื่อยๆ แต่ยังยืนยันให้เค้าเดินเอง ทำอะไรเอง ไม่ใช่เกาะแม่เป็นลูกลิงแจ
ค) พูดปลอบๆ ไป ถ้าไม่ได้ผลค่อยเข้าไปอุ้ม
ง) แกล้งทำเป็นไม่สนใจซะเลย จะได้หยุดร้อง
จ) แล้วถ้ามันไม่หยุดร้องล่ะ
ฉ) อื่นๆ
ช) ถูกทุกข้อ

พื้นฐานความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจของเด็กๆ อยู่ที่ไหน เกิดจากอะไร
(คำตอบนางเอกว่าความรักจากพ่อแม่ไง ทำให้เด็กมีจิตใจที่มั่นคง ไม่เอา ใครๆ ก็รู้
บางคนปากบอกว่ารักลูก ใครๆ ก็รักลูก แต่รักด้วยวิธีไหน บางคนรักด้วยไม้เรียว รักด้วยการตามใจ รักด้วยการปรนเปรอวัตถุ)


การที่เด็กแต่ละคนจะไว้ใจใครอีกคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ของเด็กแต่ละคน เค้าดูจากอะไร และใช้อะไรมาวัด ว่าคนนี้ไว้ใจได้
เด็กที่ปรับตัวยากๆ แบบนี้ ดี หรือไม่ดี ยังไง จะมีผลอะไรในอนาคต แล้วพ่อแม่จะฝึก-สอนเค้ายังไง

ยากวุ้ย........

เมื่อลูกท้าทายคุณเล่ม 1-2-3 ยังคงอยู่ในห่อพลาสติกอย่างงดงาม สงสัยต้องงัดออกมาอ่านซะแร้ว(มัวแต่ไปอ่านนิยาย การ์ตูน บ้าๆ บอๆ ซะนาน ฮิฮิฮิ)

เด็กไม่เหมือนคอมพิวเตอร์ที่เราจะโปรแกรมทุกอย่างลงไปอย่างที่เราต้องการ
พื้นฐานนิสัยแต่ละคน คงถูกโปรแกรมล่วงหน้ามาตั้งแต่ก่อนจะเกิดมาบนโลกนี้ด้วยซ้ำ
ต่อให้เราพร่ำสอน จะกระดานร้อยช่องหรือจะใช้ผ้าวิเศษมอนเตสเซอรี่ แต่ถ้าเรา react หรือสอนลูกผิดวิธีที่เค้าควรจะเป็น อะไรทั้งหลายที่สอนๆมา คงจะไม่ได้ผลอย่างที่เราอยากให้เป็น
เด็กฉลาด เด็กเก่ง เด็กมีระเบียบ แต่....อยู่ร่วมกับใครก็ไม่ได้...ไม่มีใครรัก...

โง่ แต่มีความสุข มีคนรักเยอะๆ คงจะดีกว่า.....หรือเปล่า...



Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 2:46:30 น. 16 comments
Counter : 737 Pageviews.

 
โห ลูกเราวัยๆเดียวกันเลย น้องแอน เกิด กค. นี่ก้อ ยี่สิบเข้ายี่สิบเดือนแล้ว เป็นเหมือนกัน อุ้มๆเนี่ย เซ็งแต่รู้ว่ามาจากพ่อเค้าอุ้มตลอด บ้าป่าวไม่รู้ชอบอุ้มลูกเดินในบ้าน พ่อว่างงานอยู่บ้าน ทำให้ลูกนิสัยไม่ดีไปเลย เราก้อให้นมลูกอยู่เหมือนกัน ไม่รู้จะหย่านมอย่างไรเหมือนกัน เคยจะปล่อยไว้ที่เดย์แคร์เหมือนกัน แต่ลองวันแรก แค่ห่างสิบก้าวนี่ร้องจะตายเลย เลยไม่กล้าไปปล่อยนานๆ ตอนนี้ก้อไม่เอาใครเหมือนกัน นอกจากพ่อกะแม่ เศร้า หาคำตอบได้ ช่วยบอกหน่อยนะคะ ไอ้อาการร้องไห้เอาหน้าแนบพื้นเนี่ยเหมือนเดี๊ยะเลย


โดย: SomGui วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:20:23 น.  

