Group Blog
 
<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
คนไทยกินข้าว ไม่ได้กินหญ้า : ดร.​อัม​มาร - ดร.​นิพนธ์ จาก ไทยรัฐ


“คน​ไทย​เอา​ข้าว​ที่ไหน​มา​กิน” เป็น​ทัศ​นะ​จาก ดร.​นิพนธ์  พัวพงศกร

นัก​วิชาการ​เกียรติคุณ รักษาการ​ผู้​อำนวยการ​วิจัย​

นโยบาย​เศรษฐกิจ​ราย​สาขา​ด้าน​การ​พัฒนา​อุตสาหกรรม​ชนบท

และ ดร.​อัม​มาร สยาม​วา​ลา นัก​วิชาการ​เกียรติคุณ

สถาบันวิจัย​เพื่อ​การ​พัฒนา​ประเทศไทย (ที​ดี​อาร์​ไอ)

สะท้อน​หลาย​ประเด็น​ชวน​ให้​คน​ไทย​ทั้ง​ประเทศ​ติดตาม

นับ​ตั้งแต่​รัฐบาล​เพื่อ​ไทย​เริ่ม​ดำเนิน​การ​จำนำ​ข้าวเปลือก​ทุก​เม็ด​

ตั้งแต่​วัน​ที่ 3 ตุลาคม 2554 จนถึง 30 กันยายน 2555

ได้​รับ​ซื้อ​ข้าว​ตาม​โครงการ​จำนำ​นาปี 2554/55

และ​นาปรัง​ปี 2555 ทั้งสิ้น 21.475 ล้าน​ตัน​ข้าวเปลือก

ข้าวเปลือก​จำนวน​นี้ ถ้า​คิด​เป็น​ข้าวสาร​จะ​ได้​ทั้งสิ้น 13.3 ล้าน​ตัน

พูด​ง่ายๆก็​คือ​มี​ข้าวเปลือก​เข้า​โครงการ​จำนำ​รวม 61.6 เปอร์เซ็นต์​

ของ​ผล​ผลิต​ข้าว​ใน​ปี 2554-2555

ถ้า​คิด​เฉพาะ​การ​จำนำ​ข้าว​นาปรัง​ปี 2555 ก็​พูด​ได้​ว่า​

รัฐบาล​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​การ​นำ​ข้าวเปลือก​ทุก​เม็ด

​เข้า​สู่​โครงการ​จำนำ​ตาม​นโยบาย​ที่​พรรค​เพื่อ​ไทย​หาเสียง​ไว้

ผล​ที่​ตาม​มา ราคา​ข้าวเปลือก​ใน​ประเทศ​ถีบตัว​ขึ้น​สูง​กว่า

​สมัยรัฐบาล​ประชาธิปัตย์​ที่​ไม่​มี​การ​จำนำ อยู่​ใน​ยุค​ที่​เรียก​ว่า...

“ข้าวเปลือก​แพง ข้าวสาร​ถูก”

สิ่ง​ที่​น่า​แปลก​ใจ ราคา​ข้าวสาร​ขายปลีก​ใน​ประเทศ​กลับ​มี​ราคา​ถูก

ทั้งๆที่​ข้าวสาร​ส่วน​ใหญ่​นอน​สงบ​นิ่ง​อยู่​ใน​โกดัง​กลาง​ของ​รัฐบาล

ขณะ​ที่​คน​ไทย​ต้อง​กิน​ข้าว​ทุก​วัน​  ปี​ละ​ไม่​ต่ำ​กว่า 10.4–10.7 ล้าน​ตัน

เมื่อ​พลิก​ดู​ข้อมูล​การ​บริโภค​และ​การ​ใช้​ทำ​พันธุ์​ข้าว​จาก​การ​สำรวจ​ราย​ได้

​รายจ่าย​ครัวเรือน​ของ​สำนักงาน​สถิติ​แห่งชาติ

และ​กระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา จะ​พบ​ว่าราคา​ขายปลีก​ข้าวสาร​

