ฆานประสาทฆาตกรรม Perfume : The Story of a Murderer



มนุษย์รักกลิ่นหอมและชิงชังกลิ่นเหม็น ทว่าโอกาสที่จะสัมผัสกลิ่นอันพึงปรารถนานั้นหาได้อยู่ในบัญชาของตัวเราเองเพียงลำพังไม่ ความหอมเจิดจรุงในชีวิตมนุษย์ บ้างพระเจ้าหรือธรรมชาติประทานให้ดังมีโชคชะตาบันดาลสุข บ้างก็ต้องดั้นด้นแสวงหาอย่างทรมานกว่าจะได้ความสุขที่ฝันนั้นมาครอบครอง ฌอง-แบ็บติส เกรอนุย พระเอกของเรื่องนี้ดำเนินชีวิตตามหนทางที่สอง ใช่ว่าเขาเลือกทางนี้เพราะใจปรารถนาสั่ง หากแต่มันถูกบังคับเพียงเพราะเขาไม่มีแล้วซึ่งโอกาสในทางเลือกอื่น

งานล่าสุดของ ทอม ทิคเวอร์ ผู้กำกับชาวเยอรมันที่มีผลงานน่าประทับใจทั้งจาก Run, Lola, Run, The Princess and The Warrior และ Heaven กับ Perfume: The Story of a Murderer ภาพยนตร์เรื่องใหม่ได้ยืนยันมุมมองศิลปะของเขาอีกครั้งว่าโลกแห่งมายาภาพของทิคเวอร์นั้นช่างงดงามและทรงเสน่ห์เสียยิ่งกระไร...





Perfume ตามติดชีวิต ฌอง-แบ็บติส เกรอนุยตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนถึงลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อสำรวจถึงแก่นพฤติกรรมและจิตใจที่ซับซ้อนของเขา

ภาพยนตร์เปิดฉากในวันอ่านคำพิพากษาที่เต็มไปด้วยฝูงชนที่เคียดแค้นเกลียดชัง แทนที่ประสาทเบื้องลึกของเกรอนุยจะรู้สึกผิดในผลกรรม เค้ากลับยังคงแน่วนิ่งเหมือนสงบสุขอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่แฝงเร้นอยู่ภายในจมูกของตน ณ ที่นั่นคืออาณาจักรลึกลับที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะอนุญาตให้เราท่านได้มีโอกาสเข้ามาเป็นแขกวงในเพื่อเยี่ยมชมและสัมผัสเนื้อแท้ความคิดของเขาผู้นี้

หากผู้ชมรู้สึกสงสารเกรอนุยที่ต้องตกเป็นเหยื่อของชะตากรรมอันโหดร้าย ก็ย่อมเห็นดีคล้อยตามไปกับพฤติกรรมของเขาว่าล้วนแต่สมเหตุสมผล แต่หากว่าผู้ชมยังคงรู้สึกต่อต้าน ค้านในเหตุผลแห่งการกระทำของฆาตกรผู้นี้อยู่ ก็ย่อมสะท้อนถึงตัวผู้ชมอีกเช่นกันว่ายังคงมองชีวิตของเกรอนุยด้วยสายตาของผู้ที่ไม่ยอมเข้าใจ...





และไม่ว่าเราจะพิพากษาชีวิตของเกรอนุยอย่างไรก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของนานาจิตตัง...

เกรอนุยเกิดมาจากความไม่ต้องการและเติบโตมาตามยถากรรมที่โหดร้าย จากร้อยพันประสบการณ์แสนเน่าเหม็นของเขานี้เองที่บ่มเพาะและซึมลึกจนได้กลายเป็นจิตใต้สำนึกที่วิปริตพิสดาร ก่อความปรารถนาแรงกล้าเพื่อโหยหาสัมผัสแห่งกรุ่นกลิ่นอันหอมหวลจากที่ใดสักที่หรือจากใครสักคน...

