Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
"ต้องรักษาสถาบัน" โดย ส.ศิวรักษ์ จาก ไทยโพสต์


"สถาบันไม่ ใช่วิเศษที่สุด ยังมีอะไรบกพร่อง แต่ต้องรักษาเอาไว้

เหมือนต้นไม้บ้านผม ผมรักษาเอาไว้ เราได้ร่มได้เย็น

คุณดูอินโดนีเซียสิ ดูประเทศที่มีประธานาธิบดีสิ

เป็นอย่างไรบ้าง มันเลวร้ายกว่าทั้งนั้น"


นักเคลื่อนไหวทางสังคมอาวุโส ผู้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น Royalist

แต่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ จนกระทั่งต้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยต้องโทษสักครั้ง อาจจะเพราะหลายฝ่าย

รู้แก่ใจว่า ส.ศิวรักษ์ วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความจงรักภักดีอย่างจริงใจ

ในสถานการณ์ปัจจุบัน พูดกันอย่างไม่อ้อมค้อม ส.ศิวรักษ์เป็นคน

น่าสนทนาที่สุด แม้ตอนแรกจะแหยงๆ แต่ได้แรงเชียร์จากพี่พิภพ ธงไชย

ที่กดเบอร์โทรนัดหมายให้ ซึ่งเมื่อสนทนาแล้วก็พบว่ามีสาระหลากหลายให้คิด

ขึ้นอยู่กับผู้คนทั้งหลายจะเปิดใจกว้าง เปิดความคิดให้กว้างหรือไม่



รัฐบาลตั้งรับ

เราเริ่มจากขอให้อาจารย์มองสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้

"พูด ตรงไปตรงมานะครับ รัฐบาลนี้ก็มีองค์ประกอบซึ่งไม่เป็นเอกภาพ

สอง-รัฐบาลประชาธิปัตย์มีความสามารถในการตีฝีปาก และก็เชื่อแต่

ราชการประจำ คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มาเกือบปีแล้ว

ก็ยังไม่เคยทำอะไรเลยนอกจากตีฝีปาก เป็นคนน่ารักนะครับ คนก็ชอบ

แต่ยกตัวอย่างภาคใต้ก็เลวร้ายลงเรื่อยๆ ทุกเรื่อง คดีผมเองคามาตั้งจะ 2 ปีแล้ว

คุณอภิสิทธิ์ก็โทรศัพท์ถึงผมเลยนะ จะสั่งตำรวจให้ยุติคดีผม ซึ่งเขาทำได้เลย

แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ทีแรกก็อ้างว่าคุณพัชรวาทเขาสั่งไม่ได้

ตอนนี้พัชรวาทก็ไปแล้ว อีกนัยหนึ่งก็ไม่มีกึ๋นที่จะทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว"

"และฝ่าย คุณทักษิณเขาก็รุกอยู่ตลอดเวลา ทางนี้ก็ตั้งรับไม่เป็นท่าเลย

ตั้งแต่ คมช.แล้ว ปฏิวัติปลดเขาไป ไม่เคยทำอะไรให้ดีกว่าเขา

และตอนนี้ก็พยายามเอานโยบายเขาหลายอย่างมาใช้

รถเมล์ฟรี เงินผัน แต่วิธีของรัฐบาลนี้มันไม่ได้เรื่อง คุณทักษิณเงินถึงชาวบ้าน

มันถึงโดยตรงเลย คุณอาจจะว่าฉ้อฉลก็ได้

อาจจะว่าเป็นเล่ห์เหลี่ยมให้ไปซื้อมือถือ

แต่ชาวบ้านเขาพอใจเพราะเขาได้ตัดสินใจเอง นี่กว่าจะเอาเงินต้องผ่านอำเภอ

ผ่านอะไรต่างๆ กินกันอะไรกัน ชาวบ้านเขาไม่พอใจได้แต่เศษแต่เลย

นี่คือง่ายๆ ประเด็นพวกนี้เขาจับไม่ได้

เพราะฉะนั้นผมว่าโอกาสที่จะสู้กับทักษิณยาก

ข้อเสียของทักษิณก็คือเขางกเกินไป

เขาเป็นคนไม่มีเพื่อน จะเอาอะไรเอาดั่งใจตัว

เสียด้วยเหตุนี้ แต่ขณะเดียวกันทักษิณเขาก็มีเส้นสนกลในนะครับ

เขายังติดต่อกับเทมาเส็กโดยตรง เทมาเส็กเข้ามามีอิทธิพลนะครับ

รวมทั้งมีอิทธิพลต่อสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

อันนี้เราดูได้จากตัวเลขออกมา บุคคลบางคนก็ยังไปติดต่อกับทักษิณอยู่"

"คือ ผมว่าเมืองไทยมันเป็นเมืองซึ่งไม่เปิดเผยและไม่โปร่งใส

เพราะฉะนั้นก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาได้ หรือกรณีของมาบตาพุด

ซึ่งเป็นนิมิตดีนะครับที่ชาวบ้านเขาลุกมาต่อสู้ จนศาลปกครองตัดสินให้เขา

เสร็จแล้วคุณอภิสิทธิ์ก็ไปกลัวบริษัทข้ามชาติต่างๆ จะอุทธรณ์

แต่ถ้าคุณอภิสิทธิ์มีกุนซือที่ใช้สติปัญญา

โครงการมาบตาพุดมันไม่จำเป็นต้องล้มเลิก

แต่สามารถทำได้ให้ชาวบ้านเขามีความสุข ไม่ให้เขาอยู่ในมลพิษ

สามารถคุยกับชาวบ้านได้ และนักลงทุนทั้งหลายที่เอาเปรียบชาวบ้าน

นักลงทุนที่สร้างมลพิษ การลงทุนต่อไปนี้ต้องเลิกสร้างมลพิษ

นายทุนก็ลงทุนให้แพงขึ้นไปหน่อย และก็ยังได้กำไรอยู่นั่นแหละ

แต่ว่ามันระยะยาว และเราพูดกันเรื่องปัญหาโลกร้อน นี่จะแก้ปัญหาเลย

ซึ่งมันไม่ใช่มาบตาพุดเพียงแห่งเดียว ทั้งประจวบคีรีขันธ์ ยายหน่อย

ยายกระรอก ที่สงขลา อุดรฯ รัฐบาลไม่เคยสนใจอะไรเลย

แน่นอนครับรัฐบาลฟังชาวบ้าน ไม่ได้ปฏิเสธนายทุน

แต่ควรจะพูดกับนายทุนว่า นายทุนควรจะลงทุนโดยไม่เอาเปรียบชาวบ้าน

ผมว่ารัฐบาลควรจะเป็นตัวแทนแบบนี้

ถึงจะมีศักดิ์มีศรี เพราะว่าคุณทักษิณเขาอยู่ฝ่ายนายทุนเต็มที่

และเขาก็หลอกลวงชาวบ้าน

แต่ชาวบ้านมองไม่เห็น ผมว่าถ้าจับจุดนี้ได้รัฐบาลอย่างนี้

ก็จะมีจุดยืนเป็นที่น่าชื่นชม

แต่ทุกเรื่องรัฐบาลกลับไม่ทำอะไรเลย"

อาจารย์ ส.บอกว่า เรื่องภาคใต้รัฐบาลก็ยังจับประเด็นหลักไม่ถูก

"หนึ่ง-เรา ต้องยอมรับความจริงนะครับว่าเรารังแกเขามา 200 ปี

และเรารังแกครั้งล่าสุดเมื่อรัชกาลที่ 5 เลิกตำแหน่งรายาปัตตานี

จับเขามาขังไว้ที่นครสวรรค์ เขาต้องการศักดิ์ไม่น้อยไปกว่าเรา

ปัตตานีเขาเคยเป็นเอกราช (ปืนใหญ่) นางพญาตานีที่เราเอาเขามา

เหมือนที่เราเอาพระแก้วมรกตมาจากเมืองลาวเลยนะครับ

เราต้องรู้สึกว่าเราทำผิด และเราสามารถพูดกับเขาได้ อ.ปรีดีพูดกับ

หะยีสุหรงแล้วว่า รัฐบาลประชาธิปไตยจะให้

3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวของตัวเอง ให้ใช้ภาษายาวี

เป็นภาษาหลักเท่าภาษาไทย ให้เรียนศาสนาอิสลาม

ไม่จำเป็นต้องเรียนศาสนาพุทธ และกฎหมายครอบครัว

ให้ใช้กฎหมายอิสลาม พอ อ.ปรีดีไป หะยีสุหรงถูกฆ่าเลย

เลือกวิธีนี้ก็ยังไม่ช้าเกินไป เจรจาได้เลย"

"สอง จังหวัดภาคใต้เขาเป็นมุสลิม แล้วพวกมุสลิมเขาจะไม่ช่วยกันหรือครับ

อย่าไปนึกนะครับว่ามาเลเซียเขาต้องการเอาไปเป็นของเขา เขาไม่ต้องการ

และพวกนั้นก็ไม่ต้องการไปอยู่ใต้มาเลเซีย เพราะไปก็เป็นลูกเมียน้อยเขา

ฝรั่งมีภาษิตว่า the devil we know better than the devil we do not know.

