Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
อินซูลิน ความแก่ และน้ำหนัก


อินซูลิน ความแก่ และน้ำหนัก

วันนี้มาคุยกันเรืองอินซูลินกัน ... พูดถึงทฤษฏีเรืองของ "aging" กันก่อนเข้าเรื่อง ... มาดูกันว่าเราแก่ได้ยังไงขอรวมรัดแบบสั้นๆ ละกันคือ

1. Free-radicals theory
2. Membrane theory
3. Mitochondrial theory
4. Glycation and protein carbonylation theory
5. Telomeres theory
6. Hormonal theory

เรื่อง free-radicals คงได้ยินกันจนเบื่อแล้ว ใครยังงงอยู่ ลองหาอ่านดูค่ะ ใน blog เราก็มีเขียนอธิบายไว้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ขอข้ามไปละกัน มัน detail มากไปค่ะ ... มาเข้าเรื่อง insulin กันดีกว่า

ก่อนอื่น อยากให้อ่านและทำความเข้าใจกันให้ดีนะคะ ... จำไว้ว่า อะไรที่มัน extreme มันก็ไม่งามนะคะ ... ให้มันพอดีพอควรค่ะ ^_^




อินซูลิน (insulin)

ตัวเอกวันนี้คือ อินซูลิน (insulin)

หลายๆ คนคงเคยได้ยินได้ฟังคำๆ นี้ ส่วนใหญ่จะได้ยินจากคนเป็นเบาหวาน คนอ้วน อะไรทำนองนี้ ... จริงๆ แล้ว insulin มันเป็นตัวควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั่นเอง ถ้าร่างกายขาด insulin ไม่กี่วันก็ตาย

insulin มันอยู่ดีๆ ของมันก็ไม่มีปัญหาอะไร ... หน้าที่ของมันคือว่า เวลามี glucose ในเลือด insulin มันก็จะไปจับจัดการ glucose เตรียมพร้อมให้เซลล์ดูด glucose เข้าไปใช้เป็นพลังงานนั่นเอง ... มันต้องเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ (ประมาณ 3-5 นาที โดยประมาณ) ... ลองคิดง่ายๆ ว่า เซลล์แต่ละตัวมันมีประตูที่ทำหน้าที่เป็นตัวดักและดูด glucose ออกจากเลือดเข้าไปใช้ ... มันก็ฟังดูดีไม่มีปัญหาใช่ป่ะคะ

ถ้ามันง่ายยังงั้นก็ดีไป




What's problem?

ปัญหามันคือ พอเราแก่ตัวลง เซลล์เรามันก็ไม่ค่อยจะสมประกอบ ... แต่ที่มีประตูไว้ดูด glucose มันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ... แต่ขณะเดียวกัน น้ำตาลในเลือดมันก็ยังมีมาเรื่อยๆ ... ร่างกายมันก็เข้าใจว่า ท่าจะมี insulin น้อยไป มันก็ยิ่งผลิต insulin มากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ไปดูดเอาน้ำตาลในเลือดออกมาใช้ ... อาการแบบนี้เค้าเรียกกันว่า insulin-resistant

นึกถึงสมัยยังเอ๊าะๆ ... เซลล์มันก็เอ๊าะด้วย ... เวลากินไอติมกะละมังใหญ่ ... ร่างกายจะผลิต insulin ออกมานิดเดียว มาทำหน้าจัดการ glucose เซลล์ที่สมบูรณ์ก็ดูด glucose ออกจากกระแสเลือดไปภายในพริบตา หลังจากนั้นระดับ insulin ในร่างกายก็จะกลับเข้าสู่ปรกติ

แต่พออายุมากขึ้น ลองกินแบบเคยกินตอนเด็กๆ ดูซิ ... ร่างกายจะต้องผลิต insulin มากกว่าสมัยเด็กๆ มากมายก่ายกอง ... เพราะอย่างที่บอก เซลล์ที่มีประตูดูด glucose เข้าไปได้ มันมีน้อย ... แต่ร่างกายต้องการ glucose ไปใช้เป็นพลังงาน ... เมื่อเป็นแบบนี้ insulin มันก็จะไปอยู่ในกระแสเลือดนานกว่าปกติ

แล้วมันเป็นไง ไม่เข้าใจ มันเกียวอะไรกับ ความแก่ และ น้ำหนัก




Insulin in the body

หากระดับ insulin สูง ระดับ triglycerides จะสูงขึ้น ร่างกายจะค่อยๆ สร้าง fat ไว้ตามพุง สะโพก กลายเป็นหมูสองชั้น สามชั้น ... เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ... และก็ยังทำให้ความดันในเลือดสูงขึ้น ไม่ดีต่อหัวใจ เส้นเลือดแดงตีบตันได้ง่าย ... และก็ยังทำให้เหนื่อยง่าย (เพราะขาดพลังงาน) แล้วอวัยวะอย่างไตก็จะเต็มไปด้วยเกลือ

