Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
คัมภีร์บางระกำ : สุดยอดวิชาสู้ภัยน้ำท่วม จาก ไทยรัฐ


"บางระกำ" เป็นชื่อตำบลเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.นครชัยศรี

ห่างจาก อ.นครชัยศรีประมาณ 20 กิโลเมตร

ชาวบางระกำส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา

ทำสวนและทำเกษตรกรรมอื่น ๆ

ด้วยสภาพพื้นที่ เป็นที่ราบลุ่มติดแม่น้ำนครชัยศรี

ในฤดูน้ำหลาก จึงมีปัญหาน้ำล้นตลิ่งหรือน้ำท่วมอยู่บ้าง

แต่ที่โดนหนักสุด ก็คงเป็นปี 2538 และ 2549

ตอนนั้น บางระกำเจอน้ำท่วมเข้าไปสาหัสไม่แพ้พื้นที่อื่น ๆ

แต่ผมก็ไม่ทราบข้อมูลมากนัก จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตำบลบางระกำ กำลังจะเป็นพื้นที่ที่คนไทยต้องจดจำและเรียนรู้

จากความสุดยอดในการแก้ปัญหาน้ำท่วม


ครับ สกู๊ปข่าวไทยรัฐลงบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม

ของชาวบางระกำที่ผ่านมาสรุปได้ว่า ในระหว่างปี 2538

ช่วงที่ชาวบางระกำเจอปัญหาน้ำท่วมอย่างหนักนั้น

ชาวบางระกำและตำบลใกล้เคียงได้มานั่งปรึกษากันเพื่อหาวิธีป้องกันน้ำท่วม

ช่วงแรก ก็ทำคันดินป้องกันน้ำท่วมแบบของใครของมัน

ถ้าน้ำท่วมไม่มากคันดินก้ันน้ำก็ยังพอเอาอยู่

แต่มาปี 2549 คันดินที่กั้นน้ำในพื้นที่ของตัวเองทานแรงดันของน้ำไม่อยู่

คันดินพัง สุดท้ายน้ำไหลบ่าเข้ามา

แค่คืนเดียวน้ำท่วมหมดทั้งตำบล แบบตั้งตัวไม่ทัน

น้ำท่วมคราวนั้น ต้องใช้เวลาเป็นปี กว่าความเสียหายของพืชผลทางการเกษตร

และบ้านเรือนจะฟื้นฟูกลับมาได้หมด และจากประสบการณ์น้ำท่วมปี 2549

ทำให้ชาวบางระกำต้องกลับมานั่งคิดปรึกษาหารือกันใหม่ว่า

ความผิดพลาดเกิดจากตรงไหน

คุณณัฐวัฒน์ ชั้นอิทร์งาม นายก อบต.บางระกำ กล่าวว่า

หลังจากคนในตำบลและตำบลข้างเคียงได้ปรึกษาหารือกันแล้ว

ได้ข้อสรุปว่า การทำคันดินกั้นน้ำแบบของใครของมัน

นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังเป็นการสร้างความเสียหาย

ให้กับทรัพย์สินมากกว่าไม่มีคันดินกั้นน้ำซะอีก

เพราะถ้าทำคันดินกั้นน้ำให้สูง ความแตกต่างของ

ระดับน้ำด้านนอกกับด้านในมีมาก คันดินกั้นน้ำเกิดแตกขึ้นมา

น้ำที่ไหลบ่าจะไหลเร็วมาก และแรงดันของน้ำที่ทะลักเข้ามา

จะทำความเสียหายรุนแรงกว่าปล่อยให้น้ำค่อยๆ

ไหลเอ่อขึ้นมาเองตามธรรมชาติ


ผมขอสรุปแนวทางแก้ปัญหาของชาวบางระกำ

ตามที่ไทยรัฐได้ลงไว้ในสกู๊ปข่าวดังนี้


1.ใช้วิธีทำคันกั้นน้ำเฉพาะพื้นที่สำคัญ เช่น

พื้นที่ถนนซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสายหลัก,

พื้นที่เขตเศรษฐกิจ, พื้นที่มีชุมชนอยู่หนาแน่น, สถานที่ราชการ ฯลฯ

จะมีการทำระบบบล็อกน้ำเพื่อรักษาพื้นที่ จะไม่มีการทำคันดินกั้นทั่วไปหมด

ที่นาก็จะไม่ทำคันดินกั้นน้ำอีกต่อไป เก็บที่นาทำเป็นพื้นที่รับน้ำแทน

เพื่อลดความรุนแรงของน้ำ ยกเว้นพื้นที่นาบางแปลงที่ยังเก็บเกี่ยวผลผลิตไม่ทัน

จะยอมให้ทำคันดินกั้นน้ำไว้ชั่วคราว... แต่เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ

