Group Blog
 
All blogs
 

10 อาหารจานอันตรายในหน้าร้อน



อากาศร้อนๆ ที่กำลังจะมาถึงช่วงเมษานี้ 10 อาหารจานอันตราย รวมทั้งข้อควรระวังเกี่ยวกับอาหารในหน้าร้อนจะมีเมนูไหนบ้างตามไปเลย

1) ส้มตำเมนูนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าฮิตกันแค่ไหน แต่ถ้าไม่สะอาดรับรองว่าอาจทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง หรืออาหารเป็นพิษกันได้ง่ายๆ จะว่าไปส้มตำตามร้านทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่รสชาติก็จัดจ้านถึงใจกันอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเป็นร้านส้มตำข้างทางที่ไม่สะอาด หรือปรุงไม่ถูกสุขอนามัย เช่น ปลาร้าไม่ต้มสุก มีแมลงวันตอม ใส่ปูดองไม่สดสะอาด หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อนก็ยิ่งน่าเป็นห่วง ก่อนซื้อร้านไหนตัดสินใจให้รอบคอบก่อนนะครับ

2) อาหารทะเลผมเคยมีประสบการณ์อาหารเป็นพิษมาแล้ว เพราะทานอาหารทะเลที่ปนเปื้อนเข้าไป จึงรู้ว่าทรมานแค่ไหน ช่วงร้อนๆ แบบนี้ ถ้าอยากทานอาหารทะเลจึงควรปรุงให้สุก และหากจะไปทานตามชายทะเลก็ควรเลือกให้ดีว่าสด สะอาดหรือไม่ หากสงสัย ไม่ควรเสี่ยงเป็นอันขาด โดยเฉพาะอาหารทะเลจำพวกหอยที่มักปรุงแบบสุกๆ ดิบๆ ควรเลี่ยง

3) อาหารหมักดองในช่วงร้อนๆ แบบนี้ ขอแนะนำให้เลี่ยงอาหารหมักดอง โดยเฉพาะอาหารหมักดองที่ขายตามท้องตลาด เพราะอากาศร้อนมากๆ ทำให้เชื้อโรคเติบโตได้ดี เช่น ยีสต์และเชื้อรา เช่น จากกะปิ แหนม ปลาร้า เมื่อทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน นอกจากนี้ ถ้ามีเชื้อไวรัสก็อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ โดยเฉพาะในแหนม นอกจากจะมีโอกาสได้รับพยาธิตัวตืดแล้ว ยังอาจได้รับสารพิษที่มีชื่อว่า ไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วยหากมีการเติมสารไนไตรต์หรือดินประสิวลงไป

4) ข้าวราดแกงใครก็รู้ว่าข้าวราดแกงนั้นต้องทำในปริมาณมากๆ แล้วราดข้าว หรือแบ่งขาย ถ้าทำใหม่ๆ ก็โชคดีไป แต่หากทำแล้วไม่มีคนซื้อ เมื่อบวกกับอากาศร้อน แมลงวันตอม ก็อาจทำให้อาหารเน่าบูดหรือเสียได้ นอกจากนี้ ในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านค้าที่ขายอาหารไม่หมดมีการนำอาหารถุงมาวางขายในช่วงเย็นๆ อย่าเห็นแก่ราคาแล้วรีบซื้อขอให้ดูดีๆ ก่อน

5) อาหารกระป๋องไม่เฉพาะหน้าร้อนนะครับที่อาหารกระป๋องจะทำพิษให้ท้องเราได้ ช่วงอื่นๆ ก็เป็น หากอาหารกระป๋องนั้นหมดอายุ บู้บี้ผิดรูป ก็ไม่ควรซื้อ ที่สำคัญ ซื้อไปแล้วหากทานไม่หมดไม่ควรเก็บไว้นาน เพราะอาจมีแมลงวันตอมหรือเชื้อโรคตามอากาศที่เข้าไปปะปนได้ในภายหลัง

6) ยำอาหารเมนูยำก็เช่นเดียวกับเมนูอื่นๆ ที่มักจะมีอันตรายแฝงอยู่หากปรุงไม่ได้มาตรฐาน เพราะวัตถุดิบที่ใช้ เช่น กุ้ง หมูสับ มะเขือเทศ ฯลฯ ที่แม่ค้าเตรียมไว้อาจเสียได้ง่ายกว่าในช่วงอื่น
เมื่อเราทานเข้าไปอาจทำให้ท้องเสียได้ง่ายๆ จึงควรระวังเมนูนี้เช่นกัน

