Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
แด่ 'รัฐบาลใหม่-นายกฯใหม่' ด้วยรัก โดย เปลว สีเงิน จาก ไทยโพสต์


เมื่อวาน "สะดุ้ง" จนเรือนไหว "ทั้งวัน"

เพราะทองน่ะซีครับ ราคางอกเร็วกว่าเพาะถั่วงอก

วันเดียวขึ้นไป ๔-๕ รอบ ที่ "รัฐบาลปู ๑"

จะกู้ ๘ แสนล้าน ทำเมกะโปรเจ็กต์นั้น แบบนี้คงไม่ต้องกู้แล้ว

เพราะประเทศเรารวยทั้ง "ทอง-หลวงตามหาบัว"

ในท้องพระคลัง ทั้ง "ทอง-หลวงพ่อทองคำ" วัดไตรมิตรฯ

แถมยังมี "ประธานรัฐบาลปู" ที่รวย ๔-๕ แสนล้าน

ตอนนี้ไทยกลายเป็นประเทศรวยโคตร..โคตร

ติดอันดับท็อป-เทนโลก ไปแล้วมั้ง!?

ทำไม "คนทั้งโลก" จึงแห่ซื้อทองกักตุน?

คำตอบชัดๆ สั้นๆ คือ สหรัฐเจ๊งแล้ว ทั้งโลก-ทิ้งยูเอสดอลลาร์

ให้คืนสู่สภาพเดิม คือกระดาษธรรมดาๆ ใบหนึ่ง

มนุษย์โลกเลิกนับถือยูเอสดอลลาร์ เพราะมีแต่เสื่อมค่า-เสื่อมราคา

ก็เลยเอายูเอสดอลลาร์ไปเปลี่ยนค่า โดยซื้อเป็น

การลงทุนแบบ "กะเก็ง" กำไรกับสิ่งอื่นที่คิดว่า

น่าจะมีค่า-มีราคาเป็น "ผลตอบแทน" ให้มากกว่าในอนาคต

แล้วอะไรล่ะคือ "เทพเจ้า" องค์ใหม่ ที่ชาวโลกแห่กัน

นับถือ-บูชา เวลานี้ ในความหมาย "ลดความเสี่ยง"

แล้วไปถือครองสิ่งนั้น ด้วยเจตนา "กะเก็งกำไร"?

ทองคำเป็นอันดับแรก ที่รองลงมาก็จำพวก น้ำมัน สินค้าเกษตร

อาหาร แร่ธาตุสำคัญๆ เช่น ยูเรเนียม ที่ดิน หุ้น พันธบัตร

อัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ

คำถามต่อมาคือ ในเมื่อ "ยูเอสดอลลาร์"

ที่เป็นพระเจ้าของมนุษย์โลกมาตลอด

ถึงวันนี้มนุษย์โลกเลิกนับถือพระเจ้าแล้ว มันหมายความว่าไง?

ก็หมายความว่า "สแต็ก" ไงครับ!

สแต็ก ที่ไม่ใช่ ที-โบนสเต๊ก เซอร์ลอยน์-เทนเดอร์ลอยน์สเต๊ก

แต่มันคือ Stagflation หมายถึงภาวะ "ท้องอืด-ท้องเฟ้อ"

ทางเศรษฐกิจและการเงิน

ท้องอืด คือภาวะเศรษฐกิจฝืด ท้องเฟ้อ คือภาวะเงินเฟ้อ

แล้วมันมาพร้อมๆ กันเป็น "เศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อ"

อาการหลักๆ ของมัน คือเงินในระบบนั้น-มี

แต่สถาบันการเงินไม่กล้าปล่อยให้กู้ เมื่อไม่ให้กู้

ก็ไม่มีใครลงทุน เมื่อไม่มีการลงทุน คนก็ตกงาน

เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ในขณะที่คนไม่มีกำลังซื้อ

สินค้าข้าวของกลับแพงขึ้น เพราะปัจจัยการผลิตหลัก

เช่น น้ำมันแพง ดอกเบี้ยแพง ข้าวปลาอาหารแพง

ค่าชีวิตความเป็นอยู่แพง ค่าตกใจก็แพง

เมื่อต้นทุนสูง สินค้าผลิตออกมาจึงราคาสูงตาม

ขืนปลัดพวงลากไปควบคุมราคา ธุรกิจอุตสาหกรรมเจ๊งอีก

มันพันกันเป็นลูกโซ่ เหมือนคนร้อยหัวแต่ลำตัวเดียว

เขกหัวไหน ครางระงมกันไปทั้งร้อยหัว

แล้วจะแก้ไง ในขณะที่สินค้ามี คนมีความต้องการซื้อ

แต่กลับขายไม่ได้ ถึงขายได้-ก็ขายน้อย

เพราะนอกจากคนไม่มีงาน-ไม่มีเงินซื้อแล้ว

ราคายังแพงโลดอีกตะหาก!?

