Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
UN ชูผลงานคอป. แนะรัฐบาลไทยนำไปปฏิบัติ จาก ไทยโพสต์


ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์

ชื่นชมรายงานของ คอป. ระบุมีความสำคัญต่อการเมืองและสิทธิมนุษยชน

ไทย แนะรัฐบาลนำข้อเสนอไปปฏิบัติ ขณะที่ “เฉลิม” ปฏิเสธ

อ้างไม่มีผลผูกพัน เพราะความเห็นของคณะบุคคลไม่ใช่ศาล

“คณิต” ย้ำทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว จะดำเนินการอย่างไรเป็นเรื่องของนายกฯ

แต่ท้วงความจำ เคยเอาข้อเสนอชดเชยเยียวยาและคัดแยกนักโทษการเมือง

ไปใช้ ติงเพื่อไทย-เสื้อแดง อย่าใช้ความเขลาวิจารณ์มากกว่าเหตุผล


เมื่อวันพุธ มีท่าทีจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ต่อรายงานฉบับสมบูรณ์

ของคณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ

หรือ คอป. โดยนางนาวี พิลเลย์ ข้าหลวงใหญ่

ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ ระบุในแถลงการณ์ว่า

แม้อำนาจของคณะกรรมการตรวจสอบและค้นหาความจริง

เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) จะมีขีดจำกัด

และมีข้อยุ่งยากในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน แต่ผลการดำเนินการ

ตรวจสอบของ คอป.ที่ออกมา ถือว่ามีความสำคัญต่อเหตุการณ์

ความรุนแรงทางการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยในขณะนี้มีหน้าที่รับผิดชอบที่จะต้องปฏิบัติ

ตามคำแนะนำของคณะกรรมการชุดนี้

แถลงการณ์ระบุว่า รายงานของ คอป.ไม่สามารถระบุได้ว่า

ใครต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิต 92 ศพ และบาดเจ็บนับพันระหว่างการ

ชุมนุม ทว่ารายงานได้พบสิ่งต่างๆ ที่มีข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สำคัญๆ

และยังเสนอแนะให้มีการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

โดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานเน้นย้ำความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ทหาร

จะต้องเป็นกลางทางการเมือง ความจำเป็นที่จะต้องให้

กระบวนการศาลยุติธรรมมีความเป็นอิสระ และข้อเสนอให้มีการทบทวน

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อการปกป้องเสรีภาพ

ในการแสดงออกในประเทศไทย

"การปฏิรูปกฎหมายและสถาบันหลักต่างๆ ที่ได้รับการเสนอแนะ

ในรายงาน จะทำให้ประชาธิปไตยในประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น"

นางพิลเลย์กล่าว และว่า การนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ไม่เพียงแต่จะมีความสำคัญต่อประเทศไทย แต่จะเป็นตัวอย่างที่ดี

ให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกประเทศ

สำหรับพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้รวบรวมไว้โดย คอป.

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนฯ ได้เตือนให้รัฐบาลเก็บรักษาให้เป็นอย่างดี

เพราะจะเป็นสิ่งสำคัญในการตามหาผู้กระทำผิดต่อไป ทั้งนี้

ในแถลงการณ์ยังบอกว่ารายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(กสม.) ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวจะถูกเปิดเผยในเร็วๆ นี้

ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มากขึ้น

ขณะที่ นายคณิต ณ นคร ประธาน คอป. กล่าวว่า เราก็พยายามเสนอ

ให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้และช่วยกันผลักดัน ซึ่งทางสำนักงาน คอป.เอง

ก็ได้ส่งรายงานฉบับดังกล่าวไปให้

เพราะที่ผ่านมายูเอ็นเองก็มาช่วยงาน คอป.หลายครั้ง


นายคณิตกล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงวิพากษ์วิจารณ์

รายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป. ว่า เป็นเรื่องธรรมดา

แต่เราถือว่าทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ใครจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่ว่าอะไร

