Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Mini-Series -- Step 4: Hydrate


Step 4: Hydrate

วันนี้มาต่อภาคสี่ Hydrate ... ภาคนี้คงจะไม่ยาวมากนักเพราะเราว่าทุกคนคงปฏิบัติขั้นตอนนี้กันอย่างเค่งครัดกันอยู่แล้ว ขาดแต่ focus ส่วนผสมนิดหน่อย แล้วก็ concept และ step โดยรวม ตั้งแต่ต้นจนจบ






Department store products

ดูจากส่วนผสมของ moisturizers และ serums ตาม department stores ที่เราเห็นๆ มา ... ไม่ว่าจะเป็นตัวที่อ้างว่า anti-aging หรือว่าใช้ latest technology หรือ break through อะไรก็ตาม ... ส่วนมากก็ทำได้แค่ hydrate + antioxidant เท่านั้น

ส่วนผสมที่ดูจะช่วยในส่วนของ repair ก็ใส่ไปเหมือนไม่ได้ใส่ (ว่างๆ จะอธิบายว่าทำไม ... คอยตามอ่านตอน Conspiracy Theory นะคะ ^_^)

แล้วเราก็คงพูดไม่ผิดนัก ว่าทุกคนที่ใช้ครีมบำรุงผิวมีครีมพวกนี้อยู่ในครอบครอง (แต่เป็นครีมที่ทำหน้าที่ hydrate และช่วยฉาบผิว ดีรึเปล่า นั่นอีกเรื่องนึง ... เดี๋ยวจะพูดถึงทีหลัง)




Objective

ก่อนอื่น มาพูดถึงจุดประสงค์ของขั้นตอนนี้ซะก่อน การทา moistiruzer ที่ช่วย hydrate ผิว จะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว (ที่สูญเสียไปจากการล้างหน้า) แล้วก็ช่วยทำให้ผิวชั้นบน (เซลล์ผิวที่ตายแล้ว) นุ่นมชุ่มชื้น และลบเหลียมคมออกไป ทำให้เวลาเราจับแล้วรู้สึกเนียนนุ่ม แล้วในขณะเดียวกันก็จะช่วย seal (จะเรียก ฉาบ หรือ เคลือบ อะไรก็ได้) ปกป้องผิวชั้นกลางจากสิ่งแวดล้อมภายนอก แล้วก็ไม่ให้ความชุ่มชื้นของเซลล์หลุดออกไปด้วย

เมื่อผิวหน้าเราสะอาด ปรับค่า pH ทำให้เซลล์ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วย toner เราก็ตามด้วย repairing serum (จะให้ดีมองหา water-based serum เลือกแบบใสๆ เพราะมันจะซึมง่าย) รอให้ซึมเข้าสู่ผิวให้หมดเกลี้ยง จากนั้นเราก็เอา moisturizer ฉาบกักเก็บสิ่งดีๆ ไว้กับผิวเราให้นานที่สุด ขณะเดียวกันก็จะช่วยทำให้ผิวชั้นนอกนุ่มชื่มชื้นน่าจับอีกด้วย

ดังนั้นเราจะต้องมองหา moisturizer ที่มีส่วนผสมในการช่วย 1. ให้ความชุ่มชื้น 2. ช่วยกักความชุ่มชื้น และต้องไม่อุดตันมาก (จะก่อให้เกิดปัญหาผิวตามมา) ... แล้วก็แน่นนอน antioxidant is a plus เช่นกัน ... และถ้ามองหา ingredients ที่ช่วย calm และ sooth ผิว ก็จะช่วยลดการระคายเคืองหลังจากทา anti-aging serum (step 3) ... อ้อ แต่อย่าลืมว่า เราทาให้มันซึมเข้าสู่ผิว ให้มันทำงานก่อน แล้วก็ผิวอาจจะมีการระคายเคืองหลังปฏิบัติการบ้าง (ลองนึกถึงฉีดยาดูก็ได้ ... คือยามาเข้าไปแล้ว แต่มันยังทิ้งรอยเข็มให้เจ็บอยู่) การใช้ moisturizer ทาทับ เพื่อช่วย sooth ผิวก็จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้นั่นเอง




