Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 พฤศจิกายน 2564
 
All Blogs
 
Ladakh 2019 - Thiksay Monastery







แม้จะล่วงเลยมาไกลหลายเอนทรี่ย์จนใกล้จะไปถึงช่วงลำดับท้าย ๆ ก็ตาม 
ในความเป็นจริงแล้ว Thiksay Monastery ถือเป็นอารามสงฆ์แห่งแรกที่เราได้แวะมา
เยือนเลยนะ  แต่กว่าจะนำมาลงบล็อกได้ก็ผัดผ่อนไปเรื่อยกับการเขียนถึงซะจนเกือบลืม
มัวแต่กังวลถึงความเบาบางของเนื้อหานั่นแหละค่ะ อย่างไรก็ตาม การไม่ได้เอ่ยถึงทิคเซย์
ก็ดูน่าเสียดายไปหน่อย  ไหน ๆ ก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ที่ต้องแวะ

มาพูดถึงความประทับใจแรกกันก่อนดีกว่า สำหรับเราแล้วมันเกิดจากความฝังใจที่ได้เห็น
ผ่านเงามืดในช่วงการเดินทางเข้าเลห์วันแรก (ตอนเช้ามืด) เพราะตั้งอยู่บนเส้นทาง 

Leh-Manali Highway และวัดนี้ก็อยู่ไม่ไกลไปจากหน้าถนน ด้วยความใหญ่โตของสิ่ง
ปลูกสร้างบนเนินเขาสูงที่ตั้งอยู่โดดเด่นมาก และทันได้เห็นป้ายชื่อของวัดดังกล่าวพอดี
เลยรู้ว่าสถานที่นี้แหละคือหนึ่งในอารามสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของลาดักนั่นเอง  


เราได้ย้อนกลับมาเที่ยวที่ทิคเซย์หลังจากนั้นไม่นาน ที่นี่อยู่ไกลจากตัวเมืองเลห์เพียงแค่
20 กมและอยู่ถัดไปจาก เชย์ 5 กม. ดังนั้นทั้งสองจึงกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่่ยว
ที่เดินทาง
ผ่านเส้นทางนี้ไปโดยปริยาย (ประมาณว่าหากไป Shey แล้วก็ต่อด้วย Thiksay
ถึงจะครบสูตร)

ส่วนเรื่องการเดินทางด้วยรถโดยสารท้องถิ่น จะอยู่ในเอนทรี่ย์นี้นะคะ : ตารางการเดินรถโดยสารของเลห์
 





จากที่เห็นบรรดาวัดวาอารามในละแวกพื้นที่ราบสูง
(เท่าที่เคยไป) ก็จะมีทั้งวัดที่สร้างบนพื้นที่ราบ แต่ก็ถือเป็น
จำนวนที่น้อยมาก ส่วนมากจะอยู่บนเนินเขาแทบทั้งนั้น และวัดทิคเซย์
ก็จัดอยู่ในเกณฑ์หลัง เราจึงจำเป็นต้อง
เดินออกแรงขึ้นเนินไปยังทางเข้าที่ต้องผ่านซุ้มเก็บค่าบำรุงเสียก่อน 
ค่าเข้าในตอนนั้นอยู่ที่ 30 รูปี

โครงสร้างอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดน้อย-ใหญ่คละ ๆ กันไปสลับไปกับองค์เจดีย์และมักถูกฉาบทา
ด้วยสีขาวเป็นหลัก อาคารทั้งหลายถูกสร้างไล่หลั่นไปตามเนินสูง ไม่รู้ว่า
อาคารแต่ละส่วนถูกใช้ทำอะไร อาจ
เป็นที่พักสงฆ์ สำนักเรียน โรงครัว หรืออื่น ๆ นอกเหนือไปจาก
ความใหญ่โตและเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่
ช่วงศตวรรษที่
15 วัดทิคเซย์ถือเป็นที่ตั้งของสำนักเรียนสงฆ์ที่สำคัญของลาดัก

 



