bloggang.com mainmenu search

เราคงคุ้นเคยกับพิธีแต่งงานของชาวพุทธกับชาวคริสต์กันอยู่แล้ว  แต่การแต่งงานของชาวมุสลิมเราแทบจะไม่รู้เรื่องของเขาเลย  พอดีไปอ่านเจอบทความนี้เข้าเลยเอามาให้คนที่สนใจอ่านกันบ้าง  หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ

ประเพณีแต่งงานมุสลิมชาวมุสลิมถือว่าการแต่งงาน หรือเรียกกันตามภาษามุสลิมว่า พิธีนิกาห นั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสูงส่งเหนือสัตว์โลกอื่นๆ และเชื่อว่าความผูกพันระหว่างชายหญิงเป็นความผูกพัน กันด้วยชีวิตเพราะต่างก็เปรียบเหมือนวงกลมที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนและแยกจากกัน แต่ อัลลอฮ สุบหฯ บันดาลให้มาบรรจบกันจนกลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์

สำหรับเรื่องของการแต่งงานหรือประกอบพิธีนิกาหนั้น ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. การแต่งงานตามบทบัญญัติของศานา
2. การแต่งงานตามประเพณีที่ปฏิบัติกัน

ที่ต้องแบ่งเพราะ 2 ประเภทมีความแตกต่างกันอย่างมาก อย่างเช่นการแต่ง ของชาวมุสลิมบางคนผสมผสานวัฒนธรรมชุมชนเข้าไป เช่น การแห่เจ้าสาวเข้ามัสยิดโดยมีต้นกล้วยต้นอ้อยนำหน้าขบวน หรือการมีขนมหวานอย่างการแต่งงานแบบไทยนั้นเป็นการแต่งงาน แบบของมุสลิมที่ไม่ใช่อิสลาม เพราะการแต่งงานแบบอิสลามนั้นเป็นบทบัญญัติมากกว่า 1,400 ปีและห้ามเสริมเติมแต่งหลักการที่มีอยู่เป็นอย่างอื่น

หลักการแต่งงานของอิสลาม

มีเงื่อนไขหลักอยู่ 5 ข้อปฏิบัติ เท่านั้นคือ

1. เจ้าบ่าว
2. วะลีย์ (ผู้ปกครองของเจ้าสาว) ซึ่งต้องเป็นผู้ปกครองทางด้านเชื้อสายและเป็นผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับเจ้าสาวได้หมายถึงคุณพ่อของเจ้าสาว พี่ชายแท้ๆ ญาติสนิทแท้ๆ
3. พยาน 2 คน ต้องเป็นผู้ชายที่มีคุณธรรม คือเป็นผู้ที่เคร่งศาสนา เช่นผู้ที่ทำละหมาดวันละ 5 ครั้ง
4. คำเสนอของวะลีย์
5. คำสนองของเจ้าบ่าว

ปฏิบัติเพียง 5 ข้อนี้ ชายหญิงก็จะได้ชื่อว่าได้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง เป็นสามีภรรยาตามหลักของอิสลามแล้วส่วนการจดทะเบียนสมรสนั้นเป็นเรื่องของสังคมและกฎหมายที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบ

คำสอนก่อนแต่งงาน

ก่อนทำพิธีนิกาห โต๊ะครู อาจารย์ บาบอ อุซตาซ ซึ่งเป็นชื่อเรียกผู้รู้ตามหลักศาสนาอิสลาม ที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่สถานที่ที่ทำพิธีนิกาห ในหลักการของศาสนาอิสลามไม่ได้ระบุชัดเจนว่าต้องทำที่ไหนใครสะดวกที่ไหนก็ทำที่นั่น

ข้อห้าม

สิ่งที่อิสลามห้ามใครทำและเป็นโทษมหันต์ คือ การเชื่อถือโชคลาง เพราะเป็นเรื่องผิดหลักศาสนาอย่างไม่ควรให้อภัย

คนอิสลามจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ก็ได้ ยิ่งแต่งงานกันในวันที่

คนอื่นไม่แต่งยิ่งดีเพราะเป็นการพิสูจน์ว่าเราไม่เชื่อเรื่องฤกษ์ยามอีกประการหนึ่งที่ชาวมุสลิมบางพื้นที่อาจลืมก็คือ การแต่งงานของอิสลามจะไม่มีการแห่ใดๆทั้งสิ้นถ้าเห็นมุสลิมแต่งงานแล้วมีการแห่ นั่นคือการแต่งงานของมุสลิมที่ไม่ใช้อิสลาม

รักกันแต่ต่างศาสนา

อิสลามไม่อนุญาตให้คู่รักต่างศาสนาแต่งงานกัน แต่ถ้ารักกันจริงๆ ต้องเข้าไปเป็นอิสลามก่อน โดยการเรียนรู้ศาสนาให้เข้าใจถึงหลักของอิสลามโดยถ่องแท้จากผู้รู้ เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่เข้าสู่เงื่อนไข 5 ข้อของการแต่งงานตามหลักอิสลามและถ้าเจ้าสาวนับถือศาสนาอื่นก่อนมารับถือศาสนาอิสลาม หรือคนในครอบครัวยังคงนับถือศาสนาเดิมอยู่ก่อนการแต่งงานจะต้อง แต่งตั้งผู้อื่นให้ทำหน้าที่ผู้ปกครองแทน