แต่ส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องของอารมณ์ทั้งนั้น

ก็ถึงได้พูดมาตลอดว่า ประสาทการรับฟังคนเรามันบอด

ถ้าเรารับฟังก็จะต้องไม่พูดด้วยอารมณ์ แต่จะใช้เหตุผลคุยกัน

คณิตย้อน “เหวง” อายุเท่าไหร่

“การทำรายงาน คอป.ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้

หากเห็นด้วยก็ช่วยกันผลักดันให้เกิดการปฏิบัติ ผมคิดว่าเราควรพูดกันแบบ

ผู้ใหญ่ ไม่ใช่ใช้อารมณ์แบบผิดๆ การที่ นพ.เหวง โตจิราการ

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงนั้น

บอกว่าผมจะมาเสียคนตอนแก่ ผมก็อยากถามว่าตัวท่านเองอายุเท่าไหร่”

นายคณิตกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย

ฉีกรายงานฉบับสมบูรณ์ของ คอป.ก็ยังงงอยู่ว่าผู้ที่กระทำอย่างนั้น

เป็นผู้ใหญ่เพียงพอหรือไม่ การแสดงความผิดหวังต่อรายงานของ คอป.

ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่การไปแสดงมารยาทอย่างนั้น ไม่ใช่ผู้ใหญ่

ขณะเดียวกันคนที่เป็น ส.ส.ต้องยึดหลักจริยธรรมทางการเมืองด้วย

และที่กล่าวหาว่า คอป. ถลุงภาษีนั้น ก็ขอถามกลับอีกว่า

การมาฉีกรายงานอย่างนี้ใช่การถลุงภาษีหรือไม่

ทั้งนี้ กรณีที่ คอป.ถูกกล่าวหาว่าถลุงภาษีนั้น มาจากการโจมตีของ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกพรรค

และในฐานะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน

สภาผู้แทนราษฎร เขาบอกว่า จะทำจดหมายถึงพล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน

ประธานกรรมาธิการฯ ในสัปดาห์หน้า

เพื่อขอเชิญ คอป.เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ด้วย

ประธาน คอป.กล่าวว่า เราไม่ได้นั่งเทียนทำกัน เรื่องการตรวจสอบเหตุการณ์

สลายการชุมนุม นายสมชาย หอมลออ กรรมการ คอป.ที่รับผิดชอบเรื่องนี้

ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาหลายชุด ตรวจสอบทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด

คนวิจารณ์ต้องอ่านให้ละเอียด 300 หน้า ไม่ใช่นั่งอ่าน 1 ชั่วโมงแล้วเสร็จ

เหมือนกับอ่านหนังสือพิมพ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดหวังกับรัฐบาลต่อการนำข้อเสนอของ คอป.

ไปปฏิบัติแค่ไหน นายคณิตบอกว่า ได้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ไปให้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ก่อนจะมีการแถลงรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อให้เกียรติทางรัฐบาลได้รับรู้ก่อน

แต่จะดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของนายกฯ ที่จะมอบหมาย

ให้คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะ

ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดอง

แห่งชาติ (ปคอป.) ไปทำ หากเห็นว่าอะไรควรทำก็ทำไป

“เราไม่มีอำนาจไปกะเกณฑ์ แต่ที่ผ่านมาเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

จากการชุมนุม และเรื่องคัดแยกนักโทษการเมืองไปไว้เรือนจำชั่วคราวหลักสี่

รัฐบาลก็นำข้อเสนอแนะของ คอป.ไปใช้”


นายคณิตระบุ


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานของ คอป.ว่า

“เป็นความเห็นของคณะบุคคลไม่ผูกพันในทางกฎหมาย

แต่ผมไม่แสดงความเห็น เพราะไม่เหมาะ แต่คำสั่งศาลมีผลผูกพันตาม

กฎหมาย ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่และรัฐบาลต้องปฏิบัติตาม”


วันเดียวกัน นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย

ได้ทำหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อให้เผยแพร่รายงานสรุปผลการศึกษาเรื่องการชุมนุมทางการเมืองปี 2552

ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในชุดที่มีการแต่งตั้งสมัยนายชัย ชิดชอบ

ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ

นพ.เหวงกล่าวว่า ในรายงานชุดดังกล่าวมี 3 ประเด็นสำคัญ

ที่สมควรได้รับการเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ได้แก่

1.กรณีการเสียชีวิตของชาย 2 คนในแม่น้ำเจ้าพระยาในลักษณะ

ถูกมัดมือไพล่หลัง ซึ่งพบว่าวัสดุที่ใช้มัดมือดังกล่าวอาจเป็นเครื่องมือหนึ่ง

ในทางการทหาร

2.กรณีคลิปเสียงคล้ายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น

ว่าเป็นเสียงจริงที่สั่งการสลายการชุมนุมและผ่านการตัดต่อหรือไม่ และ

3.กรณีการเสียชีวิตของพลทหารอภินพ เครือสุข ซึ่งมีสาเหตุมา

จากการที่ศีรษะล้มฟาดกับชักโครก ทั้งนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่ต้องขอให้ประธานสภาฯ นำมาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รับทราบ

เพื่อประกอบการพิจารณากับรายงานของ คอป.ต่อไป


แดงดิ้นพล่านถล่ม คอป.

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่ม นปช.

กล่าวว่า รายงานที่ออกมาแม้พวกตนจะไม่ค่อยถูกใจ แต่ก็ไม่คัดค้าน

แต่ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ คอป.จะมีอุปสรรคในการทำงานคือ

ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน

และภาคองค์กรต่างๆ ไม่สามารถคุ้มครองพยานใดๆ ได้

จึงไม่มีใครกล้าเข้าให้ปากคำ ทำให้การรายงานฉบับนี้เป็นปัญหาและไม่สมบูรณ์

เขายกตัวอย่างว่า รายงานดังกล่าวยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการประกาศเขตใช้

กระสุนจริง ซึ่งเป็นเหตุทำให้มีคนตายทั้งที่ซอยรางน้ำ ราชปรารภ บ่อนไก่

ซึ่งคนที่ตายล้วนแต่ไม่มีใครถืออาวุธหรือเป็นชายชุดดำ

เห็นแต่ภาพคนตายที่ไร้เหตุผล คอป.ไม่มองภาพที่เกิดขึ้น

ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจที่สุด สิ่งเหล่านี้หาก คอป.นำมาอ่านเพียงแค่ส่วนเดียว

ตนก็คงไม่บอกว่า คอป.มีเจตนาที่จะบิดเบือน แต่ คอป.มองข้าม

และละเว้นไม่ลงรายละเอียดในเหตุการณ์ที่สำคัญ

ดังนั้นตนจะไปศึกษารายงานให้ละเอียด

ก่อนจะทำเป็นรายงานเสนอ คอป.ต่อไป


นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า รายงานฉบับนี้

ไม่ใช่เป็นการค้นหาความจริง แต่เป็นการช่วยเหลือผู้ปราบปรามประชาชน

รายงานที่ คอป.เสนอมา สอบตกหมด เนื่องจากรายงานที่สนับสนุนความชอบ

ธรรมในการเข่นฆ่าประชาชน และเต็มไปด้วยความอคติ

สร้างความเกลียดชังคนเสื้อแดง โจมตีพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นสาเหตุสำคัญ

ของปัญหาทั้งปวง สร้างความชอบธรรมให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ

จงใจลบความน่าเชื่อถือในการต่อสู้ของประชาชน

แต่ความจริงของคดี 98 ศพ จะฟ้องร้อง คอป.ต่อสาธารณชนได้เอง


น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ซึ่งเป็นบุตรสาวของ พล.ต.ขัตติยะ ได้โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่า “การที่ คอป.

จัดทำรายงานออกมาโดย พยายามโยนบาปมาที่ “คุณพ่อ”

ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ชายชุดดำ” ในเหตุการณ์การชุมนุมในช่วงเดือนเมษายน

และพฤษภาคม 2553 ซึ่งถือว่าไม่มีความเป็นธรรมกับ “คุณพ่อ”

ที่ไม่สามารถมาชี้แจงความบริสุทธิ์ได้แล้ว”

เธอโพสต์ว่า ”คอป.ไม่มีกระบวนการชั่งน้ำหนัก และเข้าไปมีส่วนกับกรณี

“ชายชุดดำ” เพราะจากข้อมูลที่เรามี โดยเฉพาะเรื่องภาพถ่าย

ที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า

ในระหว่างการเกิดเหตุนั้น “ชายชุดดำ” อยู่ปะปนกับเจ้าหน้าที่ หลายภาพ

ซึ่งเป็น “หลักฐาน” ที่มีความชัดเจนมาก ซึ่งไม่ทราบว่า “คอป.”