ภาพความปราณีธรรมดาๆ ของหญิงสาวขายลูกพลัมที่มีต่อผู้ชราไร้บ้านคนหนึ่งนั้นได้กลายเป็นความหอมหวลที่ทรงไว้ซึ่งอานุภาพแห่งรักบริสุทธิ์ เกรอนุยหลงไหลในความงามและกลิ่นหอมที่เขาเพิ่งได้สูดสัมผัสมานั้นอย่างจับใจ มันคือสัมผัสแห่งความปรารถนาดีที่ตัวเขาเองไม่เคยได้รับหรือมันคือกลิ่นอันแสนเย้ายวนแห่งเรือนกายของสตรีเพศที่เป็นไปตามสัญชาตญานของชายชาตรีกันแน่ สำหรับคำตอบของเกรอนุยแล้ว ทั้งสองเหตุผลที่กล่าวมาล้วนแต่ประกอบผสมผสานกันจนเป็นเนื้อเดียว





ต่อมากลิ่นหอมอัศจรรย์นั้นก็ได้กลายเป็นความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของเขา และยังเป็นเงื่อนไขต่อมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ทำให้เกรอนุยยอมกระทำแม้กระทั่งการคร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์เพื่อการทดลองประหลาดๆ อันจะทำให้เขามีโอกาสสัมผัสกลิ่นหอมอันเปี่ยมเสน่ห์นั้นอีกครั้งหนึ่ง

เกรอนุยหลงใหลการสูดกลิ่นเป็นชีวิตจิตใจ เขาไม่เคยแบ่งแยกระหว่างความต่างของกลิ่นเหม็นและกลิ่นหอม จากพฤติกรรมประหลาดนี้เองที่ทำให้อาณาจักรแห่งกลิ่นของเขานั้นไม่มีวรรณะหรือชนชั้นใดๆ มาแบ่งแยกความแตกต่างของแต่ละสิ่งออกจากกันได้ ทุกอย่างเป็นไปโดยเสมอภาคไม่เว้นแม้กระทั่งระหว่างความดีและความชั่ว เกรอนุยไม่เคยพิพากษาหรือประเมินให้ น้ำหนักแก่การกระทำของตนว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเป็นสิ่งที่ผิด เขาเพียงแค่ทำไปตามแต่ความปรารถนาเบื้องลึกแห่งจิตจะบังคับบัญชา





นั่นย่อมแสดงว่าการฆาตกรรมเหยื่อแต่ละรายของเกรอนุยเป็นไปอย่างไร้เดียงสา ปราศจากสามัญสำนึกเยี่ยงมนุษย์ปุถุชนในระดับมาตรฐานทั่วไป

เกรอนุยฆาตกรรมหญิงสาวเพื่อนำมาปรุงเป็นน้ำหอมสูตรพิเศษตามกรรมวิธีที่ได้ศึกษามาจากนักประดิษฐ์น้ำหอมแห่งเมืองกลาส ผสานด้วยวิธีการใหม่ที่ตัวเขาเองคิดค้นขึ้นจนกลายมาเป็นประเด็นฆาตกรรมในภาพยนตร์เรื่องนี้

วัตถุประสงค์ของเกรอนุยคือการนิมิตรน้ำหอมกลิ่นอัศจรรย์ซึ่งตัวเขาเองนั้นเคยสัมผัสมาก่อนแล้วจากเรือนร่างของสาวขายลูกพลัม กลิ่นกายแห่งสตรีอันเย้ายวนที่เขาพลั้งมือฆ่าตายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์





เหตุใดกลิ่นนี้จึงมีอิทธิพลต่อตัวเขามากนัก คำตอบคงเป็นเพราะว่ามันคือสัมผัสแห่งรักครั้งแรกของเกรอนุย ความรักที่เขาไม่เคยได้รับหรือรู้สึกมาก่อนในชีวิตอันแสนโสมมนี้ และน่าจะด้วยเหตุนี้กระมังที่เพียงแค่แผ่วผ่าน กลิ่นหอมชวนอัศจรรย์ใจในอดีตนั้นกลับทำให้เกรอนุยยังคงจดจำมันได้แม่นยำเสมือนได้สูดดมอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก...

