Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Mini-Series -- Step 1: Cleanse


Mini-Series

วันนี้นึกฮึดขึ้นมา จะเขียนเป็น mini-series เกี่ยวกับขั้นตอนการดูแลผิว โดยจะแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ด้วยกัน

Step 1 ::: CLEANSE เคลนส์
Step 2 ::: TONE โทน
Step 3 ::: REPAIR รีแพร์
Step 4 ::: HYDRATE ไฮเดรท
Step 5 ::: PROTECT โพรเทค

เราจะค่อยๆ up ไปเรื่อยๆ ทีละขั้นตอน เผื่อใครจะลองอ่านกันดูเล่นๆ แต่ถ้าเขียนไม่จบก็ไม่ต้องคิดมาก ... ขี้เกียจนั่นเอง
ใครใคร่อ่าน-อ่าน ใครใคร่ข้าม-ข้าม




Step 1 ::: CLEANSE (ทำความสะอาด)

จริงๆ cleanse ขั้นตอนนี้ มันจะว่าง่ายๆ มันก็ง่ายนะ ... เรียกว่าง่ยแต่ก็ต้องใส่ใจดีกว่า ... เพราะผลของมันใหญ่หลวงนัก ^^



มีหลายคนชอบถามเราว่า cleanser ตัวนี้ดีรึเปล่า ล้างสะอาดมั๊ย ต้องใช้อะไรเพิ่มเติมอีกรึเปล่า

ถ้าตอบแบบสุภาพก็ ... "คุณใช้ของคุณเอง สะอาดมั๊ย ตัวคุณเองบอกได้ดีที่สุด ต้องเพิ่มเติมมั๊ย ตัวคุณเองก็ตอบได้ดีที่สุด"

ถ้าตอบแบบหยาบคาย ... "กรูจะไปรู้เหรอ"

อย่าเพิ่งโกรธนะเพื่อนผอง ... คือจริงๆ ตั้งใจจะบอกว่า ... ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวเราเองหรอก ว่าสะอาดรึเปล่า มันใช้ดีมั๊ย ระคายเคืองไปรึเปล่าเนี่ย

ลองถามตัวเองว่า ที่ผ่านมา เคยใช้ cleansers มากี่ตัวแล้ว ... ตัวไหนใช้แล้วชอบ ก็ตัวนั้นแหล่ะ ดี จบ

ฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ง่ายนัก ... ต้องอาศัยการลองโน่นลองนี่ เราก็มีวิธีการล้างหน้า และการทดสอบ เพื่อตามหา cleanser ที่ถูกใจมาฝากกัน

มีกฎอยู่ข้อนึง สำคัญมาก ... "Listen to your body" ค่ะ




กฎสำคัญหนี่งข้อ ... Listen to your body!

ปกติเราทุกคน (ยกเว้นพวกที่ขี้เกียจจัด) ก็มักจะล้างหน้ากันวันละ 2 ครั้ง ตื่นนอน และตอนเย็น หรือก่อนเข้านอน ในตอนเย็นอาจจะทำความสะอาดกันมากหน่อย เพราะหน้าค่อนข้างจะสกปรก จากควัน ฝุ่น เมคอัพ ไหนจะพวกเซลล์ผิวที่ผลัดออกอีก แล้วก็รวมไปถึงน้ำมันด้วย

หลักสำคัญคือ ต้องทำความสะอาดพวกสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกไปให้หมด พร้อมกันกับรักษาสภาพผิวให้คงเดิมให้มากที่สุด

วิธีที่ใครๆ ก็แนะนำ ก็คือ ใช้ detergent-based cleanser ล้างพวกน้ำมันและสิ่งสกปรกออก ไม่ต้องใช้แบบแรง (harsh) มาก ใช้ร่วมกับน้ำอุ่นๆ แล้วก็ถ้าสกปรกมากก็พวกวอชคลอทนุ่มๆ แค่นี้หน้าก็สะอาดแล้ว ถ้าใครไม่ได้ใช้ foundation แบบ water-resistant ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้พวก cleansing oil ให้เปลือง ... หรือบางคนใช้พวก mascara ที่กันน้ำ ... ก็ใช้น้ำมันเช็ดเฉพาะจุดก็พอ ไม่จำเป็นต้องละเลงทั้งหน้า ... แค่แป้ง บลัช ลิปสติก ... detergent-based cleanser + น้ำอุ่น + gentle wash clot เอาอยู่ ... แต่ระวังอย่าให้มันรุนแรงกับหน้า ทำให้หน้าถลอก

