Group Blog
 
<<
เมษายน 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 เมษายน 2563
 
All Blogs
 
Ladakh 2019 - เดินทางไกลไป Hanu และ PAP เจ้าปัญหา (อีกแล้ว)

 

หากเทียบตารางการเดินรถ จากที่เอามาลงเป็นแนวทางไว้ในเอนทรี่เก่า ๆ
เที่ยวรถไป Dha – Baima (อ่านว่า บีม่า) จะมาในรอบ 9 โมงเช้า ของทุกวัน
แต่หากเป็นเที่ยวรถไป Hanu จะมีเพียงแต่รอบเดียวต่อสัปดาห์ คือทุกวันศุกร์
ในเวลา 9 โมงเช้าเท่านั้น  ฉันเลือกเดินทางในวันศุกร์เพราะดูมีตัวเลือกที่มาก
กว่าหนึ่ง แล้วก็ยังแอบคาดหวังว่าจะเจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยวสักสองสามคนที่
พลัดหลงเข้ามาบนเส้นทางนี้  

Permit (PAP) เข้าพื้นที่พิเศษ ที่เพิ่งได้รับมาจากตัวแทนฯ รายใหม่เมื่อวานนี้
ถูกย้ำนักน้ำหนา ว่าต้องระบุเขต Dha, Hanu ให้ได้นั้น ก็มีอยู่ในมือเรียบร้อย
โดยหนนี้ได้มีรายนามนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้สองรายเข้ามาอยู่รวมในจำนวน
ผู้ร่วมทาง (แบบหลอก ๆ) บนหน้ากระดาษ


เช้าวันนี้ที่ฝั่งคิวรถของเอกชน ก็มีรถโดยสารคันใหญ่จอดเรียงรายกันตามปกติ
รถประจำทางเหล่านี้ มักไม่มีป้ายติดบอกไว้หากไม่ใช่จังหวะใกล้ออกแบบที่มี
เสียงกระเป๋ารถเมล์มายืนตะโกนเรียกลูกค้าก็เดายาก – แต่ในขณะนั้นอาจช้า
เกินกว่าจะได้ที่นั่งดี ๆ แล้วล่ะ... 

ฉันเดินไล่ถามรถแทบทุกคันที่ติดเครื่องจอดเรียงกันอยู่ บางคันก็มีชาวบ้านขึ้น
ไปนั่งรอกันแล้ว บางคันก็ว่าง และที่แน่ ๆ ตัวคนขับรถหายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้
มีกระเป๋ารถเมล์คนหนึ่งเดินอยู่ที่ลานจอด เลยเข้าไปถามเขาถึงเที่ยวรถไป
Hanu  ลุงแกก็เหมือนจะไม่รู้เหมือนกันเลยพามาที่ จุดรายงานตัวของบรรดา-
รถโดยสารฯ ที่มีเหล่าคนเดินรถประจำทางมายืนออกันรอบโต๊ะเพื่อแจ้งชื่อและ
ป้ายทะเบียนต่อคนดูแล (ขอเรียกว่า'หัวหน้าวิน'ละกัน)  ท่ามกลางความชุลมุน
ในห้องจัดคิวเดินรถ  ลุงกระเป๋ารถฯ คนนั้น ตะโกนบอกหัวหน้าวินช่วยเช็คข้อมูล
ให้เจ้านี่มันหน่อย 

 

“จะไปที่ไหน” หัวหน้าวิน ชะโงกหน้ามาถาม

“ฮนู” ฉันตะโกนกลับ เพราะยืนไกลเป็นเมตร

เขาเปิดคู่มือประจำกาย  เป็นสมุดเล่มยาวซึ่งกำลังใช้จดหมายเลขทะเบียนรถ
โดยไล่นิ้วตรวจหาทะเบียนรถที่กำลังจะวิ่งมาจอดให้  

“ไปรอขึ้นที่จุดจอดริมซ้ายสุดทะเบียน xxxx นะ”

