Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
Salt Toner


วันนี้จะมาเขียนสั้นๆ เรื่องน้ำเกลือละกันนะคะ เพราะมีคนถามเกี่ยวกับน้ำเกลือ ว่าใช้แทนโทนเนอร์ แล้วมันจะดีกับผิวหรือเปล่า ... เราก็จะมาพูดถึงน้ำเกลือตามความเข้าใจเรานะคะ


เกลือ


เซลล์คนเราประกอบไปด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีเยื่อหุ้มเซลล์ห่อหุ้มเอาไว้ แล้วทีนี้หากเราเอาน้ำเกลือมาทา เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก็คือว่า น้ำในเซลล์ก็จะถูกดึงออกมาจากเซลล์ ... คือ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่น้ำจะถูกดึงจากที่เข้มข้นน้อย (มีน้ำเยอะ) ไปให้กับที่มีความเข้มข้นมาก (น้ำน้อย) ... คล้ายๆ กับว่า เราเอาทิชูชู่ หรือฟองน้ำ (แห้งมีน้ำน้อยมากๆ) มาซับน้ำในแก้ว (เต็มไปด้วยน้ำ) ... น้ำก็จะถูกดูดออกไปจากแก้ว ... น้ำเกลือก็เหมือนกันค่ะ น้ำเกลือมีน้ำน้อยกว่า (หรือเข้มข้นมากกว่า) เซลล์ ... ดังนั้นน้ำก็จะถูกดึงออกจากเซลล์ ทำให้น้ำในเซลล์มีน้อยลง เซลล์ก็จะเหี่ยวลง ซึ่งก็จะทำให้ผิวรู้สึกแห้งลงชั่วขณะ ... ซักพัก ร่างกายเราก็จะปรับสภาพคืนไปดังเดิม (เพราะเราไม่ได้เอาผิวไปแช่น้ำเกลือ (ประมาณดองเค็ม) ตลอด ... ซึ่งก็หมายความว่า น้ำเกลือยิ่งเค็มมาก (เข้มข้นมาก) เซลล์ก็ยิ่งเหี่ยวมาก (น้ำถูกดึงออกไปมาก) ด้วยเช่นกัน


เซลล์


1. Hypertonic (ซ้าย) คือสารละลายที่มีความเข้มสูงกว่าสารละลายภายในเซลล์ น้ำจะแพร่ออกจากเซลล์ทำให้เซลล์เหี่ยว
2. Isotonic (กลาง) สารละลายที่มีความเข้มข้นเท่ากับสารละลายภายในเซลล์ แบบนี้เซลล์ก็จะอยู่ได้สบายๆ
3. Hypotinic (ขวา) สารละลายที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าสารละลายภายในเซลล์ น้ำก็จะแพร่เข้ามาในเซลล์มากผิดปรกติ

แน่นอนว่า น้ำเกลือดึงน้ำออกมาจากเซลล์ผิวหนังเราได้ มันก็ดึงน้ำออกมาจากแบคทีเรียได้เช่นกันค่ะ แบคทีเรียมันชอบอาศัยอยู่ในน้ำ อะไรที่มีความชุ่มชื้นอยู่ มันอาศัยอยู่ได้หมดรวมไปถึงตามส่วนต่างๆ ของ ร่างกายคนเราด้วย ... หากผิวเราติดเชื้อ มีพวกแบคทีเรีย เราเอาน้ำเกลือมาทา ก็จะทำให้เซลล์มันแห้งเหี่ยว เพราะน้ำถูกดึงออกไป ถ้าถูกดึงไปมากๆ มันก็จะเหี่ยวตายไปในที่สุดค่ะ ก็เหมือนกับที่หมอมักจะบอกให้เรากลัวคอด้วยน้ำเกลือ เวลาเราคออักเสบ ... อาหารก็เหมือนกัน เอามาดองเค็ม แบคทีเรียตายเรียบ ทำให้อาหารไม่เน่าเสีย


แบคทีเรีย


เนื่องจากน้ำเกลือจะดึงน้ำออกจากเซลล์ผิวเรา ... ทำให้เซลล์แต่ละเซลล์เหี่ยวลง ... ดังนั้น เมื่อเซลล์อ้วนๆ เต่งๆ ที่ล้อมรอบรูขุมขนอยู่ เหี่ยวลง สิ่งที่จะตามมาก็คือ รูขุมขนจะดูกว้างขึ้น (ชั่วขณะ) จนกระทั่งเซลล์ดึงน้ำกลับมาเติมให้เต็มอีกครั้งนึง มันก็จะไปดันรูให้ดูเล็กลง ... นั่นก็คือ น้ำเกลือช่วยเปิดรูขุมขนชั่วขณะนั่นเอง