แต่ถึงแม้ว่าเราจะใช้ cleanser แบบที่อ่อนโยนแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่วายที่จะไปดึงเอาน้ำมัน หรือไขมันในผิวเราให้หลุดออกมาด้วย (เพราะ cleanser พวกนี้มันทำความสะอาดผิวด้วยการละลายน้ำมันให้หลุดติดออกมา) แม้แต่แค่เอาน้ำเปล่าๆ ลูบหน้า น้ำมันพวกนี้ก็หลุดติดออกมาบางส่วนแล้ว

การทำความสะอาดหน้ามากจนเกินไป มากกว่า 2 ครั้งถือว่ามากแล้ว ยกเว้นว่าเป็นคนที่ผิวมันจริงๆ อาจจะล้างถึง 3 ครั้ง ... แต่อีกนั้นแหล่ะ listen to your body ค่ะ ถ้ารู้สึกว่ามันแห้งตึงไปก็ลดจำนวนการล้างหน้าลงหน่อย แล้วก็คอยสังเกตดู ... คนส่วนมาก ล้างหน้าสองครั้งไม่ถือว่าเป็นการ overdo จนเกินไป ยกเว้นคนผิวแห้งจริงๆ อาจจะล้างแค่ครั้งเดียว




คนแต่งหน้าจัด

บางคนแต่งหน้าจัด แล้วไม่ใช่เป็นคนผิวมันด้วย กลับบ้านมาแล้วก็อยากทำความสะอาดหน้าทันที แล้วกว่าจะนอนก็อยากจะล้างหน้าอีกที (หลังอาหารค่ำ) ... ถ้าล้างหน้าวันละ 3 ครั้ง ก็ดูจะทำให้ผิวแห้งตึง แต่ก็ไม่อยากทิ้งเครื่องสำอางให้เลอะเทอะ ... ลองกลับบ้าง แล้วก็นวดด้วย cleansing cream (lotion) แบบ wipe-off ดู ... นวดๆ แล้วก็ใช้สำลีเช็ดออก ... จบ ... ทิ้งไว้อย่างนั้นแหล่ะ ไม่ต้องล้างออก ... รอเวลาอาบน้ำนอนแล้วค่อยล้างหน้าด้วย detergent based cleanser ทีเดียว (ไม่ต้องนวดด้วย oil-based cleanser อีก) ... ทำแบบนี้ก็จะช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ แล้วก็ได้ทำความสะอาดผิวไปในตัวด้วย

หลายๆ คน แต่งหน้า ... แล้วก็คิดว่า จำเป็นจะต้องใช้ cleansing oil ก่อน ไม่งั้นหน้าจะไม่สะอาด ... แล้วก็จบลงที่แทนที่หน้าจะใส กลับกลับเป็นทำให้ผิวมีปัญหาไปก็มี ... จริงๆ แค่ detergent-based cleanser ก็พอแล้วค่ะ (นอกจากว่าแจะแต่หน้าด้วย water-resistant ค่ะ)




หญิง-ชาย แตกต่าง

หลายๆคนชอบใช้ cleanser ที่ล้างหน้าแล้ว ฝืดเลย เพราะว่าอยากได้ความรู้สึกที่สะอาดสุดๆ นั่นคือ cleanser ที่รุนแรงกับผิวจนเกินงาม มันจะไม่ดีกับผิวในระยะยาวคค่ะ

ในผู้ชาย อาจจะล้างหน้าได้มากกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายมีต่อมไขมันมากกว่าผู้หญิง ซึ่งทำให้ผู้ชายไม่ค่อยมีปัญหานัก คือ ใช้อะไรก็ได้ แต่ผู้หญิงจะมีต่อมไขมันน้อยกว่า ซึ่งทำให้ผู้หญิงดูจะเรื่องมากกับ cleanser มากกว่า