ยิ่งไปกว่านั้น เกรอนุยยังต้องการนำพากรุ่นกลิ่นอันทรงอานุภาพนี้มาสู่มนุษย์ปุถุชนผู้อื่นให้ได้มีโอกาสรับสัมผัสสุนทรียรสแห่งกลิ่นนั้นด้วย การปรุงน้ำหอมอันแสนประณีตแต่ทว่าน่าสยดสยองนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น การเริ่มต้นที่เป็นจุดจบของชีวิตหญิงสาวกว่าสิบคนผู้ต้องตกเป็นเหยื่อแห่งการฆาตกรรม

เกรอนุยค้นพบว่ามนุษย์แต่ละคนนั้นมีกลิ่นเฉพาะตัว (น่าจะคล้ายสารฟีโรโมนในร่างกายมนุษย์ ) แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่านั่นคือตัวเขาเองกลับไม่มีกลิ่นใดๆ ปรากฏอยู่เลย ร่างกายที่ปราศจากกลิ่นนี้แสดงนัยยะถึงความไม่มีอยู่ของตัวตนให้ผู้อื่นในโลกได้นึกถึงหรือจดจำ ตลอดทั้งชีวิตของ เกรอนุยไม่เคยเป็นที่ต้องการของใครและไม่เคยได้รับความรักหรือแม้กระทั่งเศษเสี้ยวแห่งความเอื้ออาทรของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง การที่โลกนี้มีหรือไม่มีเกรอนุยย่อมไม่ใช่ความแตกต่าง และจากการเป็นมนุษย์โปร่งแสงของเขานี้เองที่ทำให้เกรอนุยต้องการเป็นบุคคลสำคัญ (Somebody) ปรารถนาที่จะให้ทุกคนรักและจะยังคงจดจำเขาได้ในฐานะของอัจฉริยะผู้ปรุงน้ำหอมมือหนึ่งของโลก





ภาพยนตร์เดินทางมาจนถึงฉากที่เปิดประเด็นทิ้งไว้ตอนต้นเรื่อง นั่นคือฉากการพิพากษาโทษของเกรอนุย ณ บัดนี้มันกลับตาลปัตรแตกต่างไปจากเดิมราวหน้ามือเป็นหลังมือ หยดน้ำหอมกลิ่นอัศจรรย์ที่เกรอนุยซับลงบนผืนผ้าบางเบาแล้วโปรยกลิ่นหอมนั้นไปตามกระแสลมเพื่อกระจายฤทธานุภาพของมันให้แผ่ขยายออกไปครอบงำจิตใจฝูงชนที่บ้าคลั่งก่นด่าอยู่นั้นให้สงบลง ฝูงชนเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับความหอมหวลแสนสุขเสมือนกำลังสถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ในทันที

เกรอนุยยินดีและพอใจกับอำนาจที่มีอยู่ในมือเพราะมันสามารถบัญชาทุกสิ่งที่ตัวเขาเองปรารถนาได้ หากทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจบันดาลได้ดังใจ นั่นคือการเรียกคืนชีวิตของหญิงสาวขายลูกพลัมให้ฟื้นขึ้นมาดังเดิม หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของกลิ่นแห่งน้ำหอมที่ฝูงชนกำลังสัมผัสอยู่ในขณะนี้

ทุกคนหลงรักกลิ่นน้ำหอมของเขาแต่ทว่าไม่มีใครเลยสักคนที่รักตัวเขา
ทุกคนสดุดีเกรอนุยในทันทีแต่เหตุใดเขากลับยังไม่รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงในชีวิต...





Perfume: The Story of a Murderer แสดงประเด็นเนื้อหาได้อย่างน่าสนใจและปรากฏความลึกซึ้งของภาษาภาพยนตร์ตามสมควร ไม่ดูหนักอึ้งจนเกินไปหรือกลวงโป๋จนหาสาระไม่เจอ เรียกได้ว่าผู้กำกับพยายามผสมผสานความบันเทิงและตัวสาระที่อยากบอกกล่าวได้อย่างเหมาะสมลงตัว โดยเฉพาะประเด็นว่าด้วยการประเมินคุณค่าของคนด้วยภาพลักษณ์สมมุติซึ่งถูกฉาบเคลือบอยู่ภายนอก และเจ้าน้ำหอม (Perfume) ในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความฉาบฉวย ตื้นเขินในการประเมินคุณค่าระหว่างกันนั้นได้อย่างงดงามและรับใช้เรื่องราวได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวเกี่ยวกับน้ำหอมย่อมเป็นธรรมดาที่จะต้องถูกเล่าโดยมีเมืองปารีสหรือประเทศ ฝรั่งเศสเป็นฉากหลัง ความโด่งดังของชนชาติแห่งเมืองน้ำหอมนี้ถูกผูกรวมเข้ากับประเด็นปัญหาชนชั้นหรือความขัดแย้งในยุคศักดินานั้นได้อย่างเหมาะเจาะและชัดเจน

