Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
9 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
ทักษิณ-ฮุน เซน สมประโยชน์เดียวกัน จาก ไทยรัฐ


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร...เพียงเพราะเพื่อเขาคนเดียวอย่างนั้นหรือ

ที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาต้องเสื่อมทราม

เป็นเพราะฝีมือความสามารถในการเจรจาเพียวๆ

ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เองหรือ...

ที่ทำให้ทั้ง 2 ประเทศต้องเรียกทูตกลับประเทศ

และรัฐบาลไทยจะบอกเลิกข้อตกลงเอ็มโอยู ไทย-กัมพูชา

เรื่องไล่ทวีปทับซ้อนที่ทำขึ้นในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี

ด้วยเหตุผลมีผลประโยชน์ทับซ้อน...คนลงนามเป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชา

เป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่สองฝ่ายต่างก็มีประวัติบุญคุณความแค้นต่อกัน...

ฝ่ายไทยมีบุญคุณในเรื่องช่วยทำให้เขมร 3 ฝ่าย

เหลือเขมรฮุน เซน ฝ่ายเดียว แต่ก็มีความแค้น

ในเรื่องมีส่วนในการทำรัฐประหารโค่นล่มรัฐบาลกัมพูชา

บุญคุณความแค้นน่าจะหักลบกลบหนี้ไปหมดแล้ว...

แต่ทำไมถึงหันมาจับมือกันขึ้นมาได้

หรือมีผลประโยชน์อย่างอื่นๆแอบแฝงซ่อนเร้น

"นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่ซับซ้อนแต่อย่างใด

เป็นเรื่องปกติพื้นๆ ในผลประโยชน์ทางการเมือง

ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับประเทศ

แม้กระทั่งระดับระหว่างประเทศก็มีให้เห็นเป็นเช่นนี้เสมอมา

และเป็นมานับร้อยปีพันปีแล้ว

คนไม่ถูกกัน แต่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

มีศัตรูคนเดียวกัน ความร่วมมือย่อมเกิดขึ้นได้"

รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ นักรัฐศาสตร์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสถาน

สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง อธิบายว่า

ตอนนี้ผลประโยชน์ของอดีตผู้นำไทย

กับปัจจุบันผู้นำกัมพูชาสอดคล้องต้องกัน

อะไรที่คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้...ก็เป็นไปได้

ด้วยมีทั้งผลประโยชน์ร่วมกันและศัตรูร่วมกัน

ในเรื่องของผลประโยชน์ศัตรูร่วมกันของฝ่ายไทย ไม่ต้องอธิบายกันมาก

เพราะรู้ๆกันอยู่ การเมืองบ้านเรา ใครเป็นศัตรูกับใคร

ใครจ้องโค่นล้มใคร...เพื่อใคร

มาเข้าใจในผลประโยชน์ศัตรูร่วมกันฟากฝั่งกัมพูชา...

สถานการณ์การเมืองในกัมพูชา

ปัจจุบันนี้ ดร.โกวิท บอกว่า...สถานะทางการเมือง

ของฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปัจจุบันนี้...

แทบไม่ต่างอะไรกับ พ.ต.ท.ทักษิณในยุคที่ยังเป็นนายกรัฐมนตรี

กำลังถูกม็อบเสื้อเหลือง ม็อบชนชั้นกลางประท้วงขับไล่

ถึงจะไม่เหมือนกันเลยทีเดียว...แต่ก็คล้ายกันมาก

พ.ต.ท.ทักษิณครองอำนาจติดต่อกันมายาวนาน สามารถรวมสรรพกำลัง

ทั้งคนทั้งเงินทุนไว้มาก จนกลุ่มอำนาจอื่นๆยากจะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนได้

ชนชั้นบนบางส่วนและชนชั้นกลางที่รู้ทัน รู้สึกไม่พอใจ ประกอบกับ

เกิดปรากฏการณ์ขายหุ้นกิจการโทรคมนาคม

สมบัติของคนไทยไปให้กลุ่มทุนสิงคโปร์

ถือครอง ความไม่พอใจที่ถูกเก็บกดจึงระเบิดขึ้น

ด้วยข้อหา...ขายสมบัติชาติประเคนให้ต่างชาติ

ส่วนสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซนมิต่างกัน...ครองอำนาจเป็น