ล้างหน้าแบบไม่ยั้งมือ ล้างจนหน้าฝื่ด ไม่ได้มีประโยชน์กับผิวทุกแบบเลย (แม้กระทั่งผิวมันมากๆ) ผิวชั้นนอกของเรามันทำหน้าที่ห่อหุ้มปกป้องผิวชั้นกลาง (dermis) แล้วถ้าผิวชั้นนอกถูกทำทารุณกรรมมากๆ มันก็จะอ่อนแอ และส่งผลให้ผิวชั้นกลางถูกทำลายได้ง่าย

ในทางตรงกันข้าม การใช้ cleanser ที่ล้างหน้าแล้วรู้สึกว่ามีอะไรนุ่มๆ ชุ่มชื้นเคลือบผิว ก็เป็นไม่ควรทำเช่นกัน แม้กระทั่งคนผิวแห้งมากๆก็ตาม เพราะว่าสิ่งสกปรกแทนที่จะหลุดออกไป มันกลับไปซ่อนตัวอยู่กับพวกตัวที่มันเคลือบผิวเราอยู่นี้ แล้วก็ไปอุดตันผิว ก่อให้เกิดแบคทีเรีย และทำให้เกิดสิวได้ง่าย




Detergent-based cleanser

Detergent-based cleanser ที่อ่อนโยนหาได้ไม่ยาก ... หน้าที่ของมันคือแค่มีสารเคมีที่ไปละลายน้ำมันได้ แล้วก็มีตัวจับสิ่งสกปรกเหล่านั้นไม่ให้กลับไปติดหน้าเราอีก แล้วพอเราล้างด้วยน้ำ มันก็จะไหลลื่นออกไปหมด

การเลือก detergent-based cleanser อาจจะดูไม่ง่าย แต่จริงๆ ไม่ยากเลย แต่อาศัยการสังเกต และการลองผิดลองถูกหน่อย ... ก่อนอื่น เลี่ยง cleanser ที่มีสารเคมีที่รุนแรง เช่นพวก Myristic Acid และ Potassium Myristate (พบมากใน asian cleansers) เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ส่วนตัวที่ล้างแล้วเป็นเมือกๆ เคลือบผิว ก็อย่าไปซื้อใช้อีก ทีนี้พอมาถึง cleanser ที่ไม่ได้มีส่วนผสมที่ระคายเคืองจนเกินไป แล้วก็ไม่มีอะไรเมือกๆ เคลือบอยู่ ... ก็ลองใช้แล้วสังเกตุดู




วิธีทดสอบขั้นที่แรก

วิธีทดสอบง่ายๆ คือ ให้ล้างหน้าด้วย cleanser นั้นๆ ... แล้วก็ใช้ผ้าขุนหนูซับเบาสองสามที ... จากนั้นก็ไม่ต้องทาอะไรทับทั้งนั้น แม้กระทั่งโทนเนอร์ ซีรั่ม กันแดด ... ไม่ทาอะไรซักอย่างเลย ... จากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ... ทีนี้ลองทดสอบยิ้ม เคลื่อนไหวผิวหน้าดู ... ถ้ารู้สึกว่าผิวแห้ง รู้สึกตึงๆ นั่นคือ cleanser ตัวนี้ไม่เหมาะกับผิวเรานัก ... ควรมองหา cleanser ตัวใหม่ที่อ่อนโยนกว่านี้ ... แต่ถ้าครึ่งชั่วโมงผ่านไป ไม่ได้รู้สึกว่าผิวตึงๆ แสดงว่าผิวเราทน cleanser ตัวนี้