หากเปรียบน้ำหอมคือกลิ่นประจำกายของบุคคลในราชสำนักยุคศักดินาสวามิภักดิ์หรือไม่ก็เศรษฐีผู้มั่งคั่งเงินทอง และกลิ่นของความเน่าเหม็นน่ารังเกียจคือตัวแทนของปุถุชนไพร่ทาสหรือยาจกผู้ยากจนแล้ว ย่อมแสดงว่ามนุษย์เรา ( ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบัน )ใช้ฐานะทรัพย์สินเงินทองและยศถาบรรดาศักดิ์เป็นมาตรวัดประเมินคุณค่าของคน ( ยกย่องกลิ่นหอมและปฏิเสธกลิ่นเหม็น )





มาตรวัดในสายตาของสังคมฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่สิบแปดดังกล่าวทำให้เกรอนุยต้องพยายามถีบตัวเองไปให้ถึงจุดสูงสุดอันหอมหวลนั้นให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่ผิดหลงหรือร้ายแรงฉกาจฉกรรจ์เพียงใด และยังก่อให้เกิดคำถามตามมาว่า เกรอนุยผิดไหมที่อยากจะเป็นคนสำคัญและได้รับการเหลียวมองบ้างจากสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่...

เกรอนุยต้องการการมองเห็นที่ควรต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ( Human dignity )ของเขาบ้างในฐานะที่เขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมต่างระดับนี้เฉกเช่นกัน

ในฉากที่เกรอนุยใช้น้ำหอมสะกดฝูงชนเรือนหมื่นได้อยู่หมัดนั้น สะท้อนให้เห็นอย่าง ชัดเจนว่ามาตรในการประเมินคุณค่ามนุษย์ว่าผู้ใดจะเป็นคนดีหรือเป็นคนเลวนั้น เราท่านหาได้พินิจพิเคราะห์ถึงเนื้อแท้แห่งการกระทำอย่างจริงๆจังๆ ไม่ หากแต่กลับไปให้น้ำหนักกับรูปกาย ภายนอกหรือทรัพย์สินเงินทองที่แม้จะทรงอานุภาพแค่เพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว หากแต่ก็ง่ายต่อการโน้มนำอคติหรือฉันทาคติของฝูงชน ( หากตีความว่าอานุภาพของ “น้ำหอม” คือสัญลักษณ์แทนอำนาจของชนชั้นผู้ดีหรือเจ้าขุนมูลนายในสังคมฝรั่งเศสยุคนั้น )





เพียงชั่ววูบแห่งสติที่ขาดไปนี้อาจทำให้มนุษย์เราเห็นคนที่ชั่วร้ายเลวทรามกลายเป็นทูตสวรรค์ไปเสียได้ในพริบตา เข้าตำราแบบไทย ๆ ที่ว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”

มนุษย์เราจะเคารพบูชาหรือสดุดีใครสักคนหนึ่ง เราดูที่กลิ่นของความร่ำรวยใน ยศฐาบรรดาศักดิ์หรือดูตรงคุณค่าแท้จริงในตัวของเขากันแน่ เราแต่ละคนย่อมเห็นต่างกันออกไปได้ไม่มีข้อยุติ...

แต่ใน Perfume: The Story of a Murderer ฝูงชนทุกคนกลับเห็นตรงกันว่ากลิ่นหอมนี้เป็นสัญญะแห่งฑูตสวรรค์อย่างแน่นอน แม้แต่บิดาของเหยื่อสาวแสนสวยรายสุดท้ายที่เบื้องต้นคล้ายจะทัดทานอานุภาพนี้ได้ แต่แล้วในท้ายที่สุดก็ไปไม่รอด หรือว่านี่ผู้กำกับทอม ทิคเวอร์ กำลังแสดงข้อธรรมความจริง (The Truth) ให้เราท่านได้ดูชมกันแน่ว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนหรอกที่สามารถเอาชนะอานุภาพของอำนาจแห่งยศฐาบรรดาศักดิ์ในลักษณะนี้ได้





อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในภาพยนตร์เรื่องนี้คือการรับรู้ถึงกลิ่นแห่งความตายอยู่ทุก ขณะจิตตามหลักมรณานุสติในพุทธศาสนา