แล้วพออะไรๆ มันไหลเวียนไม่สะดวก วิธีที่ร่างกายรับมือกับสถานการณ์คือ ... ลดความยืดหยุ่น และ ความเปล่งปลังของผิวพรรณเรา ... ทำให้เราดูแก่ลงนั่นเอง

เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ที่เรากินพวก แป้ง น้ำตาล ผักที่มีแป้ง หรือ น้ำตาลสูง ... ร่างกายเราก็จะเรียกหน่วยปราบปราม (insulin) มาประจำการกันเต็มไปหมด ... ถ้ามันทำหน้าที่ไม่ได้ตามที่ต้องการ ก็เรียกเจ้าหน้าที่มาเพิ่มขึ้น ... พอเป็นแบบนี้นานๆ ขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้น ร่างกายก็ผลิต insulin เพิ่มขึ้นอีก ... ไม่มีที่สิ้นสุด ... เป็นแบบนี้มากๆ ก็กลายเป็นอาการที่เราเรียกว่า เบาหวาน




Glycation

การที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า glycation ... มันคือการที่ glucose ไปเกาะตัวอยู่กับ proteins หรือ DNA ... การทำแบบนี้จะทำให้ proteins หรือ DNA นั้นเปลี่ยนไป ไม่สามารถทำหน้าที่เดิมของมันได้ ... ซึ่งก็จะส่งผลให้เราแก่ลงนั่นเอง

จริงๆ แล้ว หลายๆ คนเป็นเหยื่อของ "low-fat" หรือ "fat-free" products ... ทำไมเหรอ ... ของพวกที่ low-fat (or fat-free) มันมักจะมีพวกแป้งและน้ำตาลมาก ... จริงๆ แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกัน ระหว่างการกิน แป้ง (น้ำตาล) กับ การกินไขมันแล้ว ... การกินแป้ง (น้ำตาล) มีผลต่อการทำให้ระดับโคเรสเตอรอลในร่างกายสูงกว่าการกินไขมันซะอีก




ทั้งแก่ ทั้ง อ้วน

แต่ร่างกายเรามันก็ไม่ได้จนหนทางซะทีเดียว ... มันก็มีตัวที่ช่วยจัดการกับระดับ insulin เหมือนกัน ... เจ้าสิ่งนี้มันก็คือ glucagon โดยมันจะทำหน้าที่บังคับให้แทนที่จะเก็บพวก fat ไว้เฉยๆ ก็สั่งให้เอาไปเผาผลาญซะ ซึ่งก็เป็นการลดระดับ choloesterol นั้นเอง

แต่ก็อ่ะนะ ... ถ้า insulin มันมากเกินไป ... ไอ้เจ้า glucagon มันก็รับมือไม่ไหว
แล้วทีนี้เราจะทำยังไงดี ... ทั้งแก่ ทั้ง อ้วน




รักษาระดับ insulin

วิธีที่เราทำได้ คือ การช่วยร่างกายเรารักษาระดับ insulin ให้อยู่ในระดับต่ำอยู่เสมอ ... แล้วทำยังไงล่ะ ... ก็อย่างที่พูดไปข้างต้น ... ถ้า glucose มันโผล่มาในเลือดเมื่อไหร่ ร่างกายก็จะสั่งผลิต insulin ออกมา ... ถ้าเราไม่ต้องการให้มี insulin มาก ... เราก็อย่าให้ glucose เข้าไปในร่างกายเรามากเกินไป (แล้ว glucose มาจากไหน ... ก็แป้งและน้ำตาลไง)

สมมุติว่า เรากินอาหารที่มีแต่ไขมันและโปรตีน (ไม่มีแป้งและน้ำตาลเลย) ... ถ้าพูดถึง insulin แล้ว ... มันไม่สนใจ ร่างกายไม่จำเป็นต้องผลิต insulin ออกมาเลย ... ร่างกายเราก็จะมี insulin ในระดับต่ำ

และสมมุติว่า ... เรากินอาหารเช้า ขนมปัง high fiber 1 แผ่น น้ำตาล 1 ก้อน ใส่ครีม ... จะบอกว่าอิ่มมั๊ย หลายๆ คน คงบอกว่าไม่อิ่มอ่ะ แค่อยู่ท้อง เดี๋ยวก็หิวอีก ... ก็แค่แป้งหรือน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือดเมื่อไหร่ ... ร่างกายเราก็ระดม insulin มาจัดการกับ glucose แล้ว ... แถมกำจัดไม่หมด มันก็ยิ่งผลิต insulin เพิ่มอีก ... ตลอดทั้งวัน วันนั้นทั้งวัน ในร่างกายเราก็จะเต็มไปด้วย insulin ... ร่างกายเราก็จะโหยหาแต่ของกินไม่มีเว้น