⭗ บริเวณพื้นที่ลานวัดที่ตั้งอยู่ที่ตำแหน่งบน



⭗ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง
 



⭗ wheel of life -- กงล้อชีวิต 


สำหรับคนที่สนใจศิลปะแนวพุทธทิเบต วัดทิคเซย์มีภาพวาดบนผนังตามคติธรรมทางศาสนาที่โดดเด่นเยอะมาก
บางจุดก็เก่าจนเลือน บางจุดก็ยังมีสีที่ชัดอยู่ ใครตีความหรือถอดความหมายได้ก็คงเดินดูกันเพลินเลย 


เมื่อขึ้นไปยังชั้นอุโบสถก็จะเจอห้องโถงสำหรับประกอบพิธี  ในตอนนั้นก็ถือว่าสายมากแล้ว  จึงมีเพียงแค่โต๊ะ
เบาะรองนั่ง เครื่องเป่า กลอง ฯลฯ สำหรับการทำวัตรของพระ ก็อาจมีข้อดี
อยู่บ้างตรงที่เรามีอิสระพอสมควร
สำหรับถ่ายรูปสถานที่ด้านใน 

 



⭗ Dukhang 
 

วัดแห่งนี้เป็นนิกายหมวกเหลือง(เกลุกปะ) ซึ่งตามปกติแล้วก็มักจะเห็นบัลลังก์ที่จัดวางไว้สำหรับวางรูปของ
องค์ทะไลลามะโดยเฉพาะ ที่ผ่านมาก็มักจะเห็นเป็นภาพถ่ายใส่กรอบ  
เดี๋ยวนี้มีการปรับเปลี่ยนเป็นภาพจำลอง
คล้ายองค์จริงมาวางไว้แทนเลยค่ะ ตอนเดินผ่านมาเห็น
อุโบสถครั้งแรกนี่ถึงกับตกใจเหมือนกัน

ภาพด้านในอุโบสถสำหรับทำวัตร อาจเรียกว่า Dukhang ซึ่งก็มีความหมายเท่ากับ Assembly Hall
เก็บรายละเอียดมาอย่างละนิดหน่อยตามที่ได้เห็น นี่ถ้าอยากเห็นภาพพระทำวัตรก็ต้องมาเช้ามาก ๆ
ก็คงต้องหาที่พักอยู่ใกล้วัดเท่านั้นแหละถึงจะมาทัน



(click ภาพเพื่อดูขนาดจริง / double click เพื่อย้อนกลับ)

        

        

        

        



พื้นที่อื่น ๆ ที่เปิดให้เข้าชม ซึ่งก็มีหลายห้องมากจนจำไม่ไหว
บางครั้งก็มีลายแทง บ้างก็เดินไปตามคำแนะนำที่มีคนชี้บอก

วิหารของพระแม่ตารา (Tara Temple) 



เป็นที่เก็บรูปเคารพของพระแม่ตารา 21 องค์ รวมถึงบรรดาพระโพธิสัตว์และเทพยดาอื่นโดยจัดวางในตู้กระจก 



ห้องนี้จำไม่ได้ว่ามีชื่อเรียกว่าอะไร แต่มีสถูปและรูปภาพของลามะที่สำคัญเอาไว้จำนวนหนึ่ง


        

ทางเชื่อมต่อระหว่างห้อง อาคาร และชั้นต่าง ๆ




⭗ ลูกศรชี้บอกทางไป Lamokhang ที่เป็นห้องเก็บคัมภีร์สำคัญทางศาสนา และ GonKhang วิหารของเหล่าธรรมบาล  
(ได้ยินมาว่า Lamokhang ไม่อนุญาตให้สตรีเข้าไปนะ)   โอเค...ถ้างั้นก็เลี้ยวขวาไปยังก็อนคังเลยดีกว่า


        



ช่วงเวลานั้นมีพระอยู่เพียงรูปเดียวที่มาทำหน้าที่ดูแลนักท่องเที่ยว โดยพาเดินมาดูห้องที่เรียกว่า
Gonkhang
ที่เป็นห้องชั้นในสุด ดูลึกลับ ยิ่งมีผนังเป็นสีดำก็ยิ่งรู้สึกทึบ ไม่ปลอดโปร่งเหมือนกับพื้นที่อื่น ๆ แม้ว่าจะมีการ
ติดหลอดไฟไว้ให้ดูสว่างก็ตาม โดยส่วนตรงนี้เป็นวิหารของเหล่าเทพผู้พิทักษ์ ดูดุดัน บ้างก็มีรูปลักษณ์กึ่งอสูร   
บางรูปก็ถึงกับมีผืนผ้าปิดคลุมหน้าเอาไว้เพื่อปิดบังความน่ากลัว หลังจากที่ดูห้องนี้ไปชั่ว
ระยะหนึ่งก็คงต้องขอ
อำลาเหล่าธรรมบาลนี้ไปเพียงเท่านี้  ส่วนหลวงพี่ที่ยืนดูแลก็ออกไป
ดูแลผู้มาเยือนรายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใหม่ต่อ