วิธีทดสอบขั้นสุดท้าย

เมื่อมันอ่อนโยนมากพอกับผิวเรา ... ก็มาทอดสอบว่าเราล้างสะอาดพอมั๊ย ... อาจจะลองหาพวก makeup remover หรือ toner แบบที่เช็ดสิ่งสกปรกออกได้ดีๆ (จะมี alcohol ผสมอยู่บ้างก็ได้) .... เอามาทดสอบเฉยๆ ... คือ ล้างหน้าด้วย cleanser ที่สอบรอบแรกผ่าน ... นวดๆ แล้วก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ... จากนั้นก็ลองใช้พวก makeup remover เจ๋งๆ เช็ดเบาๆ ดู

ถ้ามีคราบสกปรกติดอยู่ ... นั่นก็แปลว่า เราอาจจะล้างไม่ดีพอ ... ทดสอบใหม่ โดยการหา washcloth หรือ ฟองน้ำ มาช่วยเช็ด (ให้เบามือ) ถูๆ ช่วย ... จากนั้นก็ล้างหน้าแล้วลองเหมือนเดิม คือ เอาพวก makeup remover หรือ toner มาเช้ดผิวดู ... ทำแบบนี้แล้วไม่สะอาด ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

ถ้ายังไม่สะอาด ... cleanser ตัวนั้นอาจจะมี detergent ผสมน้อยไป หรือ สารเคมีที่ช่วยไม่ให้สิ่งสกปรกกลับไปติดผิวอีก มีไม่มากพอ ... ก็คงต้องหา cleanser ตัวใหม่




คนเราแตกต่าง

ทำไมต้องทดลองใช้ ... เพราะผิวคนเราแตกต่าง ... สิ่งแวดล้อมแตกต่าง ... เราจึงต้องลองผิดลองถูกดู ... การเลือกอ่านส่วนผสมก็เป็นขั้นตอนการแสกนดูเบื้องต้นว่า ... มันระคายเคืองไปมั๊ย รุนแรงไปรึเปล่า ... ถ้าผ่าน ... ก็ต้องมาดูกันอีกที่วันมันเข้ากับผิวเรา และวิธีชีวิตของเรารึเปล่า




ชอบของแพง

และถ้าใครมีเงินเหลือ อยากมองหาอะไรที่มันแพงๆ ใช้ ให้มันชื่นอกชื่นใจ ... อย่างน้อย ใช้เงินให้คุ้มค่าหน่อย ... มองหา cleanser ที่ส่วนผสม ที่พิเศษไปกว่า detergent เช่นพวก hydroxy acids หรือ พวก antioxidants ... ซึ่งถึงแม้ว่ามันสัมผัสผิวไม่นาน แต่มันก็มีส่วนที่ช่วย exfoliate หรืออย่างน้อยไปกระตุ้น .. แล้วก็ช่วย balance หรือ ลดจำนวน free-radicals ให้น้อยลงนั้นเอง

แล้วอย่าลืมอีกว่า (อย่างที่พูดไป) แค่เอาน้ำลูบหน้า น้ำมันธรรมชาติของผิวหนังเราก็หลุดออกมาแล้ว ... ดังนั้น มองหา cleanser ที่มีส่วนผสมของพวก hydrator อย่างพวก NaPCA หรือ Sodium Hyaluronate is a plus ค่ะ ... จะมองหา cleanser ที่มีตัว anti-inflammation (เช่น vitamin A, salicylic acid) ร่วมกับ antioxidant ก็ is a plus เช่นกัน ... ใครผิวระคายเคืองง่าย ก็มองหาตัว anti-irritant เพิ่มเข้าไปด้วย อย่างเช่นพวก licorice extract หรือพวก chamomile หรือแม้กระทั่ง vitamin E ก็ดีไม่ใช่น้อยเลยค่ะ




คนเป็นสิว

ถ้าใครมีปัญหาเกี่ยวกับสิวเรื้อรัง ... ก็ให้มองหา facial wash ที่มีส่วนผสมพวก antibacteria ... ตัวที่มีประสิทธิภาพสูงก็คือ triclosan ซึ่งแทบจะพูดได้ว่า มันฆ่าแบคทีเรียได้เกือบทุกภายในเวลาไม่ถึงนาที ... แต่อย่างที่เราพูดย้ำไว้หลายครั้ง ... พวก anti-bacteria พวกนี้ ไม่ควรใช้ติดต่อประจำ ... ควรใช้แค่ช่วงมีสิวอักเสบ พอหายแล้วก็หยุดใช้ เพราะนอกจากจะทำให้แบคทีเรียมันดื้อยาแล้ว ยังทำลายสิ่งแวดล้อมอีก