ทีนี้คงจะพอนึกออก ... วิธีที่กินอาหารให้มีสุขภาพดี และไม่อ้วน ... คือ อย่าไปปลุกให้ insulin มันตื่นเร็วเกินไป




อาหารการกิน

อาหารเช้า

เน้นที่โปรตีนและไขมัน ... ถ้าเป็นไปได้ อย่าแตะแป้งหรือน้ำตาลเลย แม้แต่ผลไม้ที่มีน้ำตาลก็ไม่ต้องแตะเลย

นม (ดื่ม whole milk 3%) จะดีที่สุด (นมจืดเท่านั้นนะ) ... ดีกว่าการดื่ม skim milk (0%, 1%, 2%) อีก ... เราเป็นคนนึงที่ไม่นิยมดื่มนมที่ have fat reduced เลย ... นมเป็นนม ดีที่สุด ... ดื่มนมไขมันสูง จะทำให้อยู่ท้องและไม่หิวบ่อย ... อาจจะเพิ่มพวก scramble egg (ถ้าหากต้องการลดน้ำหนัก ใช้แต่ไข่ขาว) จะกินกับไส้กรอก ปลา หรืออะไรก็ได้ ... กาแฟ เนี่ย งดไปเลย ยกเว้นจะดื่มกาแฟขม ... น้ำผลไม้ลืมไปได้เลย

พวกไวตามิน supplement ก็เอาไว้กินตอนกลางวันเอา ... แต่พวก fishoil พวก omega-3 เนี่ย กินตอนเช้าจะดี (มันเป็นไขมันที่ดี)

พวก cereals แบบ high fiber หรือพวก jam ก็ลืมไปได้เลย ... ข้าวต้งข้าวต้ม โจ๊กหมู ปลาท่องโก๋ ก๋วยจ๊งก๋วยจั๊บ ... เอาไว้ให้เด็กๆ เค้ากินกัน

ไม่ต้องกลัวว่าร่างกายจะกินไขมันมากเกินไป ... เพราะร่างกายเราจะรู้เองได้ หากกินมันมากเกินไปเราจะรู้สึกเลืยน (จะอ้วก) ไปเอง ... ไม่เหมือนน้ำตาล ยิ่งกินยิ่งมัน ยิ่งสดชื่น

เช้ามา หาก insulin มันยังหลับไหลอยู่ ... ร่างกายเราก็จะไม่รู้สึก อ่อนล้า โหยหาของกิน จะรู้สึกหิวช้ากว่า

อาหารกลางวัน

ถ้าเป็นไปได้ (และถ้าอยากลดน้ำหนัก) ... ก็กินอาหารที่เน้นโปรตีนกับไขมันอีก ... ถ้าไม่อยากจะลดน้ำหนัก แต่อยาก maintain good health ก็อาจจะเพิ่มแป้งเข้าไปบ้างนิดหน่อย ... อาจจะหา ผลไม้มากิน เพิ่มเติมจากโปรตีนและไขมัน ... ควรเลือกผลไม้ที่มี glycemic index ต่ำๆ (เดี๋ยวอ่านตอนท้าย ว่าผลไม้อะไรมีค่านี้ สูง หรือ ต่ำบ้าง)

หลายๆ คน ทำงานใน office คงจะพบว่า เพื่อนร่วมงาน บ่ายๆ มักจะโหยหากาแฟกันยกใหญ่ ... สาเหตุหลักก็เพราะเค้าเหล่านั้นได้ปลุกให้ insulin ตื่นมาตั้งแต่เช้า ... ซึ่งก็จะโหยหากันไปตลอดทั้งวัน

อาหารเย็น

ตอนเย็น ถ้าใครยังอยากลดน้ำหนัก อยากรักษาหุ่น ก็ควรจะเน้นที่ low carb อยู่ ... แป้ง น้ำตาล พยายามกินให้น้อยที่สุด เน้นโปรตีน กับผัก (ผักก็มีแป้งและน้ำตาล ... อย่าลืม ... เลือกให้ดี) ... ส่วนพวกแป้งเยอะๆ ขนมหวาน เอาไว้เด็กๆ เค้ากินกัน ... สิ่งสำคัญที่สุด ... คือกินอาหารก่อนนอน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง ... ในระยะ 3 ชั่วโมง อย่ากินแป้งและน้ำตาล เพราะถ้าร่างกายเรามี insulin เยอะๆ เวลานอน ... ร่างกายเราจะไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร และเราจะพลาดอะไรดีๆ หลายๆ อย่างที่ร่างกายเราสามารถทำได้