 

⭗ Old library ห้องสมุดเก่า ที่ปิดกุญแจไว้ไม่รู้ว่าปัจจุบันยังใช้เก็บรักษาตำราเก่าแก่อยู่มั้ย



อีกอาคารหนึ่งที่พระแนะนำให้แวะชม คือที่ประดิษฐานของรูปปั้นพระศรีอริยเมตไตรย (Maitreya Buddha)
ที่หมายถึงพระพุทธเจ้าในอนาคต องค์นี้สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1980 นี่เอง ขนาดความสูงหากอิงตามคำอธิบาย
ที่ใส่กรอบติดบอกไว้ที่วัดก็จะเท่ากับ 12 เมตร (40 ฟุต)**  

บริเวณที่เรายืนอยู่นั้นจะเป็น
ตำแหน่งพื้นที่ชั้นบนที่เห็นส่วนไหล่และใบหน้าขององค์พระ  มีกฏข้อห้ามเขียนไว้
ด้วยนะ
ว่าห้ามถ่ายรูปตัวเองคู่กับพระพุทธรูป  ถ้าให้เดาก็คงจะกลัวเรื่องกิริยาอาการไม่สำรวมนั่นแหละ


** มีบันทึกขนาดความสูงขององค์พระที่ต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล บ้างก็ว่าสูง 15 เมตร, 19 เมตร

        



เราใช้เวลาที่เหลือขึ้นไปถึงดาดฟ้า ด้านบนนั้นมีฐานไม้เป็นที่สุมวางกิ่งจูนิเปอร์แห้งพันล้อมด้วยผ้าคาตักขาว
และมียอดธงปักไว้  ไม่รู้ว่าเป็นสัญลักษณ์อะไรนะ แต่เห็นทุกดาดฟ้าของวัดพุทธทิเบตจะมีไว้ด้านบนเสมอ   
ที่ขึ้นมาก็เพื่ออยากมองดูพื้นที่รอบ ๆ จากมุมสูง  ได้เห็น
จุดตัดกันของเขตสีเขียวและพื้นที่แห้งแล้ง รถยนต์
ที่วิ่งผ่านตรงถนนดูเล็กเหมือน
ของเด็กเล่น  ส่วนเนินเขาที่ยื่นแหลมแทรกเข้ามานั่นก็คือที่ตั้งพระราชวังเชย์ 
(Shey Palace) นั่นเอง





ตอนนั้นน่าจะเป็นช่วงใกล้เที่ยงวัน มีเสียงเครื่องเป่าดังมาจากบริเวณใกล้ ๆ  ได้เรียกให้เรารีบวิ่งลงมาตามหา
ให้ทันก่อนหมดเวลาของผู้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณจะหยุดลงและแยกหายไป มีพระสองรูป
กำลังยืนประจำจุด
วางเครื่องเป่าโลหะทรงยาว ส่งเสียงทุ้มต่ำไม่เท่ากันตามห้วงจังหวะที่สลับสับเปลี่ยนการใส่ลมหายใจลงไป

กลุ่มนักท่องเที่ยวพากันไปยืนมุงดูเป็นจำนวนหนึ่ง  พวกเขาดูตื่นเต้นกับเรื่องธรรมดา ๆ ที่เป็นกิจวัตรปกติของ
พระที่นี่ แต่ก็ดูเหมือนว่าพวกท่านคงจะคุ้นชินกัน
เสียแล้ว 