พูดถึง triclosan ต่อ ... ดูเหมือนว่าเจ้า tricolsan มันเก่งกาจ ฆ่าแบคทีเรียได้แทบทุกตัวในช่วงเวลาไม่ถึง 1 นาที ... แต่ทำไม บางคนใช้แล้วสิว (แบคทีเรีย) ก็ยังไม่หาย

ปัญหาก็คือว่า tricolsan มันมีโมเลกุลไม่เล็กมากพอ มันไม่สามารถเข้าไปลึกถึงพวกรูขุมขนลึกๆ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียพวกนี้ได้ ... ดังนั้น cleanser ที่เรียกตัวเองว่า antiseptics (หรือมีตัวที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) ก็ใช่ว่ามันจะรักษาสิว หรือฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ค่ะ




Anti-bacteria the monster

พอเราล้างหน้า ลงไปที่น้ำทิ้ง บำบัดน้ำยังไงก็กำจัดไอ้เจ้าตัวนี้ไม่ได้ ... แล้วมันก็ลงไปตามติด แม่น้ำ ลำคลอง พืช ผัก ผลไม้ สัตว์เลี้ยง แม้แต่สนามหญ้า ... แล้วแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ตามแหล่งพวกนี้ ก็จะค่อยๆ ดื้อยาตามไปด้วย ... เป็นพิษเป็นภัยกับสิ่งแวดล้อมกันแค่ไหน คิดดูละกัน ... อะไรที่เราทำ มันย้อนกลับมาหาตัวเราทั้งนั้นค่ะ

แล้วคนที่ล้างมือ หรืออาบน้ำ โดยใช้สูบ่ที่มีส่วนผสม anti-bacteria ... เลิกซะเถอะค่ะ ... มันไร้สาระ และไร้ประโยชน์ค่ะ ... แค่สบู่ธรรมดามันก็พอแล้วคะ (นอกจากว่าคุณจะติดเชื้อ ... นั่นยกเว้น) ... ไม่ต้องไปทำให้แบคทีเรียมันดื้อยาไปกว่านี้




คนผิวแห้งมาก

สำหรับคนผิวแห้งมากๆ ลองทดสอบขั้นตอนแรกดูก่อน ... ถ้าไม่ไหวจริงๆ หาพวก cleansing cream/lotion มาใช้ นวดๆ แล้วใช้ washcloth หรือฟองน้ำ เช็ดออก ... อาจจะใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นๆ ช่วยเช็ดเพิ่มเติมบ้างแล้วแต่ความจำเป็น ... แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว




แค่นี้ก็ล้างหน้าเสร็จแล้ว

บางคนเข้าใจว่า ... การนวดหน้า เป็นการทำร้ายผิวหน้า ทำให้เกิดริ้วรอยได้ ... แต่จริงๆ ถ้าเราแค่ใช้นิ้วมือนวด มันไม่สามารถทำอะไรผิวเราได้หรอกค่ะ (ยกเว้นจะนวดจนหน้าบูดเบี้ยว เป็นประจำ นั่นก็อีกประเด็นนึง) ถ้านวดธรรมดาๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

การทำความสะอาดหน้า ใช่ว่าหลายขั้นตอน หลายตัวแล้วจะมีชัยเสมอไป ... ผิวคนเราไม่ใช่อิฐไม่ใช่ปูน ... เลือกวิธีที่ง่าย ธรรมดาที่สุดนี่แหล่ะ

ยาวเนอะ ... ฝากกันไว้อ่านเล่นๆ อีกตอนนึงค่ะ ... ตอนต่อไปจะพูดถึงขั้นตอน TONE ... บางคนอาจจะข้ามขั้นตอนนี้ไป ... แต่เราจะเล่าให้ฟังว่า toner ก็ไม่ได้เป็นการทิ้งเงินลงทะเลนะคะ




Create Date : 08 กรกฎาคม 2551
Last Update : 13 กรกฎาคม 2551 16:50:37 น. 26 comments
Counter : 4093 Pageviews.