เปรียบเทียบกันเล่นๆ ... ถ้าเริ่มต้นตอนเช้าของวันด้วยโปรตีนและไขมัน (ไม่มีแป้งและน้ำตาลแม้แต่น้อย) ... นั่นเรากำลังเดินอยู่ ... ถ้ากินแบบนี้ทั้งเช้ากลางวัน ... นั้นเรากำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่ ... แต่ถ้ากินแป้งตอนเช้าเนี่ย ... นั้นเรานอนตีพุงรอให้มันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

จำไว้ว่า นมไขมันต่ำ (นมจืดนี่แหล่ะ) มันจะไปกระตุ้นการสร้าง insulin มากกว่าการกิน นมแบบธรรมดา (แบบที่มีไขมันอยู่) ... อาหารพวก cheese ไข่ นม เป็นอาหารเช้าชั้นเลิศเลย ... นอกจากจะเป็นการรักษาสุขภาพแล้ว ยังเป็นการรักษาหุ่นด้วย ... ดีกว่าการกินแต่ผักอย่างเดียว เพราะนั่น ร่างกายขาดไขมัน ร่างกายจะห่อเหี่ยว ไม่สดใส




Glycemic Index

Low ::: แคนตาลูป, กะหล่ำปลี, ผลไม้จำพวกส้ม, เมลลอน, แพร์, กีวี่, ผลไม้จำพวก berries ทั้งหลาย, ผักใบเขียว สีเข้มๆ

High ::: กล้วย แครอท ข้าวโพด ข้าว มันฝรั่ง มะละกอ มะม่วงสุก น้ำผลไม้ (กล่อง)

พวก low in glycemic index เนี่ย กินได้ในช่วงกลางวัน และตอนเย็น ... ส่วนตัว high in glycemic index เนี่ย ... เลี่ยงได้เลี่ยงไปเลย (ถ้าต้องการลดน้ำหนัก) ... แต่อย่างน้อย ควรระวัง อย่าไปกินของพวกนี้ตอนเช้าเข้า




Fatty Acid

ก่อนจบ ... ขอพูดสั้นๆ เกี่ยวกับ fatty acids นิดนึง

จริงๆ การกินพวก fatty acids อย่งพวกน้ำมันปลา ในตอนเช้า เนี่ย จะช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ดี (แล้วยังช่วยบำรุงสมองอีกด้วย) ... บางคนใช้วิธีกินปลาเอา ... แต่ปลาทะเลมันมีโลหะหนัก (พวกปรอท) เจือปนด้วย ก็ระวังอย่ากินมากจนเกินไป

นอกจากนี้ น้ำมันปลาพวกนี้ยังจะช่วยส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง กล้ามเนื้อ หัวใจ ได้ดีขึ้น ซึ่งก็ทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานดีขึ้นด้วย ... นั่นก็คือไขมันที่ดี มีส่วนช่วยในการทำให้กระบวนการเผาผลาญไขมันเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

เราเป็นคนนึงล่ะ ... ที่กินแบบมันเป็นมัน เนื้อเป็นเนื้อ นมเป็นม เนยเป็นเนย ... ไม่เคยกลัวที่จะกิน cheese กินอะไรมันๆ ไม่เคยกลัว ... แต่เราไม่ชอบกินหวานและกินแป้ง เลยไม่ค่อยอ้วน ... แต่ก็มีพลาดไปครั้งนึง (ตอนย้ายมาอยู่ทีนี่ใหม่ๆ) กิน icecream วันละเป็นถังๆ แล้วก็ชอบกิน pizza ด้วย T_T ... แต่เดี๋ยวนี้เลิกบ้ากินไอติมแล้ว ... พวกชีส นม เนื้อ เนี่ย ยังไม่เลิก ... อ้อ ... แต่ก็อย่าลืมระวังพวก trans fat หรือ พวกไขมันแย่ๆ ด้วนะจ๊ะ ... เออ ชีสอีกอันที่ดีต่อสุขภาพนะ ... cottage cheese อร่อย ^__^




Yogurt

นอกเรื่องอีกนิด เรื่อง yogurt ... เวลาเราจะซื้อ yogurt เราจะอ่านส่วนผสมก่อนเสมอ ... ถ้ามีแป้ง (starch) ไม่กิน ... ต่อให้มันมีแบคทีเรียห่าเหวไรไม่รู้เป็นล้านๆ ตัว ก็ไม่สน (ก็มันไม่บอกว่าไอ้แบคทีเรียบ้าบอในนั้นมันดียังไง เราก็ไม่กินมัน) ขนาดอ่านไอ้ชื่อแบคทีเรียที่มันโฆษณายังอ่านไม่ถูกเลย ... เชื่อมั๊ย เราเดินใน super นะ ... มี yogurth หลายชนิดนับไม่ถ้วน ... เราเจอแค่กระปุกเดียว มีส่วนผสมแค่ นมกับแบคทีเรีย ... ทีเหลือ มันล่อทั้ง แป้ง น้ำตาล นม(ไร้ไขมัน) ไม่รู้จะกินให้ได้อะไรขึ้นมา (นอกจากกินเพราะตามใจปากบางครั้งบางคราว)