7) ลาบ ก้อย น้ำตก พล่าอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่จะปรุงแบบสุกๆ ดิบๆ ทำให้อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อน เช่น เนื้อสัตว์ที่ย่างยังไม่สุกจะมีตัวอ่อนของพยาธิติดมา เนื้อหมูและเนื้อวัวอาจพบตัวอ่อนของพยาธิตัวตืด เนื้อหมูป่า หากไม่ปรุงให้สุกอาจจะเจอตัวอ่อนของพยาธิตัวกลมไทรชิเนลลา สไปเรลีส ส่วนปลาและกุ้งน้ำจืดก็อาจเป็นพาหะนำโรคพยาธิตัวจี๊ดมาสู่คนได้ ยิ่งร้อนๆ แบบนี้โอกาสเสี่ยงต่ออาหารที่ไม่สด สะอาด ก็ยิ่งมีมากขึ้น

8) ซูชิถ้าหากวางขายในร้านที่เชื่อถือได้ก็น่าจะวางใจ แต่หากวางขายในตลาดนัด ซึ่งเราไม่รู้ว่าคนขายนำวัตถุดิบมาจากแหล่งผลิตใด วัตถุดิบคืออะไร ยิ่งมาวางขายใกล้ถนนที่ฝุ่นฟุ้งกระจาย บวกกับอากาศร้อนๆ เมื่อของสดบวกกับความร้อนและเชื้อแบคทีเรียในอากาศผู้ที่ซื้อไปทานก็อาจมีอาการท้องร่วง ท้องเสียตามมา

9) เอแคลร์-ลูกชุบหรือขนมที่มีการปั้นๆ ถูๆ ประเภทนี้ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะเราไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังการทำนั้นเป็นอย่างไร โดยเฉพาะสุขอนามัยในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ อาจมีสิ่งปนเปื้อนมากกว่าเราคิดเสียอีก ที่สำคัญ สีที่ใส่ผสมลงไปในอาหาร ที่อาจไม่ใช่สีผสมอาหารที่ผ่านการรับรอง ทานเข้าไปก็เตรียมใจรับสารตะกั่ว

10) สลัดแม้ว่าผมจะสนับสนุนให้คนหันมาทานผักกันมากๆ เพราะจะช่วยลดอัตราเสี่ยงโรคมะเร็ง รวมทั้งบำรุงสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะผักผลไม้มีสารแอนติออกซิแดนท์จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ผักสลัด เช่น ผักกาดต่างๆ กะหล่ำปลี มีโอกาสพบเชื้อโปรโตซัวได้หลายชนิด บางชนิดก็เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง เช่น เชื้อซัลโมเนลลา เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ทั้งเรื้อรังและรุนแรง นอกจากนี้ อาจพบไข่ของพยาธิหลายชนิด เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิแส้ม้า รวมทั้งไข่ของพยาธิตัวตืดอีกด้วย ผักทุกชนิดที่จะทานจึงจำเป็นต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน

หน้าร้อนนี้ จึงควรระมัดระวังเรื่องอาหารการกินให้มากที่สุดครับ ตั้งแต่เลือกอาหารที่จะทาน ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทาน อุ่นอาหารให้ร้อน ฯลฯ เพราะหากพลาดพลั้งอาจถูกหามเข้าโรงพยาบาลหรือมีอาการเรื้อรังจากเชื้อโรคและปรสิตต่างๆ ตามมาได้จะทานอะไรก็ระมัดระวังกันให้มากนะ

เครดิต : หน้าพิเศษ Hospital Healthcare นสพ.มติชน


ที่มาข้อมูลและภาพ trueplookpanya.com




 

Create Date : 12 เมษายน 2556    
Last Update : 12 เมษายน 2556 10:53:27 น.  