พอหมดธุระแล้ว ก็หันไปวุ่นวายกับการรายงานตัวของบรรดาคิวรถในรอบเช้าต่อ
 


รถที่จะวิ่งไปยัง Dha – Baima มีผู้โดยสารทั่ว ๆ ไป คละปนกัน หลายคนก็ดู
เป็นคนพื้นที่ทั่วไป มีชาวอินเดียสองรายที่นั่งเบาะหลังคนขับ ทั้งคู่ตัดผมได้
เนี้ยบ แต่งตัวเรียบร้อยด้วยเสื้อเชิ้ตที่รีดเรียบกริบ พร้อมกับสัมภาระใบใหญ่ที่
วางข้างตัว – มาทรงนี้ก็เดาได้ว่ากำลังเดินทางกลับเข้ากรมฯ 

นอกเหนือจากนั้นก็คงนั่งรถไปลงกลางทางนอกเลห์กันเสียมากกว่า (จะมีสักกี่
คนที่เดินทางไปจนสุดสาย) เว้นเสียแต่ก็ผู้หญิงร่างท้วมรายหนึ่งที่เดินขึ้นไป
บนรถคันดังกล่าว แกไว้ผมยาวเฟื้อยและรวบเก็บโดยการถักเปียเป็นปอยเล็ก ๆ
หลายเส้นพร้อมกับสวมเครื่องประดับศีรษะที่ดูแปลกไปจากคนแถวนี้ หน้าตาคม
เข้มและจมูกที่โด่งเป็นสันชัดเจน 

ป้าเป็นคนขายผลไม้ที่บริเวณทางเท้าของ Main Bazaar แน่นอนว่า เป็นคนที่
มีหน้าตาโดดเด่นคนหนึ่งทีเดียว จากการแต่งตัวที่รักษาเอกลักษณ์ชาติพันธุ์
ตัวเองตลอดเวลาแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้ฉันจำได้แม่นเลย

ในวันนี้ แกอาจเดินทางไกลไปรับผลไม้จากนอกเมืองเพื่อนำกลับมาขาย
ไม่ก็กลับไปที่หมู่บ้านตัวเอง น่าเสียดายที่ป้าเดินทางไปกับรถคันแรกที่จะวิ่งไป
Dha-Baima ทำให้อดรู้เลยว่า แกเป็นชาวอารยันที่มาจากหมู่บ้านไหนกัน…


ก่อนรถบัสนั้นจะตีออกจากท่ารถฯ ก็มีอีกคันหนึ่งเพิ่งวิ่งมาจอดข้าง ๆ ซึ่งเป็นรถ
สำหรับวิ่งไป Hanu นั่นเอง…มาเลทกว่ากำหนดในตารางมากทีเดียว ประมาณ
เก้าโมงเช้า นั่นก็หมายความว่ากว่ารถจะเคลื่อนออกก็คงใช้เวลานานเกือบครึ่ง
ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย  ฉันจองที่นั่งริมหน้าต่างไว้ แม้ว่าวิวจากการเดินทางหนนี้
จะไปซ้ำกับเส้นทางเดียวกันกับ Lamayuru แต่ฉันก็ยังอยากเห็นภาพของสังคัม
อีกรอบ



มีสาวต่างชาติผมสีบลอนด์รายหนึ่งเดินดุ่มขึ้นมาบนรถ ที่นั่งของฉันอยู่ตำแหน่ง
เบาะทีสองรองจากที่นั่งหน้าประตูทางขึ้น เลยถือโอกาสยื่นหน้าไปถามว่าจะไป
ลงที่ฮนูหรือปล่าว  เธอยิ้มและพยักหน้าตอบรับ “จะไปเหมือนกันใช่ป่ะ” ….
ใจชื้นขึ้นมานิดนึง มีคนลงที่เดียวกันละ

แต่ถัดมาก็มีชายชาวอินเดียหนึ่งรายเดินขึ้นรถไล่หลังมา เขามากับสาวต่างชาติ
คนนั้น....ดูแล้วไม่น่าจะเคยไปเที่ยวที่หมู่บ้านดังกล่าวมาก่อนแน่ ๆ ฉันได้ยินเขา
ยืนถามชายที่นั่งเบาะหน้าตรงริมประตูทางขึ้นถึงการเดินทางและที่พัก 

 