 
มิวมิวจ๋า หนูกลายเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาไปซะแล้ว 55 กิ่งว่าเค้าคงเกิดความไม่มั่นใจแน่ๆเลย อาจจะรู้สึกกลัว และอ่านหนังสือเค้าบอกว่าเด็กจะจำความรู้สึกได้ไวและขี้กังวลกว่าผู้ใหญ่ สงสัยจะจริง
เมื่อกี้อ่านblogของน้องข้าวสวย กำลังคิดว่าบ้านครูบัวน่าสนใจเป็นทางเลือกที่ดี พอมาอ่านของมิวมิวแล้วกลัวว่าดีดีจะเหมือนมิวมิวเพราะเค้าไม่เคยอยู่กับคนอื่นนอกจากพ่อแม่และก็ตายายเลย ยังไงก็เอาใจช่วยมิวมิวนะจ๊ะ แต่ไอ้อาการทรุดตัวลงพื้นก้มหน้าก้นโด่งร้องไห้เนี้ย ดีดีก็เป็น55


โดย: OneDeeK วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:00:16 น.  

 
อ่านเรื่องมิวมิวเหมือนได้อ่านเรื่องตัวเอง อิอิ

เจ้านูฮาก็ประมาณนี้เหมือนกัน เอาหน้าแนบพื้น ทำตัวไร้กระดูก

เวลาเป็นญาจะหาอย่างอื่นให้เล่นก็ได้ประมาณนึงนะพี่เกด


โดย: ญา(แม่นูฮา) IP: 203.144.130.176 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:20:53 น.  

 
เป็นแฟนมิวมิวมานานเพิ่งจะเข้ามาทักเป็นครั้งแรกค่ะ ลูกเราอายุใกล้ๆ กันเลย เรื่องเรียนลองคุยกับครูให้เข้าไปด้วยกันได้เปล่าค่ะ เพราะของลูกเราพาลูกไปเรียนประมาณของ child development อาิทิตย์ละสองชั่วโมงเหมือนกัน ก็ไปนั่งเล่น นั่งเรียน ร้องเพลงด้วยกัน สนุกทั้งแม่ทั้งลูก

เคยคุยกับครูที่สอนเรื่องจะเอาลูกเข้า pre school ลูกจะปรับตัวยังงัย เพราะลูกก็อยู่แต่กับแม่ทั้งวันเหมือนกัน ครูบอกให้แม่เข้าไปนั่งอยู่ในห้องก่อนจนลูกคุ้นเคย เพราะบางทีเขาก็แค่อยากเห็นแม่อยู่ในสายตา จากนั่งทั้งสองชั่วโมง ก็ค่อยๆ ลดเวลาลง ซักพักเขาก็จะปรับตัวได้เอง

ส่วนเรื่องบทโศกมีบ้างเหมือนกัน เราจะเข้าไปคุยกับลูก นั่งอยู่ในระดับสายตาลูก แล้วพยามค่อยๆ พูด แล้วถ้ายังไร้กระดูกอยู่ เราก็เดินไปที่อื่น แล้วชี้ชวนเล่นอย่างอื่น บอกดูดิแม่เล่นรี่คนเดียวหนุกจัง อยากมาเปล่า แต่ก็ได้เรื่องบ้างไม่ได้เรื่องบ้างนะ


โดย: ปุ๊กลุ๊ก IP: 35.11.51.5 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:52:06 น.  

 
นางเอกนะยะ แม่คู๊ณ
เอานางอิจฉามะ แหมๆ

เอาน่า เด็กทุกคน มีคาแรกเตอร์ของตัวเองเนอะ คนที่รู้ดีที่สุดก็พ่อกะแม่น่ะแหละ เพราะฉะนั้น ตัดสินตามสัญชาตญาณตัวเอง work สุดนะแก (ในความเห็นเราอ่ะนะ) ใช่ ไม่ใช่ จะให้ใครมาบอกได้ฟระ เราอยู่กะลูกเอง 24 ชม.งิ ออกแนว มัมเตสเซอรี่ นั่งเองไง

ที่บ้านพราว เราเป็นพวก "สุขนิยม" ว่ะแก...โฮะ โฮะ โฮะ โฮะ


โดย: OtwO วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:11:45:52 น.  