หูสั้นอายุสั้นหูยาวอายุยืน...จริงหรือ



เชื่อกันมานานเหลือเกินว่าความมีอายุยืนยาวของคนเกี่ยวข้องกับขนาดของใบหู ถ้าหูเล็กหรือหูสั้น อายุก็จะสั้น ถ้าหูยาวหรือยานคล้ายพระพุทธเจ้า อายุก็จะยืนยาว สิ่งที่ได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยครั้งนี้มีความจริงอยู่บ้างหรือไม่ในทางวิทยาศาสตร์

         สังคมไทยมีความเชื่อเรื่องการอ่านนิสัยและสุขภาพจากใบหน้ามานานแล้ว ปู่ย่า ตายาย ได้ถ่ายทอดความเชื่อเรื่องหูสั้นอายุสั้นหูยาวอายุยืน มาจนเกิดความฝังใจกัน แม้ความเชื้อนี้จะค่อยๆ จางไปแล้วในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่เชื่อเช่นนี้อยู่ ความจริงแล้วเรื่องนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิม ประกอบกับภาพในจินตนาการของศิลปินที่มักวาดภาพพระพุทธองค์ หรือผู้มีบุญให้มีพระกรรณหรือหูที่ยาวและยาน หรืออาจพบคนบางคนที่หูยาวและตายช้าหลายคนเข้าจนกลายเป็นสถิติในใจ ความเชื่อที่ว่านั้นก็เลยปักหลักปักฐานอย่างมั่นคงและถ่ายทอดต่อเนื่องกันมา

         อันที่จริงแล้วคนไทยโบราณใช้เรื่องหูเป็นกระบวนการสั่งสอนขัดเกลาทางสังคมมานาน สอนกันว่าคนดีควรจะมีหูหนัก คือมีความหนักแน่น เยือกเย็น ไม่หูเบาเชื่อคนง่าย ความเชื่อเรื่องอายุยืนก็อาจเป็นส่วนหนึ่ง คนอายุยืนตามหลักพระพุทธศาสนา คือคนที่มีความเมตตาปรานีจนเป็นนิสัย มีความเผื่อแผ่ต่อสรรพชีวิตอย่างไม่หวังผลตอบแทน หัวใจก็เต้นดี สภาพร่างกายเป็นปกติไม่วูบวาบ จะทำให้อายุยืนไปเอง ส่วนคนที่ใจคอโหดเหี้ยม หรือเต็มไปด้วย รังสีแห่งความอำมหิต ชอบเห็นความวินาศเจ็บปวดของคนอื่นหรือชิวิตอื่น ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นกับตนเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ คนเหล่านี้จะมีอายุไม่ยืนยาว ยังไม่มีเหตุผลใดในทางวิทยาศาสตร์เลยครับ ที่บ่งชี้ได้ว่าใบหูเกี่ยวข้องกับการมีอายุสั้นหริออายุยืนยาว นอกจากหลักจิตวิทยาและศาสนาอย่างที่เล่ามา


ที่มาข้อมูลและภาพ arunsawat.com




 

Create Date : 10 เมษายน 2556    
Last Update : 10 เมษายน 2556 7:54:16 น.  

แนวทางปรองดองเพื่อการครองคู่ยืนยาว



1.มีเวลาให้กันอย่างแท้จริง เวลาที่ว่านี้ต้องเป็นเวลาที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญต่อกันอย่างเต็มที่ เพราะมีหลายคู่ที่อยู่ด้วยกันนานสองนาน แต่ไม่สามารถใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์ได้ ซึ่งการมีเวลาให้กันอย่างแท้จริงนี้มีผลต่อความสัมพันธ์เป็นอย่างมาก และหากขาดเวลาที่ว่านี้ไป สัมพันธภาพระหว่างคนสองคนจะไม่มีทางยืนยาว หรือรอดพ้นจากการเลิกราไปได้ ไม่ว่าจะเป็นแค่คู่รัก หรือแต่งงานกันแล้วก็ตาม ดังนั้น หากบางคู่ยังไม่แต่งงานกัน แต่อยู่ห่างไกลกันแล้วล่ะก็ อย่างน้อยก็มีเวลาให้แก่กันสักเดือนละครั้งก็ยังดี