เขายินดีอยู่กับเราถ้าเราให้เกียรติเขา ไม่รังแกเขา แต่การแก้ปัญหา

ก็ต้องคุยกับมาเลเซียด้วย คุยกับอินโดนีเซียด้วย คุยกับปากีสถานด้วย คูเวต

เรารู้ใช่ไหมว่าเขาฝึกกันที่ปากีสถาน ที่ชวา

และคุณนึกหรือว่ามาเลเซียจะไม่อุดหนุน

ก็ต้องไปคุยกับพวกนี้สิครับ เมื่อ คมช.อยู่

เขาเคยวานให้ผมไปคุย ทั้งอดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย

อดีตรองนายกรัฐมนตรี

เขาพร้อมจะร่วมกับเราถ้าเราพร้อม และคนทางนั้นเขาก็พร้อม

ใครจะอยากตายทุกวัน ใครอยากจะวางระเบิดทุกวัน แต่เราไม่รู้สึกเลย

ที่เราเอาเขามาถมๆ กัน 80 กว่าคนตาย

คุณรังแกเขาตลอดเวลาคุณไม่รู้สึกหรือ ยอมรับแล้วมาคุยเจรจากัน"

"แต่ คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่จับประเด็นนี้เลย เพราะประชาธิปัตย์

ก็ถือตัวว่ารู้เรื่องภาคใต้ดี เรื่องนี้สำคัญนะครับ เรื่องภาคใต้เป็นหลักหนึ่ง

และเรื่องมาบตาพุดก็เป็นหลักหนึ่ง

เพราะตอนนี้ชาวบ้านเขาเริ่มฟื้นขึ้นมาหมดแล้ว

คุณอภิสิทธิ์จี๋จ๋อกับยายไฮเป็นของเล่น

คุณต้องฟังคนเหล่านี้จริงๆ จังๆ สิครับ ต้องเรียนรู้"

"เมืองไทยมันเปลี่ยนเยอะเลยนะครับ นัยหนึ่งผมเห็นพวกเสื้อเหลืองเสื้อแดง

มองในแง่ดีนี่มันเป็นคนที่มีกึ๋นมากขึ้นทั้งสองฝ่าย

มันต้องการประชาธิปไตยขั้นรากเหง้าทั้งสองฝ่าย

เขาอาจจะมีข้อบกพร่องทั้งสองฝ่ายนะครับ ไม่ได้วิเศษหมด

แต่มันมีเป้าหมายที่ดีมากเลย อย่าง ASTV ก็ให้บางอย่าง

แน่นอนมันมีอคติหลายอย่าง แต่ฟังมันก็ได้ประโยชน์

ผมไม่รู้ว่าเสื้อแดงมีทีวีหรือยัง คือฟังพวกนี้จะได้ประโยชน์

แต่อย่าเชื่อทั้งหมด จะช่วยให้เราเปิดกว้างขึ้น และผมว่าเมืองไทย

ตอนนี้มันเปิดกว้างแล้ว ปิดไว้ไม่ได้อีกแล้ว"

"ผม ยังเคยพูดเลย องคมนตรีควรจะชวนคนพวกนี้ไปคุยด้วย

เรียนจากเขาสิครับ

คุยกับพวกนี้สิครับแล้วก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง คุยกับยายไฮ ยายกระรอก

คือไม่ต้องไปเชื่อเขาหรอก แต่ฟังเขาไว้จะช่วยได้เยอะเลย"

อ.มองว่าคนของสถาบันควรลงไปคุยกับเสื้อเหลืองเสื้อแดง

"ไม่ ต้องลงไปหรอก เงี่ยหูฟังเขา ถ้ากล้าจริงๆ ก็ชวนเขามาเลย

พวกองคมนตรี ใครก็ได้

มนุษย์เราการแก้ปัญหาข้อแรกคือ dialogue

ผมได้ข่าวเวลานี้เสื้อเหลืองเสื้อแดง

เขากำลังจะคุยกันแล้ว เป็นของดีครับ ผมบอกเขาเลยคุยกันดีกว่าฆ่ากัน

ด่าแม่กันก็ได้ และผมว่าด่ากันต่อหน้าดีกว่าด่าลับหลัง ไม่ใช่ของง่ายแต่ทำได้

เช่นเดียวกันปักษ์ใต้ คุยกัน บ้านผมสมัยรัฐบาลนอมินีของทักษิณ

ขอมาพบพวกเสื้อเหลืองที่บ้านผม 2-3 ครั้ง แต่มันแหยไม่มีอำนาจ

อำนาจอยู่ที่ทักษิณ เสื้อเหลืองเขาเสนอบางอย่าง ทักษิณมันไม่กล้าตัดสินใจ"

ปัญหาของอภิสิทธิ์คือเหมือนจะฟังคนอื่นกว่าทักษิณ แต่ไม่ทำอะไรใช่ไหม

"ผม ว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนน่ารัก ข้อเสียของเมืองไทยคือมันเต็มไปด้วยคนน่ารัก

สอง-เป็นคนที่ไม่มีเพื่อน ไม่มีกัลยาณมิตร ไปอยู่เมืองฝรั่งนาน

มีความภูมิใจที่เรียนอีตัน โรงเรียนที่ดีที่สุด พวกนี้เป็นมายากลทั้งนั้นเลย

ผมไม่แน่ใจในพรรคประชาธิปัตย์เขามีเพื่อนหรือเปล่า

คุณจะปกครองบ้านปกครองเมืองอย่างน้อยคุณต้องมีกุนซือสัก 4-5 คน

เล่าปี่ทำไมทำอะไรได้ เพราะมีกุนซือ แม้กระทั่งก่อนขงเบ้งมา

ก็ต้องปรึกษาหารือกัน"

"ตรงนี้สำคัญนะ กุนซือ ปักษ์ใต้ใครทำได้ทำ แสวงหาคนดีมีฝีมือ

แต่คุณไม่ได้แสวงหา พวกประชาธิปัตย์เขาจะเชื่อราชการประจำอย่างเดียว

กินเศษกินเลยกัน แต่ปกครองบ้านเมืองมันใช้ไม่ได้ มันต้องเจาะ

คุณทักษิณระยะแรกเขาก็เจาะแบบนี้

ผมก็อุ้มทักษิณมาปีหนึ่งเลย ไอ้ก้านยาว (ประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์)

นี่มีนโยบายดีมาก ระยะแรก 30 บาทเป็นความคิดของพวกหมอหัวก้าวหน้าเขา

พักหนี้ และตอนนั้นผมบอกเขาเลย 30 บาทของดีนะคุณทักษิณ

แต่คุณอย่าฉวยโอกาสเอามาเป็นของพรรคไทยรักไทยนะ

หมอพวกนี้เขาคิดมานานมาก ให้เกียรติพวกเขานะ

ตั้งเป็นทีมขึ้นแล้วคุณจะสำเร็จใน 3 ปี 5 ปี

เราจะเหมือนอังกฤษ social welfare ทำให้ได้นะคุณทักษิณ

เพราะเมืองไทยเราทุนนิยมมันเข้ามาคุมมาก และหมออยู่ฝ่ายทุนนิยมก็มาก

หมอพวกนี้เป็นหมอเสียสละ คิดเรื่องนี้มาฟูมฟักพวกนี้ไว้ นโยบายการเกษตร

ไอ้ก้านยาวมันไปขายให้พรรคประชาธิปัตย์ก่อน

แต่เขาไม่ฟังเลย มันมาขายทักษิณเอาทันทีเลย เสร็จแล้วมันก็ถีบไอ้ก้านยาว

ข้อเสียทักษิณอยู่ตรงนี้ เห็นแก่ตัว ระยะสั้น และงก"

แต่ประชาธิปัตย์แย่กว่าตรงที่ไม่เอาเลย "คือ รักษาสถาบันเดิม

ผมเคยประชุมกับคุณชวน คุณชวนจะถามก่อนเลยว่าปลัดว่าอย่างไร

ท่านอธิบดีว่าอย่างไร มันอำมาตยาธิปไตยแท้ๆ เลย

พวกสมัชชาคนจนล้อมอยู่ทำเนียบฯ คุณชวนไม่เคยแวะไปเยี่ยมเลย

ทักษิณมันมาวันแรก มันไปเยี่ยมเลยเห็นไหม เสียดายมันไม่ได้เอาจริง"

อภิสิทธิ์ก็ลงไปหายายไฮ

"ของเล่นครับ"

อภิสิทธิ์ฟัง แต่การปฏิบัติไม่ค่อยออกมา

"กับผมเขายังโทรศัพท์มาหาเลย-ครับๆ ยุติคดี

คุณอย่าพูดอย่างนี้สิ-ครับๆ ผมจะหาทาง

ยังค่อยยังชั่ว นักการเมืองถ้อยคำต้องระวัง อย่าพูดในสิ่งที่คุณทำไม่ได้

อย่าไปรับปากในสิ่งที่คุณจะไม่ทำ"