 
แวววาวมาร้องไห้ตามมิวมิว อยากเป็นนางเองมั่งอะ เอ้ยไม่ช่าย อีกซักพักคงปรับตัวได้นะ มิวมิวเก่งสุดยอดอยู่แล้ว


โดย: PORBUA วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:25:34 น.  

 
อ่านแล้วเข้าใจแม่นางเอกนะ เอาน่าลองดูอีกสักหน่อย
อย่างที่เราคุยกับเกดวันก่อนแหละ ว่าใจเราอ่ะจริงๆยังได้อยากให้ลูกเข้าสู่กระบวนการอะไรมากมาย

เหมือนนกน้อยปีกยังอ่อนน่ะ จะไปเร่งให้เค้าโผบินไปหาอาหารเองเลยก็โหดอยู่

ครั้งแรกที่เห็นลูกร้องยอมรับเลยว่ารู้สึกแย่โพด เพราะเลี้ยงกันมาแบบว่าหัวเราะขำ ลั่ลล๊ากันทั้งวัน และเชื่อว่าเค้าพร้อมที่จะเรียนรู้โลกกว้าง หากมีเรา(แม่ &/Or แด๊ดดี้ หรือญาติใกล้ชิด) อยู่ใกล้ในระยะมองหาเจอ อยากมากอดมานัวก็เดิินมาหาได้ อะไรประมาณนั้น

แต่พอลูกต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เค้าเหมือนโดนทอดทิ้งอย่างนี้ เด็กๆตัวเล็กอย่างข้าวสวย มวมิว หรือเพื่อนๆในคลาสคนอื่น ก็เป็นเรื่องยากที่จะปรับตัว

แต่พอครั้งที่สองนี้เรามีโอกาสได้เห็นภาพบางส่วน (เท่าที่พอมองเห็นจากชั้น 2 อ่ะนะ) ก็เห็นแหละว่าคุณครูทีมงานทุกคน ใจเย็น และอ่อนโยนมากๆ ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เด็กๆเริ่มเงียบ
เพราะเค้าคงเริ่มรู้แล้วว่าตรงนี้okปลอดภัย แต่ที่ร้องเพราะยังกลัวว่าจะไม่ได้เจอคนที่เค้ารักที่สุดอีก ก็ร้องหากันไปเป็นระยะๆ

อย่างมิวมิวนี่เท่าที่เห็น เค้าชอบให้คนโอบกอดอุ้มนะ เค้าจะเงียบตลอดเลยตอนที่คุณพ่อน้องพู่ไหมอุ้ม

หรืออย่างเด็กบางคนก็ไม่ชอบให้มายุ่ง ชอบที่จะร้อง หรือมีโลกส่วนตัวเงียบๆมากกว่าอะไรเงี้ย

ซึ่งเด็กแต่ละคนก็จะมีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง คงบอกไม่ได้ว่าอย่างนี้คือดี คือเก่ง อย่างนั้นคือไม่ดี ไม่เก่ง
เราพ่อแม่ก็ต้องปรับต้องหาวิธีกันไป ที่จะให้เค้าไปยืนในจุดที่ตัวเค้ามีความสุข ไม่เดือดร้อนผู้อื่นก็พอเนาะ
(พิมพ์ง่าย แต่ทำยากวุ๊ยด้วยคน)

ปล.เม้นยาวไปป่าวเนี่ย ไว้ค่อยโทรไปเม้าท์ละกันเน้อ^^


โดย: แม่ข้าวสวย กะ น้องชายในพุง (ดวงขวัญ ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:16:54 น.  

 
ข้าวหอมมีอาการกลัวพ่อกับแม่หายเพราะเค้ารู้ว่าเดี๋ยวแม่กับป๊าจะไปทำงานแล้วนะ ไม่ยอมให้ยายมาอุ้มหรือมาเข้าใกล้ ร้องไห้ เสียใจ จะกินแน๊นอยู่ตลอดเวลา เป็นอย่างนี้ทุกเช้า จนคุณยายให้แต๋งกะป๊าแอบไปนอกบ้านตอนที่ข้าวหอมเผลอ