กว่ารถจะเริ่มออกจากท่ารถฯ ก็ใช้เวลานานพอสมควรราวหนึ่งชั่วโมง เพราะรอ
คนมาฝากสัมภาระ เป็นลัง กระสอบ อะไรนักหนาก็ไม่รู้ ขึ้นไปมัดไว้บนหลังคา
ไม่ก็เอามาจัดวางบนรถ คงเป็นการฝากส่งของไปยังนอกเมือง  เอาน่ะ รถเที่ยวนี้
เขามีวิ่งแค่สัปดาห์ละหน


นอกเหนือจากนี้ยังมีคนต่างชาติอีกสามรายที่มาด้วยกันเป็นผู้ชายสองและหญิง
อีกหนึ่งที่แบกเป้ใบใหญ่โตเหมือนเตรียมตัวจะไปเข้าป่าสักสองอาทิตย์ พวกเขา
มีปลายทางไปยังที่ไหนก็ไม่รู้ ฉันได้แต่ภาวนาขอให้ไปลงฮนู (นับจำนวนต่าง
ชาติบนรถคันนี้ก็ 5 คน) แล้วเวลาเดินทางก็มาถึงตอน 10 โมงตรง...นี่ก็นั่งรอซะ
จนหายตื่นเต้นไปละ

 

“ฮัลโล่”  ลุงกระเป๋ารถฯ ส่งสัญญาณเสียงเรียกฉัน
พร้อมทำท่าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรอคำตอบว่าจะไปลงที่ไหน


“ฮนู” ฉันรู้แค่ว่าหมู่บ้านที่จะไปคือ ฮนู

“ฮนู ไหน?”

 

อ้าว … มันมีกี่ฮนูล่ะเนี่ย
 

“Hanu thang, Hanu Yokma, Hanu Gongma”
ลุงแจกแจงตัวเลือกมาให้สามหมู่บ้าน

เอ๊อะ …. ดีนะที่ไม่มี Hanu man แถมอีก

เอาหล่ะ มันคงเป็นเรื่องจนปัญญาเกินกว่าจะทราบได้ ทีแรกลุงออกตั๋วสำหรับ
Hanu Yokma ให้มันมีราคา 230 รูปี แต่ฉันเปลี่ยนใจขอไปลงปลายทางที่ชื่อ
Hanu Gongma แบบว่าจะตระเวนเที่ยวไล่ลงมาเรื่อย ๆ หลังจากนี้ เลยต้อง
อัพเพิ่มราคาอีก 47 รูปี หากคะเนจากค่าตั๋ว ก็เท่ากับว่าระยะทางระหว่างสอง
หมู่บ้านนี้ก็ไกลเอาเรื่องพอสมควร

เนื่องจากเราได้เดินทางกันในช่วงสาย ประมาณเที่ยงกว่า ๆ จึงมีการหยุดรถเพื่อ
พักกินอาหารที่ร้านริมทางแห่งหนึ่งแถว ๆ เขต Nimoo ถ้าใครไม่อยากรออะไร
นานหรือมีพิธีรีตองในการกินมาก ก็แนะนำให้สั่ง โมโม่ (Momo) จะได้ไวสุด…

 

หนึ่งในกลุ่มแบกเป้ที่มากันสามราย พวกเขาพากันลงที่ Nimoo  
 

หลังจากกลุ่มแบกเป้สามรายนั้นลงจากรถไปแล้ว ก็ไม่มีชาวต่างชาติรายอื่นมา
ขึ้นรถกลางทางเพิ่มเติมอีก คงเหลือแค่สาวผมบลอนด์รายนั้นและฉันเท่านั้น  
แต่ว่าจะหาทางเข้าไปคุยกับเธอเกี่ยวกับเรื่องด่านตำรวจที่ Khaltsi ยังไงดีหนอ
ดูเหมือนว่าชาวอินเดียที่มาด้วยกันจะเกาะติดแจ ...แบบว่า ณ ห้วงเวลานี้พวกข้า
จะคุยกันแค่สองคน


ตามกฏของเจ้า PAP ตัวนี้เนี่ย ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปแบบ
อิสระเสรีตามลำพังได้ ซึ่งถ้าจะไปขอเตี๊ยมกับสาวต่างชาติ หรืออาจต้องพ่วง
นายคนนั้นไปด้วยก็ตาม ว่าพวกเราเดินทางมาด้วยกันก็อาจจะช่วยให้สะดวกขึ้น