จะเปิดทางผันน้ำเข้านา ให้เป็นพื้นที่รับน้ำต่อไป


2.การทำนา จากเมื่อก่อนเคยทำกันปีละ 3 ครั้ง ก็ขอร้องให้ทำกันแค่ปีละ 2 ครั้ง

ฤดูที่ 3 ไม่ต้องทำ เป็นการพักดินไว้เตรียมรับน้ำท่วมในช่วงปลายปี

และให้เกษตรกรหันไปทำอาชีพที่อยู่น้ำได้ อย่างปลูกผักบุ้ง ผักกระเฉด แทน


3.การขออนุญาตปลูกสร้างบ้านเรือนก็เหมือนกัน เมื่อก่อนน้ำท่วมไม่ค่อยมี

จะมีก็นานๆครั้ง คนจึงลืมคิดไปเองว่าน้ำไม่ท่วม เลยมักจะปลูกบ้านพื้นติดดิน

มาเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา น้ำท่วมเกิดถี่บ่อย น้อยบ้าง มากบ้าง

ฉะนั้น ตอนนี้ใครมาขออนุญาตสร้างบ้านกับ อบต.

ทางอบต.จะแนะนำให้ปลูกบ้านยกพื้นใต้ถุนสูงไว้ก่อน”

ประกอบกับพื้นที่ของ ต.บางระกำ เป็นพื้นที่ราบลุ่ม

ที่มักจะเจอน้ำท่วมล้นฝั่งจากแม่น้ำท่าจีนเป็นประจำเกือบทุกปี

เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่จะมาในหน้าฝนทุกปี


4.ทำการพร่องน้ำ ดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนให้ลงทะเลไปก่อนฤดูน้ำหลากจะมาถึง

ตั้งแต่ปี 2550 ชาวบางระกำทำอย่างนี้มาทุกปี และไม่ได้รอให้น้ำท่วมก่อน

ถึงจะทำตอนน้ำท่วม แต่ชาวบางระกำทำมาก่อนน้ำจะท่วม 2-3 เดือน

ปีนี้ก็เหมือนกัน เขาทำมาตั้งแต่มีข่าวพายุนกเตน

ทำให้ฝนตกน้ำท่วมทางภาคเหนือ

ทางบางระกำก็เดินเครื่องผลักดันน้ำลงทะเล

พร่องน้ำในแม่น้ำท่าจีนออกไปก่อนส่วนหนึ่ง

เพื่อแม่น้ำท่าจีนจะได้มีเนื้อที่รองรับน้ำท่วมจากภาคเหนือได้มากขึ้น

มีการออกแบบใบพัดสำหรับผลักดันน้ำ เป็นใบพัดใหญ่ๆ

คล้ายใบพัดเรือนั่นแหละ

แต่มีแค่ใบพัดเปล่าๆ ที่ใช้มอเตอร์ ไม่มีเรือ และเมื่อนำความคิด

แบบร่างใบพัด ไปขอความช่วยเหลือจากกรมชลประทาน

จึงได้ใบพัดผลักดันน้ำมาใช้ครั้งแรกในปี 2550

เป็นจำนวนถึง 20 ตัว มาจนถึงวันนี้

..........

และนับแต่นั้นมา ปัญหาน้ำท่วมไม่เคยเกิดกับพื้นที่นี้เลยแม้แต่ปีที่แล้ว

ที่ว่าน้ำมาก ต.บางระกำ พื้นที่ราบลุ่มต่ำริมน้ำท่าจีนก็ไม่มีปัญหา

..........

แต่ปีนี้ไม่รอด !!!

..........

