Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
การออกแบบ ปฏิรูปการเมืองให้ได้ผลจริง โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี




ประเทศไทยมีการปฏิรูปการเมืองมาหลายครั้งแล้ว

ก็ต้องถือว่ายังไม่ได้ผลจริง ดังที่มีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 18 ฉบับ

และยังเกิดวิกฤตการเมืองปริ่มๆ จะฆ่ากันตายอยู่ในทุกวันนี้

หากจะมีการปฏิรูปการเมืองกันอีกและต้องการให้ได้ผลจริง

ควรจะศึกษาบทเรียนจากอดีตแล้วมีหลักการ กลไก

และกระบวนการที่ถูกต้อง ขอเสนอแนะดังต่อไปนี้


1.หลักการ

(1) ต้องแยกเรื่องการปรองดอง

และการปฏิรูปการเมืองเป็นคนละเรื่อง

การปรองดองเป็นเรื่องแก้ไขอดีต การปฏิรูปการเมือง

เป็นเรื่องของการสร้างอนาคต การแก้ปัญหาของอดีตทำได้ยาก

และบางทียิ่งทำยิ่งขัดแย้งกันมากขึ้น เพราะปัญหามีรากยาวไกล

และมีบุคคลเกี่ยวพันอยู่ การร่วมกันทำสิ่งที่ดีต่อไปในอนาคต

ง่ายกว่ามาก และในที่สุดจะสร้างความเชื่อถือไว้วางใจกัน

ฉะนั้นในช่วงนี้อย่าเอาเรื่องการปรองดอง

กับการปฏิรูปการเมืองมาปนกัน

จะทำให้สับสนและเคลื่อนไปสู่อนาคตไม่ได้


(2) ต้องไม่มุ่งปฏิรูปองค์กรทางการเมืองเท่านั้น

เพราะจะคับแคบและไม่ได้ผลเช่นเคย

แต่ต้องมีเป้าหมายใหญ่ในการสร้างประเทศไทยที่ดีงาม

หรือประเทศไทยน่าอยู่


(3) ต้องไม่ใช่คิดกันอยู่ในวงเล็กๆ เท่านั้น

เพราะไม่ว่าจะคิดออกมาได้ดีแค่ไหนก็ปฏิบัติไม่ได้

ถึงเขียนรัฐธรรมนูญให้ดีอย่างใดก็ปฏิบัติไม่ได้

ถ้าประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมโดยกว้างขวาง

เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีการปฏิรูปการเมืองกันอีก

ต้องเป็นกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมโดยกว้างขวาง

ทั่วประเทศ เป็นโอกาสที่จะยกระดับจิตสำนึกความเป็นพลเมือง

ต่อเมื่อประชาชนมีจิตสำนึกแห่งความเป็นพลเมือง

และเป็นพลเมืองที่กัมมันตะ (active citizen) เท่านั้น

การเมืองจึงจะดีขึ้นได้


2.กลไกการปฏิรูปการเมือง

ควรมีกลไก 3 ประเภท ทำงานร่วมกันคือ


(1) คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ประกอบด้วย 4 ภาคใหญ่ๆ

คือ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ

มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนจะมีผู้หลักผู้ใหญ่ร่วม

เป็นกรรมการหรือเป็นที่ปรึกษาก็สามารถจัดได้ให้งามและเหมาะสม


(2) คณะกรรมการเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมือง

ขณะนี้ประชาชนมีประสบการณ์และมีความตื่นตัวสูง

ในการจัดการตนเองและในการขับเคลื่อนนโยบาย

จากการทำงานของนักพัฒนาเอกชนที่ผ่านมาจาก

การเข้าร่วมในกระบวนการสมัชชาสุขภาพ

และสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย

ในกระบวนการปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ควรส่งเสริมให้

ประชาชนรวมตัวร่วมคิดร่วมทำทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ

ให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของและเป็นผู้ปฏิรูปการเมือง