ใน​ช่วง​เดือน​ตุลาคม 2555 เฉลี่ย​เพียง​กิโลกรัม​ละ 22.19 บาท

ถูกกว่า...ราคา​ข้าวสาร​ใน​ช่วง​เดือนตุลาคม 2553 ถึง​กรกฎาคม

2554...ซึ่ง​เป็น​ยุค​รัฐบาล​อภิสิทธิ์​ที่​ไม่​มี​การ​แทรกแซง​ราคา​ตลาด

คำ​ถาม​ตาม​มา​ อะไร? คือ​เหตุผล​ที่​ทำให้​รัฐบาล​ประสบ​ความสำเร็จ​

ใน​การ​ทำให้​ราคา​ข้าวสาร​ถูก การ​ตรึง​ราคา​จะ​ต้อง​เกิด​จาก​

นโยบายระดับ​สูง​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​ที่​ไม่​มี​การ​ประกาศ​ต่อ​สาธารณะ

นั่น​เป็น​เพราะ​รัฐบาล​รู้​ดี​ว่าการ​จำนำ​จะ​ทำให้​ราคา​ข้าวสาร​ใน​ประเทศ​

แพง​ขึ้น​อย่าง​แน่นอน หาก​ปล่อย​ให้​ข้าว​มี​ราคา​แพงรัฐบาล​

จะ​ถูก​โจมตี​อย่าง​รุนแรง

ว่า​กัน​ตาม​กลไก​รัฐ​ใน​การ​จำนำ​ข้าว​และ​ระบาย​ข้าว

หลัง​รับซื้อ ข้าวเปลือก​มา​จาก​ชาว​นา รัฐ​ก็​จะ​สั่ง​ให้โรงสี​ใน​โครงการ​

ประมาณ 1,000 แห่ง สี​แปรสภาพ​เป็น​ข้าวสาร​ภายใน 7 วัน

รัฐบาล​จ่าย​ค่า​จ้าง​สี​แปรสภาพ​แก่​โรงสี​ตันละ 500 บาท...

ค่า​กระสอบ ค่า​ขนส่ง...ใน​รูป​ข้าวสาร​แทน​การ​จ่าย​เป็น​เงินสด

ยิ่ง​กว่า​นั้น​รัฐ​ยัง​กำหนด​อัตรา​ส่ง​มอบ​ต้น​ข้าว​ที่​ต่ำ​กว่า​อัตรา​ปกติ

​ของ​โรงสี​ที่​มี​ประสิทธิภาพ เช่น ใน​การ​สี​แปรสภาพ​ข้าว 5%

รัฐบาล​กำหนด​ให้​โรงสี​ส่ง​มอบ​ต้น​ข้าว​เพียง 450 กิโลกรัม

แทน​ที่​ต้อง​ส่ง​มอบ​ต้น​ข้าวสาร​เข้า​โกดัง 500 กิโลกรัม

ผล​คือ...ทำให้​โรงสี​ใน​โครงการ​จำนำ​มี​ข้าวสาร​ส่วน​เกิน​อยู่​ใน​มือ

​ประมาณ 40 กิโลกรัม​ต่อ​การ​รับ​จำนำ​ข้าวเปลือก​ทุกๆ 1 ตัน...

ถ้า​รวม​จำนวน​ข้าวสาร​ของ​โรงสี​ทั้งหมด​จะ​ตก​อยู่​ที่ 0.67 ล้าน​ตัน

อีก​ผล​กระทบ​ที่​ชัดเจน​จาก​การ​จำนำ...ปริมาณ​การ​ส่ง​ออก​ข้าว

ของ​ภาค​เอกชน​ลด​ลง​เหลือ​เพียง 5.77 ล้าน​ตัน

ใน​ช่วง​เดือน​มกราคม-ตุลาคม 2555 เทียบ​กับ 9.63 ล้าน​ตัน​

ของ​ช่วง​เวลา​เดียวกัน​ใน​ปี 2554

เหตุผล​สำคัญ​เป็น​เพราะราคา​ข้าว​ส่ง​ออก​ของ​ไทย​แพง​กว่า​คู่แข่ง​มาก

ประเด็น​ปัญหา​ระบาย​ขาย​ข้าว​มี​เรื่อง​มี​ราว​สืบ​สาว​กัน​ไป​พอสมควร​แล้ว

ปัญหา​อยู่​ที่​การ​ตรวจสอบ​ข้อมูล​การ​ระบาย​ข้าวของ​รัฐบาล

เป็น​ไป​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก ทั้งๆที่​ข้าว​ทั้งหมด​ที่​อยู่​ใน​มือ​รัฐบาล​

