Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
เทศมองไทย : มุมมองที่มีต่อน้ำท่วม


วอลล์สตรีทเจอนัล - สื่อต่างประเทศชื่อดังร่ายยาวถึงเสียงก่นด่า

ต่อความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลไทย

ในการรับมือกับอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุด

ในรอบครึ่งทศวรรษที่ก่อความเสื่อมถอยรอบใหม่

แก่นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ท่ามกลางมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอันมหาศาล

ในบทความเรื่อง "Floods Soak New Thai Government"

ของวอลล์สตรีทเจอนัลด์ By JAMES HOOKWAY

(จากต้นฉบับ //online.wsj.com/article

/SB10001424052970204479504576637970215290718.html


แปลและเรียบเรียงจาก //hayyana.multiply.com/notes/item/735)

อ้างคำพูดของนักวิเคราะห์หลายคนบอกว่า

ปัญหาใหญ่ที่สุดของนางสาวยิ่งลักษณ์

คือแนวทางการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอุทกภัยแบบตามมีตามเกิด

ผลจากการที่รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ได้สั่งอพยพในพื้นที่บางส่วนของเมืองหลวงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ข้อมูลข่าวสารที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นี้

ก่อความตื่นตระหนกแก่ชาวบ้านและบริษัทต่างชาติ

ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องปิดโรงงานไปแล้วหลายแห่งทั่วไทย

ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการณ์ว่าอุทกภัย

ซึ่งคราชีวิตผู้คนไปแล้ว 315 ศพ

และทำประชาชนตกงานราว 2.5 แสนคน

จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีของประเทศร้อยละ 1.7

ขณะที่ภัยธรรมชาติครั้งนี้ยังก่อความยุ่งเหยิง

แก่ห่วงโซ่อุปทานทางอุตสาหกรรมไปทั่วเอเชียและอาจไกลกว่านั้นด้วย

รัฐบาลพยายามต่อสู้อุทกภัยด้วยการจัดตั้ง "วอร์รูม"

ณ สนามบินดอนเมือง สถานที่ซึ่งความแตกแยกทางการเมืองระหว่าง

รัฐบาลประชานิยมกับข้าราชการหัวอนุรักษ์นิยม

และผู้นำทหารถูกพับเอาไว้ แต่นักวิเคราะห์บอกว่าในความจริงก็คือ

นางสาวยิ่งลักษณ์ กลับประสบปัญหาในการควบคุมสถานการณ์

เพราะเป็นที่เข้าใจอย่างกว้างขวางว่ารัฐบาลอายุ 2 เดือนของเธอ

ถูกควบคุมโดยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร

พี่ชายซึ่งพำนักอยู่ในดูไบ หลังจากถูกรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน

วอลล์สตรีท เจอร์นัลด์ อ้างคำสัมภาษณ์ของนายภาวิน ชัชวาลย์พงศ์พันธ์

นักวิจัยแห่งสถาบันการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สิงคโปร์ ระบุว่า"

นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องยกเครดิตให้เธอ

เธอทำหน้าที่ได้ดี เธอปรากฎตัวไปทุกๆที่

แต่รัฐบาลของเธอก็รู้ถึงภัยคุกคามของอุทกภัยนี้มาตั้งแต่ 2 เดือนก่อน

แต่ก็ปกป้องได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นนี่จึงเป็นภาวะวิกฤตผู้นำอย่างแท้จริง"

เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว นายปลอดประสพ สุรัสวดี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รุดออกจากที่ประชุมระดับสูงและบอกให้ประชาชนทางเหนือ

ของกรุงเทพฯเก็บข้าวของอพยพหนีน้ำออกมาทันที

แต่ในข้อเท็จจริงคือแนวป้องกันของเมืองหลวงยังเอาอยู่

ซึ่งต่อมานายปลอดประสพ ก็ออกมาขอโทษที่ก่อความสับสน

ทว่านั่นก็ไม่ทันการณ์แล้วเมื่อประชาชนจำนวนมาก

ต่างทิ้งที่อยู่อาศัยหนีเอาตัวรอดกันอลหม่าน

และจุดชนวนความตื่นตระหนกไปทั่วเมือง

ไม่นานหลังจากนั้นม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ก็ออกมาบอกกับชาวกทม.

ให้ฟังเขาเพียงคนเดียว

นับตั้งแต่นั้น ข้อถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางการรับมือวิกฤตอุทกภัยของรัฐบาล

ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

เรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ประกาศภาวะฉุกเฉิน

และเลื่อนนโยบายประชานิยมต่างๆ

ที่เป็นกุญแจสำคัญช่วยให้นางสาวยิ่งลักษณ์

ชนะการเลือกตั้งเมื่อกลางปีออกไปก่อน

ทั้งนี้วอลล์สตรีท เจอร์นัลด์ ระบุว่าประกาศภาวะฉุกเฉินและมาตรการอื่นๆ

จะช่วยเพิ่มอำนาจแก่กองทัพไทยสำหรับช่วยปลดเปลื้องอุทกภัย

และสามารถเข้าแทรกแซงเหตุทะเลาวิวาทระหว่างชาวบ้านซึ่งขัดแย้งกัน

จากการปิดกั้นทางไหลของน้ำ อย่างไรก็ตามนางสาวยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธ

โดยแย้งว่าประกาศดังกล่าวอาจก่อความตกใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ขณะที่ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงพีกสุดของฤดูกาลท่องเที่ยว