นายกรัฐมนตรีมายาวนานถึง 25 ปี สะสมสรรพกำลังคน กำลังเงิน

สร้างอาณาจักรความยิ่งใหญ่ให้กับตัวเองได้ จนกลุ่มอำนาจการเมืองอื่นๆ

ยากจะโค่นล้มลงมาได้

คนกัมพูชาในระดับบนและระดับล่าง เริ่มรู้สึกไม่พอใจฮุน เซน มากขึ้น

ผลการเลือกตั้งในช่วงหลังๆที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านของนายสม รังสี

แม้จะไม่ชนะเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ก็ได้เสียงจากประชาชนชนชั้นกลาง

ที่มีความรู้และที่รู้ทันฮุน เซนมากพรรคนายสม รังสี จะชนะฮุนเซนได้

ต้องดึงคะแนนเสียงชนชั้นล่างระดับรากหญ้าให้ได้มากขึ้น

"ฮุน เซนได้ใจรากหญ้า ชนะการเลือกตั้ง เหตุผลหนึ่งมาจากการ

แต่งตั้งตัวเองให้มีตำแหน่งเป็นสมเด็จอัครมหาเสนาบดี

ใกล้เคียงคล้ายกับชื่อตำแหน่งกษัตริย์

เพื่อให้ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาตัวเองมากขึ้น

ตำแหน่งสมเด็จแบบนี้ไม่ได้มีเฉพาะฮุน เซนคนเดียว คนอื่นๆ

ในพรรคของฮุน เซน ก็ได้รับการแต่งตั้งแบบเดียวกัน เพื่อนำไปใช้โฆษณา

ให้คนรากหญ้าเต็มใจลงคะแนนให้ตัวเองง่ายขึ้น"

ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านดำเนินกลยุทธ์ต่างๆ ไม่สามารถโค่นอำนาจฮุน เซน ได้...

ขุดคุยเรื่องคอรัปชัน กินรวบ รวยกันเฉพาะในกลุ่ม

ก็ยังไม่โดนใจคนรากหญ้า (ช่างคล้ายกับไทยเหลือเกิน)

แต่ในที่สุด...ความสำเร็จของฝ่ายค้านใกล้จะเป็นจริง

เมื่อมีการนำผลงานในอดีตของฮุน เซน

มาแฉในเรื่องปัญหาดินแดน กัมพูชา-เวียดนาม

ที่ฮุน เซนได้ทำไว้เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ

ภายใต้การสนับสนุนของเวียดนาม

เป็นเซ็นสัญญาทำให้พื้นที่บางส่วนในเขตจังหวัดสะวายเรียง

ของกัมพูชาตกไปเป็นของเวียดนาม

ฮุน เซนเจอข้อหาขายชาติ ยกแผ่นดินให้เวียดนาม

การออกมาแฉของฝ่ายค้านในประเด็นนี้ ทำให้เขมรรากหญ้าตาสว่างมากขึ้น

เพราะฮุน เซนมีจุดอ่อนในเรื่องยอมอ่อนข้อ

เป็นเบี้ยล่างให้ เวียดนามตลอด...

มิต่างกับของเรา ยอมอ่อนข้อให้สิงคโปร์

ยิ่งในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ในช่วงกำลังหาเสียงเลือกตั้งด้วยแล้ว

สมเด็จอัครมหาเสนาบดี ฮุน เซน ตกที่นั่งลำบาก

ยิ่ง นายสม รังสี ตีปี๊บใหญ่ ด้วยการนำชาวกัมพูชาบุกเข้าไปรื้อถอน

หลักเขตปักปันดินแดน กัมพูชา-เวียดนาม ที่ฮุน เซนไปเซ็นยกให้เวียดนาม

เพื่อให้เป็นภาพข่าวใหญ่ เขมรรากหญ้าจะได้รับรู้กันมากขึ้น

ในขณะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งด้วยแล้ว

อนาคตผลการเลือกตั้งเห็นร่ำไรว่าจะลงเอยอย่างไร

ฮุน เซนจำต้องดำเนินกลยุทธ์ทางการเมืองใหม่ เบี่ยงเบนความสนใจของ

ประชาชนคนรากหญ้า แสดงความเป็นผู้นำรักชาติ รักแผ่นดิน

ประกาศเอาเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชา

พร้อมกับสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาขึ้นมา

ยิ่งทำให้กระทบกระทั่งกันมาเท่าไร ให้คนไทย-กัมพูชาเกลียดชังกันได้ยิ่งดี

คนกัมพูชาจะได้ลืมเรื่องที่ยกแผ่นดินให้เวียดนาม...