การเลือก hydrating moisturizer

การเลือกครีมพวกนี้เลือกไม่ยาก ... อาศัยความรู้สึก และจำส่วนผสมตัวสองตัว ก็เพียงพอแล้ว แต่ก็ต้องอาศัยวิธีลองผิดลองถูกระดับนึง ... ก่อนซื้อมองหาดูส่วนผสมที่ต้องการ ลองทาดู ... ทาแล้วรู้สึกดี นั้นก็ถือว่าผ่านไปหนึ่งเปราะ ... เลือกเอาตามสภาพผิวและความชอบได้เลย ... ครีม โลชั่น รุ่นโบราณเก่าๆ คร่ำครึ ส่วนมากก็ทำหน้าที่นี้ได้ ... แต่หลายๆ ตัวขาดส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้กับผิว จะเรียกว่า water-holding, water-attracking หรือ water-binding ก็ได้

คนผิวมัน

คนผิวมันก็เลือก moisturizer ที่มี water-holding ingredient และในขณะเดียวกัน เวลาทาก็รู้สึกสบายผิว ... แล้วจะหาส่วนผามที่ช่วยลดความมันให้กับผิวไปในตัวด้วย (ถึงแม้ว่าจะมีผิวมันแค่ไหน ก็ไม่ควรใช้ตัวที่มี alcohol ผสมอยู่ในปริมาณสูง) ถ้ามีปัญหาหน้ามันอยู่ พกพวก blotting papers ติดตัวไว้ เอาไว้ blot ความมันออกไปดีกว่า ... ทำแบบนี้ เพียงแค่ความมันส่วนเกินจะถูกกำจัดออกไป (ถ้าใช้ alcohol ความมันส่วนที่ไม่เกินก็หลุดออกไปด้วย) ... จริงๆ คนผิวมันเนี่ยดีนะ ผิวแก่ช้ากว่าคนผิวแห้งเยอะ แต่ต้องรู้จักรักษาความสะอาดผิวให้ถูกวิธีแค่นั้นเอง

จำไว้ว่า คนผิวมันก็ควรจะ moisturize ผิวเช่นกัน ... ควรจะเน้นที่การกักเก็บความชุ่มชื้น แต่ไม่เพิ่มความมันให้กับผิว

คนผิวแห้ง

คนผิวแห้งนี่ยิ่งต้องใส่ใจมากในขั้นตอนนี้ ... หลังทา repairing serum แล้ว ... อาจจะทาพวก water-binding serum อย่างพวก sodium hyaluronate หรือพวก amino acid รวมกัน ก่อน ... รอให้ซึม ... แล้วก็เอา hydrating moisturizer ทาเคลือบทับอีกที ... ทำแบบนี้ เราเหมือนกับเป็นการสร้าง layer อีกอันนึง ที่ที่อุดความชุ่มชื้น เอามาเคลือบผิวทีแห้งและกระหายของเราเอาไว้

คนที่มีปัญหาผิวแห้ง และคนอยากให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอ ... อาจจะมองหา supplement พวก omega-3 มากกินสม่ำเสมอ




Cosmetic results

นอกจากว่าจะต้องเลือก hydrating moisturizer ที่ทาแล้วรู้สึกดี มีส่วนผสมของ water-holding ingredient แล้ว ... ส่วนเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทาใต้ foundation ได้รึเปล่า ball up รึเปล่า อุดตันรึเปล่า นั่นก็เป็นอีกเรืองนึงที่สำคัญ แต่เราคงไม่ต้องพูดอะไร เพราะทุกคนคงจะใส่ใจในข้อนี้กันอยู่แล้ว

สำหรับบางคนที่ต้องการกลบตำหนิบางอย่างบนใบหน้า ... อาจจะเลือกใช้ tint moisturizer แทนที่จะใช้ moisturizer เลยก็ได้





Moisturizers สมัยก่อน

สมัยก่อน moisturizers มักจะออกมาสองสูตร oil-in-water (มีน้ำเยอะ ใส่น้ำมันไปนิดหน่อย) หรือไม่ก็ water-in-oil (น้ำมันเยอะ ผสมน้ำลงไปนิดหน่อย) ... คนแห้งมักจะถูกยุให้ใช้สูตร water-in-oil ... ส่วนคนผิวมันจะถูกแนะนำให้ใช้สูตร oil-in-water ... จริงๆ ความเชื่อแบบนี้ค่อ่นข้างจะล้าสมัยไปแล้วล่ะ

Moisturizers สมัยใหม่

หลังๆ มานี้ เรามักจะพบว่า new products ส่วนมากจะไม่ค่อยทำให้ผิวมันเยิ้มเหมือนสมัยก่อน ... แทนที่จะใช้ส่วนผสมพวก mineral oil อย่างสมัยก่อน ... หลายบริษัทหันมาใช้ซิลโคนแทน ... จริงๆ ซิลิโคนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผิว เนื่องจากไม่อุดตันผิวมากแล้ว ยังเป็นตัวช่วย seal ผิวได้ ช่วย trap ความชุ่มชื้นให้อยู่ข้างใน แล้วก็ที่สำคัญ ทาแล้วผิวลื่น นุ่ม ไม่ทำให้มันอีกด้วย