ยาวแล้วอ่ะ ... อ่านกันหมดมั๊ยเนี่ย ... ตอนแรกจะแยกเป็นสองตอน ... แต่ขี้เกียจแล้วอ่ะ ... ก็ค่อยๆ อ่านกันละกันนะคะ




Create Date : 24 กรกฎาคม 2551
Last Update : 24 กรกฎาคม 2551 10:37:41 น. 31 comments
Counter : 1700 Pageviews.

 
khob khun na ka


โดย: pätim (pimmi49 ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:05:15 น.  

 
ชอบมากเลยคะ สาระดีดีแบบนี้


โดย: nOkky (nok_alg ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:06:17 น.  

 
กำลังหาข้อมูลพอดีเลยค่ะ

ขอบคุณมากค่า


โดย: แป้งเปียกรสแซ่บ วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:47:22 น.  

 
ไม่เบื่อเลย สนุกมากมาย ต่อไปจะกินไขมันบ้างแล้ว มิน่าละเหี่ยวซะ


โดย: ตองดี IP: 202.12.97.117 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:33:25 น.  

 
ขอบคุณมากกกกก กำลังต้องการอยู่เชียว พออายุมากแล้ว การเผาผลาญไขมันน้อยลง ถึงแม้จะออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่กินอาหาร(มาก)เท่าเดิม ก้อกลับอ้วนเอาอ้วนเอา ต้องรู้จักเลือกที่จะกิน(ของมีปย.)ซะแล้ว


โดย: JanSept IP: 58.10.68.49 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:35:54 น.  

 
กลัวเลย ไม่กล้ากินน้ำตาล ... อุตส่าห์ชอบกิน แครอท ข้าวโพด กล้วย ก็ด้ัน... เป็น high in glycemic index ซะอีกแหนะ

ต้องรีบปรับแล้วเด่วเหยี่ยวไม่รู้ตัวค้าบบ

ขอบคุณมากมายนะครับผม รออ่านทุกวันเลย 555+


โดย: mova IP: 58.8.7.57 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:17:09 น.  

 
ขอบคุณความรู้ดีๆนะค่ะ แต่ทำยากจัง...


โดย: yoko วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:11:03 น.  

 
มะละกอแช่เย็นที่มันสดชื่นดีหนอ...กินมื้อไหนดีอ่ะคะ ถ้าวันที่มันร้อนๆ เหนื่อยๆ จริงๆ มะละกอเย็นๆ หรือ แตงโมฉ่ำๆ เนี่ย...

ของอร่อยมากับความอ้วนด้วย..แย่จัง


โดย: srn IP: 125.25.142.92 วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:49:05 น.  

 
คุณฟีบี้คะ

แล้ว ผักอย่างพวก lettuce iceberg เนี่ยหล่ะคะ ถือว่าเป็น low Glycemic

Index ได้ป่ะคะ คือว่าเราชอบกินมากๆๆเลยหน่ะค่ะ เพราะมันไม่เหม็นเขียว แล้วก็

กรอบด้วยหน่ะค่ะ



โดย: เบญ IP: 92.104.100.63 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:29:00 น.  

 
ฟีบี้จังมีประโยชน์จังเลย ขอบใจนะจ๋า
เราเป็นคนหนึ่งที่เลือกกินแต่พวก Low fat พออ่านเนื้อหาของตัวเอง
ต้องคิดใหม่เลยเนี่ย แถมอาหารเช้าเราก็กินข้าวเป็นหลัก
ต่อไปต้องท่องไว้ลดแป้งกับน้ำตาล


โดย: Cottony วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:41:36 น.  

 
โอ้ววว เป็นอะไรที่ได้ความรู้มากมาย เราสังเกตว่าเวลาที่กินของหวานๆขนมหวานๆแบบปุ๊บปั๊บ(กินเยอะๆ เร็วๆ)เนี่ย พอซัดซะเต็มคราบซักพักจะรู้สึกหน้ามืดแหละฟีบี้จัง มันเป็นเพราะเจ้าอินซูลินมันออกมาเยอะรึเปล่าเนี่ย

เราเป็นคนนึงที่เลี่ยงพวกของlow fat เพราะเมื่อก่อนสมัยวัยรุ่นเคยกินพวกเอทกิ้น(กินได้สองสามอาทิตย์ น้ำหนักลดฮวบ แต่ว่ามือไม้สั่น ปวดหัว ฮ่า...)แล้วเค้าสอนว่าพวกlow fatนี่จะคาร์บเยอะ ก็จำๆมาจากตรงนั้น


เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าไม่ควรกินคาร์บ+น้ำตาลตอนเช้า ปกติกินพวกกล้วยหอมไม่ก็มะละกอตอนเช้าก่อนไปออกกำลัง แต่ว่าเริ่มหันมากินไข่แทนได้ประมาณอาทิตย์นึงแล้ว (ประมาณว่าอยากมีกล้ามแขนนิดนึง เลยเดาๆเอาว่าเออ เราน่าจะกินโปรตีนตอนเช้า) ตอนนี้เลยกินไข่ลวกตอนเช้าแทนผลไม้ ไม่รู้จะโอเครึเปล่า

ส่วนพวกไขมันเรากินจากพวกอโวคาโด้ ชีส อัลมอนด์ แล้วก็พวกปลาocd , salmon แบบนี้เรียกว่าไขมันดีใช่ป่ะฟีบี้

เราอ่ะ กลัวพวกคาร์บขึ้นสมองเลย จนเดี๋ยวนี้แฟนเราก็เป็นไปด้วย(เคยมีบางทีที่แบบcrave carb+น้ำตาลมากๆ บางทีก็ลุกขึ้นไปทำtoast+peanut butter+jellyมากิน แฟนตกใจ ตะโกนบอกว่า "Darl..!!! what are you doing? you don't eat carb..!!! ฮ่าๆๆๆๆ) คือยอมกินของมันๆพวกชีสพวกเนื้อติดมันมากกว่าไปกินพวกคาร์บ เพราะว่าเรารู้สึกว่าร่างกายเรานี่ไม่ถูกกับคาร์บอย่างแรง ถ้ากินเยอะๆนานๆเนื้อตามร่างกายจะเริ่มยวบย้วย เผละ สั่นได้เหมือนเจลโล่ (ทั้งๆที่ออกกำลังกายประจำนะเนี่ย) ไม่รู้ทำไม



ว่าแต่ ถ้ากินไข่เยอะๆจะเป็นอัตรายมั๊ยจ๊ะ เห็นมีตั้งหลายทฤษฎีเค้าเถียงกัน บางคนก็บอกกินได้ บางคนก็ว่าไม่ดี เราเป็นคนความดันต่ำ (ความดันปกติเรา 50-60/80-90... เห็นคนปกติเค้า70/120กัน เคยหาหมอ หมอก็บอกว่ายังไม่มีไรต้องวิตก แต่ว่าอย่าให้ต่ำไปมากกว่านี้) มีอะไรแนะนำรึป่าวอ่ะตะเอง






โดย: ลิลลี่(•ิ_•ิ) IP: 218.186.8.12 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:27:40 น.  

 
เออ นอกจากความดันต่ำแล้ว หัวใจก็เต้นช้ามากๆเลย ประมาณ 50-60 ครั้งต่อนาทีอ่ะตะเอง พอจะรู้มั้ยว่ามันเป็นเพราะอะไรเหรอ นี่เราจะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย..??!!


โดย: ลิลลี่(•ิ_•ิ) IP: 218.186.8.12 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:30:14 น.  

 
ขอบคุณมากค่า รออ่านมาพักนึงแล้ว
เพิ่งรู้ว่ากินพวกแครอทข้าว-โพดตอนเช้าไม่ดี กินมาตลอดเลยนะเนี่ย - -"


โดย: shayanid IP: 125.25.147.141 วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:40:00 น.  

 
ค่อยๆ อ่านตามและนึกลำดับตามค่ะ ... มีประโยชน์มากๆเลย เดี๋ยวคงไปลำดับรายการอาหารอีกที .. ทำผิดหลายอย่างเลย


โดย: Geerorogunso วันที่: 25 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:25:53 น.  

 
โธ่ ก็ว่าทำไมเราอ้วนเอาๆ เพราะชอบกินขนมปังเป็นข้าวเช้านี่เอง T_T

ตอนเช้ามันหาของกินยากอะค่ะ ไม่รู้จะกินอะไรดี ที่มันเร็วๆง่ายๆ ไม่กินก็หิวอีก กินอะไรดีล่ะเนี่ย ตอนเย็นนี่เราพยายามลดแป้งๆแล้วอะ แต่ติดกินพวกขนมอยู่ จะซื้อทีก็ท่องในใจ อ้วนๆๆๆๆๆ


โดย: ningpotter IP: 125.24.250.149 วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:21:38 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกว่าแป้ง เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากๆ


โดย: meay IP: 58.8.170.121 วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:43:30 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆค่ะ
จุ๊บๆ
เพราะสงสัยเรื่องนมโลแฟตมานานแล้ว


โดย: tomoko IP: 58.9.217.82 วันที่: 26 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:13:38 น.  