นายก อบต. กล่าวว่า “ปีนี้น้ำท่วม ไม่ใช่เพราะระบบของเราล้มเหลว

แต่มาจากน้ำท่วมไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคาดการณ์ไว้

ระบบของเราเตรียมไว้สำหรับแก้ปัญหาน้ำท่วมที่มาจากแม่น้ำท่าจีน

แต่ที่ท่วมคราวนี้เป็นน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยา

แล้วหลากล้นมาทาง จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี

ไหลหลากมาแบบไม่มีทิศทางที่แน่นอน ไม่สามารถควบคุมได้

เพราะไม่ได้มาตามร่องน้ำ

นายก อบต.บางระกำ บอกว่า "ถ้าน้ำท่วมมาตามร่องน้ำ และมาทางแม่น้ำท่าจีน

ระบบของเรารับมือได้สบายมาก เพราะวันนี้แม่น้ำท่าจีนที่เราพร่องน้ำไว้

ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเลย”

ถึงน้ำจะท่วม คุณณัฐวัฒน์ ยืนยันว่า ระบบแก้ปัญหาน้ำท่วมของที่นี้ไม่มีปัญหา

เพราะมีการเตรียมการเรื่องอพยพชาวบ้าน จะให้ไปอยู่ที่ไหน การจัดหาถุงยังชีพ

แจกจ่ายถุงยังชีพให้ทั่วถึงต้องทำยังไง จะหารถหาเรือมาจากไหน

เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน.....

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พึ่งจะคิดทำกันตอนน้ำท่วม

คิดเตรียมการ ประสานกับทางราชการ มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมมาโน้นแล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น การช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลด...ยังเตรียมไว้พร้อมทั้ง

“กองทุนพันธุ์พืช”

ให้ชาวบ้านยืมเมล็ดพันธุ์ไปเพาะปลูก เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

ค่อยนำมาใช้คืน เพื่อแบ่งเบาภาระในการดำรงชีวิตต่อไป

บ้านทรุดบ้านพัง มีการประสานหน่วยราชการ

โดยเฉพาะวิทยาลัยการอาชีพในพื้นที่

เตรียมจัดทีมพร้อมงบประมาณซ่อมแซมบ้านเรือนให้ชาวบ้าน

ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว

...........................................................................

หมายเหตุ : อ้างอิงข้อมูลจาก //www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/210891

...........................................................................

ครับ นี่เป็นข้อมูลคร่าว ๆ ที่ไทยรัฐไปสัมภาษณ์มา

แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอเพิ่มเติม ก็คือ


1.ความสามัคคี โดยเฉพาะการที่ชาวบางระกำ ยอมให้ที่นาของตนเอง

กลายเป็นที่พักน้ำ เท่าที่ผมทราบ ชาวบ้านให้ความร่วมมือด้วยดี

ไม่มีปัญหาทะเลาะกันด้วยเรื่องคันกันน้ำแต่อย่างใด


2.ภาวะผู้นำของผู้บริหารท้องถิ่น ที่สามารถเป็นศูนย์กลาง

ในการขับเคลื่อนแนวทางปฏิบัติ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า "บริหาร หรือ จัดการ"


คงไม่แรงไปใช่มั้ยครับ ถ้าผมจะบอกว่า นายก อบต.บางระกำ

มีกึ๋นกว่านายกรัฐมนตรี และชาวบางระกำเจ๋งกว่า ศปภ.








Create Date : 23 ตุลาคม 2554
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 15:10:30 น. 1 comments
Counter : 736 Pageviews.

 
ในฐานะคนการเมืองงท้องถิ่นเก่า
ขอเข้ามายกนิ้วห้วแม่โป้งให้กับนายกฯ และชาวบ้านบางระกำค่ะ
ผู้นำที่ดี มีวิสัยท้ศน์มองการณ์ไกล บวกมีความสามัคคีร่วมมือจากชาวบ้าน
การพัฒนาที่แท้จริงต้องเป็นแบบนี้ค่ะ

ปัญหาของประเทศไทยเรา เกิดจากความไม่พร้อมในการกระจายการบริหารการปกครองสู่ท้องถิ่น
ผู้นำท้องถิ่นจะมีสักกี่คน ที่เป็นแบบนายกฯ บางระกำ
จะมีสักกี่หมู่บ้านกี่ตำบลที่เป็นแบบบางระกำกัน

เห็นการแบ่งแยกสีแบ่งพรรคแบ่งพวกของคนไทย
โดยที่ผู้บริหารประเทศก็เป็นไปด้วย
บอกตามตรง ว่ามันจุกอกค่ะ

น้ำท่วมครั้งนี้ หวังว่า มันจะล้างสี ล้างโคลนตมจากใจผู้คนไปบ้าง

กลับมารักกันกลมเกลียวกันเหมือนเดิมนะ พวกเราชาวไทย



จากคนรักเมืองไทยไกลบ้านค่ะ







โดย: Sao'Padlung วันที่: 24 ตุลาคม 2554 เวลา:3:01:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.