เผลอๆ เฟรนช์ฟรายด์ อาหารวิเศษอเมริกันชน

จากขยุ้มขาย คงต้องนับชิ้นขาย บ้าน-ปักป้ายขาย

คนต้องการมี แต่เขาไม่มีเงินซื้อ

นี่คือสภาพเศรษฐีอเมริกันกระเป๋าฉีกเวลานี้

ถึงกฎหมายเพิ่มหนี้ผ่านรัฐสภาก็ไม่มีความหมาย

มันแค่เงินจ่ายดอกเบี้ย เหมือนคนเป็นหนี้

"เงินกองทุนหมู่บ้าน" ถึงกำหนดก็ต้องไปกู้อีกที่-ไปจ่ายอีกที่

เพื่อเป็น "หนี้พอกหนี้" เหมือนขี้เรื้อนกินหนังหมา!?

ไม่ได้สร้าง "หนังใหม่" ให้ขนขึ้นเลย มีแต่ "หนังกลับ"

มันระยับจนเยิ้มอยู่อย่างนั้น รอแต่วันรัฐบาลปลดหนี้

หรือไม่ก็ล้มละลายจากความรวยลวง

จากยอดยางคืนสู่ยอดหญ้า ราคาจริงของชีวิตจริง!

สหรัฐตอนนี้ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว เพราะเข้าสู่สภาพ

"เศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อ" สมบูรณ์แบบแล้ว

ท่านรู้จัก "นกเตน" ใช่มั้ย นั่นแหละ...จากแปซิฟิก

กว่าอิทธิพล "ฝนตก-น้ำท่วม" จะมาถึงไทย

ใช้เวลาเป็นสัปดาห์

ภาวะ "เศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อ" ก็ทำนองนั้น มันมาแน่ครับ

แต่ไม่ใช่วันนี้-พรุ่งนี้ อย่างเร็วปลายปีนี้

อย่างช้าปลายไตรมาสแรกของ ๒๕๕๕ ได้เห็นแน่บ้านเรา!

เมื่อดอลลาร์ไร้ราคา เงินบาทก็แข็ง ดีอย่างเดียวคือ

"สั่งซื้อสินค้านอก" พวกรถยนต์ ไอพอด-ไอแพด

พวกจิ๋มกระป๋องของเล่นเศรษฐี เข้ามาขายได้ราคาแพงในบ้านเรา

ทีไม่ดีมากๆ คือ "สินค้าส่งออก" พวกเอาวัตถุดิบจากนอกเข้ามา

ประกอบในไทย อย่างรถยนต์ ไม่เจ็บเท่าไหร่

แต่สินค้าไทยทั้งดุ้น พวกสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป

วัตถุดิบในประเทศ แต่เครื่องจักร ปุ๋ย ยาเคมี

ค่าจ้าง-ค่าแรง-ค่าขนส่ง-ค่าน้ำมัน-ค่าไฟ-ค่าน้ำ เป็นต้นทุนที่

"สูงขึ้น" ชนิดไม่มีแต้มต่อ พวกนี้แหละ...เจ็บ

ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูง ค่าแรงขั้นต่ำรัฐบาลปู

ก็จะให้ขึ้นเป็น ๓๐๐ แล้วใครจะซื้อสินค้าไทยกันล่ะ..ทีนี้

เพราะปกติราคาสมเหตุ-สมผล แต่เมื่อบาทแข็ง

มันก็เลยแพงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน

แต่คนยุโรป-สหรัฐอยู่ในภาวะจนจ่อ

ก็ต้องทิ้งของไทยซึ่งดีกว่า ไปหาของจีน ของเวียดนาม

ในยามที่ต้องกระเหม็ดกระแหม่!