ตอนแรกไม่อยากทำแต่คุณยายบอกว่าถ้าบอกเค้าเดี๋ยวเค้าเดี๋ยวร้องตามแล้วจะงอแงทั้งวัน แต่ผลที่ได้คือเค้าหวาดกลัวกว่าเดิมร้องหนักกว่าเดิม

แต๋งกับป๊าเลยบอกคุณยายว่าจะบอกเค้าทุกครั้งแล้วบอกว่าตอนเย็นแม่กับป๊ากลับนะคะ ข้าวหอมเป็นเด็กดีอยู่กับคุณยายนะคะ แรก ๆ ร้องไห้หนัก แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกเพราะอยากไปแบบกอดเค้า บ๊ายบายเค้า ผลสุดท้ายทำไปประมาณ 2 อาทิตย์ เค้าก็ปรับตัวได้ เค้างอแงแบบว่าอยากให้อยู่ด้วย แต่พอถึงเวลาจริง ๆ เค้าจะเข้ามากอด จุ๊บกันและยกมือบ๊ายบาย แล้วตอนเย็นเค้าจะเกาะประตูรอว่าเราจะกลับเมื่อไหร่

แต๋งเลยคิดว่าการที่ไปบ้านครูบัวมันอาจจะต้องใช้ระยะเวลา เพราะที่แต๋งอยากให้ลูกรู้จักเล่นกับเพื่อนและใช้เวลาอยู่กับคนแปลกหน้าบ้าง ก็จากที่ข้าวหอมกลัวคนแปลกหน้า ไม่ให้ใครอุ้มเลยยกเว้นแต่คนในครอบครัว แล้วชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้เจอใคร เล่นกับตาและยายเท่านั้น

หลังจากกลับจากบ้านครูบัว ก็คุยกับป๊าเค้าว่าจะเอายังไงดี ต่อหรือไม่ต่อ แต่สรุปว่าต่อก็ไม่เสียหาย เราต้องมั่นใจในศักยภาพเค้าว่าเค้ารับมือได้ในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งแต๋งยังไม่รู้ว่ามันออกหัวหรือก้อย ครั้งต่อไปมันอาจจะรู้ตัวว่าจะไปโรงเรียนแล้วมันอาจจะร้องไห้ไร้กระดูกก็ได้

เล่ามานานไม่รู้ว่าวกไปวนมาหรือเปล่า...555...

ปล. ส่วนเรื่องร้องไห้เสียใจข้าวหอมเป็นบ่อยมากเวลาเรียกร้องความสนใจ แต๋งใช้วิธีชวนไปเล่นอย่างอื่น แล้วกอดเค้าแล้วพูดว่าเมื่อกี้เหตุการณ์มันเป็นยังไง บางครั้งแค่เข้าห้องน้ำก็ร้องให้อยู่หน้าประตู ออกมาก็เกาะแข้งเกาะขาร้องไห้ แต๋งก็บอกเค้าไปว่าแม่ทำอะไร อีกหน่อยหนูก็ต้องเข้าห้องน้ำ แต่ที่สำคัญคุณยายชอบไปโอ๋อ่ะ ไม่อยากให้ร้องนาน อันนี้แก้ยาก...........แต่ถ้ามากไปต้องบอกเค้าบ้าง ให้เค้าว่าเรายังดีกว่าให้เค้าโอ๋หลานมากไป..จริงปะ



โดย: แต๋ง IP: 61.90.93.228 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:10:20 น.  

 
เอ่ม ปลาวาฬก็เป็นเหมือนกัน จากที่เคยใครก็ด้ายช่วยมาเล่นด้วยหน่อยเหอะ เบื่อแม่แล้ว กลายเป็น เกาะขาหนึบเลย จะทำกับข้าว จะฉี่มันยังต้องเดินมาเฝ้าเลยอ่ะ แต่ก็ทำใจนะ ไหน ๆ ก็โหดมา 2 อาทิตย์ แล้ว เด๋วลูกเหนื่อยฟรี (เกี่ยวกันป่ะเนี่ย)

ไม่รู้ว่าแม่กะลูกใครจะใจแข็งกว่ากัน สู้เว้ยยย


โดย: แม่ปลา IP: 58.9.65.167 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:21:29 น.  