เป็น​ข้าวของ​ประชาชน ใช้​เงิน​ภาษี​ของ​ประชาชน

แต่​รัฐ​กลับ​ปิดบัง​ข้อมูล​สต๊อก​ข้าว ข้อมูล​สัญญา​การ​ซื้อขาย​กับ​ต่าง​ประเทศ

รวม​ทั้ง​ไม่​มี​การ​เปิดเผย​ถึง​วิธีการ​ขาย​ให้​องค์กร​หรือ​หน่วยงาน​

ทั้ง​ใน​ประเทศและ​ต่าง​ประเทศ​รู้ โดย​อ้าง “ความ​ลับ​ทางการ​ค้า”

จาก​การ​สอบ​ถาม​อนุกรรมการ​ระบาย​ข้าว​บาง​ท่าน

ก็​ไม่​ปรากฏว่า​คณะ​อนุกรรมการ​ได้​มี​การ​ประชุม

​เรื่อง​การ​ขอ​อนุมัติ​ซื้อขาย​ข้าวของรัฐบาล

ทราบ​เพียง​แต่​ว่า​บริษัท​เอกชน​สามารถ​ทำ​เรื่อง​ขอ​อนุมัติ​ซื้อ​ข้าว​จาก​รัฐได้

แต่​ก็​ดูเหมือน​ว่า​คณะ​อนุกรรมการ​จะ​ไม่ได้​มี​บทบาท​ใดๆ

ใน​การ​พิจารณา​คำ​ขอ​ซื้อ​ข้าว​จาก​ภาค​เอกชน​เลย...

กระบวนการ​ทำ​งาน​ใน​การ​จำนำ​ข้าว​ทุก​ขั้น​ตอนถูก​ผูกขาด​ตัดตอน

​โดย​กระทรวง​พาณิชย์​เพียง​ฝ่าย​เดียว

ข้อมูล​การ​ระบาย​ข้าว​ที่​โปร่งใส​ที่สุดคือ การ​ประมูล​ข้าว​รวม 5 ครั้ง

แต่​เอกชน​สามารถ​ประมูล​ได้​เพียง 3 ครั้ง...

รวม​เป็น​ข้าว​จำนวน 0.3209 ล้าน​ตัน

การ​ขาย​ข้าว​แบบ​รัฐ​ต่อ​รัฐ​เป็น​ข้อมูล​ที่​ลึกลับ​ที่สุด

เพราะ​นอกจาก​กระทรวง​พาณิชย์​จะ​ยืนยัน​ว่า

​เป็น​การ​ทำ​สัญญา​แบบ​จีทูจี​แล้ว กระทรวงยัง​ไม่​ยอม​เปิดเผย​ข้อมูล​อื่น​ใด

​ยกเว้น​จำนวน​การ​ขาย​ให้ 3 ประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย โกต​ดิ​วัว​ร์

อย่างไรก็ตาม หาก​เรา​ยอม​รับ​ว่า​รัฐบาล​ไทย​

ขาย​ข้าว​ให้​รัฐบาล​ต่างชาติ​ทาง​อ้อม​ผ่าน​บริษัท​เอกชน

เรา​ก็​สามารถ​ตรวจสอบ​ข้อมูล​การ​ส่ง​ออก​ข้าวของ​รัฐ​

จาก​ส่วน​ต่าง​ระหว่าง​ปริมาณ​การ​ส่ง​ออก​ข้าวของ​ภาค​เอกชน​

ที่​รายงาน​โดย​สมาคม​ผู้​ส่ง​ออก​ข้าว​ไทย กับ​ปริมาณ​การ​ส่ง​ออก​ข้าว

ของ​กรม​ศุลกากร​ที่​เป็น​ตัวเลข​ทาง​ราชการ​ที่​ต้อง “ถูกต้อง”