ได้นำ “หลักฐาน” เหล่านี้ไปร่วมพิจารณา

ก่อนที่จะมีการสรุปรายงานฉบับนี้ออกมาหรือไม่”


เว็บไซต์ข่าวประชาสัมพันธ์พีอาร์นิวส์ไวร์ ลงคำสัมภาษณ์

ของนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า

เราทุกคนที่อยู่ที่นั่นทราบดีว่าอะไรเกิดขึ้น รายงานนี้ได้ละเว้นโทษ

ให้กับตัวผู้เล่นสำคัญที่จะต้องรับผิดชอบเกือบทั้งหมด

เหยียบย่ำทั้งคนตายและผู้บาดเจ็บ

"ผู้เสียหายจากเหตุการณ์จะไม่ยอมรับรายงานชิ้นนี้

และจะไม่ยอมรับความผิดพลาดที่รายงานพยายามลากให้เกี่ยวข้องกัน

ระหว่างการที่ทหารยิงผู้ประท้วงมือเปล่ากับสิทธิพลเมืองของพวกเขาในการ

ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านรัฐบาล

ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร"

นายอัมสเตอร์ดัมยังไม่เห็นด้วยที่ คอป.ได้ตำหนิ พ.ต.ท.ทักษิณว่า

เป็นสาเหตุของรัฐประหาร เขาบอกว่าเป็นคำอธิบายที่พอๆ

กับการที่อดีตรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ

ตำหนิผู้ประท้วงว่าวิ่งไปหากระสุนเอง

"รายงานนี้ไม่มีการประณามการฝ่าฝืนกฎหมายสิทธิมนุษยชนในระดับสากล

และชัดเจนพอ ทั้งที่พื้นที่บางจุดของกรุงเทพฯ กลายเป็นเขตการใช้กระสุนจริง

ชาวเสื้อแดงขอปฏิเสธข้อสรุปที่มีอคติ และรายงานนี้เป็นเหมือนความพยายาม

ฟอกขาวอาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำโดยกลุ่มชนชั้นสูงของไทยกลุ่ม

เล็กๆ เราจะสู้ต่อไปเพื่อควานหาผู้รับผิดชอบต่อไป เพื่อประเทศไทยจะไม่ต้อง

เกิดความรุนแรงจากน้ำมือของทหารอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า"


ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลอ้างว่า

มีนโยบายปรองดอง แต่การกระทำทุกอย่างไม่ได้ดำเนินตามคำพูด เห็นได้จาก

ส.ส.พรรครัฐบาล ฉีกรายงาน คอป. และการให้สัมภาษณ์ของฝั่งรัฐบาล ก็ไม่ได้

สอดคล้องข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เป็นการปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง

มากกว่า ทั้งนี้ รัฐบาลควรตั้งต้นให้ดีว่าจะดำเนินการอย่างไร

กับรายงานของ คอป. เพราะรัฐบาลได้ระบุ ในนโยบายที่แถลงต่อสภาว่า

จะสนับสนุนและยอมรับการทำงานของ คอป.

“การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าให้ ปคอป. นำไปพิจารณานั้นคงไม่ใช่

เพราะสิ่งที่ คอป. ระบุออกมาเกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายเกินกว่า

จะอยู่ในขอบเขตของหน่วยราชการเท่านั้น เพราะมีทั้งฝ่ายการเมือง

สื่อมวลชน และมีอีกหลายฝ่าย จึงต้องมีเวทีที่กว้าง อย่างไรก็ตาม

ผมกำลังประสานว่าจะมีการนำเสนอหรือติดตามรายงานของ คอป.อย่างไร

เพราะฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอแนะควรมีโอกาสมาแลกเปลี่ยนด้วย”

นายอภิสิทธิ์กล่าว.


อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน 2555

//thaipost.net/news/200912/62621


Create Date : 20 กันยายน 2555
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 14:44:28 น. 0 comments
Counter : 640 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.