มีส่วนผสมตัวนึง ที่ให้ความชุ่มชื้นและดีกับผิวอย่างมากที่อยากจะแนะนำให้ลองกัน คือ ceramides เพราะมันทั้งให้ความชุ่มชื้นกับผิว บางเบา ซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่อุดตันผิว แล้วยังทำให้รู้สึกผิวลื่น เนียน นุ่ม อีกด้วย ... ลองมองหาส่วนผสมตัวนี้กันดูค่ะ

นอกจาก ceramides แล้วเนี่ย พวก liposome มันซึมเข้าสู่ผิวชั้นกลางได้ดี ... แล้วมันยังจะช่วย จับ หรือ หิ้ว ส่วนผสมบางตัว ติดสอยห้อยตามไปได้ด้วย

นอกจากนี้ ส่วนผสมบางตัว ยังมีความสามารถในการจับส่วนผสมบางตัวไว้ ไม่ให้ซึม ให้มันแช่อยู่ด้านนอก ... ส่วนผสมพวกนี้มักจะถูกใช้จับพวก antioxidant ingredients ให้มันติดอยู่ชั้นนอก เพื่อคอยที่จะต่อสู้กับพวก free-radicals ... ส่วนผสมพวกนี้นอกจากจะจับพวก antioxidant แล้ว ยังเป็น barrier ให้กับผิวได้ดีอีกด้วย




Ingredients to look for

ส่วนผสมที่ควรมองหาก็เห็นจะเป็น Sodium Hyaluronate, Sodium PCA, Amino Acids, Glycerin, Plant Lipids, และพวก Plant Oils บางชนิด (เช่น safflower, borage, evening primerose)




Cream or Loion?

บางคนถามว่า ใช้ครีมหรือโลชั่นดี ... คนส่วนมากเข้าใจว่า ครีมสำหรับคนผิวแห้ง โลชั่นสำหรับคนผิวมัน ... สมัยก่อนอาจจะจริง แต่เดี๋ยวนี้ ... cream หลายๆ ตัว ไม่ได้ให้ความชุ่มชื้น เท่าที่ควร เพราะมีแต่ thickener ... จะให้ดี ... เลือกใช้ lotion ก่อน ... lotion สมัยนี้ชุ่มชื้นมากๆ ก็มี (เพราะว่ามี thickener น้อยกว่า) แถมยังเสี่ยงต่อการอุดตันน้อยกว่า แล้วก็ซึมเข้าผิวได้ดีกว่าอีกด้วย ... ดังนั้น จะเลือกครีมหรือโลชั่นก็เลือกกันเอาเอง




คนขี้เกียจ

สำหรับคนขี้เกียจ ... อาจจะมองหา moisturizer ที่มีส่วนผสมที่พูดไป บวกกับกันแดดในตัวเลยก็ได้ ... แต่ก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาหากันหน่อย ... เพราะอย่างน้อนต้องใช้ spf 30 แล้วก็มองหาพวกส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ด้วย ... เพราะกันแดดหลายๆ ตัว เป็นแค่กันแดดจริงๆ ขาดตัวที่ช่วยกักเก็บน้ำ




บทสรุป

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ให้ความชุ่มชื้น และกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ... ส่วนผสมมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนก่อนหน้านี้ ... แต่ว่า moisturizers พวกนี้หาไม่ยากนัก ... อย่าลืม รอให้ repairing serum ซึมให้หมดก่อน ... แล้วก็เคลือบผิวด้วยขั้นตอนนี้

เอาเป็นว่า ... จะเลือกแบบไหน ก็ตามแต่ your life style ละกัน ... เพียงแต่อย่าลืม water holding ingredient ด้วย



(ตอนต้นเกริ่นไว้ว่า จะไม่ยาวนะเนี่ย ... ทำไปทำมา ไหงมันยาวเฟื้อยอีกแล้ว T_T)




Create Date : 12 กรกฎาคม 2551
Last Update : 13 กรกฎาคม 2551 16:50:54 น. 11 comments
Counter : 2617 Pageviews.

 
ประเดิมครับ ได้ความรู้มั่ก ๆ เก่งจังพี่


โดย: มะไฟ IP: 203.144.243.46 วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:44:06 น.  