เพราะ​ใช้​เป็น​ฐาน​สถิติ​การ​ส่ง​ออก​นำ​เข้า​ของ​ประเทศ

ผล​การ​ตรวจสอบ​การ​ส่ง​ออก​ข้าวของ​รัฐบาล​ไทย​พบ​ว่า

​ใน​ช่วง​เดือน​กันยายน 2554-ตุลาคม 2555

ไทย​มี​ปริมาณ​การ​ส่ง​ออก​ไป​ยัง​ประเทศ 3 ประเทศ

เพียง 1.03-1.19 ล้าน​ตัน

ตัวเลข​นี้​รวม​การ​ส่ง​ออก​ของ​ภาค​เอกชน

เพราะ​ปริมาณ​ส่ง​ออก​ไป​ยัง​อินโดนีเซีย​และ​โกต​ดิ​วัว​ร์​

มี​มาก​กว่า​ที่​รัฐบาล​ประกาศ ขณะ​ที่​รัฐบาล​ประกาศ​ว่า​

ขาย​ข้าว​จี​ทู​จี​ไป​แล้ว 1.46 ล้าน​ตัน

ข้อเท็จจริง​ประการ​หนึ่ง...มี​ข่าว​ชัดเจน​ว่า​

รัฐบาล​อินโดนีเซีย​ปฏิเสธ​ไม่​ซื้อ​ข้าว​ครบ 3 แสน​ตัน​ตาม​สัญญา

เพราะ​ปัญหา​คุณภาพ​ข้าว ถ้าสมมติว่า​โกต​ดิ​วัว​ร์​ซื้อ​ข้าว​ครบ​ตาม​สัญญา​

จำนวน 2.9 แสน​ตัน และ​จีน​ซื้อ​ข้าว​ผ่าน​บริษัท​นายหน้า​ของ​ไทย

1.9 แสน​ตัน ...เท่ากับ​ว่า​รัฐบาล​ไทย​ก็​ขาย​ข้าว

​ส่ง​ออก​ได้​เพียง 7.2 แสน​ตัน​ ไม่​ใช่ 1.46 ล้านตัน

ตาม​ที่​ปรากฏ​ใน​เอกสาร “รู้​ลึก รู้​จริง จำนำ​ข้าว”

ข้อ​สรุป​ใน​ช่วง​แรก...ข้าว​ส่วน​ต่างจำนวน 0.74 ล้าน​ตัน

เอาตัวเลข 1.46 ลบ​ด้วย 0.72...น่า​จะ​เป็น​ข้าว​ที่

​บริษัท​เอกชน​ที่​ไม่​สามารถ​ขาย​ให้​รัฐบาล​ต่าง​ประเทศ

นำ​มา​ขาย​ต่อ​ภายใน​ประเทศ...

ตลอด 10 เดือน​แรก​ปี 2555 กระทรวง​พาณิชย์​ขาย​ข้าว​

ทั้ง​ใน​และ​ต่าง​ประเทศ​ไม่​น่า​จะ​เกิน 1.1-1.844 ล้าน​ตัน

จาก​ข้าวสาร​ที่​อยู่​ใน​โกดัง 13.3 ล้าน​ตัน

ปัญหา​ตัวเลข​สต๊อก​ข้าว ไฉน​ต้อง​เฉไฉ...ปิดบัง

หรือเพราะถ้า​เผย​ให้​เห็น​ตัวเลข​ชัดๆ

คน​ไทย​ทั้ง​ประเทศ​จะ​รู้​ว่า​มี​ขบวนการล่มหัว​จม​ท้าย​

กับ​บริษัท​เอกชนเอา​ข้าว​ไป​ขาย​ต่อ ทำ​กำไร​เข้า​กระเป๋าตัวเอง.



โดย ไทยรัฐ คอลัมน์สกูปข่าว ฉบับพิมพ์ วันพุธ 17 มกราคม 2556





Create Date : 17 มกราคม 2556
Last Update : 15 มิถุนายน 2556 14:41:10 น. 0 comments
Counter : 1165 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ART19
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]





ความเสมอภาคที่แท้จริง คือ
การที่ทุกคนต้องมีหน้าที่
การทำหน้าที่ของตนเอง
จะเป็นสิ่งที่กำหนดว่า
เราควรได้รับอะไร แค่ไหน



ปัจฉิมโอวาท

พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต


...................................
...................................

ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว

แผ่นดินนับวันแคบ

มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น

นโยบายในทางโลกีย์ใดๆ

ก็นับวันประชันขันแข่งกันยิ่งขึ้น

พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต

เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม

เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง


ศาสนาทางมิจฉาทิฏฐิ

ก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์

คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไป

อย่างโคและกระบือ

ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย


ฉะนั้นพวกเราทั้งหลาย

จงรีบเร่งปฏิบัติธรรมให้สมควรแก่ธรรม

ดังไฟที่กำลังใหม้เรือน

จงรีบดับเร็วพลันเถิด

ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร

ทั้งโลกภายในอันมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ

ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก

ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้

คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พิจารณาติดต่ออยู่

ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด

ความเบื่อหน่ายคลายเมา

ไม่ต้องประสงค์ก็จะต้องได้รับ

แบบเย็นๆและแยบคายด้วย

จะเป็นสัมมาวิมุตติและสัมมาญาณะ

อันถ่องแท้ ไม่ต้องสงสัยดอก

พระธรรมเหล่านี้ไม่ล่วงไปไหน

มีอยู่ ทรงอยู่ในปัจจุบัน จิตในปัจจุบัน

ที่เธอทั้งหลายตั้งอยู่

หน้าสติ หน้าปัญญา อยู่ด้วยกัน

กลมกลืนในขณะเดียวนั้นแหละ...



บันทึกโดยพระอาจารย์หล้า เขมปตฺโต

จากหนังสือ...เพชรน้ำหนึ่ง...

http://www.luangpumun.org
 


คำสอนหลวงพ่อชา สุภัทโท

(พระโพธิญาณเถร)

อ้างอิงจาก หนังสือ เรื่อง

"บุญญฤทธิ์ พระโพธิญาณเถระ"

โดย อำพล เจนคูณทองใบ


.......................




เรื่องของการเหาะเหินเดินอากาศ

เขาลือว่าหลวงพ่อเป็นพระอรหันต์

เป็นแล้วเหาะได้ไหมครับ

"แมงกุดจี่มันก็เหาะได้"

ท่านตอบ

(แมงกุดจี่-แมลงชนิดหนึ่งอยู่กับขี้ควาย)

อีกครั้งหนึ่งมีผู้ถามคล้าย ๆ กันว่า

เคยอ่านพบเรื่องพระอรหันต์

สมัยก่อน ๆ เขาว่าเหาะได้

จริงไหมครับ

"ถามไกลเกินตัวไป

มาพูดถึงตอไม้ที่จะตำเท้าเราดีกว่า"

ท่านกล่าว





ขอของดีไปสู้กระสุน

ทหารคนหนึ่งไปกราบขอ

พระเครื่องกันกระสุนจากหลวงพ่อ

ท่านบอกหน้าตาเฉยว่า

"เอาองค์นั้นดีกว่า

เวลายิงกันก็อุ้มไปด้วย"

ท่านชี้ไปที่พระประธาน





เอ๊า

มีเด็กหิ้วกรงขังนกมาชวน

หลวงพ่อซื้อเพื่อปล่อยนก

ในการทำบุญในสถานที่แห่งหนึ่ง

"นกอะไร เอามาจากไหน"

"ผมจับมาเอง"

"เอ๊า...จับเองก็ปล่อยเองซิล่ะ" ท่านว่า





ปวดเหมือนกัน

โยมผู้หญิงคนหนึ่งปวดขา

มาขอร้องหลวงพ่อเป่าให้

ดิฉันปวดขา

หลวงพ่อเป่าให้หน่อยค่ะ

"โยมเป่าให้อาตมาบ้างซิ

อาตมาก็ปวดเหมือนกัน"

ท่านตอบ





อาย

ครั้งหนึ่งหลวงพ่อชารับนิมนต์เข้าวัง

ขณะลงจากรถ มีท่านเจ้าคุณรูปหนึ่ง

เข้ามาทักว่า "คุณชา"

"สะพายบาตรเข้าวัง

ยังงี้ไม่นึกอายในหลวงหรือ"

"ท่านเจ้าคุณไม่อายพระพุทธองค์หรือ

ถึงไม่สะพายบาตรเข้าวัง"