 
มาอ่านเป็นคนแรกเลยค่ะ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนเป็น detergent base cleanser ล่ะคะ


โดย: sushi IP: 164.115.7.10 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:07:59 น.  

 
มารับความรู้


โดย: twins IP: 125.25.106.220 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:15:56 น.  

 
ถามอีกทีค่ะ ว่าถ้าต้องการ search หา detergent base cleanser ต้อง search หาส่วนผสมตัวไหน ช่วยตอบด้วยค่ะ ตอนนี้ใช้ md formulations facial cleanser รู้สึกหน้าแห้งไปนิดหลังล้างหน้า แต่หลังจากนั้นชั่วโมงนึงหน้าก็มันตามปกติ อยากให้หน้านุ่มหลังล้างหน้ามากกว่านี้ค่ะ


โดย: sushi IP: 164.115.7.10 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:19:48 น.  

 
ข้าน้อยขอคารวะ 1 จอก
ขอบคุณมากนะคุณฟีบี้

ป.ล. วาดรูปเองอีกป่าวคะ
เงาในกระจกกับตัวจิงแอบผิดองศา
แต่เราชอบอ่างล้างหน้า สวยดี


โดย: MinGie' IP: 203.121.177.141 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:27:37 น.  

 

^
^
^
เปล่าวาดเองค่ะ (เราไม่สามารถขนาดนั้น) ... โขมยรูปชาวบ้านมาแต่งค่ะ ... ใส่ผม ใส่น้ำ ใส่ขวด cleanser ลงไป ... แห่ะๆๆ


โดย: Phoebe Buffay วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:41:42 น.  

 
ชอบอ่านมากเลยค่า รอติดตามตอนต่อไปค่ะ


โดย: nickie IP: 161.246.1.33 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:59:44 น.  

 
ขอบคุณค่ะ แล้วจะแวะเข้ามาอ่านอีกนะคะ


โดย: ยายหนูAK วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:24:05 น.  

 
กำลังนั่งอ่านที่คุณฟีบี้จัดลำดับ Cleanser อยู่เลย
ปรากฎว่าเขียนเรื่องใหม่แล้วดีจังเลย
จะได้ประกอบการตัดสินใจซื้อ Cleanser ตัวใหม่ของเรา


โดย: Cottony วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:01:36 น.  

 
เก่งๆๆ เจ๋งๆๆ ชอบจังกระทู้ ดี มีสาระแบบนี้ อย่างงี้ต้องกดโหวตๆๆ อิอิ

เป็นกำลังใจให้อัพบล๊อคดีๆ มีสาระแบบนี้เรื่อยๆ เลยน้า มาอ่านแล้วจะได้รู้ซะทีว่า ต่อไปนี้ต้องเลิกใช้พวก anti-bac ดีจัยจังจะได้ซื้อ ครีมอาบน้ำหอมๆ บำรุงบำรุงผิวมาใช้กับเขาซักที เย้ๆๆ ความรู้เยอะจัง เรียนมากหรอ ? เรียนเคมีแน่ๆเลย


โดย: ตองดี IP: 202.12.97.117 วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:41:22 น.  

 
เราชอบหัวข้อนี้จังเลยค่ะ อ่านแล้วได้ประโยชน์การทำความสะอาดหน้ามากๆเลย... ปกติไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาวๆ แต่บล้อกคุณฟีบี้ เข้ามาแล้วต้องอ่านจนจบในแต่ละหน้ามันเหมือนถ้าอ่านไม่จบจะได้ประโยชน์ไม่ครบยังไงไม่รู้...ขอบคุณสาระดีๆที่นำมาให้เสมอนะค่ะ...


โดย: yoko วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:57:28 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ

เดี๋ยวไปอ่าน step 2 ต่อก่อนนะคะ


โดย: cuccy วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:42:02 น.  