 
ได้ตามอ่าน blog ทุก blog ค่ะ ขอชื่นชมคุณแม่คนเก่งทั้งทำงานและเลี้ยงลูกสาวไปด้วย

สำหรับอาการของน้องมิวมิว หนูคิดว่าน่าจะให้เวลาน้องได้ปรับตัวอีกสักพักคิดว่าน่าจะดีขึ้น และการปฏิบัติกับน้องอย่างสม่ำเสมอ สักพักน้องคงได้เรียนรู้ว่าทุกวันเสาร์เค้าจะต้องไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนและแม่ก็มารับเหมือนเดิม

ก่อนหน้านั้นลูกสาวก็เคยมีอาการแบบนี้คะ แม้ว่าจะเคยชินกลับการที่แม่ไปทำงาน ซึ่งเจ้าลูกสาวก็ได้เรียนรู้ทุกวันว่าแม้แม่จะหายไปแต่ยังไงแม่ก็กลับมา แม้จะเคยชินแต่ก็มีบางช่วงเวลาที่มีอาการกลัวแม่หาย

ซึ่งก็นั่งคิดและทบทวนอยู่นานค่ะว่าเพราะสาเหตุอะไร...คงเป็นช่วงวัยของเค้าที่เริ่มรับรู้ว่าแม่กับเค้าเป็นคนละคนกันและกลัวการแยกจากแม่

จากนั้นก็เริ่มฝึกให้เค้าอยู่ด้วยตัวเอง โดยปล่อยให้เค้าเล่นในห้องนอนด้วยตนเอง และเมื่อจะออกจากห้องก็จะบอกว่าเดี๋ยวแม่ไปนั้น-นี้ และโบกมือให้เพื่อให้รู้ว่าแม่จะไปแล้วนะ และระยะเวลาที่หายหน้าจากเค้าก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เค้าได้ชินกับการหายของแม่ และรับรู้ว่าแม้แม่จะหายไปยังไง แม่ก็กลับมาหาเค้า ทุกวันนี้ลูกสาวรับรู้ได้ว่าเมื่อแม่ถือกระเป๋าและกุญแจรถหมายความว่าแม่จะออกจากบ้าน ลูกสาวก็จะมาหอมและโบกมือให้ ... ซึ่งนั้นหมายความว่าเค้ายินยอมและยินดีให้แม่ไปโดยดีคะ

สู้ ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้คะ



โดย: Binnies IP: 118.173.251.155 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:48:55 น.  

 
มาบอกว่าเป็นแฟน มิว มิว มานานแล้วค่าาาาา

ขอเล่าเรื่องลูกชาย เราป็นแม่ฟลูไทม์ ตอนเขา 1.4 อยากให้เขาได้มีเพื่อนเล่นวัยเดียวกันบ้าง ส่วนใหญ่แถวบ้านมีแต่เด็กประถม เลยคิดว่า จะเอาไปทดลองฝากเนอสเซอรี่ สัก สามสี่วัน เลยออกไปตระเวนหา ที่มีเด็กอายุไล่เลี่ยกัน ประมาณ สิบคน (ตั้งแต่ ขวบ กว่าจนถึง สามขวบ) เจ้าของเคยเป็นครูอนุบาล เรียนมาทางสาขาจิตเวชเด็ก แต่ไม่ใช่หมอเฉพาะทาง

วันแรก แค่ไปลองคุย ๆ ดู เขามีท่าท่างเกร็งอย่างมาก แต่พอสัก ครึ่งชม ก้อ ไปยืนดูเด็กคนอื่นเล่นกัน เขายังเล่นกับคนอื่นไม่เป็น แต่สนใจว่ามีคนตัวเท่าเขาด้วย พอสักพัก ครูก้ออุ้มเข้าบ้าน แม่กับพ่อเลยฉิ่งหนีออกมาแอบดูข้างกำแพง เขาก้อเพลินได้เห็นไรใหม่ ๆ แต่พอสัก ครึ่งชม ก้อเหมือนนึกได้ว่า แม่หายไป ก้อร้องไห้ พอร้องไห้ปุบ เด็กคนอื่น ๆ เข้ามารุมดู บางคนก้อเข้ามาโอ๋ บางคนก้อมากอด แน่นมากกก พอมีสิ่งอื่นเบี่ยงเบน เขาก้อหยุดร้องไห้