ตอนนี้ทักษิณพยายามตีโต้ คนก็กลัวว่าจะเกิดอะไรรุนแรง

"คือ ฝ่ายตรงข้ามทักษิณ ฝ่ายสถาบัน ฝ่ายอำมาตย์

ก็ต้องปรับปรุงตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

และก็ใช้ความถูกต้องให้แม่นยำมากขึ้น ทักษิณเขาสามารถพูดได้เลย

เสื้อเหลืองทำอะไรก็ไม่ผิด เสื้อแดงทำอะไรผิดหมด

ซึ่งมันเป็นความจริงไม่ใช่น้อยนะ

กระบวนการมันต้องแม่นยำมากกว่านี้ ไม่ใช่จะเอาผลการเมืองระยะสั้น

ทุกอย่างนอกจากโปร่งใสแล้วต้องซื่อสัตย์สุจริต มีมาตรฐานที่วัดได้

แต่อย่างน้อยก็มีคดี 7 ตุลา กรรมการสิทธิฯ

เขาเข้มแข็ง ต้องชมคุณวิชา มหาคุณ

พวกเขากล้าหาญเข้มแข็ง ถ้าระบบมีคนอย่างนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

มันถึงจะไปรอด ตอนนี้ส่วนใหญ่หน่วยงาน

ไม่ยอมรับความจริงเลย พวกผู้พิพากษาก็นึกว่ามันเป็นพระราชา

ระบบของเรามันผิด เด็กวานซืนได้เนฯ สอบเป็นผู้พิพากษาแล้ว

ผู้พิพากษาต้องฝึกมาให้รักความยุติธรรมก่อน

เห็นอะไรผิดอะไรถูกก่อน ไม่ได้ฝึกเลย โห-แต่ละคนยิ่งใหญ่มากเลย

เงินเดือนก็แพง ไม่ได้ว่าโกงนะ แต่มันแคบเหมือนม้า"

ตอนนี้ก็ถอดยศทักษิณ แล้วเป็นชนวนให้เสื้อแดงมีข้ออ้างอีก

"มัน ไม่คงเส้นคงวา ผมว่าไม่ถูก ปกครองบ้านเมืองคุณจะต้องรอบคอบนะ

ที่จริงจะถอดไม่ถอดมันก็ไม่สำคัญหรอก แต่ขอให้คงเส้นคงวา

ถ้าไม่ถอดก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ซะ มันพลาดตรงนี้ ไม่รอบคอบ

การเมืองมันต้องรอบคอบ"

"พระองค์ธานี ท่านเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ

สมัยรัชกาลที่ 7 กระทรวงธรรมการคุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วย

ท่านมาเจอ ม.ล.ปิ่นมาสอนที่จุฬาฯ-เออปิ่น

เธอมาสอนจุฬาฯ ได้ค่าสอนหรือเปล่า บอกไม่ได้ ข้าพระพุทธเจ้าเป็น

ข้าราชการกระทรวงธรรมการอยู่แล้ว ท่านก็ว่าต้องได้นะมาสอนพิเศษต้องได้

เดี๋ยวฉันจะดูให้ กลับไปท่านก็เรียกบัญชีมาดู ปรากฏข้าราชการ

กระทรวงธรรมการไปสอนจุฬาฯ มี 2 คน ม.ล.ปิ่น กับ ม.จ.รัษฎาภิเษก

น้องชายท่าน ก็เลยไม่ให้เลย ม.ล.ปิ่นเลยอดเลย

เพราะให้ ม.ล.ปิ่นก็ต้องให้น้องชายท่านด้วย ม.ล.ปิ่นบอกผมเลยอดเลย

(หัวเราะ)

ต้องระวังมากเรื่องพวกนี้"



การปกป้องสถาบัน

"กลับ มาเรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นักวิชาการจากทั่วโลก 50 คน

ทำจดหมายถึงคุณอภิสิทธิ์ นอม ชอมสกี ซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่สุด

ในสหรัฐอมริกา ลอร์ดเอฟเบอรี ประธานกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน

ของสภาขุนนางอังกฤษ ยังไม่เอ่ยถึงนักวิชาการ

ที่รู้เรื่องเมืองไทยดี 50 คน เขาบอกว่าต้องเปลี่ยน พระเจ้าอยู่หัวเองก็รับสั่ง

คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ถ้าใครทำเท่ากับรังแกพระองค์ท่าน

และก็ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เคยรับสั่งกับคุณสนั่น ขจรประศาสน์

ตอนคุณสนั่นเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ให้คุณสนั่นบอกตำรวจทั้งหมดให้ห้ามจับ

ตอนนี้ตำรวจเป็นเป็นรัฐภายในรัฐ ตำรวจเป็นคนของทักษิณเป็นส่วนใหญ่

มันก็จับเพื่อจะรังแกในหลวง เพื่อที่จะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

คุณอภิสิทธิ์ก็อ้างว่าจงรักภักดี ทำไมไม่มีกึ๋นทำอะไรให้

เป็นเรื่องเป็นราว ทำได้เลยครับ และนายกรัฐมนตรีในระบบที่มี

พระมหากษัตริย์เป็นประมุข สามารถกราบบังคมทูลได้โดยตรง

เป็นการภายใน ขอแนะนำพระบรมราโชวาทว่าทำอย่างไร

ทำอะไรต่ออะไรดี ฉะนั้นผมเชื่อว่าท่านก็จะให้โอกาส เพราะผมเชื่อว่า

ท่านก็อยากให้การผลัดแผ่นดินเป็นไปโดย

ไม่มีการนองเลือด แม้สถาบันเองก็ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

แต่ว่าไม่มีใครทำอะไรเลย และในหลวงพระองค์เดียวพระชนม์ก็มากแล้ว"

ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็โดนทั้งอาจารย์และดา ตอร์ปิโด

บางคนเขาก็ต้องการใช้จัดการพวกทักษิณ

"ผม ว่าต้องแยก ทุกเรื่องมันไม่ใช่ดำ-ขาว อย่างกรณีของผม

ก็เป็นที่รู้กันแทบทั่วโลก

ว่าผมนี่อยู่ฝ่ายต้องการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ไว้

แต่สถาบันพระมหากษัตริย์จะอยู่ได้ก็ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

ให้โปร่งใส ให้วิพากษ์วิจารณ์ได้

ดังที่พระมหากษัตริย์ทั่วโลกเป็นเช่นนั้น คุณจะมาขืนเอาไว้ว่า

สถาบันพระมหากษัตริย์ดีเลิศประเสริฐสุด มีความศักดิ์สิทธิ์มหัศจรรย์

ทุกพระองค์ฉลาดเฉลียว ดีวิเศษ คนสมัยนี้มันรับไม่ได้แล้วครับ

พระมหากษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์ของบ้านเมือง

เป็นศูนย์กลางแห่งจริยธรรม วัฒนธรรม ก็ต้องมีระบบ

ให้ราชวงศ์นั้นอยู่ในอำนาจของกฎหมาย

ให้ทุกคนเปิดเผยโปร่งใส แต่พอปิดอย่างนี้แน่นอนมันก็มีเว็บไซต์ออก

ถ้าคุณเปิดเผยมากเท่าไหร่ ที่มันจะด่าอย่างลับๆ มันก็น้อยลง

และที่ด่าลับๆ คนก็ไม่รู้มันจริงหรือเท็จ

ถ้าเราเปิดให้รู้ข้อเท็จจริงและคนเขาเชื่อสิ่งที่เปิดเผยมันมีน้ำหนักที่สุดเลย

ในหลวงประชวรก็ไม่เปิดเผยจนกระทั่งลือกัน มันไม่ถูก

ข่าวสำนักพระราชวังออกมาแม้แต่ชื่อหมอไม่บอกว่ามีใครบ้าง

ทำเป็นเรื่องอึมครึมไปหมด น่าเสียดาย

อันนี้ต้องโทษรัฐบาลนะครับ เพราะในระบบการปกครองประชาธิปไตยที่มี

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชา

สำนักพระราชวัง แต่ตั้งแต่สฤษดิ์เป็นต้นมา เราไม่ทำหน้าที่นี้กันเลย

สำนักพระราชวังก็เลยเป็นเอกเทศไป

สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นเอกเทศไป

อันนี้ผมเห็นว่าเสียหายถึงในหลวง"

"สำนักงานทรัพย์สินฯ มีที่ดินถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในกรุงเทพฯ

ผู้อำนวยการก็ไม่ใช่คนเลวร้ายนะครับ เป็นคนจงรักภักดีซื่อสัตย์

แต่แกเชื่อว่าจะต้องพัฒนา ที่ทรัพย์สินฯ ไล่คนจนให้คนรวยมาอยู่

ที่ทรัพย์สินฯ คนเขาอยู่เขานึกว่าได้รับพระบารมีปกเกล้าฯ

เขาอาจจะเอาเปรียบในหลวงบ้างเป็นไรไป เขาอยู่มาตั้งกี่ชั่วคนแล้ว

ทำแบบนี้ใช้ไม่ได้ และตอนนี้พระก็เอาอย่าง บางวัดไล่คน

รอบวัดหมดเลย และก็เอากรรมการจากทรัพย์สินฯ

เอยอะไรเลยมาเป็นกรรมการวัด แล้วใครจะไปสู้ได้

วิธีนี้มันผิดหมด แต่เมื่อไม่กล้าพูดกันซึ่งๆ หน้าก็อึมครึมกันแบบนี้

มันไม่ช่วยครับ ไม่ช่วยทุกสถาบัน ไม่ช่วยบ้านเมือง

เพราะบ้านเมืองจะเป็นสุขได้ คนข้างล่างต้องมีความพอใจว่า

คนข้างบนไม่เอาเปรียบเขา มันต้องลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน

เว็บไซต์เอาตัวเลขมาลงเลยครับ คุณสุเมธ ตันติเวชกุล หัวหน้าใหญ่

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง รถที่คุณสุเมธนั่งราคากี่ล้าน คุณสุเมธได้โบนัส

ได้อะไรจากปูนซิเมนต์ไทยกี่ล้าน แต่มาพูดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

คุณสุเมธแกเป็นคนดีนะ เป็นคนน่ารัก แต่นิมิตดี

คือตอนนี้สื่อเอาตัวเลขพวกนี้มาเปิดเผย ต้องให้มีการเปิดเผย

และปรับปรุงเปลี่ยนแปลง มันถึงจะไปได้"

อาจารย์เห็นด้วยกับการยกข้อหาหมิ่น แต่กรณีของ

อาจารย์กับดา ตอร์ปิโด ไม่เหมือนกัน

บางคนเขาก็เห็นว่าดาสมควรมีความผิด

"ดา ตอร์ปิโด เพียงกฎหมายหมิ่นประมาทเขาก็โดนแล้ว

ก็เล่นเขาในเรื่องหมิ่นประมาทสิครับ

เขาใช้คำที่รุนแรงด่าว่า แค่นี้ก็น่าจะพอแล้ว"

แปลว่าติดคุกเหมือนกัน

"ติดคุกอยู่ดีเพราะเขาล่วงล้ำกฎหมาย การล่วงล้ำกฎหมายนั้น

ไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ หรือในหลวง

ใครก็ตามล่วงล้ำกฎหมายต้องโดน อันนี้มันจะลดช่องว่าง

มิฉะนั้นแล้ว โอ้โห อย่างน้อย 3 ปี อย่างมาก 15 ปี อะไรกันครับ

เมื่อเป็นประมุขที่ทุกคนรักก็ไม่จำเป็นต้องไปลงโทษ

คนที่เล่นงานองค์ประมุข ร้ายแรงถึงเพียงนั้น

ก็ให้องค์พระประมุขเป็นเหมือนคนธรรมดาสามัญ

จะเป็นการแผ่พระบรมราชกฤษดาภินิหาร

กว่าใดๆ ทั้งหมด คุณงามความดีนั้น คุณเอาพระเดชมาใช้

เอาคุกมาใช้ มันไม่ถูก โดยเฉพาะพระเจ้าแผ่นดินในระบอบประชาธิปไตยนั้น

ท่านต้องมีเพียงพระคุณ ไม่มีพระเดช

พระเจ้าอยู่หัวก็รับสั่ง The King can do no wrong

หมายความว่าทุกอย่างที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจก็ต้อง

มีผู้รับสนองพระบรมราช โองการ เล่นงานไอ้คนนั้นสิ

คนรับสนองพระบรมราชโองการ ไม่ใช่ไปเล่นงานท่าน

แต่เล่นไม่ทำหน้าที่นี้กัน หน้าที่พื้นฐานเลยนะครับ"

"ควีนอังกฤษ เวลาเปิดรัฐสภา The Queen's speech นั้น

รัฐบาลร่างถวายนะครับ และเขาก็โจมตี เป็นที่รู้กัน เพราะเป็นการแถลงนโยบาย

วันคริสต์มาสท่านจะพูดทางวิทยุ ออกโทรทัศน์ด้วย

รัฐบาลต้องเซ็นเซอร์ก่อนนะ

ทำไมถึงทำเช่นนั้น พระราชินีท่านเสวยราชย์มา 60 ปี ท่านรู้ดีกว่ารัฐบาลทั้งหมด

แต่เพื่อปกป้องสถาบันไว้ ไม่ให้มีผิดพลาดแม้แต่คำเดียว

นี่เราไม่เข้าใจประเด็นนี้กัน

เราหาว่าไปก้าวก่ายท่าน เขาไม่ได้ก้าวก่ายท่าน เขาปกป้องสถาบัน

ต้องทำเช่นนี้ครับ"พระราชินีอังกฤษพระราชาทานพระบรมราโชวาท

ตอนเปิดสภาฯ คือการแถลงนโยบายหรือ

"ชัดเจน พอเสด็จฯ กลับแล้วเล่นงานรัฐบาลเลย"

ฝ่ายค้านลุกขึ้นพูดเลย?

"ทันที ครับ เป็นที่รู้กัน ต้องเข้าใจนะครับ ญี่ปุ่นก็เอาอย่าง Emperor

ญี่ปุ่นก็พูดตามที่รัฐบาลเขียนให้ทั้งนั้น อันนี้เป็นเรื่องปกป้องสถาบัน ต้องเข้าใจ

เพราะจักรพรรดิญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีหลายพวกต้องการจะล้ม

แต่พวกที่รู้เรื่องญี่ปุ่นดีเห็นว่าควรจะรักษาไว้มากกว่า

เพราะฉะนั้นแมคอาเธอร์ถึงมาเขียนรัฐธรรมนูญให้ญี่ปุ่น ให้พระเจ้าแผ่นดิน

มีหน้าที่เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้นเอง แม้กระทั่งในญี่ปุ่นก็ยังมีคน

เกลียดพระเจ้าจักรพรรดิอยู่นะ ไม่ใช่ไม่มี แสดงออกได้ด้วย

แต่ก็อยู่ได้เพราะทุกคนทุกสถาบันจะไม่ให้มีคนเกลียดเลยเป็นไปไม่ได้

ภาษาไทยเราบอกว่า แม้กระทั่งพระปฏิมายังราคิน พระพุทธเจ้ายังถูกนินทา

ต้องเปิดโอกาสถึงจะอยู่ได้ ไปปิดไม่ได้หรอกครับ

ยิ่งเว็บไซต์ยิ่งปิดยิ่งไปกันใหญ่เลย"

จักรพรรดิญี่ปุ่นตอนนั้นคนไม่ชอบเยอะ เพราะนำเข้าสู่สงครามโลกใช่ไหม

"แน่นอน แพ้สงคราม หลายคนเลยเห็นว่าควรจะต้องเลิก

แต่พวกฝรั่งที่เชี่ยวชาญเรื่องญี่ปุ่น ให้รักษาไว้จะดีกว่าไม่รักษา"

"เช่น เดียวกันผมเองก็อยู่ฝ่ายนี้ ผมเห็นว่ารักษาไว้ดีกว่าไม่รักษา

หลายคนเลยมาโจมตีผม ว่าอาจารย์เสียเวลามา 40 ปี

พยายามจะรักษาสถาบันนี้ไว้ มีประโยชน์อะไร

ผมบอกคุณไม่รู้สึกหรือครับ สถาบันไม่ใช่วิเศษที่สุด ยังมีอะไรบกพร่อง

แต่ต้องรักษาเอาไว้ เหมือนต้นไม้บ้านผม ผมรักษาเอาไว้ เราได้ร่มได้เย็น

คุณดูอินโดนีเซียสิ ดูประเทศที่มีประธานาธิบดีสิ เป็นอย่างไรบ้าง

มันเลวร้ายกว่าทั้งนั้น เราไม่เข้าใจประเด็นนี้"

"แต่ ทุกอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเทศะ

สมัยหนึ่งคนเชื่อว่าพระเจ้าแผ่นดินฉลาดกว่าชาวบ้าน

ได้รับการศึกษามาดีกว่า แต่ที่พระเจ้าแผ่นดิน

ฉลาดกว่าชาวบ้านเพิ่งมารัชกาลที่ 4-5 นะครับ แต่ก่อนนี้

พวกขุนนางเขาถือว่าฉลาดกว่าพระเจ้าแผ่นดินทั้งนั้น

พวกบุนนาคเขาถือว่าเขาฉลาดกว่าทั้งนั้น

รัชกาลที่ 3 เองท่านก็ยอมรับว่าลูกท่านไม่รู้หนังสือ พระจอมเกล้าฯ

ท่านไปบวชอยู่นาน เพราะฉะนั้นท่านให้ลูกท่านเรียนหนังสือทั้งนั้น

เป็นคนแรกเลยที่ให้ลูกท่านเรียนภาษาอังกฤษ

พวกเจ้าถึงมาได้เปรียบรัชกาลที่ 4-5 นี่เอง และการได้เปรียบอันนี้ก็พลาด

ก็เลยนึกว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่นเขา เกิดการเปลี่ยนแปลง 2475