ท่านย้อน





อาจารย์ที่แท้จริง

ท่านชาคโรถูกหลวงพ่อส่ง

ไปอยู่ประจำวัดสาขาแห่งหนึ่ง

เมื่อมีโอกาส

หลวงพ่อได้เดินทางไปเยี่ยม

เป็นไงบ้าง ชาคโร

ดูผอมไปนะ" หลวงพ่อทัก

เป็นทุกข์ครับหลวงพ่อ

ท่านชาคโรตอบ

เป็นทุกข์เรื่องอะไรล่ะ

เป็นทุกข์เพราะอยู่ไกล

ครูบาอาจารย์เกินไป

มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

เป็นอาจารย์ทั้งหกอาจารย์ฟังให้ดี

ดูให้ดี เขาจะสอนให้เราเกิดปัญญา




อาจารย์นกแก้วนกขุนทอง

สมัยนี้มีครูบาอาจารย์สอนธรรมะมาก

บางอาจารย์อาจสอนคนอื่นเก่ง

แต่สอนตนเองไม่ได้

เพราะว่าสอนด้วยสัญญา

(คือ ความจำได้หมายรู้)

จำขี้ปากคนอื่นเขามาสอนอีกที

หลวงพ่อเคยแสดง

ความเห็นในเรื่องนี้ว่า

เรื่องธรรมะนี่จริงๆแล้ว

ไม่ใช่เรื่องบอกกัน

ไม่ใช่เอาความรู้ของคนอื่นมา

ถ้าเอาความรู้ของคนอื่นมา

ก็เรียกว่าจะต้องเอามาภาวนา

ให้มันเกิดชัดกับ

เจ้าของอีกครั้งหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดให้ฟังเข้าใจ

แล้วมันจะหมดกิเลส

ไม่ใช่อย่างนั้น

ได้ความเข้าใจแล้ว

ก็ต้องเอามาขบเคี้ยวมันอีก

ให้มันแน่นอน

เป็นปัจจัตตังจริงๆ

(ปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้ด้วยตนเอง

รู้อยู่เฉพาะตน)





โรควูบ

นักภาวนาคนหนึ่งถาม

ปัญหาภาวนาของตนกับหลวงพ่อ

นั่งสมาธิบางทีจิตรวมค่ะ

แต่มันวูบ

ชอบวูบเหมือนสัปหงกแต่มันรู้ค่ะ

มันมีสติด้วย เรียกว่าอะไรคะ

"เรียกว่าตกหลุมอากาศ"

หลวงพ่อตอบ

"ขึ้นเครื่องบินมักเจออย่างนั้น"





นั่งมาก

วันหนึ่งหลวงพ่อ

นำคณะสงฆ์ทำงานวัด

มีวัยรุ่นมาเดินชมวัด

ถามท่านเชิงตำหนิ

ทำไมท่านไม่นำพระเณรนั่งสมาธิ

ชอบพาพระเณรทำงานไม่หยุด

นั่งมากขี้ไม่ออกว่ะ

หลวงพ่อสวนกลับ

ยกไม้เท้าชี้หน้าคนถาม

ที่ถูกนั้น นั่งอย่างเดียวก็ไม่ใช่

เดินอย่างเดียวก็ไม่ใช่

ต้องนั่งบ้าง ทำประโยชน์บ้าง

ทำความรู้ความเห็น

ให้ถูกต้องไปทุกเวลานาที

อย่างนี้จึงถูก กลับไปเรียนใหม่

ยังงี้ยังอ่อนอยู่มาก เรื่องการปฏิบัตินี้

ถ้าไม่รู้จริงอย่าพูด

มันขายขี้หน้าตนเอง





ยศถาบรรดาศักดิ์

ท่านกล่าวถึงสมณศักดิ์ที่ได้รับ

พระราชทานมาไว้ครั้งหนึ่งว่า

สะพานข้ามแม่น้ำมูล

เวลาน้ำขึ้นก็ไม่โก่ง

เวลาน้ำลดก็ไม่แอ่น





ศักดิ์ศรี

หลวงพ่อเคยปรารภเรื่อง

ภิกษุสะสมเงินทองปัจจัยส่วนตัวว่า

ถ้าผมสิ้นไป พวกท่านทั้งหลายค้นพบ

หรือเห็นปัจจัยเงินทองอยู่ในกุฏิผม

โอ๊ย...เสียหายหมด

เสียศักดิ์ศรีพระปฏิบัติ

บันทึกไว้เป็นตำนาน





พ.ศ.2398 (ค.ศ.๑๘๕๕)

ประธานาธิบดี แฟรงคลิน เพียซ

ขอซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

จากอินเดียแดงเผ่า Squamish

ซึ่งมีหัวหน้าเผ่าชื่อ "ซีแอตเติล (Seattle)"

คำตอบจากท่านหัวหน้าเผ่าซีแอตเติล

กลายเป็นอีกหนึ่งสุนทรพจน์

ที่มีความหมายลึกซึ้งและดีที่สุดตลอดกาล


แปลโดย คุณพิสิษฐ์ ณ พัทลุง

...........