แม่กับพ่อ พูดกันว่า เราต้องตัดใจไปเลย ตอนนี้ ให้เขาได้เรียนรู้ของเขาเอง เอาไปส่งตอน เก้าโมง ออกมา เกือบเที่ยง กลับเข้าไปรับอีกที ตอนสี่โมงเย็น เขามาเกาะประตูรอหน้าบ้านพร้อมเด็กคนอื่น ๆ พอเห็นหน้าแม่ เขาวิ้งเข้ามากอดแบบที่ไม่เคยกอดแน่นและนานขนาดนี้เลย

ครูว่า พอเขาเห็นเด็กคนอื่นเล่นกัน เขาก้อปรับตัวได้ กินข้าวเยอะ แถมนอนคนแรก แต่ตื่นสายกว่าชาวบ้านเขาอีก

พอวันที่สอง จะไปส่ง ก้อลองลุ้นว่าถ้าเขาเห็นประตูหน้าบ้านเขาจะร้องไห้ไหม พอเอาลงไปเขาก้อมีท่าทีลังเล แต่พอเพื่อน ๆ เริ่มเข้ามาออ เขาก้ออยู่ได้ เป็นอันผ่านไป

พาไปได้สัก สี่วัน ข้อดีคือ กินเก่งมากขึ้น เห็นคนอื่นกินเลยกินตาม ข้อเสียคือ ติดหวัด มีขี้มูก

พอวันที่ห้า ครูเลยมาสรุปให้ฟังว่า ถ้าจะเอาน้องอยู่ต่อคิดว่าไม่มีปัญหา เพราะเขาปรับตัวได้ เนื่องจาก หนึ่ง เด็กที่อยู่เดิมนั้นเขามีความคุ้นเคยกันแล้ว พอลุกเราเป็นเด้กใหม่เลยค่อนข้างเป็นที่สนใจของเด็ก ๆ ทำให้ เขามีสิ่งเร้าให้สนใจตลอดเวลา

สองพามาต่อเนื่องติดต่อกัน เขายังมีความทรงจำของเมื่อวานได้ดี เลยปรับตัวได้ และอธิบายอีกหลายอย่าง

แต่ข้อเสียคือ เขาจะเป็นหวัดตลอดเพราะเด็กคนนี้หายคนนั้นเป็นต่อ ก้อติดต่อกันไปเรื่อย เราเลยตัดสินใจไม่อยู่ต่อ เพราะแค่อยากมาทดลองดู แล้วคิดว่าเป็นหวัดไม่คุ้มกัน เขาไม่ชอบหยอดจมูก

เล่ามาซะยาวไม่รู้จะพอมีประโยชน์ให้แม่กุ๊ดจังไหม เง้อ

อธิบายหรือแนะนำอะไรอย่างอื่นไม่ค่อยเก่ง แต่อยากมาช่วยแชร์ เลยอาศัยประสบการณ์ของตัวเองแล้วกันนะคะ

มิวมิว เก่งอยู่แล้ว สู้ ๆ นะคะ



โดย: snof IP: 117.47.85.165 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:53:13 น.  

 
555 บล็อคนี้คงเป็นบล็อคที่คอมเม้นยาวที่สุดในโลก.....

ขอบคุณทุกความเห็นและกำลังใจนะคะ...



โดย: กุ๊ดจัง วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:53:08 น.  

 
หนังสือเมื่อลูกท้าทาย มีเหมือนกัน ยังไม่เคยอ่านเลย

ลูกพี่ก็เหมือนกัน ตอนนีน่ะ ถ้าไม่อุ้ม ลงไปนอนกับพื้นแล้วไถไปไถมาเลย


โดย: kizz_j IP: 113.53.7.199 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:31:18 น.  

