bloggang.com mainmenu search

สวัสดีครับเพื่อนๆ หากพูดถึงน้ำดื่มในอดีต  เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึงน้ำฝนเย็นๆ ที่ตกลงมาจากฟากฟ้า  ซึ่งน่าจะบริสุทธิ์และน่าดื่มยิ่งนัก  แต่ในสมัยโบราณจริงๆ ไม่ดื่มน้ำฝนครับเชื่อว่าแสลงลม  ดังนั้นคนโบราณจะดื่มน้ำจากแม่น้ำซึ่งว่ากันว่ามีรสอร่อยกลมกล่อมกว่า  น้ำเสวยของกษัตริย์โบราณจึงล้วนเป็นน้ำจากแม่น้ำหรือจากบึงแทบทั้งนั้น

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ก็ทรงติดพระทัยน้ำในแม่น้ำเพชรที่จังหวัดเพชรบุรี  ไม่ว่าจะเสด็จไป ณ ที่ใด  จะต้องมีมหาดเล็กนำน้ำเพชร  อันเป็นน้ำเสวยติดไปด้วยเสมอ  เคยมีการทดลองคือเอาน้ำจากที่ต่างๆ รวมทั้งน้ำฝนด้วยมาใส่ขวดปิดฉลากไว้ข้างใต้  ให้พระองค์ทรงชิม  พระองค์จะบอกได้ถูกว่าน้ำขวดไหนคือน้ำเพชร  ด้วยรสชาติอร่อยผิดจากน้ำจากที่อื่น  แม้น้ำฝนก็ทราบไม่ติด

น้ำเพชร ถือได้ว่าเป็นของดีของเมืองเพชรประการหนึ่ง เป็นน้ำธรรมชาติอันเกิดจากทิวเขาตะนาวศรีที่แบ่งเขตแดนไทยกับพม่าในเขตท้องที่อำเภอแก่งกระจาน ได้ไหลผ่านพื้นที่ในเขต อำเภอแก่งกระจาน อำเภอบ้านลาด วัดท่าไชย อำเภอเมืองเพชรบุรี ถือกันว่าเป็นน้ำที่มีรสอร่อย ใสสะอาด  และที่วัดท่าไชยนี่เองที่เป็นแหล่งน้ำที่มหาดเล็กจะต้องมาตักเพื่อนำกลับเข้าวัง คนรุ่นปู่ย่าตายายได้เล่าให้ลูกหลานฟังกันเสมอว่า เวลาทำงานมงคลจะต้องไปตักเอาน้ำที่วัดไชยมาทำเป็นน้ำมนต์ ถือว่าเป็นน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์  ทำน้ำมนต์ประจำพรรษาตามวัดต่าง ๆ ทำน้ำพระพิพัฒน์สัตยา  น้ำราชาภิเษกนั้น ไม่ใช่แต่น้ำ 4 สระ ใช้แม่น้ำทั้ง 5 ในกรุงสยาม คือ แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี มีชื่อตำบลที่ตักทุกเมือง แต่ที่เพชรบุรีนี้ ที่ท่าน้ำวัดท่าไชยศิรินี้เป็นที่ตักเสวย

อุโบสถวัดท่าไชยศิริ

.ศาลาเครื่องไม้ริมท่าน้ำวัดท่าไชย สร้างขึ้นเมื่อ ร.ศ.130 เป็นไม้สักทั้งหลัง
.

.

.
แม่น้ำเพชรหน้าวัดท่าไชยศิริ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงกล่าวไว้ในพระราชหัตถเลขาที่มีถึงเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2465 ความตอนหนึ่งว่า “...เรื่องน้ำเพชรบุรีนี้ เคยทราบมาแต่ว่า ถือกันว่าเป็นน้ำดี เคยได้ยินพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 5 รับสั่งว่า นิยมกันว่ามีรสแปลกกว่าน้ำลำน้ำเจ้าพระยา และท่านรับสั่งพระองค์เองเคยเสวยน้ำเพชรบุรีเสียจนเคยแล้ว เสวยน้ำอื่น ๆ ไม่อร่อย จึงต้องส่งน้ำเสวยมาจากเมืองเพชรบุรี และน้ำนั้นใช้เป็นน้ำเสวยจริง ๆ ตลอดมากาลปัจจุบัน”

การที่น้ำเพชรได้รับเกียรติยศและเกียรติคุณเป็นน้ำเสวยสำหรับพระเครื่องต้นนั้น จะเริ่มตั้งแต่เมื่อใดยังหาหลักฐานไม่ได้ แต่ก็พอจะบอกให้ชัดได้ในขณะนี้เพียงแค่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จครองราชย์ได้ 2 พรรษา ในราว พ.ศ. 2396 พระองค์ได้ทรงโปรดเสวยและสรงน้ำเพชรบุรีที่วัดท่าไชย ทรงรับสั่งว่าเป็นน้ำที่จืดสนิทดี แลทรงสั่งให้พระยาเพชรบุรี กรมการ จัดส่งน้ำเพชรเข้าไปถวายทุกเดือน   เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติใน พ.ศ. 2411 ก็ได้ใช้น้ำเพชรฯ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเสวยน้ำเพชรอยู่เป็นนิตย์  บางครั้งขาดน้ำเพชรทรงใช้น้ำกลั่น ต้องทรงเดือดร้อนทุกครั้ง เสวยไม่ได้ ให้กระสับกระส่วยต่าง ๆ เสวยน้ำไม่อร่อยจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขออารักขาให้ได้เสวยน้ำเพชรได้เสมอและตลอดไป

จากท้ายบทความนี้  ผู้เขียนให้ได้เกิดข้อสงสัยว่า  ในน้ำเพชรบุรีมีส่วนผสมของแร่ธาตุอะไรเป็นสำคัญหรือไม่  จึงทำให้เกิดความอร่อยและติดใจถึงขนาดทรงเดือดร้อน (น่าจะหมายถึงหงุดหงิด กระวนกระวาย)  หากที่นั่นยังไม่มีการเจือปนสารเคมีในยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่เข้าไป  ก็น่าจะเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจสอบคงจะดีไม่น้อย  แล้วพบกันใหม่ครับ...mata

เรียบเรียงโดย  พรชัย  สังเวียนวงศ์  (mata)

ขอบคุณภาพประกอบ //pra-ong-dum.blogspot.com, oknation.net

เรียบเรียงโดย: mata
ที่มา: //www.khonlumnampet.com, happy.teenee.com
Create Date :07 พฤศจิกายน 2555 Last Update :7 พฤศจิกายน 2555 21:31:57 น. Counter : 2078 Pageviews. Comments :1