นาคปรก : พุทธศิลป์เสียดสีสงฆ์ (เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ)



ถือเป็น Angels and Demons เมืองไทยสำหรับความแรงของหนังนาคปรก ในระดับสากลคงเป็นเรื่องธรรมดาที่ประเด็นต่างๆ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรสโดยเฉพาะในแวดวงศิลปะ แต่สำหรับเมืองไทยคงต้องยอมรับว่าแปลกตาอยู่ไม่น้อยที่หนังแบบนี้มีโอกาสได้ฉายในโรงภาพยนตร์ หนังจับประเด็นละเอียดอ่อนอย่างศาสนามาเล่าในเชิงเสียดสีเหน็บแนม หลายฉากเห็นชัดถึงความบ้าบิ่นของบทที่กล้าท้าทายพระธรรมวินัย ส่วนหนึ่งคงสร้างกระแสหวังกระตุกต่อมสนใจของสังคม (นายทุนคงมองเห็นจุดนี้เป็นสำคัญยิ่งกว่าการทำหนังเพื่อพุทธบูชา) ในขณะที่ส่วนหนึ่งอาจเป็นการตั้งคำถามของศิลปินเพื่อตีความลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎกใหม่ หวังจะแยกแยะให้แตกหักระหว่างเปลือกและแก่นของพุทธศาสนาอย่างที่ควรจะเป็น



บทสรุปของนาคปรก (โดยเฉพาะจุดหักมุมตอนจบ) อาจรู้สึกคุ้นๆ มาก่อนจากหนังสั้นเรื่องหลวงตา (2542) ของคุณภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (ผู้กำกับร่วมในหนังชัตเตอร์ แฝด และหนังผีหลายแพร่งของ GTH ) ความคล้ายของพล็อตอาจเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาและไม่ได้หมายความว่ากรณีนี้จะเป็นการลอกเลียนกัน หนังว่าด้วย “วิกฤติศรัทธา” ที่จบเรื่องแบบหักมุมให้ผู้ชมวิกฤติศรัทธาต่อตัวละครที่น่าเคารพ ถือเป็นพล็อตตลาดที่ไม่ว่าใครก็อาจหยิบไปเปรียบถึงใครหรือสถาบันใดก็ได้ในสังคม ไม่เว้นแม้แต่ Angels and Demons ที่กล่าวมา

นาคปรกเป็นหนังฟิล์มนัวร์ที่คุมโทนหม่นมืดทั้งแสงในหนังและเนื้อหาที่กล่าวถึง หนังนำเสนอด้านมืดของมนุษย์และสังคมโดยเฉพาะในวงการศาสนา ดวงจันทร์ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงธรรมชาติของสรรพสิ่งที่มีทั้งด้านมืดและสว่าง หนังตีความคำว่า “นาคปรก” อย่างกว้างขวาง ทั้งในฐานะพุทธปฏิมากรรมซึ่งมีพญานาคหลายหัวปรกอยู่เหนือเศียรพระพุทธองค์ ความหมายของงูพิษ ความหมายของอสรพิษที่ไว้ใจไม่ได้ซึ่งจำแลงอยู่ในรูปมนุษย์ รวมถึงความหมายของนาคซึ่งเป็นพิธีกรรมก่อนบวชเป็นพระ



แต่ที่เป็นหัวใจของเรื่องในความคิดของผม ความหมายของนาคปรกซ่อนอยู่ในบรรยากาศของหนัง ฝนที่ตกชุกอยู่ตลอดนอกจากจะสื่อถึงการเป็นสัตว์น้ำของพญานาคแล้ว ฝนยังสื่อถึงเรื่องราวในพุทธประวัติอันเป็นที่มาของปางนาคปรก หากใครเคยดู Little Buddha คงจำฉากสำคัญฉากหนึ่งได้ ที่มีงูใหญ่เลื้อยมาด้านหลังพระพุทธเจ้าแล้วยกตัวขึ้นแผ่แม่เบี้ยบังฝนให้พระพุทธองค์ ความหมายของนาคปรกในหนังเรื่องนี้จึงน่าที่จะหมายถึงผู้ต่ำต้อยคนหนึ่ง (ในพุทธประวัติคือเดรัจฉาน) ซึ่งลุกขึ้นมาปกปักษ์พุทธศาสนาไม่ให้ต้องแปดเปื้อนหรือหมองช้ำ ผู้กำกับนาคปรกก็อาจรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่นั้นอยู่เช่นกัน



บทของนาคปรกจำแนกมนุษย์ออกเป็นบัว 4 เหล่า ตามที่พระพุทธเจ้าเคยเปรียบเปรยถึงเวไนยสัตว์ (สัตว์ที่สอนได้) และอเวไนยสัตว์ (สัตว์ที่สอนไม่ได้) 4 จำพวก การแบ่งประเภทตัวละครในเรื่องถือว่าทำได้ดีและค่อนข้างชัดเจน ไล่เฉดออกเป็นช่วงๆ ระหว่างคนชั่วไปจนถึงคนดี