2.รู้จักประนีประนอม ทีมงานรู้จักคู่รักบางคู่ ที่พอไม่ได้ดั่งใจก็ทะเลาะกัน โวยวายใส่กันด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วน่าจะทำร้ายจิตใจอย่างที่สุด แม้ทั้งสองจะประคองความสัมพันธ์มาได้เรื่อย ๆ แต่ก็ไม่อาจจะเรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ดี หรือควรค่าแก่การสานต่อให้ยาวนานไปได้ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ทุกคนก็ต้องการพื้นที่ที่สบาย และปลอดภัยมากพอสำหรับตนเอง หากพื้นที่ที่เขามีอยู่กับใครสักคนนั้นเป็นพื้นที่ที่พร้อมจะทำร้ายจิตใจ อย่างต่อเนื่อง ก็อาจทำให้มนุษย์เราหมดความอดทนขึ้นมาได้ในสักวัน

3.ไม่ติดหนึบเป็นตังเม การที่คุณต้องได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่คุณบอกว่ารักตลอด 24 ชั่วโมง บางครั้งก็เป็นเรื่องยากจะทำใจสำหรับอีกฝ่าย และสุดท้ายอาจนำมาซึ่งการเลิกรา เพราะความรู้สึกที่เหมือนตนเองถูกจองจำเอาไว้ ไม่ว่าจะไปไหนก็มีคนคอยตามไปตลอด ถ้าจะให้ดี คุณอาจต้องรักษาสมดุลในตัวเองให้ได้ อย่าเรียกร้องที่จะเอาเวลาทั้งหมดมาจากเขา รวมถึงไม่ฝากความรักความต้องการของตนเองให้คู่รักแบกรับเอาไว้ทั้งหมด

4.แสดงความสนใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด หากพูดไปแล้วมีคนสนใจฟัง ย่อมทำให้ฝ่ายที่พูดรู้สึกดี คนรักกันจึงจำเป็นต้องเข้าใจในจุดนี้เอาไว้ให้มาก อย่างไรก็ดี ต้องระวัง ความแตกต่างระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงในจุดนี้เอาไว้ด้วย เนื่องจากผู้ชายมักเป็นเพศที่ไม่ค่อยพูดมากเท่าไร มีอะไรมักเก็บไว้ในใจ ไม่ค่อยบ่นหรือคร่ำครวญออกมา ตรงกันข้ามกับผู้หญิงที่มักชอบเมาท์กระจาย ขอให้ได้ตั้งวงเมาท์ นั่นคือความสุขที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้การรับฟังกลายเป็นเรื่องน่าทุกข์ใจของหู ลองปรับจูนความต้องการในจุดนี้ให้ลงตัวระหว่างคนสองคนดูจะเป็นการดีที่สุด

5.ทำให้อีกฝ่ายตระหนักในคุณค่าของคุณ การทำให้อีกฝ่ายตระหนักในคุณค่าของคุณ กรณีนี้ไม่ใช่การกล่าวถึงความเหนื่อยยากของตนเองด้วยการบ่น หรือแสดงอาการโวยวาย เพื่อให้อีกฝ่ายยอมรับอย่างปลง ๆ ว่าคุณมีคุณค่า แต่มีวิธีการอีกมากที่สามารถทำให้เขาหรือเธอมองเห็น และเข้าใจ ซึ่งหลังจากนี้ก็อยู่ที่ยุทธวิธีของแต่ละคู่แล้วล่ะค่ะว่าจะแสดงออกมาใน ลักษณะอย่างไร

6.บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าจะทำอย่างไรให้คุณมีความสุขบนเตียง

7.หาวิธีเรียกความรู้สึกดี ๆ กลับมา การที่คู่ชีวิตลองทำบางสิ่งบางอย่างที่ช่วยให้ความรู้สึกดี ๆ ระหว่างคุณกับเขากลับคืนมา ก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตรักกลับมาน่าประทับใจได้เช่นกัน รอยยิ้ม คำพูดดี ๆ ความจริงใจ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คนรักกันต้องการได้รับ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

8.ทำให้ตัวเองมีความสุข บางครั้งเรามักพบเห็นคู่ชีวิตหลายคน “ลงโทษ” อีกฝ่ายที่ทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถูกใจ การทำเช่นนั้นอาจตอบสนองความต้องการของเราได้ ทำให้เรารู้สึกสะใจ ที่เห็นอีกฝ่ายทุกข์ใจเสียบ้าง แต่หากลองไปยืนในจุดเดียวกันกับเขาแล้ว คุณจะพบว่า คนที่ถูกกระทำย่อมไม่ได้รู้สึกรักคุณเพิ่มมากขึ้นเป็นแน่ ดังนั้น ลองเปลี่ยนวิธีทำให้ตนเองพอใจใหม่ดีไหม ด้วยการให้รางวัล ซื้อของที่ตัวเองชอบ หรือทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจทดแทนการไปใส่ใจกับเรื่องที่คุณเสียความรู้สึก