 
"ในร่างกายเราก็จะเต็มไปด้วย insulin ... ร่างกายเราก็จะโหยหาแต่ของกินไม่มีเว้น" แปลว่าอินซูรินเป็นตัวทำให้เรารู้สึกหิวหรอคะ


โดย: เบญ IP: 85.5.207.85 วันที่: 27 กรกฎาคม 2551 เวลา:4:05:40 น.  

 

ลืมเข้ามา check ในหน้านี้เลย ... ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมกันนะคะ

+++++++++++++++++

srn ... ถ้าชอบมากๆ ... ก็เก็บไว้กินบ่ายแก่ๆ ก็ได้ค่ะ ถ้าทานอาหารเย็นเร็ว ก็จะทานล้างปากบ้างก็ได้ แต่อย่าเยอะมาก

+++++++++++++++++

เบญ ... เราคิดว่า low นะคะ (เพราะเราก็ชอบกิน ... ก๊าก) จริงๆ เดาๆ เองก็ได้ค่ะ คือ ถ้ามันแป้งๆ หรือ หวานๆ ก็แสดงว่าสูงค่ะ

+++++++++++++++++

ฝ้ายจัง ... low fat = high crab จ้า ... มันขนแป้งใส่เข้าไปเต็มคราบเลย

+++++++++++++++++

ลี่จัง ... น่าจะประมาณนั้นนะ เราว่าตะเองน่าจะ got high มากกว่านะ ... เราก็ไม่ไหวอ่ะ กินผัก มือไม้สั่นใจสั่น ไม่มีความสุข มัน work ตอนอยากลดฮวบๆ แต่มันไม่มีความสุข ทำตลอดไม่ไหวอ่ะ ... ส่วนกล้วยหอม ทั้งน้ำตาลทั้งแป้งเลย ... ถ้าชอบกินก็เอาไว้กินตอนบ่ายๆ ดีกว่า ... ส่วนเรื่องไข่ จริงๆ เรื่อง cholesterol เราว่าเมือเทียบข้อดีข้อเสีย ข้อดีมันชนะอ่ะ เราไม่คิดว่าการกินไข่วันละฟอง (ทุกวัน) จะเป็นปัญหานะ (นอกจากคนที่มีปัญหา cholesterol อยู่ก่อนแล้ว) ... ที่นี่ Health Canada เค้ารณรงค์ให้กินไข่กันจะตายไป

พวกไขมันปลา ไขมันจากนัท ดีจ้า จริงๆ ไขมันจากนมก็ดีนะ เราว่ามันดีระยะยาวนะ ผมสุขภาพแข็งแรง เงางาม แล้วก็กระดูกกระเดี้ยวดีตอนแก่ ... แต่เราบางทีก็ spoil ตัวเองเหมือนกัน ให้อินซูลินมันหลั่งบ้างก็ได้จ้า

ว่าแต่ทำไมหัวใจเต้นช้าจังเลยอ่ะ ความดันต่ำอีก ... กินเยอะๆ หน่อยดิ ผอมไปไม่ดีนะ

+++++++++++++++++

ningpotter ... ลองกินแบบเราซิ นม(ไขมันเยอะ) แล้วก็ชีสซักแผ่นสองแผ่น ... พลังงานราวๆ 300-400 calories ไม่มากนะ สำหรับเช้าของวัน ^_^

+++++++++++++++++

เบญ ... ใช่ค่ะ


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:13:07:39 น.  

 
โอ้แม่เจ้า เราคงต้องยอมตายในหน้าที่แล้วละ ชอบกินข้าวและแป้งเป็นที่สุด เนื้อสัตว์ก้องั้นๆๆได้ก้อดี ผักก้อเกลียด แงะๆๆๆๆๆมิน่าตอนเช้าเราเปื่อยสุดดดด มีแต่ง่วน ปวดหัว มึน
เอ่อออคุณฟี้บี้คะ แล้วถ้ากินแต่นมอย่าเดียวตอนเช้าแบบเยาะๆๆเลยจะแทนกันได้หรือเปล่าคะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลคะ


โดย: katai IP: 125.24.25.210 วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:19:19:58 น.  

 
คุณเก่งจังเลยค่ะ รู้ละเอียดจังเลย เรียนมาจากไหนเหรอ
เราเคยเป็น Skin Care Therapist ของ Aster Spring
ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Dermaloga น่ะค่ะ
เค้าสอนรายละเอียดเกี่ยวกับผิว 2 เดือนทั้งปฎิบัติ และทฤษฏี
ยังไม่รู้ละเอียดเท่าคุณเลย เก่งจังเลย
ช่วยเมลมาหาเราด้วยนะคะ จะเป็นพระคุณ
เพราะ msn เราไม่สามารถรับแอดผู้อื่นได้เราต้องเป็นฝ่ายแอดค่ะ
อยากคุยกับคุณจัง


โดย: RITA IP: 124.120.140.61 วันที่: 21 ธันวาคม 2551 เวลา:3:47:54 น.  