ตามที่ผมสังเกต เราจะพังตามสหรัฐเร็วกว่ากำหนด

ปี ๕๓ รัฐบาลอภิสิทธิ์ทำเศรษฐกิจขยายตัวสูงสุดในรอบ ๑๕ ปี

ที่ร้อยละ ๗.๘ ส่วนปีนี้ ปี ๕๔

คาดจะเหลือประมาณร้อยละ ๔-๕ ที่ลดลงเพราะอะไร

เพราะพิษ Stagflation ส่งผลให้การส่งออกของเรา

ชะลอตัวนั่นเอง!

มันเริ่มแล้ว จึงเป็นไปได้สูง ปีหน้าการส่งออกเราจะมีปัญหาหนักขึ้น

เพราะการแก้ปัญหาของสหรัฐยิ่งแก้-ยิ่งรัดตัว ๑๐ ปี-อย่างเร็ว

จะฟื้นสู่ภาวะหายไข้หรือไม่ ยังไม่มีใครตอบได้เวลานี้

ภาวะเศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อรอบนี้ ที่มันหนักและดูท่าจะแก้ยาก

เพราะพวก "กระสือเศรษฐกิจ" Hedge Fund

เป็นตัวล้วงก้น-กินตับอยู่ตามตลาดค้า-ตลาดทุน-ตลาดหุ้น

"ทุกที่ ที่มีโอกาส" นั่นแหละ เป็นทั้งตัวเหตุ และตัวซ้ำเติมให้พังเร็ว

เหมือนผู้หญิง เป็นไข้ตามปกติไม่เท่าไหร่

แต่ถ้าเป็นไข้ตอนมีประจำเดือนที่เขาเรียกว่า "ไข้ทับระดู"

แบบนี้ เผลอๆ ตายเอาง่ายๆ

เจ้า Hedge Fund เหมือนไข้ทับระดู

โลกเจอภาวะทั้งเศรษฐกิจฝืด-เงินเฟ้อ

เรียกว่าเศรษฐกิจโลกขาลง Hedge Fund กลับซ้ำเติม

ด้วยการเข้าเก็งกำไร ชนิดไร้ปรานี เหลือน้ำในรอยตีนควายที่ไหน

มันก็จะเป็นไดรโวเข้าไปสูบเอาก่อนจะเหลือเป็นซาก

ไม่ใช่แค่ในตลาดหุ้น-ตลาดทุน

แม้ในตลาดทรัพยากรปัจจัยผลิต-ปัจจัยบริโภคหลัก

กลุ่มทุนโลกผ่าน Hedge Fund

มันจะเป็นเทพในร่างอสูรมหาอำนาจ

เข้ามาหวังหากำไรชดเชย

ฉะนั้น อย่าแปลกใจที่ตอนนี้จะเห็น "ทูตานุทูต"

ทั้งทูตจริง ทูตหลอก ทูตติ่ม ถอดหน้ากาก-เปลี่ยนนโยบาย

เข้าเลียซ้าย-เสียขวามหาอำมาตย์นางไพร่

น้ำมัน-ก๊าซในอ่าวไทย พืช-สมุนไพรเพื่อการสกัด-วิจัยทางยา

ทรัพยากรเกษตร รวมถึงป่าไม้ ไม่เพียงเฉพาะในบ้านเรา

ในเขมร-ลาว-พม่า คือในอาเซียน มันคือปัจจัยคืนความร่ำรวยสู่

ศตวรรษใหม่ที่ยังสดๆ ซิงๆ ซึ่งในถิ่นฐานของมันไม่มีเหลือแล้ว

จึงเข้ามาถือข้าง-ถือหาง ปลุกปั่น เพื่อมันจะได้ฟันซ้าย-ฟันขวาใน

ฐานะ "มหาอำนาจ" ร่วมยึดครองและแบ่งปัน

ผลประโยชน์ทางทรัพยากร!


ท่านรู้จัก Hedge Fund แล้วใช่มั้ย แปลตามตัวก็คือ

กองทุนป้องกันความเสี่ยง เอาทั้งซื้อ-ทั้งขาย-ทั้งปล้น

แต่ตามนิยามของผม Hedge Fund

ก็คือพวกขายักตามบ่อนไฮไล

เอากำไรจากส่วนต่างโดยไม่ต้องลงทุน

วงไฮโล..เห็นมั้ย มีคนเอาเงินมาแทงต่ำ ๑๐๐ บาท

คนยักจะหยิบ ๑๐๐ นั้นไปแทงโต๊ด ต่ำเอี่ยวบ้าง กั๊กบ้าง

หรือยักขาดไปแทงสูง แล้วนักยักคนอื่นก็จะยัก ๑๐๐ นั้นอีก

ไปแทงตรงนั้น-ตรงนี้ คือ ๑๐๐ บาท ยักกันไป-ยักกันมา

สมมุติว่า ๑๐ เที่ยว เงินจริงๆ มีแค่ ๑๐๐ บาท

แต่เกิดมูลค่าลวงจากการยัก ๑๐๐X๑๐ = ๑,๐๐๐ บาท!