น้ำเกลือช่วยเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้น (ชั่วขณะ) ซึ่งก็มีทั้งดีและเสีย คือรูขุมขนเปิด ก็ช่วยให้สิ่งสกปรกที่คั่งค้างอยู่ หลุดออกมาได้ง่าย (ดังนั้น เราคิดว่าถ้าใช้ในขั้นตอนการล้างหน้าน่าจะดี) ... รูขุมขนเปิด แล้วปิดบ่อยๆ ก็จะทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ทำให้อะไรๆ ที่ตกลงมาในหลุมได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นข้อเสีย


รูขุมขน


นอกจากนี้ เกลือมีแร่ธาตุหลายอย่าง ดั้งน้ำเวลาเราใช้น้ำเกลือทาผิว เราก็จะได้รับประโยชน์ต่างๆ จากแร่ธาตุที่ซึมเข้าผิวด้วย

น้ำเกลือทำให้น้ำกระด้างอ่อนลง ... หลายคนอาจจะงงว่าน้ำกระด้างคืออะไร น้ำอ่อนคืออะไร ... น้ำกระด้างก็คือน้ำที่มีพวกแร่ธาตุ (ซึ่งไม่ละลายน้ำ) อยู่จำนวนมากเกินไป (เช่น พวกแคลเซียม และ แมกนีเซียม) ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับผิว ... แต่ปัญหาก็คือ หากใช้นำกระด้างกับสบู่ พวกสบู่แทนที่จะเป็นฟองแล้วก็ช่วยขจัดสิ่งสกปรกให้หลุดออกไปจากผิว กลับกลายเป็นคราบสบู่ไปซะหมด ทำให้ประสิทธิภาพการล้างไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนเคลนเซอร์ที่ใช้สารซักล้าง ส่วนมากเค้าก็จะใส่สารที่ช่วยต่อสู้กับน้ำกระด้างพวกนี้ ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร ... หากเราเติมเกลือลงไปในน้ำ เกลือจะไปช่วยเอาประจุของแคลเซียมและแมกนีเซียมออก ทำให้น้ำอ่อนลง และทำให้ประสิทธิภาพในการซักล้างดีขึ้น ... นอกจากนี้ เนื่องจากน้ำกระด้างจะรู้สึกฝืดๆ น้ำอ่อนจะรู้สึกลื่นๆ กว่า ก็ทำให้ผิวรู้สึกนุ่มๆ ลื่นๆ ขึ้นด้วย


น้ำกระด้าง


สรุปคือ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันไม่ได้มีแค่มุมเดียวให้มอง เมื่อเรามองให้ครบทุกมุม เราก็จะได้น้ำสิ่งน้ำมาใช้ด้วยความเข้าใจ และแก้ปัญหาได้ถูกจุดค่ะ ^_^




Create Date : 17 มิถุนายน 2554
Last Update : 17 มิถุนายน 2554 3:12:46 น. 13 comments
Counter : Pageviews.

 
ขอบคุณครับ


โดย: chai_zone วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:5:21:02 น.  

 
กระจ่างเลยค่ะคราวนี้ ขอบคุณข้อมูลนะคะ


โดย: น้ำพันซ์ วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:5:43:15 น.  

 
น้ำเกลือเราไม่เคยลองเลยอะ รู้สึกมันทะแหม่งๆชอบกล ปกติถึงจะชอบให้หน้าแห้งๆสะอาดๆ แต่ไม่ชอบให้มันแห้งเกิน (รู้สึกปีนี้รูขุมขนกว้างขึ้นกว่าเดิม T T) ชอบให้หน้าชุ่มชื้นหน่อยมากกว่า

ไม่ได้มาคอมเมนต์นาน แต่ยังตามอ่านอยู่เหมือนเดิมนะจ๊ะ คิดถึงจ้า


โดย: ningpotter IP: 183.89.35.178 วันที่: 17 มิถุนายน 2554 เวลา:21:05:03 น.  

 
กด like เพราะอ่านแบบ กวาดสายตาแป๊ปๆ ก็เข้าใจ กระจ่างเลย


โดย: like IP: 10.0.100.30, 180.183.69.49 วันที่: 18 มิถุนายน 2554 เวลา:17:19:04 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ได้ประโยชน์จากบล็อคนี้ทุกครั้งเลย


โดย: nadtha วันที่: 22 มิถุนายน 2554 เวลา:1:14:41 น.  

 
แล้วกรดน้ำส้มพวกแอปเปิ้ลไซเดอร์วินิก้าละคะ เห็นช่วงหนึ่งนิยมนำมาทำโทนเนอร์เหมือนกัน มีผลให้ผิวเป็นอย่างไรบ้างคะ หากใช้ในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน

** หายเงียบไปนาน เป็นอะไรหรือเปล่าคะ **


โดย: ไกลแต่ตัว IP: 91.182.116.238 วันที่: 1 ตุลาคม 2554 เวลา:12:24:05 น.  