ก็เหตุนี้ พวกเจ้าคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าคนอื่นเขา โดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

ถึงต้องพัง สมัยนี้คุณจะไปบอกว่าเจ้าฉลาดกว่าชาวบ้านเป็นไปไม่ได้แล้ว

เพราะเจ้านั้นมีคนอยู่ในสกุลเดียว ชาวบ้านอาจจะมีคนโง่มากกว่าก็ได้

แต่ก็ต้องมีคนฉลาดมากกว่า"

"เมืองไทยที่สถาบันเจ้าอยู่ได้ที่แล้วมา เพราะเขายกย่อง

คนที่สามารถนอกเหนือจากเจ้า เจ้าพระยายมราชก็ลูกชาวนา

ขึ้นไปสูงที่สุดเลยครับ และเมื่อเลือกคนไปเรียน

ตอนที่ส่งทูลกระหม่อมเล็ก เป็นลูกคนโปรดที่สุดของรัชกาลที่ 5

เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ ส่งไปเรียนรัสเซีย

เพราะท่านรักกับพระเจ้าแผ่นดินรัสเซียมาก ท่านก็ส่งคนไปเรียนแข่ง

กับลูกท่านเลยนะ แล้วเลือกนายพุ่ม ราชทูตทำรายงาน นายพุ่มคนนี้เป็นคนดี

มีความประพฤติดี ฉลาดเฉลียว เสียอย่างเดียวเป็นคนไม่มีกำพืด

ไม่มีสกุลรุนชาติ แต่ศาสนาพุทธช่วย ศาสนาพุทธบอกว่าช้างเผือก

ก็ต้องมาจากป่า เพราะฉะนั้นคนไม่มีสกุลรุนชาติอาจจะเป็นอัจฉริยะ

เลือกนายพุ่ม นายพุ่มไปก็ไปเรียนแข่งกับทูลกระหม่อมเล็ก

แพ้ชนะกันเลยนะครับ แต่เรียนจบนายพุ่มเขาก็รู้ตัว

เขาไม่กลับเมืองไทย เป็นรัสเซียไปเลย พุ่มสกี้ และอยู่ทหารมหาดเล็ก

เปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซีย มันฆ่าพระเจ้าแผ่นดิน

แต่พุ่มสกี้นี่ทหารรักมาก ขอให้อยู่ต่อ ให้เป็นนายพันเอกต่อ

แต่ก็จงรักภักดี สุดท้ายก็ลาออก ผมยกตัวอย่างนายพุ่มคนธรรมดา

สามัญที่สุดเลย เมืองไทยยังมีศาสนาพุทธ

เน้นคนนอกเหนือชาติวุฒิ เน้นคนที่มีความดีความสามารถ

แต่ผมว่าตอนนี้เรากำลังพลาด

เราไปซูฮกคนที่ชาติวุฒิหมด"



ศึกษาอดีต

พูดได้ไหมว่าปัจจุบันสถาบันกำลังถูกโจมตีจากวิกฤติการเมือง

"ก็ เป็นที่ชัดเจน เว็บไซต์ก็โจมตี และตอนนี้รัฐบาลไทยก็ใช้

วิธีไม่แตกต่างจากรัฐบาลจีนไล่ปิดเว็บไซต์ ซึ่งวิธีที่ถูกที่จะแก้ปัญหา

เว็บไซต์คือให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เดี๋ยวเว็บไซต์มันก็หมดไป

พระปกเกล้าฯ ท่านเคยรับสั่งเมื่อท่านเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์องค์สุดท้าย

ท่านบอกว่าคนเขียนด่ารัฐบาลต้องฟัง ถ้ามันเขียนบัดซบ 2 วัน

คนก็ลืม ถ้ามันเขียนมาดีเราต้องแก้ไขปรับปรุง

นี่พระเจ้าแผ่นดินสมบูรณาญาสิทธิราชย์นะ"

นี่ก่อน 2475

"ก่อน เปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างง่ายๆ เลย หม่อมเจ้าสิทธิพร (กฤดากร)

ลาออกจากอธิบดีกรมที่ใหญ่ที่สุดไปเป็นชาวนา แล้วท่านออก

หนังสือพิมพ์ชื่อกสิกร โจมตีนโยบายรัฐบาลว่าต่อไปนี้จะขาย

ข้าวอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องมีพืชอย่างอื่น และปีนั้นขายข้าวไม่ออก

เรียกหม่อมเจ้าสิทธิพรกลับมารับราชการ

จะให้เป็นปลัดกระทรวงเกษตรท่านก็ไม่รับ ท่านขอตั้งกรมใหม่

กรมทดลองการกสิกรรม ถึงได้เกิดแม่โจ้ขึ้นมา เกิดสถานีทดลอง

จนกระทั่งสามารถผลิตเวอร์จิเนียโทแบกโกให้โรงงานยาสูบได้

ก่อนหน้านั้นต้องซื้อจากฝรั่งทั้งนั้น ท่านทดลองปลูกที่เชียงใหม่

คนเชียงใหม่รวยกันเป็นแถวเลย แตงโมบางเบิดทุกวันนี้ กะหล่ำปลี

สารพัดท่านทดลอง

เขียนโจมตีรัฐบาล รัฐบาลให้มาทำเลย"

แปลว่าก่อน 2475 คนวิจารณ์รัฐบาลของพระมหากษัตริย์ได้

"แน่นอน เยอะด้วย"

วิจารณ์ตัวบุคคลไหม อย่างตัวรัฐมนตรี ตัวในหลวง ร.7

"ตัว ในหลวงเองก็โจมตี มีคนไปทูลท่าน ไม่รู้สึกหรอก ท่านบอกว่า

ธรรมเนียมไทยมันด่าพระเจ้าแผ่นดินทั้งนั้น ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล

มันก็ด่าพระเจ้าแผ่นดิน คนไม่ด่าพระเจ้าแผ่นดินเป็นไปไม่ได้

ทำไมเมืองไทยถึงมีพระยาแรกนา เพราะแต่ก่อนพระเจ้าแผ่นดินแรกนาเอง

ฝนไม่ตกปีนั้นมันด่าพระเจ้าแผ่นดินเลย ทีหลังเลยมีพระยาแรกนา

จะได้ด่าพระยาแรกนาแทนท่าน นี่เปลี่ยนในรัชกาลที่ 4

ต้องเข้าใจนะครับ พระเจ้าแผ่นดินฟังเสียงราษฎรมาก และโดยเฉพาะ

เรารักษาเอกราชได้ก็จริง แต่เราเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

เพราะฉะนั้นหนังสือพิมพ์ต่างๆ เจ้าของมันจะถือสัญชาติอังกฤษบ้าง

สัญชาติฝรั่งเศสบ้าง อย่างจีโนสยาม ด่าพระเจ้าแผ่นดิน

จับมันไม่ได้ มันไปขึ้นศาลกงสุล ทำอะไรมันไม่ได้ ในหลวงก็ใช้พิมพ์ไทย

เป็นกระบอกเสียงของท่าน สู้กับไอ้พวกนี้ ในหลวงมาเขียนเองเลย

โคลนติดล้อล้อติดโคลน ซัดกันเลย"

รัชกาลที่ 6?

"ใช่ รัชกาลที่ 7 ก็ใช้พิมพ์ไทย ให้หลวงมหาสิทธิโวหารมาเขียน สอ เศรษฐบุตร

ซื้อมาทำหนังสือพิมพ์สู้กับพวกหัวก้าวหน้า แต่ก่อนเขาใช้วิธีสู้กันทางหนังสือ

ใช้วิธีปิดไม่ได้ผลหรอกครับ คุณปิดมันก็ลงใต้ดิน"

กระแสตอนนี้มีการโจมตีค่อนข้างมากที่สุด

"ช่วงนี้ ช่วงทักษิณ พูดง่ายๆ ทักษิณเขาก็ใช้ด้วย สำหรับผม

ในแง่หนึ่งเป็นนิมิตที่ดีนะ บางคนอาจจะพูดจารุนแรงไป

แต่คนมันเริ่มกล้าขึ้น เพราะฉะนั้น

ถ้าคุณจะสู้กับพวกนี้ก็ต้องเปิดเผยเลยว่ามันไม่จริง

ต้องเอาตัวเลขมาให้เขาเห็นชัดเจน

ถ้าคุณอึมครึมก็เสร็จ"

ทักษิณก็ใช้ตัวนี้เป็นเครื่องมือ

"ใช้สิครับ เขาจะใช้ทุกอย่างเป็นเครื่องมือ

เขาอาจจะเปลี่ยนมาใช้คำว่าอำมาตยาธิปไตย

เปลี่ยนเป้ามาตีที่เปรม มันก็คืออันเดียวกัน"