ช่วงขาออกจากวัด จำได้ว่าเดินลงมาอีกทางที่ลัดเลาะไปตามซอกตึกอาคารที่สร้างไล่หลั่นอยู่ตามเนิน 
พร้อมกับนักท่องเที่ยวรายหนึ่งที่จะหารถกลับ
เลห์เหมือนกัน  พวกเราคิดจะโบกรถรับจ้างแทนการรอรถโดยสาร
ก่อนข้ามถนนเพื่อไปตั้งหลักโบกรถที่ฝั่งตรงข้าม  เสียงสวดมนต์ที่ดังแผ่วมาจากบนวัดผ่านเครื่องขยายเสียงได้
ทำให้ต้องชะงักหยุดกัน
และหันกลับขึ้นไปมองที่ตั้งของวัดอีกครั้ง  "พวกเราควรกลับขึ้นไปใหม่ดีมั้ย?"  
นักท่องเที่ยวรายนี้ก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งเราที่คิดเลยแฮะ ... นั่นสินะ 
ได้เวลาน้ำชาพอดีเลย!

 




Create Date : 08 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2564 19:18:16 น. 10 comments
Counter : 460 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน, คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณmultiple, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณกิ่งฟ้า, คุณhaiku, คุณtoor36, คุณอุ้มสี, คุณKavanich96, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก


 
เคยได้ยินมาว่าพระทิเบตเวลาจะกราบท่ากริยาสวยงามมากๆคือพระท่านจะทิ้งทอดร่างกายลงทำการสักการะ อันนี้จริงเปล่าครับ


โดย: กระดิ่งลมเอะโดะ สีแดงยามค่ำคืน วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:4:44:46 น.  

 
มาสะดุดใจ ที่คุณฟ้าคำนึงถึงเนื้อหาของบล๊อก.....คงเหมือนผม
เอะไม่ใช่ซิ ผมเหมือนคุณฟ้ามากกว่า 555

ถ้าเนื้อหาเบาบาง จะเว้นไว้ก่อน แต่ถ้าเนื้อหาหนักเกินไปก็จะ
ทำให้มันเบาลง กลัวคนหลับใส่แก๊กเท่าที่มี

...
การท่องเที่ยวของคุณฟ้า ผมถือว่าเป็นสารคดีการท่องเที่ยว
ที่น่าอ่าน... มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ดูให้อ่าน

ที่อยู่ของสงฆ์ ผมว่าถ้าสงฆ์สูงอายุ คงจะแย่แน่ต้องเดิน
ขึ้นลง รึ ว่าท่านชิน


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:6:08:22 น.  

 
เค้าว่ากันว่า ดูภาพ ไม่ได้บรรยากาศ เท่า ของจริง
นึกในใจว่า สถานที่นี้ มีดีอะไร น้องฟ้าถึงดั้นด้น ปีนป่ายกล้ามขาขึ้น
เป็นมัดๆ ไปชม ครั้นจะไปเข้าสิง น้องฟ้า ก็มีพระ คงจะไม่ได้ 555

อย่ากระนั้นเลย อ.เต๊ะ เลยลองค้นหาวีดีโอดู ไปเจออันนี้เข้า
Stunning timelapses of Ladakh - Timeless journey in 4k

โอ๊ย มันยิ่งใหญ่ อลังการ ภาพแสงยามเช้าสาดส่องขุนเขา ทะลุปุยเมฆ ทอดเป็นเงา
ลงมาสู่ทุ่งหญ้า และทะเลทรายนี่ งามเกินบรรยาย แถมมีลำธาร สายน้ำกระเซ็นเป็นฝอย วิบวับ ยิ่งตกกลางคืนนี่ดาวเต็มฟ้า เหมือนสวรรค์เราดีๆนี่เอง เข้าใจแล้วจ๊ะ 555

มาดูdetailวัดนี้ บ้าง ภาพจิตรกรรมนี่ ถ้าเข้าใจประวัติ ความเป็นมา
น่าจะเพิ่มสีสันขึ้นมาบ้าง

ภาพถ่าย ห้องสมุดเก่า นี่แสง +detail ลายไม้
จังหวะ ซ้ำๆของเสานี่ ทำให้องค์ประกอบสมบูรณ์ งดงามมาก

แล้วก็ รูปปั้นพระศรีอริยเมตไตรย นี่ความสูง น่าจะประมาณ ตึก4-5ชั้น แต่พอไปอยู่ในอาคาร เลยดูไม่ อลังการมากนัก แต่ความขลังใช้ได้เลย