นอกจากสัญลักษณ์ของความไร้ตัวตนแล้ว เกรอนุยยังเป็นตัวแทนของความตายในอีกทางหนึ่งด้วย เป็นความตายที่เงียบงันและเคลื่อนตัวอย่างแผ่วเบายากแก่การตรวจจับด้วยประสาทสัมผัสในระดับสามัญ และจากคุณลักษณะพิเศษที่เนื้อตัวของเกรอนุยไม่มีกลิ่นใดๆ นี่เองทำให้เขาสามารถหยิบยื่นความตายให้กับเหยื่อหญิงสาวได้อย่างง่ายดายโดยที่เธอเหล่านั้นไม่มีโอกาสได้ระแวดระวังภัยหรือรับรู้ลางร้ายนั้นก่อนเป็นการเตือนล่วงหน้า

ตามท้องเรื่องในภาพยนตร์แล้ว เมื่อตัวละครของเกรอนุยได้เดินทางออกจากบุคคลใดมาก็ย่อมที่จะนำพาความตายมาสู่บุคคลนั้นด้วยในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแม่บังเกิดเกล้าที่ถูกแขวนคอ มาดามกาย่าผู้รับเลี้ยงเด็กของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นายจ้างของเกรอนุยที่โรงฟอกหนัง เจ้าของร้านน้ำหอมที่สอนวิชาเบื้องต้นให้แก่เกรอนุย หรือแม้กระทั่งสามีของเจ้าของโรงงานน้ำหอมในเมือง กลาส อะไรคือสารัตถะในประเด็นเหล่านี้คือสิ่งที่เห็นควรต้องขบคิดและค้นหากันต่อไป...





ก่อนที่ความตายของแต่ละคนจะมาเยือน ตัวละครเหล่านั้นมักได้รับอะไรบางอย่างมาในรูปของความสุขฉาบฉวย (ในกรณีแม่ของเกรอนุยคือความสุขจากการปลดทุกข์ซึ่งแทบจะไม่ต่างกันเลยกับการได้เข้าห้องน้ำเมื่อยามปวดหนัก ) บางคนบ้างก็ได้เงินเพียงเล็กน้อยมาครอบครอง บ้างก็ได้เป็นเจ้าของชื่อเสียงเกียรติยศและความร่ำรวย ( สูตรน้ำหอมนับร้อยนับพันสูตรที่เกรอนุยเขียนให้เจ้าของร้านที่เขาไปช่วยงานอยู่ ) ความสุขที่มีอายุขัยแสนสั้นนั้นมักทำให้มนุษย์เราหลงลืมที่จะทำความเข้าใจความหมายที่แท้จริงของชีวิต ว่าคือความไม่จีรังยั่งยืนของสรรพสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่จีรังยั่งยืนของเครื่องทรงกายภายนอกที่มักนิยมนำมาปรุงแต่งชีวิตทั้งที่เป็นเพียงมายาภาพซึ่งสลายตัวมันเองได้ในชั่วพริบตา ไม่ควรแก่การยึดมั่นถือมั่นเป็นสรณะของชีวิต ( ไม่ควรจริงจังและให้ความสำคัญกับลาภยศสรรเสริญว่าเป็นยอดแห่งความปรารถนาของมนุษย์ )

ความสุขที่เป็นเพียงมายาภาพจากการได้รับการยอมรับและยกย่องสรรเสริญนี้ เกรอนุยเองก็ได้ประจักษ์มาแล้วกับตาก่อนที่จะก้าวเดินเข้าสู่ความตายในฉากจบของภาพยนตร์ มันไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงยิ่งใหญ่อย่างที่เขาเคยวาดหวัง การยอมรับนับถือหรือชื่อเสียงเหล่านั้นกลับเป็นเพียงแค่ความฉาบฉวยของรสชาติเสมือนหนึ่งกลิ่นน้ำหอมที่ลอยโชยผ่านมาแล้วก็ค่อยๆ เลือนหายจากเราไปในไม่กี่วินาที รวดเร็วและแผ่วเบาเกินกว่าที่จะหาแก่นสารหรือสาระใด ๆ จากมัน





แต่ถึงกระนั้นมนุษย์เราส่วนใหญ่ก็ยังคงบูชามายาภาพภายนอกอยู่ต่อไปโดยไม่เคยรับรู้ถึงจุดสิ้นสุดอันแสนสั้นของมัน และไม่เคยที่จะตระหนักถึงเวลาในชีวิตอันแสนน้อยนิดของตัวเอง