ตัวละครของสิงห์แสดงให้เห็นถึงความต่ำทรามและความหยาบกระด้างในกมลสันดานแบบกู่ไม่กลับ ปัญญาทึบสนิทและไม่สามารถเรียนรู้ได้ เปรียบกับบัวใต้โคลนที่ไม่มีวันโผล่พ้นน้ำ (ปทปรมะ)

ตัวละครของป่านซึ่งตัดสินใจเป็นโจรเพื่อจะนำเงินไปรักษาแม่ที่ตาบอด การที่เคยใกล้ชิดกับแม่ซึ่งศรัทธาในพุทธศาสนาและมีน้องชายที่คอยเตือนสติอยู่เสมอ สามารถเรียนรู้ได้เมื่อมีผู้ชี้นำหรือสั่งสอน (เห็นได้ชัดในฉากเผาศพตายาย) เปรียบกับบัวใต้น้ำ (เนยยะ) ที่ยังมีโอกาสงอกงามพ้นน้ำ



ปอซึ่งเป็นคนมีพื้นฐานจิตใจดีแต่อ่อนแอต่อแรงต้านรอบตัวเลยถูกชักนำมาร่วมแก็ง เค้าคือคนที่คอยห้ามปรามไม่ให้เกิดการเข่นฆ่าในหลายฉาก เห็นได้ชัดว่ายังเป็นคนมีศีล 5 ประจำใจ ไม่อาจมุสาว่าตัวเองเป็นพระเมื่อจิตใจยังไม่สะอาดเพียงพอ (เหมือนที่เค้าถามหลวงตาว่าไม่กลัวผิดศีลหรือที่หลอกคนในวัดว่าโจรคือพระธุดงค์) เป็นคนกตัญญูและมีปัญญามาก สงสัยและคิดอ่านในธรรมอยู่ตลอดเปรียบได้กับบัวปริ่มน้ำ (วิปจิตัญญู) ที่แค่รอเวลาในวันพรุ่งก็จะผุดพ้นน้ำ

บทหนังโดยรวมเขียนออกมาได้ดี มีเหตุมีผลรองรับหนักแน่น โดยเฉพาะปมเล็กๆ ที่วางไว้ตลอดเรื่องแบบไม่สะดุดตา อย่างการปรากฏตัวอยู่ไกลๆ ของหญิงวัยกลางคนชื่อเฟื่องกับหลวงตา ฉากที่เธอถูกงูกัดและมีหลวงตาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย หรืออย่างการวางตัวละครของหลวงตาในช่วงแรกๆ ซึ่งหนังแสดงให้เห็นว่าหลวงตาเป็นคนชอบประนีประนอม แก้ปัญหาด้วยการไกล่เกลี่ย ไม่ยึดติดกับเปลือกของกฎเกณฑ์ เช่นยอมฝืนศีลข้อมุสาเพื่อให้โจรได้บวชเป็นพระเผื่อจะมีโอกาสกลับใจ การฝ่าฝืนพระธรรมวินัยด้วยการสักยันต์ให้ชาวบ้านเพื่อสร้างขวัญ หรือการไม่ยอมดำเนินการทางกฎหมายกับคนที่พยายามขโมยพระทองคำที่ซ่อนอยู่ในองค์พระนาคปรกเพราะเห็นว่าเค้าสำนึกผิดแล้ว การไต่ถามรายละเอียดจากปอถึงสาเหตุที่ต้องมาบวชและความลับเรื่องที่ซ่อนเงิน เป็นต้น อุปนิสัยโดยรวมคล้ายท่านคาเมอร์เลโญในหนังเรื่อง Angels and Demons ที่เรียกความเคารพจากผู้ชมไปมากโขช่วงแรก แต่เมื่อหนังเดินมาถึงจุดเฉลย พฤติกรรมทั้งหมดที่เคยเห็นว่าดีกลับสนับสนุนผลลัพธ์สุดท้ายแบบสิ้นสงสัย



ในส่วนของการนำเสนอ นักแสดงทั้งหมดทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐาน แต่นาคปรกยังมีปัญหาอยู่ที่การตัดต่อทั้งภาพและเสียงที่ไม่สม่ำเสมอ ขาดความต่อเนื่อง และเป็นเหตุให้อารมณ์สะดุดหรือขาดช่วงอยู่บ่อยๆ แต่มองโดยรวมประกอบกับเจตนาดีของหนังก็พอที่จะอนุโลมได้ บางฉากทำออกมาได้โดดเด่น อย่างการขึ้นเทศน์ของป่านในวันมาฆบูชาที่น่าจะดึงน้ำตาของผู้ชมได้ไม่ยาก (วันมาฆบูชาคือวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์) รวมถึงฉากที่ปอจับมือแม่มาสัมผัสผ้าเหลืองซึ่งหนังสื่อออกมาได้ค่อนข้างประทับใจ