แล้วก็ น้องฟ้า ไต่ลงมาพื้นล่างแล้ว แต่จะกลับขึ้นไป จิบน้ำชาใหม่นี่
ต้องนับถือในเรื่องใจเลยทีเดียว 555

ปล.จากบล็อกนี่ เดี๋ยวนี้ผู้ชายใช้เครื่องสำอาง ไม่แพ้สาวๆกันแล้วละเนอะ

ส่วนเรื่องเก๊าท์นี่ ต้องรอผลเลือด อีกที ยังมีลุ้นอยู่จ๊ะ

แล้วก็เรื่องเพลงนี่ อ.เต๊ะ นักร้อง รถแห่ ร้องได้ทุกแนวอยู่แล้น555

น้องฟ้า บอก งั้นเอ็งแห่มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย เย้ย555

ขอบคุณที่แวะไปเพลง ขำๆกันนะครับ



โดย: multiple วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:12:49:43 น.  

 
ลืมบอก เสียงกีต้าร์เพราะๆ ในเพลง ของน้องคนนี้ครับ

สิ่งของ - Klear Guitar by ต้นปาล์ม
https://www.youtube.com/watch?v=lTWztLYwcZw&list=RDMMlTWztLYwcZw&start_radio=1
เรื่องกีต้าร์นี่น้องเค้าสุดยอด แต่ ความหล่อนี่ สูสี อ.เต๊ะ อิอิ

น้องฟ้าบอก ข้าพึ่งจะกินข้าวอิ่ม จะอ้วกก้เสียดาย เย้ย 555





โดย: multiple วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:13:32:01 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณน้องฟ้า..

ดีใจจัง..ได้อ่านบทความท่องเที่ยวของน้องฟ้า

เพลิดเพลินดีคะ..



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:15:44:58 น.  

 
สวัสดีค่ะ น้องฟ้ พี่กิ่งแวะมาเที่ยวธิเบตด้วยค่ะ ได้อ่านบทความที่ลงไว้ได้ความรู้มากเลยค่ะ น้องฟ้าบรรยายเรื่องราวได้น่าอ่านน่าติดตามเหมือนได้อ่านได้ชมสารคดีท่องเที่ยวเลยค่ะ
พุทธทิเบต จะคล้ายๆศาสนาพุทธเรามั๊ยคะ มีหลายนิกายด้วยแต่ศิลปะเค้างดงามมากค่ะโดยเฉพาะพระศรีอริยะเมตไตรย เค้าวางระเบียบห้ามไว้ดีมากเลยค่ะ พุทธศาสนาเราน่าจะห้ามบ้างนะคะจะได้ไม่มีภาพชาวต่างประเทศถ่ายรูปกับพระพุทธรูปในท่าที่ไม่ดีงามในสายตาชาวไทยเรา

มีความสุขยามพักผ่อนนะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 9 พฤศจิกายน 2564 เวลา:19:46:23 น.  

 
เห็นภาพแล้วรู้เลยว่าเป็นวัดพุทธแนวทิเบต มันมีเอกลักษณ์บางอย่างที่เห็นแล้วเราจะรู้ได้ในทันที

บนดาดฟ้ามองลงมาก็เห็นบรรยากาศแถวนั้น มองจากมุมสูงมันเห็นอะไรได้เยอะเลยล่ะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2564 เวลา:23:18:06 น.  

 
เหมือนได้ไปเห็นเอง
กับน้องฟ้าเลย


โดย: อุ้มสี วันที่: 14 พฤศจิกายน 2564 เวลา:15:28:54 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2564 เวลา:9:26:20 น.  

 
เครื่องเป่ายาว ๆ นั่น (ใช่แตรหรือเปล่า) เคยเห็นแต่ในทีวี เพิ่งเคยเห็นคนถ่ายรูปตอนที่พระกำลังเป่าให้ดูนี่แหละ

เสียดาย...ไหน ๆ คุณฟ้ามีโอกาสถ่ายรูปแล้ว น่าจะอัดคลิปมาซะหน่อย อยากรู้ว่าเสียงเป็นยังไง


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 18 พฤศจิกายน 2564 เวลา:21:39:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.