 
เวลาลูกเล่นบทโศก บางทีพี่จะหลอกล่อเอาอ่ะ พาเล่นของเล่นที่ชอบ ไปดูตู้ปลา แบบไม่ได้โอ๋แต่เบี่ยงเบนความสนใจ เค้าจะได้ลืมๆเรื่องที่ร้องไป

แต่เรื่องลูกนี่ยากเน๊าะ บางทีก็ต้องปล่อยให้ร้อง บางทีก็ต้องโอ๋บ้าง บางทีก็ทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน

เรื่องเกาะแม่แจหลังไปเรียนนี่พลก็เป็น แบบไปไหนนิดหน่อยก็ร้องหาแม่ แม่ ใครจะมาอุ้มนี่สบัดมือทิ้ง ขนาดเป็นพ่อบางทียังไม่ยอมเลย แต่พี่ก็พยายามเข้าใจนะ เค้ากำลังปรับตัว บางทีก็ตลกมากๆ ที่เค้าทำตัวงี้ พ่อพลบอกชัวร์เลย กลัวแม่ทิ้ง

ตอนแรกที่ไปเรียนพี่ก็แบบ ร้องก็ร้องเค้าต้องโต แต่บางครั้งก็แป้วเหมือนกันนะ คือพยายามไม่คิดว่าตอนอยู่โรงเรียนเค้าจะร้องขนาดไหนอ่ะ จะคอยดูอยู่ว่าครั้งที่ 3 เค้าจะปรับตัวได้เพิ่มขึ้นไหม...


โดย: พี่นา IP: 124.121.124.140 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:13:09 น.  

 
อุ้ย เข้าใจความรู้สึกเลย และก็เข้าใจมิวมิวด้วย เพราะผ่านการเรียนครูบัวไปสามครั้ง ลูกอิชั้นยังไม่ได้เรียนอะไรเลย เพราะว่าลูกอิชั้นครองแชมป์นอนหลับ ประมาณว่าได้ยินคนอื่นร้อง เลยขอร้องด้วย แล้วก้อร้องจนเพลียภายในเวลาไม่นาน แล้วก็หลับไป แถมตอนนี้อิแม่หายหัวไปแม้แต่แป๊ปเดียวก็ไม่ได้ ร้องหาแม่จ๋า แม่จ๋า จะเข้าห้องน้ำ จะอาบน้ำแทบจะกระดิกไปไหนไม่ได้เลย ขนาดเล่นกับปะป๋า อยู่ๆก็ถามหาหม่าม้าขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆที่เดินห่างไปหยิบของในระยะไม่ไกล .... ตอนนี้เลยได้รับสมญานามว่าเป็นอิแม่โหด ตอนนี้คุณพี่เกรซเลยเริ่มจากลัวรร.ซะแว้ว แต่ก็หวังว่าสักวันหนึ่งเค้าจะปรับตัวได้ และเข้าใจ เพราะอิแม่กำลังจะเล่นบทโหดต่อ กะลังจะส่งไปเข้ารร.เตรียมอนุบาลเดือนเมย.นี้แว้วววว .... ยังไงเป็นกำลังใจให้นะค่ะ


โดย: เจี๊ยบแม่เกรซ IP: 124.120.105.177 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:22:45:52 น.  

 
ระึลึกความหลังตอนส่งเจ้าบอสไปเินิร์สใหม่ ๆ ตอนนั้นขวบแปดเดือน
อาการหนักตรงที่เหมือนพัฒนาการถดถอย จากที่เคยบอกฉี่ได้ ก็ฉี่ราดซะงั้น ไม่กล้าบอกป๊า แล้วก็มีอาการกลัวแม่กะป๊าหายเหมือนกัน แต่ไม่น้อยใจนะ
ทำไงดี ก็เชียร์อัพเค้าเยอะ ๆ เล่าให้ฟังว่าโรงเรียนเป็นไง ครู + พี่เลี้ยงใจดีนะ หิว ฉี่ อึ ให้บอกเค้าเลย บอกเค้าว่า เพื่อน ๆ กะครู + พี่เลี้ยงรักหนูมาก อยากให้หนูไปอีก โม้ไปเยอะ ๆ เล่นสนุกมาก อะไรก็ว่าไป แล้วเวลาไปส่งก็บอก เวลานี้ หลังจากที่เค้ากินข้าว อาบน้ำ นอน ตื่นมา ป๊าจะมารับแน่นอน สังเกตดูวีคแรกอาการหนัก วีคสอง สาม สี่ ยังร้องอยู่ แต่ดีขึ้นมากก เดือนนึงผ่านไปก็ชิล ชิล ล่ะ
ตอนนี้จบเนิร์สแล้ว ขึ้น K1 เทอมหน้า เปลี่ยนห้อง คราวนี้คงมีร้องไห้อีก


โดย: พัดค่ะ (fullMind ) วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:9:42:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.