อย่างที่เกริ่นไว้แต่แรกว่านาคปรกกล้าที่จะแหกพระธรรมวินัยโดยเฉพาะเรื่องการสัมผัสสตรี (ผมถือเป็นคำถามของผู้กำกับ) เมื่อเราลองแยกแยะเหตุการณ์ในเรื่องก็จะเห็นการสัมผัสสตรีอยู่ 2 เจตนา หนึ่งคือเหตุผลทางกามารมณ์ หนังสื่อผ่านความหื่นของสิงห์ที่โทรเรียกเมียมาสังวาสกันในกฏิ สองคือเหตุผลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกามารมณ์ หนังสื่อผ่านหลวงตาซึ่งช่วยเฟื่องที่ถูกงูเห่ากัด หรือพระปอที่จับมือแม่ซึ่งตาบอดให้มาสัมผัสผ้าเหลืองของตน ถ้าเทียบการตีความพระธรรมวินัยกับการตีความกฎหมาย (ซึ่งผู้เขียนคิดว่าไม่ควรที่จะต่างกันนัก) การใช้กฎหมายต้องคำนึงถึง “เจตนารมณ์” ควบคู่ไปกับลายลักษณ์อักษร หากพระธรรมวินัยห้ามไม่ให้พระสงฆ์สัมผัสสตรี ก็คงจะด้วยเหตุผลทางกามารมณ์และเพื่อเป็นการแสดงออกต่อสังคมว่าสงฆ์คือผู้บริสุทธิ์ แต่การช่วยเหลือคนใกล้ตายหรือความกตัญญูต่อแม่ที่กำลังทุกข์หนักซึ่งหากไม่ช่วยก็คงบาปมหันต์เสียยิ่งกว่า การสัมผัสสตรีด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่ควรถือเป็นการประพฤติผิดพระธรรมวินัย อะไรคือเปลือกที่อาจยกเว้น อะไรคือแก่นที่ควรยึดถือ พุทธิปัญญาของชาวพุทธน่าที่จะวินิจฉัยได้ไม่ยากนัก



แม้นาคปรกจะเสียดสีสังคมสงฆ์ด้วยวิธีการที่ค่อนข้างแรง แต่เมื่อผู้ชมเลาะเปลือกออกจนเห็นถึงเจตนารมณ์ภายใน ก็คงจะรู้สึกเหมือนกันถึงพลังศรัทธาในพุทธศาสนาของหนัง ขอบคุณคุณภวัต พนังคศิริ ที่สร้างพุทธศิลป์ชิ้นนี้ด้วยความกล้าหาญ ในฐานะของศิลปิน ท่านได้ยกตัวขึ้นปกป้องเนื้อแท้แห่งพุทธศาสนาแล้วครับ



Create Date : 19 มีนาคม 2553
Last Update : 20 มีนาคม 2553 23:43:21 น. 9 comments
Counter : 2011 Pageviews.

 
อ่านที่คุณเขียนแล้วอยากไปดูค่ะ ทั้งๆ ที่พลาดหนังตัวอย่างเรื่องนี้บน BTS ตลอดเลย (ทำให้ไม่มีแรงบันดาลใจจะไปดูมาก่อน)

ขอบคุณนะคะ


โดย: gluhp วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:21:35:14 น.  

 
ไปดูมาแล้วชอบมาก


โดย: คนพุทธ IP: 58.9.233.80 วันที่: 19 มีนาคม 2553 เวลา:23:25:29 น.  

 
อ่านไปเล็กน้อยต้องรีบหยุด
หนังสนุก ๆ อย่างนี้
คงต้องไปดูเองซะแล้ว

ขอบคุณค่ะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:0:15:36 น.  

 
เขียนได้ดี


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:9:28:17 น.  

 
พรุ่งนี้วันหยุดจะไปดูค่ะ
อ่านเอาไว้ก่อนเวลาดูจะได้รู้เรื่อง

ขอบคุณค่ะ


โดย: รักรออยู่ (รักรออยู่ ) วันที่: 20 มีนาคม 2553 เวลา:12:17:55 น.  

 
ขอไปดูก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาอ่าน


โดย: navagan วันที่: 23 มีนาคม 2553 เวลา:4:13:35 น.  

 

หนังดีหนังเด่นของชาวเฉลิมไทย ปี 2552

เป็นเรื่องไหนบ้าง ไปดูกันเร็ว Smiley




โดย: จูริง วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:2:09:17 น.  

 
ใกล้แล้วครับ ตอนนนี้ก็ต้องเตรียม presentation เพื่อสอบ Defend ด้วยครับ


ขอบคุณที่ถามครับ


โดย: navagan วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:19:15:50 น.  

 
อยากไปชมเช่นกันค่ะ แต่ไปไม่ทัน ออกจากโรงไปซะแล้ว จะรอดู DVD ค่ะ ^^

ป.ล. เขียนวิจารณ์หนังได้คมเช่นเคยนะคะ


โดย: Moo Yis IP: 203.150.206.170 วันที่: 8 เมษายน 2553 เวลา:16:00:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

beerled
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




"หนัง".....ไม่ได้มีดีเพียงแค่ "ผิว"
New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
19 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add beerled's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.