 
มาขอบคุณ เรื่องดีๆ ที่แนะนำ


โดย: meiju IP: 125.26.208.92 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:14:27:57 น.  

 
เออ คืออ่านเรื่อง Insulin ไ้ด้ประโยชน็มากๆครับ

แต่ว่าคนเป็นโรคเบาหวานนี้คือน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

และ Insulin เนิ้ยมันมีไม่พอที่จะเอาน้ำตาลไปเผาผลาญ

จึงเป็นเบาหวานครับ (เท่าที่เคยทราบมา)

แต่ของคุณ Phoebe บอกว่า Insulin ออกมาเยอะจึงทำให้เป็นเบาหวาน


ตกลงมันยังไงกันแน่ครับ แอบ งง งง อยู่

ขอบคุณมากๆครับ


โดย: ตี๋เล็ก IP: 58.136.65.14 วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:32:44 น.  

 
ตุณตี๋เล็ก

คือ เราพูดหมายถึงว่า พอเราอายุมากขึ้น insulin มันทำหน้าที่จับน้ำตาลไม่ได้ดีเท่ากับตอนเด็กๆ ... พอเรากินน้ำตาลเข้าไป ร่างกายก็จะผลิต insulin เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ (แต่ก็ยังจับน้ำตาลไม่ได้) ค่ะ ... ทำให้น้ำตาลเหลืออยู่ในกระแสเลือดเยอะ (ซึ่งก็เหมือนกับคนเป็นเบาหวานเลย)

คือเราจะโยงไปถึงว่า insulin ออกมาเยอะ แต่จับน้ำตาลไปใช้ไม่ได้ ... ซึ่งจะโยงไปถึงอาการหิวของเราน่ะค่ะ และน้ำตาลในร่างกายก็ยังเหลือเยอะ (ถ้าเรากินน้ำตาลเยอะเหมือนตอนเด็กๆ) และร่างกายก็จะยิ่งผลิต insulin ออกมา และทำให้เราหิวง่ายค่ะ


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:21:25:27 น.  

 
GOOD...


โดย: NOP IP: 124.122.154.55 วันที่: 26 สิงหาคม 2552 เวลา:21:28:01 น.  

 
แวะมาอ่านพอดีเลยค่ะช่วงนี้กำลังลดความอ้วนอยู่

งั้นจากนม 0% เปลี่ยนมาเป็นนมธรรมดาดีกว่าใช่มั้ยค่ะ


โดย: น้องนู๋ต้นหอม วันที่: 16 กันยายน 2552 เวลา:9:29:22 น.  

 
เรากำลังลดน้ำหนัก ที่ผิดวิธีจริงด้วย ค่ะ และขอบคุณข้อมูลดีๆที่แนะนำนะคะ
ทำให้เราเข้าใจเรื่องโภชนาการดีมากมาย ต้องกลับมาดื่มนมธรรมดาและไขมันที่เป็นประโยชน์ ไม่กินแป้งและน้ำตาลตอนเช้า เพื่อไปกระตุ้นอาการหิวน้ำตาล อิอิ เข้าใจง่ายๆเจ้าค่ะ รับทราบแระปฏิบัติตาม จุ๊ฟๆจ้า ...




โพสต์ได้ป่าวน้อไม่ได้เป็นสมาชิกอ่ะ..


โดย: ใบไม้ IP: 80.212.118.87 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2552 เวลา:4:50:05 น.  

 
เดิมเคยทาน Fish oil ตอนอาหารกลางวัน ก็จะเปลี่ยนมาเป็นระหว่างอาหารเช้า สงสัยว่าจะเป็นอะไรไหมถ้าดื่มกาแฟด้วย เพราะตอนเช้าดื่มกาแฟดำน่ะค่ะ


โดย: mamie IP: 202.69.140.130 วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:15:31:00 น.  

 
ขอบคุณนะคะ

มีแต่บทความดีๆทั้งนั้นเลย ^^


โดย: shiachan IP: 10.128.218.208, 203.158.4.65 วันที่: 14 มีนาคม 2553 เวลา:10:10:05 น.  

 
บอกได้คำเดียว่า "เริ่ด"


โดย: DNA IP: 180.183.56.157 วันที่: 3 ตุลาคม 2553 เวลา:15:29:58 น.  

 
ขอบคุณนะคะสำหรับสาระดีดีที่เอามาแชร์


โดย: เปิ้ล IP: 182.52.105.168 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:12:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.