 
เข้ามาเก็บความรู้ด้วยคนนะจ๊ะ


โดย: wannee2w วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:06:53 น.  

 
สุดยอดเลยครับ

ไม่เคยอ่านของใครแล้วต้องมาเม้นแบบนี้เลย

ชอบมากๆ

มีประโยชน์จริงๆเลยครับ

ไม่รู้เลยนะเนี้ยว่า cleanser ที่ล้างแล้วเป็นเมือกมันไม่ดี

ใช้มาตลอดเลย

ขอบคุณจริงๆครับ


โดย: BangkokCityTK IP: 58.9.235.17 วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:12:01:39 น.  

 
นับถือๆๆ


โดย: mei IP: 125.26.207.240 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:13:39:29 น.  

 
เพิ่งเป็นสาวกโต๊ะแป้ง เห็นมีคนพูดถึงคุณฟีบี้เยอะมาก ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าใครแล้วทำไมคนกล่าวถึงเยอะ พอดีเจอ Link จากที่ไหนไม่รู้จำไม่ได้ link มาห้องนี้ ขอบอกว่าคุณฟีบี้นี่เจ้าแม่จริงๆ Cool มากๆเลยค่ะ ตอนนี้เป็นสาวก Blog คุณฟีบี้แล้วอ่ะ คุณฟีบี้จบเภสัช ด้าน Cosmetics หรือเปล่าเอ่ย ดูแบบว่าข้อมูลแน่นปึกมาก


โดย: Pin IP: 61.90.80.166 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:23:03:41 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Mink IP: 124.122.186.50 วันที่: 18 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:25:08 น.  

 
thk u very much krub


โดย: ืnoom IP: 125.25.225.117 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:20:02:04 น.  

 
หน้าแรกที่เข้ามาเจอ blog นี้คือมาอ่านเรื่องปาเลสไตน์และอิสราเอล
ไหงอ่านไปอ่านมาหลงมาอยู่วังวนของการบำรุงรักษาผิว สงสัยจะหลุดออกไปยากซะแล้วเรา เพราะดันไปเจอ post เรื่องเย็บปักถักร้อยด้วย

ขอบคุณในสิ่งที่คุณได้เลือกทำในวันนี้ มีประโยชน์กับใครหลายๆคนและคิดว่าเค้าเหล่านั้นคงจะซาบซึ้งกับสิ่งที่คุณได้แบ่งปันและทำให้สังคมดีขึ้นครับ

ด้วยความเคารพ


โดย: เก่ง IP: 124.121.240.210 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:36:35 น.  

 
สุดยอดมากมาย


โดย: Nazz IP: 124.121.160.156 วันที่: 17 สิงหาคม 2553 เวลา:8:14:00 น.  

 
อยากเป็นสาวกด้วยอะค่ะ ทำไงดีค่ะ


โดย: uma IP: 119.46.148.162 วันที่: 25 มีนาคม 2554 เวลา:11:52:03 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูล ขอบคุณครับ


____________________________________________

GPS Black Friday | Breville BJE200XL | Black Friday Bowflex


โดย: birdfriday วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:10:14:10 น.  

 
อ่านแล้วให้ความรู้เพิ่มอีกเยอะ แต่จะสั่งซื้อสินค้าได้ไงคะ
ต้องทำไงบ้าง


โดย: Mol IP: 125.24.244.94 วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:22:12:01 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ที่ไม่รู้มาก่อนคับ


โดย: chattiwut IP: 202.55.142.13 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:11:13:28 น.  

 
เเวะัมาชม

ขอบคุณข้อมูล เเละรูปภาำพสวยๆ ค่ะ


โดย: mssuchira วันที่: 24 มีนาคม 2555 เวลา:23:29:36 น.  

 
เข้ามาเก็บความรู้คะ


โดย: เปิ้ล IP: 182.52.105.168 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:27:19 น.  

 
ข้อมูลเพียบ ^^


โดย: pook IP: 49.49.96.206 วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:33:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.