 
ชอบมากๆๆๆ ตอนนี้กำลังหัดเขียนบล๊อคเหมือนกัน ไม่ไปไหนเลย ทำอะไรไม่เป็นเลย

ลงมั่วซั่วไปหมด จะบ้าแล้วเนี๊ย คุณphoebe ทำได้ขนาดนั้น นับถือจ้า ^^


โดย: ตองดี (TOngD123 ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:43:13 น.  

 
เราเป็นคนขี้เกียจจ๊ะฟีบี้จังแต่ตัวmoistureผสมกันแดดเนี่ยมันหายากเนอะที่ทาแล้วหน้าไม่มัน



โดย: Cottony วันที่: 12 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:47:46 น.  

 
เยี่ยมค่ะ ได้ประโยชน์มาก ๆ อ่านเข้าใจง่ายด้วยค่ะ


โดย: futomomo วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:21:41:19 น.  

 
โอ้ววว...ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้ว ขอบคุณค่ะ


โดย: tuk4603 วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:08:35 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้นะคะ ต้องหาสิ่งดีดีมาใช้บ้างละ
อิอิ


โดย: Gus-jang IP: 119.42.96.233 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:02:25 น.  

 
ดีมากเลยให้ข้อมูลเยอะดี แต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจ เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
เข้ามาหาครีมสำหรับคนผิวแห้งค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอให้อยู่ให้คำแนะนำไปนานๆ
อย่าพี่งเบื่อนะค่ะ


โดย: ta IP: 114.128.161.248 วันที่: 11 มีนาคม 2553 เวลา:15:47:41 น.  

 
ขอบคุณคับ ไหนว่าไม่ยาว แต่ไม่เป็นไรคับความรู้ล้วนๆ


โดย: chattiwut IP: 202.55.142.13 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:11:44:19 น.  

 
ขอบคุณคะ สาระเพียบ ความรู้เพิ่มอีกแล้ว


โดย: เปิ้ล IP: 182.52.105.168 วันที่: 24 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:47:37 น.  

 
^^ ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วนะ


โดย: Pook IP: 49.49.96.206 วันที่: 29 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:05:37 น.  

 
ขออนุญาติคะ เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางนะคะ

Obagi โอบากิ เวชสำอางค์คุณภาพเยี่ยมกูดดด ส่งตรงจาก USA ราคากันเอง แบบขายไวขายคล่อง กำไรน้อยนิด อาศัยขายเร็วคร้าา และไม่ต้องถามนะคะว่า ของจริงหรือป่าว รับประกัน เกินร้อยเปอร์เซ้นกันเล๊ยคร้าาา คุณแม่ค้าสามารถติดต่อได้ในราคาส่งเพราะขายดีเลยออร์เดอร์เยอะอะคะ ดูรีวิวผู้ใช้ผลิดภัณฑ์ทั่วโลกกันได้ที่นี้เลยจร้าา
http://www.order-beauty.com/product_757593_th
Obagi Nu-Derm System รักษากระฝ้าลึกเข้ม-ถาวร http://www.order-beauty.com/product_757624_th
Obagi CLENZIderm M.D. รักษาสิวเรื้อรัง http://www.order-beauty.com/product_757671_th
Obagi Professional-C Serum ปรับผิวใส http://www.order-beauty.com/product_757661_th
Obagi-C Rx System บำรุงขาว-ใส ลดเลือนจุดด่างดำ กระจางๆ http://www.order-beauty.com/product_757656_th
Obagi ELASTIderm รักษาริ้วรอยแห่งวัย http://www.order-beauty.com/product_757665_th
Obagi ELASTIderm รักษาริ้วรอยแห่งวัย http://www.order-beauty.com/product_757665.757736_th
Obagi ROSACLEAR System บำรุงและป้องกันสิว http://www.order-beauty.com/product_757962_th
Obagi Blue Peel System ฟื้นฟูผิวเร่งด่วน http://www.order-beauty.com/product_757672_th
โอบากิ เป็นผลิตภัณฑ์ที่สถาบันผิวหนังยอมรับ แน่นอนใช้แล้วเห็นผลจริง ไม่ว่าจะเป็น **กระ ฝ้า สิว หรือบำรุงหน้าใส ลดริ้วรอย **

สนสินค้าดูเล๊ย ที่ http://www.order-beauty.com หรือ
โทรหาคุณโม่ย 081-9444521 ตล๊อดๆ 24 ชม จร้าาา
อ๊ะเพิ่มกันอีกช่องทาง ID Line : obagibyorderbeauty


โดย: โม่ย IP: 115.87.86.59 วันที่: 10 กรกฎาคม 2556 เวลา:14:31:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 166 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.