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมืองนี้

ควรเกิดขึ้นโดยก่อตัวขึ้นเอง (self-organization) ตามพื้นที่

ตามกลุ่มอาชีพ ตามประเด็น ไม่ควรมีใครไปแต่งตั้ง

แต่ควรมีกลไกส่งเสริมที่อาจเรียกว่า

คณะกรรมการเครือข่ายประชาชนปฏิรูปการเมือง

เป็นคณะกรรมการอิสระ


(3) สภาปฏิรูปการเมือง คือการประชุมการปฏิรูปการเมือง

อาจเป็นสภาปฏิรูปการเมืองระดับพื้นที่

สภาปฏิรูปการเมืองเฉพาะประเด็น

หรือสภาปฏิรูปการเมืองระดับชาติ

ทั้ง 3 กลไกนี้ทำงานเชื่อมโยงกันในกระบวนการปฏิรูปการเมือง

ควรออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีสร้างกลไกทั้ง 3 นี้

ให้สามารถทำงานต่อเนื่องข้ามรัฐบาลควรสังเกตว่า

กลไกการปฏิรูปการเมืองที่ออกแบบไว้นี้เป็นหลักการ ?

ประชา-รัฐ? คือประชาชนกับรัฐร่วมกัน


3.กระบวนการปฏิรูปการเมือง-คำถามใหญ่ 3 คำถาม

กระบวนการพูดคุยเรื่องปฏิรูปการเมืองทั่วประเทศ

ควรจะพยายามตอบคำถามใหญ่ 3 คำถาม คือ


(1) ประเทศไทยที่ดีที่สุดในจินตนาการของท่านคืออย่างไร

ให้คนไทยจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

มีจินตนาการถึงประเทศไทยที่ดีที่สุดว่าเป็นอย่างไร

มีการสังเคราะห์ภาพประเทศไทยที่ดีที่สุดในจินตนาการของคนไทย

แล้วเผยแพร่ให้ทราบทั่วกัน อาจใช้ศิลปะทุกแขนง

แสดงภาพประเทศไทยที่ดีที่สุดในจินตนาการของคนไทย

ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม

ภาพประเทศไทยที่ดีที่สุดในจินตนาการของคนไทย

อาจถือว่าเป็น ?อุดมทรรศน์ประเทศไทย?

หรือ ?เป้าหมายประเทศไทย?

ที่คนไทยทุกคนร่วมสร้าง ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง

หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง กระบวนการจินตนาการและผลลัพธ์ ?

ประเทศไทยที่ดีที่สุด? จะก่อให้เกิดพลังมหาศาลขึ้นในชาติ

ทุกคนจะรู้สึกเป็นเจ้าของและมีพันธะกับเป้าหมายนี้ร่วมกัน


(2) จะต้องทำอะไรบ้างที่จะบรรลุเป้าหมาย ?ประเทศไทยที่ดีที่สุด?

ตามที่ร่วมกันสร้างไว้ คำตอบจะมีหลากหลายมาก

แต่รวมกันแล้วจะครอบคลุมเรื่องดีๆ ที่ควรทำหมดทุกเรื่อง

คำตอบอาจจะแยกย่อยมากมาย แต่ควรจะมีผู้ที่มีความสามารถ

ในการสังเคราะห์ สังเคราะห์คำตอบเป็นหมวดหมู่

หรือกลุ่มใหญ่ๆ อาจได้ออกมา 7-8 เรื่อง

เรื่องใหญ่ๆ 7-8 เรื่องที่ได้มาคือเรื่องหลักๆ ที่ควรปฏิรูป

การที่คนทั้งหมดร่วมกันคิดเรื่องหลักที่ควรปฏิรูปขึ้นมา

จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและพันธะที่จะทำให้สำเร็จ


(3) ทำแผนปฏิบัติในแต่ละเรื่องใหญ่ๆ ที่ควรปฏิรูป

จากเรื่องใหญ่ๆที่ควรปฏิรูปที่ได้มาตามข้อ (2)

แต่ละเรื่องนำมาทำแผนปฏิบัติ (plan of action)

เนื่องจากแต่ละเรื่องจะมีความต้องการความรู้

และความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน

จึงควรแบ่งกลุ่มผู้ทำแผนปฏิบัติออกเป็นกลุ่มๆ

ตามความสนใจและความเชี่ยวชาญ

ในกระบวนการทำแผนปฏิบัตินี้จะต้องการข้อมูล ความรู้

ความสามารถในการวิเคราะห์สังเคราะห์

และความเข้าใจเชิงการจัดการมาก จะเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน

ในการปฏิบัติ (Interactive learning through action)

ของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม ทุกคนจะเก่งขึ้นหมด รักกันมาก

