bloggang.com mainmenu search

เทศกาล ปีใหม่ 2556 เทศกาลแห่งความสุขที่มีวันหยุดยาว หลายคนเตรียมเดินทางกลับภูมิลำเนา และวางแผนเดินทางท่องเที่ยว เมื่อมีการเดินทางเป็นจำนวนมาก ก็ย่อมมีปัญหาการจราจรติดขัดตามมา โดยเฉพาะอย่างปีนี้เป็นปีที่มีรถจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 7,384,934 คัน เพิ่มขึ้นจากวันที่ 31 ธ.ค. 2554 ถึง 535,721 คัน แน่นอนว่าย่อมหลีกเลี่ยงรถติดไม่พ้น


กอง บังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ได้แนะนำเส้นทางการเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ประกอบด้วย เส้นทางสู่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 7 เส้นทาง ได้แก่ 


เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 31) หรือใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ต่อสายอุตราภิมุข เข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถึงต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) มุ่งสู่อ่างทอง เพื่อเดินทางสู่ภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรีเพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


เส้นทางที่ 2 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) เลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) จน ถึงต่างระดับบางปะอินแล้วใช้ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือใช้ถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เพื่อไปภาคเหนือ

เส้นทางที่ 3 จากถนนรัตนาธิเบศร์ (ทางหลวงหมายเลข 302) ใช้ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340) ผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีไปสู่จังหวัดชัยนาท เข้าถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ไปสู่ จ.นครสวรรค์เพื่อไปภาคเหนือ 


เส้นทางที่ 4 จากถนนรามอินทรา (ทางหลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนต่างระดับลำลูกกา (ทางหลวงหมายเลข 9) ถึง แยกพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) เลี้ยวขวาเพื่อเดินทางสู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือเลี้ยวซ้ายไปต่างระดับบางปะอิน เข้าถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) เพื่อสู่ภาคเหนือ

เส้นทางที่ 5 จากบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ (ทางหลวงหมายเลข 304) ถึงห้าแยกปากเกร็ด ใช้ถนนติวานนท์ (ทางหลวงหมายเลข 306) เลี้ยว ขวาข้ามถนนบางพูน-บางปะหัน (ทางหลวงหมายเลข 347) ผ่านต่างระดับเชียงรากน้อยจนบรรจบถนนสายเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 32) ที่ อ.บางปะหัน แล้วเดินทางไปภาคเหนือ หรือเข้าถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งสู่สระบุรี เพื่อไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 


เส้นทางที่ 6 จากต่างระดับรังสิต ไปตามถนนรังสิต-องครักษ์ (ทางหลวงหมายเลข 305) ผ่านทางต่างระดับธัญบุรี ตรงไปจังหวัดนครนายก กบินทร์บุรี เพื่อไป ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 


และเส้นทางที่ 7 จากถนนรามอินทรา ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่านฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย เข้าสู่ถนนมิตรภาพ (สาย 2) ไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เส้นทางสู่ ภาคตะวันออก มี  3 เส้นทาง ได้แก่


เส้นทางที่ 1ไปตามถนนบางนา-บางปะกง (ทาง หลวงหมายเลข 34) จนถึง กม. 39 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนกรุงเทพ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) ที่ต่างระดับบางควาย มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก 


เส้นทางที่ 2 จากถนนศรีนครินทร์ (ทางหลวงหมายเลข 3344) ใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก 


เส้นทางที่ 3 จากถนนรามอินทรา (ทาง หลวงหมายเลข 304) ใช้ถนนสุวินทวงศ์ (ทางหลวงหมายเลข 304) ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา เข้าทางหลวงหมายเลข 314 แล้วใช้ทางหลวงพิเศษกรุงเทพ-ชลบุรี (สาย 7) มุ่งสู่พัทยาไป ภาคตะวันออก

เส้นทางสู่ภาคใต้ มี 3 เส้นทาง ได้แก่ 


เส้นทางที่ 1 ใช้ถนนธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35 : ถนนพระราม 2) เข้าถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เดินทางสู่จังหวัดภาคใต้ 


เส้นทางที่ 2 ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่าน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อเข้าสู่จังหวัดภาคใต้ 


และ เส้นทางที่ 3 จากขนส่งสายใต้ใหม่ ใช้ถนนบางกอกน้อย-นครชัยศรี (ทางหลวงหมายเลข 338) เข้านครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สู่จังหวัดภาคใต้

นอก จากนี้ยังมีเส้นทางที่คาดว่าจะมีการจราจรติดขัดบริเวณทางออกเมือง จากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาค ควรหลีกเลี่ยง มีอยู่ 6 จุด หากหลีกเลี่ยงได้ควรเลี่ยง ได้แก่ 


1.ทาง หลวงพิเศษหมายเลข 9 (วงแหวนตะวันออก ช่วงบางพลี-บางปะอิน) ที่ด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่รถยนต์ต้องชะลอตัวแม้จะยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียม และยังมีจุดเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธิน ที่ กม.53 ที่มีปริมาณรถมาก และมีปั๊มน้ำมันหลายแห่ง 


2.วงแหวนตะวันตก เขตอำเภอบางบัวทอง ต่อเนื่องถนนสาย 340 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ซึ่งมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า 


3.ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี ที่ กม.0-12 ต่อเนื่องจากถนนพระราม 9 ถึงต่างระดับขึ้นสนามบินสุวรรณภูมิ 


4.ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนบางนา-ตราด ผิวการจราจรไม่ค่อยดีเป็นบางช่วง 


5.ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2 กม.59-62 บริเวณต่างระดับอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม 


และ 6.ทางหลวงหมายเลข 338 ถนนบรมราชชนนี กม.27 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีช่องจราจรเป็นคอขวด

พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผบก.ทล. เปิดเผยว่า ปี นี้คาดว่าประชาชนจะออกเดินทางสู่ต่างจังหวัดกันมากในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. และเดินทางกลับวันที่ 1 ม.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจราจรหนาแน่นมาก ทั้งนี้ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกแล้ว และให้ผู้กำกับการแต่ละท้องที่ ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาแก้ปัญหาจราจรเฉพาะหน้า เพื่อให้การจราจรไหลลื่นได้ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนวางแผนการเดินทางให้ดี และติดตามฟังข่าวสารจากวิทยุรายงานสภาพการจราจร เพื่อวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงจุดที่เป็นปัญหาการจราจรได้ทันท่วงที รวมถึงแอพพลิเคชั่น Highway Police Thai ที่ใช้ได้กับสมาร์ทโฟน หรือโทรฯ สอบถามเส้นทางและแจ้งเหตุได้ที่หมาย 1193 เพื่อให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว และเสียเวลาบนท้องถนนน้อยที่สุด ทั้งนี้ตามเส้นทางบนถนนสายหลัก บก.ทล.มีจุดพักรถ และการบริการคลายง่วงให้กับผู้ขับขี่ เพื่อให้สามารถเดินทางถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย

การ เคารพกฎจราจร มีวินัยในการขับขี่ ตรวจเช็กสภาพรถให้ดี มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง และไม่ประมาท จะช่วยให้การเดินทางในช่วงเทศกาลแห่งความสุข มีแต่ความสุขและถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย.

ที่มา: //hot.ohozaa.com
Create Date :27 ธันวาคม 2555 Last Update :27 ธันวาคม 2555 21:23:12 น. Counter : 1064 Pageviews. Comments :1