สรุปแล้ว หน้าเสื่อ คือในการตลาดธุรกิจ-เศรษฐกิจจริง

มีมูลค่าแค่ ๑๐๐ เท่านั้น แต่เจ้า Hedge Fund

ไม่ลงทุนด้วยเงินตัวเอง แต่ใช้วิธียักเงินคนอื่นมาแทง

ก็ระบบชอร์ตเซล ระบบมาร์จิน เอาเงินชาวบ้านเขา

มาหากำไรจากส่วนต่างของราคาไปกินนั่นเอง

แต่ถ้ามือไม่ถึง หรือถึงคราวซวย "เจ๊งทันตา"

เหมือนกัน เพราะต้องจ่ายหลายต่อ ที่เจ๊งเพราะไม่มีจ่าย

หรือมีแต่ไม่พอจ่าย ที่เรียกกันว่ายักษ์ไม่มีตะบองบ้าง

ยักษ์ ทบ.หรือยักษ์ทับบักบ้าง บางราย

ถูก ต.สระอีน สลบคาวงก็มี

นี่แหละที่ผมมองว่า อาการ Stagflation เที่ยวนี้

จากสหรัฐ-ยุโรป แล้วมันจะลามทั่วโลก

"เร็ว" กว่าที่คาด เพราะเจ้า Hedge Fund

ที่เจ๊งบ้านเขา แล้วออกล่ากำไรแถวๆ

บ้านเราที่ยังมีเนื้อ-มีหนัง ทำตื่นเต้นดีใจ

ตามแห่เขาไปเถอะ จะหมดตูดพูดไม่ออก

แล้วพวกไหนล่ะเจ้าตัวเห็บ-ตัวเฮดจ์ฟันด์นี่...

ก็จะมีใคร พวกกลุ่มทุนครองโลกสหรัฐ-ยุโรปนั่นแหละ

มันสร้างเครื่องมือเป็นกลไกปั่นโลก-ปั่นเศรษฐกิจเอง

แล้วลงท้าย ถึงวันนี้พวกมันเองนั่นแหละ...ตายก่อน

Hedge Fund มีร่วม ๔๐๐ บริษัท

เฉพาะสหรัฐปาเข้าไปร่วม ๒๐๐

แล้วใครรู้มั้ยที่เป็นปิศาจในคราบธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจ

และการเงินของโลกที่แอบอยู่ในกระดอง Hedge Fund?

เจ.พี.มอร์แกน...

โกลด์แมนแซคส์!!!

แล้ว เจ.พี.มอร์แกน, โกลด์แมนแซคส์ คือใคร...

ก็คือกลุ่มทุนที่ร่วมตั้ง Federal Reserve Bank

ที่เรารู้จักกันในนาม ธนาคารกลางสหรัฐ

ที่เรียกกันว่าเฟด ซึ่งเป็นตัวกำหนดชะตาอนาคตโลก

ผ่านดอกเบี้ยและนโยบายเศรษฐกิจโลกนั่นแหละ

คำตอบอันเป็นทางแก้ปัญหา Stagflation

ไม่ใช่ดอกเบี้ย ไม่ใช่การเพิ่มเงิน ไม่ใช่การคุมราคาสินค้า

มันมีทางเดียวที่แก้ได้คือ

ทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" !!!


อ้างอิงจาก //thaipost.net/news/040811/42820




Create Date : 04 สิงหาคม 2554
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 15:09:45 น. 2 comments
Counter : 664 Pageviews.

 
ประเทศไทยโชคดีที่มี "ในหลวง"
ขอพระองค์ทรงพระเจริญครับ


โดย: มีนาครับ วันที่: 9 สิงหาคม 2554 เวลา:23:37:33 น.  

 
canada goose
//www.darinkamontano.com/
//www.awfmmellowtouch.net/
//www.rajasthantour-travels.com/
[url=//www.darinkamontano.com/]canada goose expedition[/url]


โดย: canada goose expedition IP: 31.41.217.112 วันที่: 20 ธันวาคม 2556 เวลา:8:17:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.