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ได้แจ้งมาว่าเขาต้องการที่จะซื้อ

ดินแดนของพวกเรา

ท่านหัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่

ยังได้กล่าวแสดงความเป็นมิตร

และความมีน้ำใจต่อเราอีกด้วย

นับเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง

เพราะเรารู้ดีว่า มิตรภาพจากเรานั้น

ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอะไรสำหรับเขาเลย

แต่เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน

เพราะเรารู้ว่า ถ้าเราไม่ขาย

พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึด

ดินแดนของพวกเราอยู่ดี

แต่ท้องฟ้าและความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น

เขาซื้อขายกันได้อย่างไร ความคิดนี้

เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดสำหรับพวกเรา


หากความสดชื่นของอากาศ

และความใสสะอาดของธารน้ำนั้น

มิได้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัวของเราแล้ว

ท่านจะซื้อสิ่งเหล่านี้ไปจากเราได้อย่างไร

ทุกส่วนของแผ่นดินนี้ถือว่าศักดิ์สิทธิ์

ต่อชนเผ่าของเรา ใบสนทุกใบ

หาดทรายทุกแห่ง ป่าไม้ ทุ่งโล่ง

และแมลงเล็กๆ ทุกตัว

คือความทรงจำคือประสบการณ์อัน

ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เรา

อดีตของชาวอินเดียนแดงนั้น

ไหลซึมวนเวียนอยู่ในยางไม้ทั่วทั้งป่านี้

วิญญานของคนขาวนั้น

ไม่มีความผูกพันกับถิ่นกำเนิดของเขา

แต่วิญญานของพวกเราไม่มีวันรู้ลืม

แผ่นดินอันแสนงดงามและเปรียบเสมือน

เป็นแม่ของชาวอินเดียนแดง

เราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน

และแผ่นดินก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน

กลิ่นหอมของดอกไม้นั้น

เปรียบเสมือนพี่สาวน้องสาวของเรา

สัตว์ต่างๆ เช่น กวาง นกอินทรี

คือพี่น้องของเรา

ขุนเขาและความชุ่มชื้นของทุ่งหญ้า

และไออุ่นจากม้าที่เราเลี้ยงไว้

ก็คือส่วนหนึ่งของครอบครัวเราเช่นกัน

ดังนั้น การที่หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งวอชิงตัน

ขอซื้อดินแดนของเรา

จึงเป็นข้อเรียกร้องที่ใหญ่หลวงนัก

หัวหน้าผู้ยิ่งใหญ่แจ้งมาว่า

เขาจะจัดที่อยู่ใหม่ให้พวกเรา

อยู่ตามลำพังอย่างสุขสบาย

และเขาจะทำตัวเสมือนพ่อ

และเราก็จะเป็นเหมือนลูกๆของเขา

ดังนี้ เราจึงจะพิจารณาข้อเสนอ

ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา

แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้

คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา

กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร

แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น

เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำ

ของชาวอินเดียนแดง

เสียงกระซิบแห่งน้ำ

คือเสียงของบรรพบุรุษของเรา

แม่น้ำคือสายเลือดของเรา

เราอาศัยเป็นทางสัญจร

เป็นที่ดับกระหายและเป็นแหล่งอาหาร

สำหรับลูกหลานของเรา

ถ้าเราขายดินแดนนี้ให้ท่าน

ท่านจะต้องจดจำและสั่งสอน

ลูกหลานของท่านด้วยว่า

แม่น้ำคือสายเลือดของเราและท่าน

ท่านจะต้องปฏิบัติกับแม่น้ำ

เสมือนเป็นญาติพี่น้องของท่าน

ชาวอินเดียนแดงมักจะหลีกทาง

ให้กับคนผิวขาวเสมอมา

เหมือนกับหมอกบนขุนเขา

ที่ร่นหนีแสงแดดในยามรุ่งอรุณ

แต่เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เป็นสิ่งซึ่งเราสักการะบูชา