อาจารย์มองว่ามีกระแสโจมตีสถาบัน แต่ฝั่งสถาบันก็ต้องปรับ

"ถูกต้อง พระพุทธเจ้าก็สอนอันนี้ด้วย สมัยโบราณมีคนมาโจมตีเรา

ตถาคตก็ดี พระธรรมก็ดี พระสงฆ์ก็ดี ก็ฟังไว้ ที่เขาโจมตีมาจริงไม่จริง

ถ้าจริงก็ต้องปรับปรุง ถ้าไม่จริงมันก็เหลวไหลอย่าไปเดือดร้อน อีกนัยหนึ่ง

ชีวิตมนุษย์เราต้องปรับปรุงตัวเองตลอดเวลา

ทุกสถาบันต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สถาบันพระมหากษัตริย์ปรับปรุงครั้งสำคัญที่สุดคือ 2475 พอถึง 2490

ไม่ได้ปรับปรุงเท่าไหร่ แต่จอมพล ป.คุมไว้ในอำนาจ 10 ปี จนกระทั่ง 2500

เป็นต้นมาก็มีแต่เชียร์ สำนักงานทรัพย์สินฯ ก็ไม่ต้องแถลงอะไร

เป็นรัฐภายในรัฐ อะไรก็วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ แต่ถ้าคุณให้คนพูดได้มากขึ้น

เว็บไซต์ไปด่ามันก็น้อยลง"ย้อนไปสมัย ร.7 ที่อาจารย์เล่า

รัฐบาลของในหลวง ร.7 ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากใช่ไหม

"คนเขาผิดหวังตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ก็คิดว่ารัชกาลที่ 7 จะดีขึ้น"

หนังสือพิมพ์ยุคนั้นโจมตีเลยหรือ

"โห โจมตีในหลวงโดยตรงเลย สารพัดเลย ผมบอกแล้วไงบรรณาธิการ

มันอยู่ใต้ร่มธงอังกฤษบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง และเราต้องการให้ฝรั่งยอมรับว่า

เราเป็นเมืองที่มีสิทธิเสรีภาพ ฟัดกันสารพัด แน่นอนที่ไม่ใช่ subject

ฝรั่งก็เข้าคุกนะ ขึ้นศาลไทยก็เข้าคุก อย่างคุณสถิตย์ เสมานิล ก็ติดคุกหลายปี"

"ข้อ ผิดพลาดของรัชกาลที่ 7 คือท่านรู้ว่าสมัยรัชกาลที่ 6 พวกเจ้าถูกกดมาก

รัชกาลที่ 6 ท่านยกขุนนาง รัชกาลที่ 7 ก็เลยมายกย่องเจ้า อันนี้ท่านพลาด

พวกหม่อมเจ้าไปเรียนเมืองนอกกลับมาก็เบ่งกันอะไรกัน พวกขุนนางก็หมั่นไส้"

"ยกตัวอย่างง่ายๆ ฟางเส้นสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลง ตกลงกันว่าเศรษฐกิจตกต่ำ

ทหารทั้งหมดจะไม่ได้รับเงินเดือนขึ้น พระองค์เจ้าบวรเดชลาออกเลยนะ

เสนาบดีกระทรวงกลาโหมลาออก พระยาโกมารกุลมนตรีเป็นเสนาบดี

กระทรวงพระคลังบอก เอ้า-ทหารเหมือนแขกยาม ตอนนี้ยังไม่มีใคร

มาบุกปล้นบ้านเรา ไปขึ้นเงินเดือนให้แขกยามได้ไง พระองค์บวรเดช

ลาออกเลย เสร็จแล้วก็ไกล่เกลี่ย ขึ้นให้คนเดียว คือท่านนักขัตร พอดี

ท่านเป็นนักเรียนนอกรุ่นเดียวกับพระปกเกล้าฯ พวกทหารด่าไหนบอกไม่ขึ้น"

"หลัง 2475 ท่านนักขัตรยังถูกสะกดรอยตามตลอดเลย เพราะเขาถือเป็น

สัญลักษณ์ฝ่ายเจ้า ได้ขึ้นเงินเดือนคนเดียว คุณสุภา (ศิริมานนท์) เล่าให้ผมฟัง

ท่านนักขัตรเรียนฝรั่งเศสรุ่นเดียวกับ อ.ปรีดี คุณสุภาก็เป็นคนสนิท อ.ปรีดี

ทุกอาทิตย์ อ.ปรีดีจะมากินข้าวที่ธรรมศาสตร์ มีอะไรคุณสุภาก็รายงาน

ท่านนักขัตรก็บอก เฮ้ย-สุภา ไปบอกอาจารย์หน่อยได้ไหม หลวงอดุลย์

มันตามอั๊วตลอดเลยนะ อั๊วก็หลุดมาตั้งนานแล้ว มาตามทำไม

อาจารย์ปรีดีไปบอกหลวงอดุลย์ ก็เลยเลิกตาม หลังสงคราม

อ.ปรีดีท่านส่งไปเป็นทูตที่อังกฤษ ในหลวงเลยไปเจอสมเด็จฯ

ที่อังกฤษ ก็หมั้นกัน"นี่เป็นเกร็ดประวัติ ศาสตร์ที่น่าเซอร์ไพรส์ว่า

สุภา ศิรมานนท์ ผู้เขียน Capitalist สนิทสนมกับ ม.จ.นักขัตรมงคล

หรือพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ พระบิดาของ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

อาจารย์ ส.บอกว่าทั้งสองท่านชอบศึกษาเรื่องโหราศาสตร์เหมือนกัน

"อ.ปรีดีมา ปรับปรุงอย่างสำคัญที่สุดเลย ถ้าไม่มี อ.ปรีดี สถาบันไปแล้วครับ

2475 จอมพล ป.บอกให้ล้มเลยนะ ความจริงเหล่านี้คนไม่รู้เรื่อง

และเมื่อพระปกเกล้าฯ หนีจากหัวหินไปสงขลา ชัดเจนนะครับ

พระปกเกล้าฯ ช่วยพระองค์เจ้าบวรเดชฯ อันนี้เอกสารออกมาชัดเจน

ท่านอ้างว่าท่านเป็นกลาง รัฐบาลบอกถ้าเป็นกลาง

ก็ต้องกลับมาอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านไม่กลับ เงินทรัพย์สินฯ หายไป

เงินมหามกุฏฯ หายไป พระยาเสนาสงครามเป็นลูกพี่ลูกน้อง

กับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า เอาเงินมหามกุฏฯ ไป

เจ้านายนั่งรถไฟหนีจากหัวหินไปสงขลา ท่านชิ้นเป็นคนไป

ขโมยรถไฟมาจากเมืองเพชรฯ มีคนสั่งให้ระเบิดรถไฟเลย

ถ้าระเบิดรถไฟคราวนั้นก็หมด สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ

สมเด็จกรมพระยานริศฯ อยู่ในรถไฟนั้น ก็เป็นบอลเชวิกเลย

เคราะห์ดี ผู้ว่าราชการจังหวัดโทรเลขมาถามรัฐมนตรีมหาดไทย

คือพระอุดมพงศ์เพ็ญสวัสดิ์ รัฐมนตรีมหาดไทยก็เอาโทรเลข

ให้เจ้าคุณพหลฯ ดู เจ้าคุณพหลฯ ห้ามไว้"

"คุณ ไปอ่านดูสิ แถลงการณ์คณะราษฎรฉบับที่หนึ่ง ที่จริงก็มีฉบับเดียว

ออกเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ถ้ายอมกลับมาอยู่ใต้ธรรมนูญการปกครอง เราก็ยินดี

ถ้าไม่กลับมาหรือไม่ตอบภายใน 3 วัน เราจะเปลี่ยนการปกครอง

ให้เป็นประชาธิปไตย คำว่าประชาธิปไตยอธิบายเลยนะครับ

หมายความว่าเราจะเลือกผู้ใดผู้หนึ่งในบรรดาราษฎร

ให้เป็นประมุขประเทศ republic ในหลวงท่านยอมกลับมา

ก็ตกลงรักษาสถาบันไว้ แต่จอมพล ป.ไม่เห็นความสำคัญ

ของสถาบันนี้เลย พูดอย่างตรงไปตรงมา ตอนที่ อ.ปรีดีมาเป็น

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ท่านได้ปกป้องสถาบันนี้อย่างดีที่สุด

สมเด็จพระพันวษาฯ นี่คุณหญิงแก้วเขียนเล่าไว้ชัดเจนเลย

สมเด็จพระพันวษาฯ จะขออะไร จอมพล ป.ไม่เคยให้เลย ป้าในหลวง

เจ้าฟ้ากรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธรสิ้นพระชนม์ พระพันวษาฯ

ให้คุณหญิงแก้วไปหาจอมพล ป. ไปขอทำเมรุกลางสนามหลวง

เผาศพทหารที่ชนะพระองค์เจ้าบวรเดชฯ มีเมรุสนามหลวง

แล้วเผาทหารเลวแล้วก็ให้เผาเจ้าฟ้าต่อจากเผาทหารเลว

จอมพล ป.บอกว่าสมเด็จพระพันวษาฯ ท่านรวยแล้ว

ให้ท่านสร้างเมรุเอง และก็ไม่ให้สร้างสนามหลวงด้วย

ต้องมาสร้างที่วัดเทพศิรินทร์ จอมพล ป.ขนาดนี้นะ

ทีหลังให้ไปขอ อ.ปรีดี อ.ปรีดีให้ทุกอย่าง"