9.สามัคคีกันต่อหน้าลูก หากคุณมีโซ่ทองตัวน้อย พยายามให้ตนเองและคู่ชีวิตมีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูให้มากที่สุด แม้ว่าท่าทางของคุณและคู่รักในตอนแรก ๆ จะดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปเสียหน่อย แต่ก็ขอให้ยอมรับมัน ไม่มีใครทราบวิธีเป็นพ่อเป็นแม่มาตั้งแต่เกิด รวมถึงอย่าทะเลาะกันต่อหน้าลูกด้วย

10.ยอมรับในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ อาจมีบ้างที่เราจะรำคาญนิสัย หรือตัวตนบางประการของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ แต่ถ้าบอกแล้วหนึ่งรอบ สองรอบ สามรอบ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ บางทีอาจต้องเป็นตัวคุณเองที่จะเผชิญหน้ากับข้อเสียเหล่านั้น และตัดสินใจว่าจะยอมรับมันแทน

11.รู้จักให้อภัย

12.รู้จังหวะในการถอย หากสุดท้ายแล้ว ชีวิตคู่ยังเดินมาแบบกระพร่องกระแพร่ง ไม่เข้ารูปเข้ารอย มีการทะเลาะเบาะแว้ง หรือใช้กำลังกันอยู่เป็นประจำ บางครั้งการถอยออกจากชีวิตของกันและกัน ก็เป็นสิ่งที่น่าพิจารณาดีกว่าเสียเวลาอยู่ด้วยกันต่อไป

ลองนำข้อคิดที่กล่าวมานี้ไปปรับใช้กันดูนะค่ะ


ที่มาข้อมูล sakid.com
ที่มารูปภาพ truelife.com




 

Create Date : 09 เมษายน 2556    
Last Update : 9 เมษายน 2556 8:17:07 น.  

แกงกะหรี่ช่วยหยุดมะเร็งเต้านม



แกงกะหรี่สีเหลืองช่วยสกัดมะเร็งเต้านมได้ ศูนย์ เอ็ม ดี แอนเดอร์สัน มหาวิทยาลัยเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้วิจัยออกมาแล้วว่า สารเคอร์คิวมินที่อยู่ในขมิ้นเครื่องที่มีอยู่ในส่วนผสมหลักของแกงกะหรี่นั้น สามารถช่วยหยุดยั้งมะเร็งเต้านมไม่ให้ลุกลามไปที่อื่นได้

โดยสถาบันได้ทดลองกับหนูที่เป็นมะเร็งเต้านม พบว่าหนูที่ได้รับสารเคอร์คิวมินเพียงอย่างเดียว สามารถทำให้ก้อนเนื้อเล็กลงเรื่อยๆ การค้นพบนี้กลายเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ส่วนคุณผู้ชายสามารถทานแกงกะหรี่ เพื่อช่วยชะลอมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เนื่องจากมีสารเคอร์คิวมิน อีกทั้งช่วยลดอาการอัลไซเมอร์ได้ สรุปทุกคนทานแล้วดี

ที่มา: นิตยสาร Lisa Weekly vol.6 no.44 วันที่ 10.11.2005


ที่มาข้อมูล lib.ru.ac.th
ที่มารูปภาพ picasaweb.google.com




 

Create Date : 08 เมษายน 2556    
Last Update : 8 เมษายน 2556 10:03:21 น.  