“ความตาย” จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลิ่นที่ฆานประสาทของมนุษย์โดยทั่วไปไม่เคยรู้จักหรือเรียกได้ว่ามนุษย์เรามืดบอดต่อการรับรู้ความจริงข้อนี้ก็คงจะไม่เป็นการผิดนัก

หากแต่บิดาของเหยื่อสาวรายสุดท้ายคือผู้ที่เหมือนจะยังเปิดประสาทสัมผัสนี้อยู่บ้างเพื่อ รับรู้ถึงอันตรายแห่งชีวิตของบุตรีตน ดังนั้นจึงได้พยายามหาทางปกป้องสิ่งอันเป็นที่รักนี้อย่างถึงที่สุด แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่รอด ทุกสิ่งที่มีค่าหรือควรแก่การหวงแหนในชีวิตของมนุษย์ล้วนแล้วแต่ต้องจากเราไปทั้งสิ้น ความจริงข้อนี้ที่แท้ก็คงเป็นเพียงสัจธรรมธรรมดาๆ ที่ยิ่งเข้าใจได้เร็วเท่าไหร่ ความทุกข์ในใจก็จะยิ่งลดน้อยลงได้เร็วขึ้นเท่านั้น...





เกรอนุยจบชีวิตตัวเองลงด้วยการให้ทานเป็นเนื้อหนังต่างอาหารแก่กลุ่มยาจกที่นิ่งผิงไฟอยู่ในตลาดปลาอันเป็นสถานที่ที่เขาเกิด ความเน่าเหม็นที่โชยฟุ้งของที่นั่นยังคงเตือนสติให้เขารับรู้ถึงอดีตอันเน่าเหม็นของตัวเอง ความสกปรกในชีวิตยังไม่ได้ถูกชำระออกไปอย่างถูกวิธี หากแต่ได้รับการประทิ่นปรุงใหม่ด้วยกรุ่นกลิ่นของน้ำหอมที่ทรงอานุภาพในการกลบเกลื่อนและบิดเบือนความเน่าเหม็นโสมมนั้นแทน

มันไม่ใช่วิธีการชำระให้ชีวิตนี้สะอาดขึ้นอย่างถูกต้อง แต่มันคือการหลอกลวงตัวเองว่าอดีตอันเลวทรามเน่าหนอนนั้นได้ถูกย้อมใหม่ให้บริสุทธิ์แล้วด้วยความดีงามแสนฉาบฉวย

เรื่องราวฆาตกรรมเลวร้ายในเมืองกลาสก็เช่นกัน คล้ายว่าจะได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นแต่แท้จริงแล้วกลับไม่ใช่ ตราบใดที่ปัญหายังไม่ได้ถูกแก้ มันก็จะยังคงเป็นปัญหาที่ซุกซ่อนปมอยู่ในเบื้องลึกแห่งสำนึกของมนุษย์และสังคมอยู่ต่อไป





Perfume: The Story of a Murderer ใช้วิธีการถ่ายภาพที่เน้นการซูมกล้องแบบซอกซอนซุกไซร้ไปตามเนื้อตัวร่างกายของหญิงสาวเหมือนพยายามจะเค้นกลิ่นหอมนั้นให้ออกมาให้ได้ด้วยการเพ่งมองที่แนบชิดและการจับจ้องที่นานพอ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของผู้กำกับที่ใช้งานด้านภาพเพื่อสื่อให้ผู้ชมจินตนาการถึงกลิ่นต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมที่ชวนเย้ายวนหรือกลิ่นเน่าเหม็นที่ดูสกปรกและน่ารังเกียจ

งานดนตรีประกอบได้รับการดูแลอย่างพิเศษและเห็นได้ชัดว่าถูกใช้โดยผ่านกระบวนการคิดที่รอบคอบแล้ว จนถือได้ว่าดนตรีประกอบกลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญอีกแรงหนึ่งที่ผู้กำกับใช้ในการดำเนินเรื่องควบคู่ไปกับงานด้านภาพและการแสดงโดยรวมที่ดูลงตัว