สื่อมวลชนแห่งนี้ยังรายงานว่าบรรดานักสังเกตการณ์ก็ต่างตั้งคำถามว่า

ทำไมเจ้าหน้าที่ชลประทานถึงไม่เริ่มปล่อยน้ำ

จำนวนที่เกินอยู่ตามแหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ

ของประเทศไปก่อนหน้านี้ จนกระทั่งได้รับผลกระทบ

จากพายุฝนฟ้าฟ้าคะนองรุนแรงในปีนี้

จึงเพิ่งปล่อยน้ำออกมา ทั้งที่ปีก่อนๆ ฝ่ายบริหารน้ำของประเทศ

จะเริ่มปล่อยน้ำออกจากเขื่อนและแหล่งกักเก็บต่างๆ

ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม


ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ยังคงส่งสารมั่วๆ

กลับไปกลับมาขณะที่กระแสน้ำซัดกระหน่ำ

เขตอุตสาหกรรมจนต้องปิดดำเนินการเป็นแห่งที่ 5 เมื่อวันจันทร์(17)

ก่อความฉงนแก่เหล่านักธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีกว่า

วิกฤตนี้จะลุกลามออกไปไกลแค่ไหน

โรงงานแห่งหนึ่งในไทยของฮอนด้าต้องจมอยู่ใต้น้ำ

ส่วนโตโยต้าบอกว่าจำเป็นต้องขยายเวลา

ระงับปฏิบัติการไปจนถึงสุดสัปดาห์นี้เป็นอย่างน้อย

เพราะบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญก็ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน

ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์และฮาร์ดไดรฟ์

ก็ได้รับผลกระทบรุนแรงด้วย

ซึ่งเหล่านักธุรกิจหลายคนแสดงความข้องใจ

ต่อรัฐบาลไทยที่ไม่บุกเบิกมาตรการระยะยาว

เพื่อรับมือกับอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆในประเทศแห่งนี้

ด้านกลุ่มการค้าญี่ปุ่นถึงกับบ่นว่าบริษัทต่างๆของญี่ปุ่น

ซึ่งเป็นกลุ่มลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทย

รู้สึกผิดหวังต่อแผนรับมืออุทกภัยของรัฐบาล โดยระบุว่า

"พวกเขาไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น และอะไรคือข้อมูลที่ถูกต้อง"

"พวกเขาได้รับคำเตือน แต่ข้อมูลนั้นไม่เพียงพอ

และไม่ให้เวลามากพอสำหรับตัดสินใจว่าควรทำอย่างไรดี"

เซยะ สุเกกาวะ รองประธานองค์การส่งเสริม

การค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าว


ครับ นั่นเป็นมุมมองจากนักข่าวต่างประเทศ

ซึ่งไม่มีส่วนได้เสียโดยตรงกับคนไทย

ส่วนตัวผมแล้ว มหาอุทกภัยครั้งนี้ ผมให้น้ำหนักที่ภัยธรรมชาติ 40%

ความล้มเหลวจากการบริหารจัดการ 60%

เมื่อประกอบกับการอ้างอิงแหล่งข่าวจากคอลัมน์กระสุนทองในไทยรัฐ

(จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม 2554 หน้า 4)

ที่อ้างถึง ข้อมูลวิเคราะห์จากสำนักข่าวต่างประเทศต่างๆ

ทั้ง ซีเอ็นเอ็น บลูมเบิร์ก เอ็นเอชเค สรุปตรงกัน ปริมาณน้ำฝนในประเทศไทย

ย้อนไป 10 ปี และเปรียบเทียบปริมาณน้ำฝนระยะเดียวกันของปีที่แล้ว (53-54)

ปรากฏ มีมวลน้ำเพิ่มขึ้น 25% คือปริมาณน้ำฝนปีนี้สูงกว่าปีกลาย 25%...

สำนักข่าวต่างประเทศดังกล่าวชี้ว่า มวลน้ำที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้

ถ้าบริหารจัดการ ให้ดี จะไม่มีมวลน้ำตกค้างมากมายมหาศาล

ถึงขั้นเป็น ภัยพิบัติ อย่างที่เกิดขึ้น

และเมื่อมันมีเรื่องของการบริหารจัดการเป็นประเด็นหลัก

จึงไม่มีคำอธิบายเป็นอย่างอื่น นั่นคือ นายก ฯ ต้องมีส่วนรับผิดชอบแน่นอน

ความรับผิดของนายก ฯ ครั้งนี้

จึงไม่น่าจะเป็นเรื่อง "ข้อกล่าวหา" แต่มันคือ "ข้อเท็จจริง"








Create Date : 29 ตุลาคม 2554
Last Update : 30 กรกฎาคม 2555 21:29:35 น. 2 comments
Counter : 771 Pageviews.

 
ขอบคุณครับที่นำมาฝาก
สนใจเรื่องดวงชะตาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้


โดย: ไกรศรี (ไกรศรี ) วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:11:28:30 น.  

 
อยากให้มีคนอ่านบทความแบบนี้เยอะ มัวแต่ไปดูช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 9 เลยคิดเองไม่เป็น ตอนนี้อึดอัดใจมากเรื่องน้ำท่วม เพราะเห็นๆอยู่ว่าแก้ปัญหาไม่ได้ แต่ยังหน้าด้านที่จะยึดติดตำแหน่ง เซ็งกับคนตระกูลนี้จริงๆ หน้าหนาทั้งโครต


โดย: ขอแจมด้วยคน IP: 110.168.146.221 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:22:50:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.