หันมาสนใจทะเลาะกับไทยเพื่อจะเอาแผ่นดินคืน

ในที่สุดผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ด้วยมีรัฐมนตรีไทยไปสนับสนุนยอม

ให้เขาพระวิหารไปเป็นมรดกโลกของกัมพูชา...ฮุน เซน เลยชนะเลือกตั้ง

ชนะแบบฉิวเฉียด ทั้งที่มีอำนาจรัฐทุกอย่างอยู่ในมือ

ถึงจะแพ้เลือกตั้ง แต่ในเมื่อการปลุกกระแสฮุน เซนยกแผ่นดินให้เวียดนาม

กระชากเรตติ้งจากเขมรรากหญ้าได้จนเกือบชนะเลือกตั้ง นายสม รังสี

จึงยังไม่หยุดที่จะตีปี๊บกระแสนี้ต่อไป

จนทำให้ในช่วงที่ผ่านมา จะสังเกตเห็นว่า จู่ๆ...ทำไมกัมพูชาถึงยกกำลัง

ทหารมาประชิดชายแดนไทยด้านเขาพระวิหารถี่เหลือเกิน ทั้งที่อยู่ใน

ช่วงการเจรจา...เหตุผลไม่มีอะไรมาก เพื่อกลบกระแสต่อต้าน

ให้คนกัมพูชาหันมาลืมปัญหาเวียดนามเท่านั้นเอง

แต่ก็ทำได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว เพราะการออกมาแฉโจมตีฮุน เซน

ของนายสม รังสีมีอยู่ตลอดเวลา ล่าสุด...ก่อนการประชุมอาเซียน ซัมมิท

ครั้งที่ 15 ที่หัวหินจะเกิดขึ้น นายสม รังสีได้เข้ามาใช้พื้นที่ประเทศไทย

แถลงข่าวโจมตีฮุน เซน ในเรื่องนี้ต่อสำนักข่าวต่างประเทศ

เหตุการณ์นี้สร้างความแค้นเคืองให้ สมเด็จอัครมหาเสนาบดี ฮุน เซน

เป็นยิ่งนัก...ที่รัฐบาลไทยปล่อยให้นายสม รังสีมาแถลงโจมตีรัฐบาลเพื่อนบ้าน

เป็นโอกาสทองให้นักการเมืองฝ่ายไทย ที่เคยสร้างรอยแค้น

ได้ใช้สถานะคนเคยมีบุญคุณ

เข้าไปพูดคุย...สุมไฟ ตามประสาหัวอกเดียวกัน มีศัตรูร่วมกัน

การประกาศเรื่องสร้างบ้านพักยินดีต้อนรับทักษิณจึงเกิดขึ้น...

ตามด้วยแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ

ความสัมพันธ์ระหว่างชาติสะบั้น...นักการเมืองฝ่ายไทยทำเพื่อได้ประโยชน์

โค่นล่มรัฐบาล นักการเมืองฝ่ายกัมพูชา...สมประโยชน์

ได้สร้างสถานการณ์ทะเลาะกับไทย

กลบกระแสยกแผ่นดินให้เวียดนาม

นักการเมืองสองฝ่ายได้ประโยชน์...ประเทศชาติเสียประโยชน์

ประโยชน์ส่วนตนมาก่อน ประเทศชาติมาทีหลัง...

นักการเมือง ชาติไหนเหมือนกันทั้งนั้น.



อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สกูปข่าวหน้า 1 ฉบับวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552









Create Date : 09 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 15:17:40 น. 4 comments
Counter : 1200 Pageviews.

 
ขอให้ประเทศไทย...แคล้วคลาด....จากอันตรายทั้งปวง สาธุ....


โดย: ไหมพรมสีสวย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:43:53 น.  

 
ล้วนแล้วแต่ต้องการผลประโยชน์ และอำนาจ อย่างว่าคนขึ้นไปที่สูงแล้วจะตกลงมามันคงทำใจลำบาก เลยต้องดิ้นรน จนไม่สนว่าใครจะเดือดร้อนกับสิ่งที่เค้าทำและไม่สนว่ากำลังลบหลู่เบื้องสูง คนอย่างนี้ทำไมเวรกรรมตามมาช้าจัง


โดย: NANBHABO วันที่: 10 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:40:40 น.  

 
มีเงินแต่ใช้ในทางที่ผิดทำร้ายบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง ขอให้ประเทศชาติผ่านพ้นทุกเรื่องไปด้วยดี


โดย: kobnon วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:01:51 น.  

 

ที่มา thaiinsidre


โดย: ทททท (thaichaiyo ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:45:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.