ที่เห็นควรกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ พระเอกของเราในบทของ ฌอง-แบ็บติส เกรอนุย แสดงโดย เบน วิสชอว์ ดาราละครเวทีวัย 23 ปี ที่ผู้กำกับไปคัดสรรมาและผ่านกระบวนการเคี่ยวเข็ญจนเหมาะสมกับบทที่มืดหม่นและซับซ้อนหากแต่ท้าทายความสามารถนี้ หน้าตาของ เบน วิสชอว์ จัดประเภทได้ยากว่าเป็นกลุ่มคนหล่อหน้าตาดีหรือว่าขี้ริ้วขี้เหร่ หรืออาจจะเรียกได้ว่าหน้าตาของเขานั้นธรรมดาเอามาก ๆ ซึ่งก็อาจถือเป็นความจำเป็นของบทในลักษณะนี้ด้วยที่ต้องไม่เรียกร้องความสนใจจากผู้ชมจนเกินควร แต่ถึงกระนั้นเขาก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดความเป็นคนซับซ้อนนี้ออกมาได้ดีในระดับที่ต้องได้รับคำชม

อย่างไรก็ตาม น้ำหอมหรือน้ำปรุงก็ยังคงเป็นวัตถุเสริมสร้างเสน่ห์ให้มนุษย์เราอยู่ต่อไป เหมือนดังเช่นที่ภาพยนตร์เรื่อง Perfume นี้ได้นำพาเรื่องราวอันทรงเสน่ห์มาให้ผู้ชมได้สัมผัส แต่หากจะแตกต่างกันบ้างในบางจุด ก็คงเป็นที่คุณค่าของภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องหนึ่งนั้นมีอายุขัยที่ยาวนานและยังทำหน้าที่สร้างความประทับใจให้ผู้ชมได้ไม่มีวันจบสิ้น แต่อายุขัยของกลิ่นน้ำหอมนั้นช่างแสนสั้นและเปราะบาง อ้อยอิ่งแล้วอำลาลมหายใจของมนุษย์เราไปเพียงแค่ชั่ววินาที...







Create Date : 12 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 21 มีนาคม 2552 19:13:05 น. 8 comments
Counter : 1918 Pageviews.

 
ดีใจจังที่คุณ beerled เปิด bloggang นี้ ติดตามผลงานของคุณมาโดยตลอด ชอบมากค่ะ ได้ทั้งข้อคิดและสาระ ขอเป็นกำลังใจให้คุณสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาอีกนะคะ


โดย: aon IP: 124.121.17.193 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:52:21 น.  

 

ยินดีต้อนรับสู่บล็อคแก้งค์ค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:26:08 น.  

 
Just watched this movie. I am speechless. It's too good. I wish I could smell that Angel's scent once in my life. j/k


โดย: KS IP: 125.24.32.113 วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:22:09:53 น.  

 
เขียนได้น่าสนใจมากๆเลยอ่ะคับ *o*
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องโปรดของผมเลย ดูไปตั้ง 4-5 รอบจนจะอ้วกแล้วแต่ก็ยังไ่ด้อะไรใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ 55+

ขอนำไปประกอบและอ้างอิงในรายงานนะคับ ^^


โดย: R666 IP: 124.157.242.4 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:14:22:46 น.  

 
อยากได้กลิ่นของสาวขายลูกพลัมจัง
ประทับใจฉากคลอด เกรอนุย เป็นโปรเฟสเชแนลจริงๆ(แม่)


โดย: น้ำ IP: 180.180.183.178 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:14:29:22 น.  

 
ขอบคุณมากเลยค่ะ...ที่เอาหนังมาเล่าเรื่องให้อ่าน พยายายามหาชื่อหนังเรื่องนี้ หลังจากที่ได้ดูในเคเบิ้ล แล้วดูไม่จบ รู้สึกชอบเนื้อเรื่อง และการดำเนินเรื่องราวของหนังค่ะ มันดูไม่น่ากลัวมากเกินไป สนุกดีค่ะ


โดย: บี IP: 180.183.147.150 วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:14:24:50 น.  

 
หนังดีครับ..มองเห้นสัจธรรมได้เลย..


โดย: Changkid IP: 118.174.7.75 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:52:30 น.  

 
ไม่คิดที่จะดูเลยเรื่องนี้ ...แต่บังเอิญว่าได้ดู ดันชอบมากซะงั้น


โดย: IIMvMo IP: 171.99.3.238 วันที่: 1 มกราคม 2556 เวลา:7:06:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

beerled
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




"หนัง".....ไม่ได้มีดีเพียงแค่ "ผิว"
New Comments
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add beerled's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.