และถือเป็นพันธะผูกพันที่จะขับเคลื่อนแผนปฏิบัติไปสู่ความสำเร็จ


4.การปฏิบัติตามแผนปฏิรูป

เมื่อกระบวนการได้ทำมาครบตามขั้นตอนทั้ง 3

ที่ทุกฝ่ายร่วมกันตามที่กล่าวถึงในข้อ 3 จะเกิดพลังมหาศาล

คือทุกคนจะรักกันมาก เกิดความเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust)

เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและร่วมกันสร้างสิ่งสำคัญที่สุด 3 เรื่อง คือ

(1) เป้าหมายของประเทศไทยที่ดีที่สุด

(2) เรื่องใหญ่ๆ ที่ควรปฏิรูป

(3) แผนปฏิบัติในแต่ละเรื่อง

ในแผนปฏิบัตินั้นจะบอกว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไร

ใช้เครื่องมือและทรัพยากรเท่าไหร่ ใครทำ

ที่ว่าใครทำนั้นก็ทุกคนทุกฝ่าย เช่น เรื่องอะไรเกี่ยวกับรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีก็รับไปทำ เรื่องอะไรเกี่ยวกับรัฐสภา

ประธานรัฐสภาก็รับไปทำ อะไรเกี่ยวกับกระทรวง

กระทรวงก็รับไปทำ อะไรเกี่ยวกับองค์กรท้องถิ่น

องค์กรท้องถิ่นก็รับไปทำ อะไรเกี่ยวกับภาควิชาการ

อะไรเกี่ยวกับภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม

ภาคการสื่อสาร ภาคนั้นๆ ก็รับไปทำ


คณะกรรมการปฏิรูปการเมืองมีหน้าที่ติดตาม เร่งรัด

ตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติปฏิรูปประเทศไทย

การปฏิบัติจะมีในหลายมิติ ทั้งที่เกี่ยวกับแก้ไขกฎหมาย

รวมทั้งรัฐธรรมนูญและที่ไม่เกี่ยว


5.กระบวนการปฏิรูปการเมืองเป็นกระบวนการต่อเนื่อง

ที่ได้อธิบายกลไกและกระบวนการมาดังกล่าวข้างต้น

เป็นการ ?ประกอบเครื่องประเทศไทย?

ที่ผ่านมาประเทศไทยเปรียบเสมือนประเทศเครื่องหลุดที่ส่วนต่าง ๆ

ไม่ประกอบเข้ามาด้วยกัน รถยนต์ที่เครื่องหลุดจากกัน

ถึงเร่งเครื่องก็วิ่งไปไม่ได้ฉันใด ประเทศที่เครื่องหลุดก็ฉันนั้น

การปฏิรูปประเทศไทยที่ออกแบบดังกล่าวข้างต้น

เป็นการประกอบส่วนต่างๆ ของประเทศไทย

ให้เข้ามาเชื่อมโยงกัน เมื่อประกอบเครื่องประเทศไทยได้

ประเทศก็สามารถวิ่งไปข้างหน้าอย่างเรียบร้อยและดีขึ้นเรื่อยๆ

ในการปฏิรูปประเทศไทยตามที่กล่าวมาข้างต้น

ทุกคนทุกฝ่ายมีส่วนร่วมได้หมด

และได้ใช้จิตใจสติปัญญาของตนได้อย่างเต็มที่

จะเกิดความปีติสุขที่ได้ทำงานเพื่อประเทศไทยร่วมกัน

และจะสามารถฝ่าอุปสรรคที่ยากลำบาก

มีความสำเร็จเป็นลำดับๆ ไปในการสร้างประเทศไทย

ที่ดีที่สุดตามจินตนาการของเราร่วมกัน

สมควรที่ทุกคนจะยอมเสียสละใดๆ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตประเทศไทย

กระบวนการปฏิรูปการเมืองควรจะต่อเนื่องผ่านช่วงหลายรัฐบาล

ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติ รัฐบาลเป็นเพียงกลไกอย่างหนึ่ง

ถ้าได้ทำตามนี้ต่อไปโมเดลการปฏิรูปของไทยจะเป็นที่เรียนรู้

แม้แต่ของประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งเขากำลังติดขัด

และต้องการปฏิรูป แต่ไม่รู้จะปฏิรูปอย่างไร



.......................

อ้างอิงจาก หนังสือพิมพ์มติชน

ฉบับวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556



Create Date : 16 ตุลาคม 2556
Last Update : 16 ตุลาคม 2556 23:08:13 น. 0 comments
Counter : 626 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.