อาจารย์ ส.ยังเล่าย้อนถึงการเชิญในหลวงรัชกาลที่ 8 ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์

"ประเด็น อยู่ตรงนี้นะครับ รัชกาลที่ 7 ตอนเสวยราชย์ท่านเห็นว่า

กรมพระนครสวรรค์ฯ ควรจะเสวยราชย์เพราะแก่กว่าท่าน 1 รอบ

และก็รับใช้พ่อท่านมา มีประสบการณ์มากและเป็นเจ้าฟ้าเหมือนกันหมด

รัชกาลที่ 7 เป็นกรมขุนสุโขทัยธรรมราชา

ก็ปรึกษากับพระบิดาในหลวงองค์ปัจจุบัน

ตอนนั้นเป็นกรมขุนสงขลานครินทร์ ว่าจะถวายทูลกระหม่อมชาย

แต่ทูลกระหม่อมชายท่านไม่รับ ท่านบอกว่ารัชกาลที่ 6 เขียนไว้แล้ว

ถ้าลูกเป็นผู้หญิงให้น้องเป็นพระเจ้าแผ่นดิน สมัยก่อนเขาถือมาก

นอกจากนั้นแล้วรัชกาลที่ 5 ยังให้พรพิเศษกับสมเด็จพระพันปีหลวงด้วย

ว่าลูกท่านทั้งหมดทุกองค์จะต้องได้เสวยราชย์ มีตั้ง 5 องค์ พระปกเกล้าฯ

นี่สุดท้องเลย ทูลกระหม่อมพระองค์ชายก็ลงคุกเข่ากราบน้อง

เจ้าเขาถือมากนะพี่กราบน้อง แสดงว่าต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

พระปกเกล้าฯ ก็รับ ทูลกระหม่อมชายบอกว่ามีข้อแม้อย่างเดียว

อย่าให้พ่อตามายุ่ง พ่อตากรมพระสวัสดิ์ท่านชอบยุ่ง และท่านเฮี้ยว

เพราะฉะนั้นพระปกเกล้าฯ ก็เตรียมเลยครับ ท่านไม่มีลูก

ท่านก็จะให้พระองค์จุมภฏ ซึ่งเป็นลูกทูลกระหม่อมบริพัตรเสวยราชย์

เป็นที่รู้กันทั่วไปครับ เจ้าคุณอนุมานฯ ก็เขียนไว้ ว่าท่าน

ไปที่กระทรวงการคลัง พระยาโกมารกุลมนตรีขู่พระองค์จุมภฏ

สารพัดเลย ต่อไปจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินต้องถูกขู่

ให้อยู่ในอำนาจขุนนาง ฝึกเอาไว้ นี่พอเปลี่ยนแปลงการปกครองตูม

พวกทหารเขากลัวทูลกระหม่อมพระองค์ชายทั้งนั้น

เพราะท่านเคยคุมทหารมา ท่านต้องไปอยู่ชวาเลย ยกวังให้เขา"

"ทูลกระหม่อมชายคือเจ้าฟ้า บริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิจ

ปู่ของคุณชายสุขุมพันธุ์นี่แหละ ผมเคยพูดนะ เมื่อตอนเขาสอนอยู่ที่รัฐศาสตร์

เด็กให้ผมไปพูดเรื่อง 24 มิถุนา ผมบอกเนี่ยนะถ้าไม่เกิด 24 มิถุนา

คุณชายเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ แล้ว

ถ้าพ่อตายแล้วก็ต้องเป็นพระเจ้าแผ่นดิน

อันนี้เรื่องจริง"

"เมื่อเขา ไม่ต้องการสายบริพัตร ในทางกฎมนเทียรบาลก็ต้องมาผ่าน

สายของทูลกระหม่อมแดง สมเด็จพระพันวษาฯ ท่านก็สิ้นแล้ว ก็มีลูกคือ

พระองค์เจ้าอานันท์ 10 ขวบ ถ้าเป็นสมัยโบราณก็ไม่มีทางขึ้น

เพราะแม่เป็นไพร่ ที่พระปกเกล้าฯ ขึ้นเพราะพี่ท่าน ทูลกระหม่อมติ๋ว

เจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัยท่านมีลูก

แต่แม่เป็นไพร่ ก็ต้องข้าม อ.ปรีดีบอกตอนนี้ประชาธิปไตยแล้ว

ถึงแม่เป็นไพร่ก็เป็นของดี ทูลกระหม่อมแดงท่านก็ประชาธิปไตย

ท่านมีชีวิตเพื่อคนยากคนจน ไม่เสียหาย ก็เชิญพระองค์อานันท์เสวยราชย์

เป็นรัชกาลที่ 8 อ.ปรีดีเป็นคนสำคัญ อยู่เบื้องหลัง คนที่รู้เรื่องเจ้าดีที่สุดคือ

อ.ปรีดี ท่านผู้หญิง (พูนศุข) ก็รู้เรื่องเจ้าดี เพราะท่านผู้หญิงมาจาก

ตระกูล ณ ป้อมเพ็ชร เขาถือว่าเป็นข้าหลวงเดิมมาตั้งแต่กรุงเก่า

ทางเจ้าพระยายมราชก็มาได้พวก ณ ป้อมเพ็ชร

ก็ใกล้ชิดในวังมาก ราชวงศ์จักรีเป็น ณ อยุธยา พวก ณ ป้อมเพ็ชร

ก็อยู่อยุธยามานาน""ทูลกระหม่อมแดงเป็นนักประชาธิปไตยด้วย

เพราะว่าทีแรกท่านจะไปเรียนทหารเรือที่เยอรมัน พอเราประกาศสงคราม

กับเยอรมันเรียกหาทหารอาสาสมัคร ไปรบกับเยอรมัน ท่านอาสา

ไปรบเลยนะครับ ท่านบอกทหารส่วนมากที่ไปตายในสงครามลูกชาวนาทั้งนั้น

มันตายเพื่อเจ้ามาตลอด ถึงเวลาเจ้าต้องไปตายเพื่อชาวนาบ้าง เขาไม่ให้ท่านไป

เพราะท่านเป็นเจ้าฟ้า ท่านโกรธเลยไปเรียนแพทย์

กลับมาศิริราชเขาก็ไม่ให้ท่านรักษาคนไข้อนาถา

ท่านเลยขึ้นไปรักษาคนขี้เรื้อนที่เชียงใหม่ ไปอยู่กับพวกมิชชันเนอรีเลย

ท่านก็ไปสิ้นที่นั่น พระชนม์ยังน้อยอยู่เลย เป็นคนคิดนอกกรอบ

อ.ปรีดีนับถือมากเลย เป็นเจ้าที่อยู่กับราษฎร"

"ต้องเข้าใจนะครับ คณะรัฐประหาร 2490 โจมตี อ.ปรีดี

หาว่าวางแผนฆ่าในหลวงรัชกาลที่ 8 ซึ่งเป็นความเท็จที่เขารู้กันทั่วไปแล้ว

และก็ยกในหลวงขึ้นเพื่อจะอ้างว่าบ้านเมืองนี้จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

แต่จอมพล ป.แกกดพระมหากษัตริย์หมดเลยนะครับ แกเอามาอ้างเท่านั้นเอง

แต่แกกด เป็นที่รู้กัน ในหลวงเสด็จฯ ไปต่างจังหวัดก็ไม่ได้นะครับ

ไปได้เพียงหัวหินเท่านั้นเอง""ทีนี้จอมพลสฤษดิ์เอาชนะจอมพล ป.

จอมพลสฤษดิ์ไม่มีข้ออ้างอะไรเลยนี่ครับ

จอมพล ป.ยังอ้างว่าเล่นงาน อ.ปรีดีเพื่อรักษาสถาบัน สถาบันก็รักษาไปแล้ว

และจอมพลสฤษดิ์ก็ไม่ต้องการประชาธิปไตย ฉะนั้นบอกอย่างเดียวเลย

ต้องยกสถาบันศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์แล้วคอมมิวนิสต์จะแพ้

มันสมองคือหลวงวิจิตรวาทการ ยกกันสุดๆ เลย เรื่องกราบนี่

ก็สมัยจอมพลสฤษดิ์ทั้งนั้น เรื่องกราบนี่เลิกสมัยรัชกาลที่ 5

เสวยราชย์บรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ประกาศเลย

ให้เลิกกราบเลิกหมอบทั้งหมด เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความป่าเถื่อน

เป็นสัญลักษณ์ผู้ใหญ่เอาเปรียบผู้น้อย สุจินดามันฟ้องผมคราวที่แล้วเรื่องนี้

จะเอาผมเข้าคุก ผมอ้างพระราชดำรัสรัชกาลที่ 5

ยังเป็นกฎหมายอยู่ครับ ผมชนะคดีด้วยเหตุนี้"