 
ขอบคุณคับ


โดย: chattiwut IP: 202.55.141.13 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:37:12 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: mssuchira วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:34:34 น.  

 
สวัสดีครับ

พอดีเขียนหนังสือเรื่องสุขภาพ
เป็นแนวธรรมชาติบำบัด จิตบำบัด
ก็มีสูตรลับเฉพาะของตัวเองเยอะ
แต่พอดี เคยลองเอาสุตรสาเกมาใช้เสริมในการบำรุงปกติ
แล้วผมไปปรับปรุง และหาวิธีการเพิ่มเล็กน้อย
ก็เลยจะเขียนแนะนำไปในหนังสือด้วย

ก็เลยแวะมาขออนุญาต เพื่อมารยาทที่ดีงาม
แล้วก็ลงเครดิต ที่มาของวีธีเอาสาเกทาหน้าไว้ด้วย
http://phoebe.bloggang.com

หนังสือเล่มนี้ จัดทำเพื่อขายในแบบไม่หวังผลกำไร
เพื่อให้ัวัยรุ่นเข้าใจการดูแลตนเองแบบง่ายๆ
จะส่งผลให้ประหยัดเงิน และผิวสวยได้จริง
โดยไม่ถูก สินค้าและบริการหลอกลวงนะครับ

การนำไปเผยแพร่ต่อ
เป็นเพียงส่วนเสริมเล็กน้อยในหนังสือ
ที่ยืนยันให้ได้ว่า ได้ผลจริงครับ

เมื่อได้ผลก็อยากแนะนำให้คนอื่นทำตาม
หวังว่าคงอนุญาต และคงไม่หวงห้ามนะครับ
ที่จะเอาไปช่วยเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ขอบคุณครับ


โดย: โจโฉ IP: 124.122.1.75 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:37:27 น.  

 
มีปีโยชน์มากเลยค่ะ กำลังจะซื้อมาใช้พอดี เพราะอยู่กทม.ฝุ่นควันมันเยอะ ล้างหน้าอย่างเดียวเอาไม่อยู่

ว่าแต่ถ้าเราใชครีมหรืออะไรที่กระชีบรูขุมขนหลังล้างน้ำเกลือก็พอจะช่วยเรื่องรูขุมขนที่มันเปิดกว้างได้ใช่มั้ยค่ะ

มีตัวไหน หรือส่วนผสมที่ผสมเองพอจะแนะนำมั้ยค่ะ เพราะปกติก็รูขุมขนกว้างอยู่แล้ว


โดย: chanya.chote IP: 110.169.202.102 วันที่: 31 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:45:27 น.  

 
น้ำเกลือ เป็น Isotonic นะครับ มันจึงมีความเข้มข้นเท่ากับของเหลวภายในเซลล์
ผลก็คือ มันไม่ดึงน้ำออกจาเซลล์ครับ

ของยกตัวอย่างนนะครับ เช่น บางคนจึงนำมาล้างคอนแทคเลนส์ เพื่อทำความสะอาด ถ้าน้ำเกลือ ไม่เป็น Isotonic จะแสบตาครับ

เช่นกัน น้ำเกลือนำมาล้างแผล จะแสบน้อยมาก เพราะ มันเป็น Isotonic ลองคิดถึงเราเป็นแผลแล้วไปอาบน้ำสิครับ มันแสบแค่ใหน

น้ำเกลือที่ผมพูดถึงคือ normal saline solution หรือ น้ำเกลือบรรจุขวดที่เขาขายกันนะครับ


โดย: EarthTM IP: 223.207.56.18 วันที่: 13 เมษายน 2556 เวลา:23:28:59 น.  

 
เยี่ยมสุดๆ ความรู้เน่นมาก อ่านจนเพลิน


สั่งของ iherb


โดย: narusu วันที่: 15 สิงหาคม 2556 เวลา:11:50:16 น.  

 
wonderfully


โดย: Beverly (สมาชิกหมายเลข 1151730 ) วันที่: 8 มกราคม 2557 เวลา:21:09:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Phoebe Buffay
Location :
ทุ่งหญ้า Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]




"It's Phoebe! That's, P as in Phoebe; H as in hoebe, O as in oebe; E as in ebe; B as in bebe; and E as in ... Ello there mate." Friends

There is no copyright here, unless otherwise specifically mentioned. If you find it useful, just take it. Thanks!

CHAT BOX



LAST UPDATES
LOSEING WEIGHT (BBC)
SKINCARE MINI SERIES
FAVORITES

Friends' blogs
[Add Phoebe Buffay's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.