และหลุมฝังศพของท่านเหล่านั้น

เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

เช่นเดียวกับเทือกเขาและป่าไม้

เทพเจ้าประทานแผ่นดิน

ส่วนนี้ไว้ให้กับพวกเรา

เรารู้ดีว่าคนผิวขาว

ไม่เข้าใจวิถีชีวิตของเรา

สำหรับเขาแล้ว แผ่นดินไหนๆ ก็ตาม

ก็เหมือนกันหมด

เพราะพวกเขาคือคนแปลกถิ่น

ที่เข้ามากอบโกยทุกสิ่ง

ทุกอย่างที่เขาอยากได้

คนผิวขาวไม่ได้ถือว่า

แผ่นดินเป็นเลือดเนื้อของเขา

แต่เป็นศัตรูและเมื่อเขาเอาชนะได้แล้ว

เขาก็จะทิ้งแผ่นดินนั้นไป

แล้วก็ทิ้งเถ้าถ่านเอาไว้

เบื้องหลังอย่างไม่ใยดี

เถ้าถ่านบรรพบุรุษ

และถิ่นกำเนิดของลูกหลาน

ไม่มีอยู่ในความทรงจำของพวกคนผิวขาว

เขาปฏิบัติต่อผู้ให้กำเนิด

ญาติพี่น้อง แผ่นดินและท้องฟ้าเสมือน

สิ่งของที่มีไว้ซื้อขายได้

มันเป็นราวกับฝูงแกะหรือสายลูกประคำ

ความหิวกระหายของคนผิวขาวจะสูบ

ความอุดมสมบูรณ์จากแผ่นดินและเหลือไว้

แต่ทะเลทรายอันแห้งผาก

ข้าพเจ้าไม่เข้าใจเพราะวิถีชีวิต

ของเรานั้นต่างกับของท่าน

สภาพบ้านเมืองท่านเป็นสิ่งที่บาดตา

ของชาวอินเดียนแดง

แต่ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกเราเป็นคนป่าเถื่อนและไม่รู้จักอะไร

ในบ้านของคนผิวขาว

ไม่มีที่ใดเลยที่เงียบสงบ

ไม่มีที่ที่จะได้ฟังเสียงใบไม้พัด

ด้วยกระแสลมในฤดูใบไม้ผลิ

หรือเสียงปีกแมลงที่บินไปมา

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ

พวกข้าพเจ้าเป็นคนป่าเถื่อน

ไม่รู้จักอะไร

เสียงในเมืองทำให้รู้สึกแสบแก้วหู

ชีวิตจะมีความหมายอะไร

เมื่อปราศจากเสียงนก

และเสียงกบเขียด

ร้องโต้ตอบกันในยามค่ำคืน

ข้าพเจ้าเป็นอินเดียนแดง

ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้

ชาวอินเดียนแดงรักที่จะอยู่กับ

เสียงและกลิ่นของสายลม

ฝนและกลิ่นไอของป่าได้

ท่านต้องสอนให้ลูกหลานของท่านรู้ว่า

แผ่นดินที่เขาเหยียบอยู่

คือ เถ้าถ่านของบรรพบุรุษของเรา

เพื่อเขาจะได้เคารพแผ่นดินนี้

บอกลูกหลานของท่านด้วยว่า

โลกนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยชีวิต

อันเป็นญาติพี่น้อง ของพวกเรา

สั่งสอนลูกหลานของท่าน

เช่นเดียวกับที่เราสอนลูกหลานของเรา

เสมอมาว่า โลกนี้ คือ แม่ ของเรา

ความวิบัติใดๆ ที่เกิดขึ้นกับโลก

ก็จะเกิดขึ้นกับเราด้วย

หากมนุษย์ถ่มน้ำลายรดแผ่นดิน

ก็เท่ากับมนุษย์ถ่มน้ำลายรดตัวเอง

เรารู้ดีว่าโลกนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์

แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

เช่นเดียวกับสายเลือด

ที่สร้างความผูกพันในครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างมีส่วนผูกพันต่อกัน

ความวิบัติที่เกิดขึ้นกับโลกนี้

จะเกิดขึ้นกับมนุษย์เช่นกัน

มนุษย์มิได้เป็นผู้สร้าง

เส้นใยแห่งมวลชีวิต

แต่มนุษย์เป็นเพียง

เส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น

หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้....

เขาก็ทำลายตัวเอง


Friends' blogs
[Add ART19's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.