บริหารหน้าอย่างไรให้ดูน่ามอง



ออกกำลังกายให้ใบหน้า
6 วิธี บริหารใบหน้า กระชับ อ่อนเยาว์ สวย

1.ให้หน้าเรียวขึ้น
อ้าปากแล้วห่อริมฝีปากคร่อมฟันหน้าไว้ ดึงมุมปากไปทางฟันหลังและห่อปากให้แน่น ทีนี้ให้นึกภาพซีกหน้าด้านข้างของคุณเคลื่อนช้าๆ ผ่านขากรรไกรขึ้นไปข้างบนศีรษะ พยายามดันพลังที่อยู่ในจิตนี้ไปตามใบหน้าด้านข้างกระทั่งรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ค้างไว้ในท่านี้ขณะนับ 1-30 จากนั้นทำตัวตามสบาย ทำซ้ำวันละ 2 ครั้ง

2.กระชับคางและคอ
นั่งตัวตรงเชิดคางสูง หุบปากให้สนิทและฉีกยิ้ม วางมือลงตรงฐานลำคอเหนือไหปลาร้าทั้งสองข้างแล้วดึงผิวหนังลำคอเบาๆ เอนศีรษะไปข้างหลังปล่อยคอตามสบายคุณจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อคางและลำคอถูกรั้ง เอนศีรษะกลับสู่จุดเดิม ทำท่านี้ 35 ครั้ง จะช่วยให้ลำคอกระชับไม่เหี่ยวย่น "การลดน้ำหนักก็ส่งผลเสียต่อผิวเช่นกัน หากคุณอายุ 40 ปีขึ้นไป และลดน้ำหนัก 6-12 กิโลกรัมขึ้นไป คุณจะเห็นรอยย่นที่คอของตัวเองอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับแรงโน้มถ่วงที่มีผลทำให้ผิวหย่อนยาน"

3.กระชับขากรรไกร
ฉีกยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้คล้ายการแสยะยิ้ม หงายศีรษะไปด้านหลังขณะที่ยังฉีกยิ้มอยู่ ค่อยเปิดปากและปิดปากช้าๆ 3 ครั้ง รับรองเห็นผลและช่วยกระชับขากรรไกรไม่ให้หย่อนยาน

4.กระชับเปลือกตาหย่อนยาน
ท่านี้ทำได้ทั้งตอนนั่งหรือนอนราบ วางนิ้วชี้ทั้งสองกดบนหน้าผากบริเวณเหนือคิ้ว ขณะทำให้เลิกคิ้วขึ้น จากนั้นลดคิ้วลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง จากนั้นให้เลิกคิ้วขึ้นค้างไว้ ขณะที่นิ้วชี้ทั้งสองก็ยังกดบนหน้าผากอยู่ ทำค้างไว้นับ 1-30 จากนั้นลดคิ้วลงและเอามือออก ใช้นิ้วนวดวนบริเวณหน้าผากเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

5.กระชับรอยย่นที่หน้าผาก
หลับตาและหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายหน้าผากโดยทำคิ้วต่ำๆ เอามือข้างหนึ่งวางทับบนมืออีกข้าง เอานิ้วมือสอดเข้าหากัน ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ จากบนคิ้วขึ้นไปหาเนินผม หายใจเข้าลึกๆ ขณะหายใจออก ให้ใช้นิ้วค่อยๆ นวดคลึงตามรอยย่นจากกลางหน้าผากออกไปหาขมับทำซ้ำช้าๆ 7 ครั้ง

6.กระชับแก้มหลับตาและหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายหน้าผากโดยทำคิ้วต่ำๆ เอามือข้างหนึ่งวางทับบนมืออีกข้าง เอานิ้วมือสอดเข้าหากัน ใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ จากบนคิ้วขึ้นไปหาเนินผม หายใจเข้าลึกๆ ขณะหายใจออก ให้ใช้นิ้วค่อย ๆ นวดคลึงตามรอยย่นจากกลางหน้าผากออกไปหาขมับทำซ้ำช้าๆ 7 ครั้ง


ที่มาข้อมูล kroobannok.com
ที่มารูปภาพ bloggang.com




 

Create Date : 07 เมษายน 2556    
Last Update : 7 เมษายน 2556 21:29:12 น.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90  91  92  93  94  95  96  97  98  99  100  101  102  103  104  105  106  107  108  
BlogGang Popular Award#10


 
cartoonthai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 180 คน [?]






































ติดตามข้อมูลของเว็บทาง twitter ได้ที่ @karnoi กด
ติดตามข้อมูลเว็บทาง FaceBook กด
FaceBook สาว ๆ เซ็กซี่







Online Users



New Comments
Friends' blogs
[Add cartoonthai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.