ผู้แทนอาจเป็นครูที่สอนศาสนาให้ก็ได้ หรือเป็นผู้รู้ที่เคารพ

นับถือก็ได้

รายละเอียดของการนิกาหตามหลักอิสลาม

ประเพณีการแต่งงานในศาสนาอิสลาม เริ่มจากการสู่ขอ

โดยมีเงื่อนไขว่าต้องสู่ขอสตรีที่สามารถแต่งงานได้ด้วยเท่านั้นหมายถึงหญิงที่ไม่ได้อยู่ระหว่าง อิดดะฮ (อยู่ในช่วงสามเดือนแรกของการหย่าร้าง) หรือหญิงสามีตาย (ซึ่งต้องรอจนครบสี่เดือนกับสิบวันเสียก่อนจึงจะสู่ขอได้) เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงและกำหนดมะฮัร คือเงินที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง ตามที่ฝ่ายหญิงเรียกร้องและเงินนั้นจะเป็นสิทธิ์ของฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว)เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องหาวันแต่งงานตามสะดวก

วันแต่งงานเจ้าบ่าวจะต้องยกของหมั้นหรือมะฮัรมาที่บ้านเจ้าสาวหรือนัดวะลีย์และพยานทั้งสองฝ่ายไปเจอกันที่มัสยิดก็ได้

คำกล่าวที่ใช้ในพิธีนิกาห

คำเสนอของวะลีย์ คือคำกล่าวของผู้ปกครองฝ่ายเจ้าสาวเพื่อให้เจ้าบ่าวยอมรับการแต่งงานครั้งนี้? มีหลักใหญ่ใจความว่า

ฉันนิกาฮท่าน (ชื่อเจ้าบ่าว) กับลูกสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัรที่ตกลงกันไว้??
เมื่อวะลีย์กล่าวคำเสนอจบแล้ว เจ้าบ่าวต้องกล่าวคำสนองว่า
ผมรับการนิกาหกับนางสาว (ชื่อเจ้าสาว) ด้วยมะฮัรตามที่ตกลงไว้?

หลังจากนั้นจะมีการอ่านคัมภีร์อัลกรุอาน (บทที่ว่าด้วยการครองเรือน) ให้บ่าวสาวฟัง เพียงแค่นี้ก็เสร็จสมบูรณ์

การเลี้ยงฉลองการแต่งงาน

หลังแต่งงานสามารถจัดงานเลี้ยงฉลองได้ เรียกว่า วะลีมะฮ

ซึ่งจัดเลี้ยงที่บ้าน สโมสร หรือโรงแรมก็ได้ ตามสะดวก การเลี้ยงฉลองอาจไม่ต้องทำในวันเดียวกับวันนิกาหก็ได้ แต่การเลี้ยงฉลองนั้นต้องไม่เกิน 2 วัน เพราะอิสลามเคร่งครัด

ในเรื่องของงานเลี้ยงที่ฟุ่มเฟือย โดยมีคำกว่าวไว้ว่า งานเลี้ยงที่เลวที่สุดคืองานเลี้ยงพิธีนิกาห และเลี้ยงเฉพาะคนรวย?

เพราะศาสนาอิสลามเชื่อว่าทุกคนเท่าเทียมกันไม่มีการแบ่ง

ชั้นวรรณะ

เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับอิสลาม

- มุสลิมใหม่เรียกว่า มุอัลลัฟ

- เมื่อเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามแล้ว ไปงานศพได้ แต่ห้ามร่วมพิธี

- อิสลามไม่ใช่เพียงการนับถือ แต่คือการปฏิบัติทุกอย่างในชีวิต

- มุสลิมที่ดีนอกจากไม่รับประทานหมู ก็ต้องไม่ดื่มเหล้าและทำละหมาด 5 เวลา มีกิริยาวาจาเรียบร้อย ไม่ล่วงละเมิดจับมือสาวที่ไม่ใช่ภรรยาของตน

- สตรีที่ดีที่สุดคือสตรีที่เรียกมะฮัร (จากฝ่ายชาย) น้อยที่สุด

- หลังแต่งงานมะฮัร จะเป็นของผู้หญิงครึ่งหนึ่งก่อน จนกว่าจะได้อยู่ด้วยกันโดยพฤตินัยแล้วจึงเป็นของฝ่ายหญิงทั้งหมด

แต่หากหลังพิธีแต่งงานแล้วคู่บ่าวสาวมิได้มีความสัมพันธ์

ฉันสามีภรรยากันจริงๆ มะฮัรก็จะตกเป็นของผู้หญิงเพียง

ครึ่งเดียว

ประเพณีแต่งงานมุสลิมชาวมุสลิมถือว่าการแต่งงาน หรือเรียกกันตามภาษามุสลิมว่า พิธีนิกาห นั้นเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสูงส่งเหนือสัตว์โลกอื่นๆ และเชื่อว่าความผูกพันระหว่างชายหญิงเป็นความผูกพัน กันด้วยชีวิตเพราะต่างก็เปรียบเหมือนวงกลมที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วนและแยกจากกัน แต่อัลลอฮ สุบหฯ บันดาลให้มาบรรจบกันจนกลายเป็นวงกลมที่สมบูรณ์

รูปประกอบ  :  google

ที่มา: annisaa.com
Create Date :04 ตุลาคม 2555 Last Update :4 ตุลาคม 2555 20:26:38 น. Counter : 1495 Pageviews. Comments :0