"กฎหมาย นี้ยังไม่ได้แก้เลยนะ จอมพลสฤษดิ์เป็นเผด็จการมันทำผิดกฎหมาย

ความจงรักภักดีอยู่ที่กราบหรือ-ไม่ใช่ ความจงรักภักดีอยู่ที่ความซื่อสัตย์สุจริต

อยู่ที่ปกป้องสถาบัน วิพากษ์วิจารณ์สถาบัน นี่ความจงรักภักดีที่แท้"

"หลัง 6 ตุลา ธานินทร์มาเปลี่ยนกฎหมายเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ขั้นต่ำสุด 3 ปีเข้าคุก ขั้นสูงสุด 15 ปี แต่ก่อนไม่มีขั้นต่ำสุดนะครับ

และอย่างมาก 7 ปี การออกกฎหมายรุนแรงคนไม่สามารถ

แสดงความคิดเห็นต่างได้ อันตรายนะครับ

เหมือนอย่างระบบของเราครูสอนหนังสือในชั้นเรียน

เด็กมันเถียงไม่ได้ คุณก็นึกว่ามันรักคุณ พอถึงวันครูก็มีดอกมะเขือ

หญ้าแพรกมาไหว้ครู เด็กมันด่าครูกันทั้งนั้นแหละครับ แต่มันด่าในใจ

ผมก็ทำโรงเรียนมา เสมสิกขาลัย ผมสอนพิภพมา

ตั้งแต่สมัยโน้น ไอ้พวกนี้มันด่าผมต่อหน้าได้ทั้งนั้น นี่คือประชาธิปไตย

เราจะได้รู้เวลามันด่าอะไรเรา เราจะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง"

คำว่าสถาบันเป็นสัญลักษณ์คนไทยยอมรับไม่ได้

คนไทยยังรู้สึกว่าพระเจ้าแผ่นดินยังควรมีพระราชอำนาจและเป็นที่พึ่ง

"ปัญหา ว่าคนที่เข้าใจอย่างนี้เป็นคนซึ่งมีความสำคัญขนาดไหน

ประเทศอังกฤษ พระราชินีอังกฤษองค์นี้ท่านแก่กว่าในหลวง

แต่ท่านเสวยราชย์ทีหลัง เราคิดว่าคนอังกฤษมีการศึกษาดีกว่าบ้านเรา

เขาทำสำรวจความคิดเห็นออกมา 30% ยังเชื่อว่าพระราชินีอังกฤษ

พระผู้เป็นเจ้าตั้งมา ความเชื่อแบบโบราณยังมีเยอะแยะ

ผมไม่อยากให้คำนึงเรื่องนี้มาก คำนึงว่าบ้านเมืองวันนี้

ต้องการมีในหลวงเป็นสัญลักษณ์ไหม ถ้าเราไม่ต้องการมีก็พูดกัน

ตรงไปตรงมานะ ทำลายน่ะไม่ยากเลย รักษาไว้นี่ยากกว่า

ผมอยากจะถามพวกเสื้อแดง หลายฝ่ายในนั้นต้องการทำลาย

ผมก็ถามพวกเสื้อแดง ถ้าคุณไปคิดทำลายล้างคุณก็เกิดอคติ

เมื่อคุณมีอคติแล้วปัญญาไม่เกิด ผมถามคุณถ้าทำลายล้าง

คุณจะเอาอะไรมาแทนที่ จะดีเท่าเก่าไหม ดีกว่าเก่าไหม

ต้นไม้ตัดแป๊บเดียวก็หมด แต่ปลูกต้องใช้เวลา 4-5 ปี

รักษาไว้ไม่ดีกว่าเหรอ มีปลวกกินก็เอาปลวกออกซะ เพลี้ยกิน

ก็เอาเพลี้ยออกซะ ตอนนี้ของเราทุกอย่างเลยนะ

สถาบันสงฆ์ก็ผุกร่อนมาก ศาสนาพุทธในเมืองไทยตอนนี้

เกือบจะเรียกได้ว่าไม่มีความหมายเลย เป็นแค่พิธีกรรม เป็นเพียงไสยเวทวิทยา

เป็นพุทธพาณิชย์ มีแต่เรื่องสมณศักดิ์

วัดก็มีแต่ลานคอนกรีต สิ่งเดียวที่พระไม่เคยสร้างคือปลูกสร้างคน

หาเณรใหม่ๆ มีความรู้ได้ไหม มีความสามารถได้ไหม เดิมเขามีกันมาทั้งนั้น"

คนอีกส่วนก็ต้องการให้สถาบันคงความศักดิ์สิทธิ์อยู่

"ศักดิ์สิทธิ์ ผมว่าหมดสมัยแล้วนะ คนบางคนอาจจะเชื่อ อย่างในอังกฤษ 30%

ยังเชื่ออยู่ ซึ่งสมัยหนึ่งคนก็เชื่อพระเจ้าจอร์จที่ 3

เหยียบผ้าเช็ดผ้ามาทาตา ตาหายบอดเลย

แต่สิ่งเหล่านี้ควรจะต้องเลิกได้แล้ว

หม่อมเจ้าสิทธิพรสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ท่านท้าทายเลยว่าการแรกนามันผิด

คุณเอาข้าวกี่ชนิดมารวมกันไปปลูกมันเสียหมด

แล้วก็เลิกนะพิธีแรกนา กลับมาในสมัยจอมพลสฤษดิ์นี่เอง เชื่อได้อย่างไร

พระโคกินหญ้า พระโคกินน้ำ เป็นสัญลักษณ์ได้ทำเป็นพิธีกรรมได้ แต่มีอะไร

ที่มันดีกว่านี้ แจกข้าว มีการประกวดกัน นี่เป็นสัญลักษณ์"

บางคนก็อยากให้สถาบันยังมีอำนาจ

"ถ้า เราต้องการให้สถาบันอยู่ ต้องไม่มีอำนาจหรือมีอำนาจน้อยที่สุด เพราะฉะนั้น

ผมถึงเสนอต้องไม่เกี่ยวข้องสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ต้องไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่เกี่ยวข้องกับปูนซิเมนต์ไทย

พวกนี้ค้าขายมันก็ต้องมีเอาเปรียบบ้างอะไรบ้าง อย่าไปยุ่ง อย่าไปเกี่ยวข้อง

กับพวกทหาร ตำรวจ เรื่องยศถาบรรดาศักดิ์

ต้องมีอำนาจน้อยที่สุด มีเงินน้อยที่สุด

คนก็จะเกลียดน้อยที่สุด รัชกาลที่ 4 เสวยราชย์ ท่านบอกท่านมีเงินอยู่พันชั่ง

ชาวบ้านพูดพันชั่งนึกว่ารวย พันชั่งจริงๆ นะครับ แต่พวกบุนนาคเขา

มีไม่รู้กี่หมื่นชั่งกี่แสนชั่ง อำนาจอยู่ที่พวกบุนนาคเขาคุมทั้งนั้น ในหลวงมีอะไร

รัชกาลที่ 5 ดึงอำนาจมาๆ และมาชนะพวกบุนนาคเมื่อกลางรัชกาลที่ 5 แล้ว

พอท่านเริ่มมีอำนาจเต็มที่ ลูกท่านเสวยราชย์ปีเดียวกบฏครั้งแรกเลย

รัชกาลที่ 6 เสวยราชย์ปีเดียวกบฏเลย อีก 20 ปี รัชกาลที่ 7 ล้มเหลว"

"เวลา นี้อันตราย ทักษิณเขาพูดชัดเจนเลยนะเขาไม่ต้องการองคมนตรี

ที่จริงองคมนตรีมันไม่เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย องคมนตรีมาพร้อมกับ

การล้มรัฐธรรมนูญ 2490 ทีแรกเรียกอภิรัฐมนตรีด้วย

และบทบาทไม่ชัดเจนเลยครับ

ตอนนี้ถ้าดูโดยรูปแบบเหมือนเป็นตัวแทนพระองค์ในทางพิธีกรรมเท่านั้นเอง

และประชุมกันทุกวันศุกร์ ก็แล้วแต่ในหลวงส่งเรื่องมาให้วินิจฉัย

ตอนหลังท่านไม่ส่งมาเลย ก็เลยเป็นเครื่องประดับเท่านั้น

เพราะแต่ก่อนท่านยังไม่มีประสบการณ์

ท่านจะฟังองคมนตรีตลอดเวลา องคมนตรีแต่ก่อนเขามีประสบการณ์

อย่างเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ เคยเป็นเสนาบดีในรัชกาลที่ 7 ท่านฟังเขา

ตอนนี้ท่านอยู่มา 60 ปีแล้ว พวกนี้สู้ท่านไม่ได้หรอก ก็เป็นเพียงไม้ประดับ"

"เรื่องพวกนี้มันต้องคุยกันทั้งนั้น แต่เราไม่เคยคุยกันเลย"


อ้างอิงจาก //www.thaipost.net/tabloid/011109/12852





Create Date : 10 พฤษภาคม 2553
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 15:15:06 น. 1 comments
Counter : 601 Pageviews.

 
พี่นุ้ย ..มาเยียมวันจันทร์ครับ


โดย: nuyect วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:09:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.