 

ช่วงเวลาประมาณบ่ายแก่ เมื่อมาถึงด่านตำรวจตรง Khaltsi ที่เก่าเวลาใหม่…
เป็นที่เดียวกับที่เคยลงจากรถมารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่เมื่อหนก่อน แต่รอบนี้
ต้องมีเอกสารประกอบด้วย เราสามคนเดินลงจากรถพร้อมกันโดยมีกระเป๋ารถฯ
เป็นคนนำไป  ส่วนคนขับรถก็นั่งหลังพวงมาลัยที่ยังคงติดเครื่องยนต์รอ ฮึ่ม ๆๆๆ 
มีชาวบ้านบนรถเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็มีแค่ไม่กี่สิบรายกันแล้ว

 

ฉันแอบเห็นใบอนุญาตของชาวอินเดียที่ถือเตรียมไว้ นั่นก็ทำให้รู้ว่าสำหรับพื้นที่
พิเศษ  ไม่เพียงแค่ชาวต่างชาติเท่านั้นที่ต้องทำ – แต่ดูเหมือนจะเป็นคนละ
ประเภทกัน

 

ด่าน Khaltsi มีตำรวจทำหน้าที่หน้างานสองคน ส่วนภายในอาคารไม่แน่ใจว่า
มีคนนั่งประจำการเพิ่มอีกมั้ย ฉันยื่นพาสปอร์ตและอนุญาตฯ ต่อเจ้าหน้าที่พร้อม
กับสาวคนนั้น  อืม … มาจากบราซิลนี่เอง และไม่นานเราก็พบกับปัญหา คราวนี้
มันคือปัญหาโคตรใหญ่สำหรับเราสุด ๆ

 

“ทำไมมาคนเดียวแล้วเพื่อนที่อยู่ในรายชื่ออีกสองรายหายไปไหน?”

ฉันถูกซักถาม  

เอิ่ม … จะให้บอกว่า ทางตัวแทนบริษัทนำเที่ยว จัดทำให้โดยรวมรายชื่อผู้เดิน
ทางคนอื่นมาใส่เสริมแบบปลอม ๆ เพื่อออกใบอนุญาตนี้ มันก็คงไม่เข้าท่า

“เมื่อเช้านี้ฉันนัดพวกเขามาที่ท่ารถ...แต่ไม่เจอกันค่ะ คงไปที่อื่นกันแล้ว”
โอ๊ย...พอก่อนอย่าถามเยอะ  เดี๋ยวรู้ว่าพูดไม่จริง!

ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่คืนหลักฐานที่ยื่นไปพร้อมกับชี้ที่บรรทัดล่าง ๆ
ซึ่งมีคำเตือนบอกกำกับไว้ตรงข้อหนึ่งช่วงท้าย 

“….no individual foreign tourist may be permitted to enter
the restricted area...มันก็มีระบุบอกนะว่าห้าม”

 

“งั้นพวกเราก็เข้าไปพร้อม ๆ กันเป็นกลุ่มก็ได้นี่”

ฉันชี้ไปที่สาวบราซิลและชาวอินเดีย

 

อันความซวยนั้น ก็ยังดำเนินต่อไป
PAP ของสาวบราซิลและชาวอินเดีย
มีเกิดผิดพลาดในเรื่องบางอย่างเข้าให้
ทายถูกมั้ยล่ะว่าเป็นเรื่องอะไรกัน

 

“ไหนตราประทับสำหรับ Dha, Hanu ครับ”  เจ้าหน้าที่พลิกหน้าโน้นนี้
เพื่อค้นดูเส้นทางที่ตามที่ระบุไว้ตรงตาราง tour circuit 

“ก็ทางตัวแทนฯ ที่เดินเรื่อง...บอกเราว่าใช้ใบนี้ได้หมดทุกพื้นที่”


ว้ายยย.... เหตุการณ์คุ้น ๆ 

สาวบราซิลเจอปัญหาเดียวกับที่ฉันโดนไปหนแรกเป๊ะ และฉันก็คิดว่า 
ชาวอินเดียคนนี้ ก็ได้ทำเรื่องมาจากตัวแทนฯ เดียวกันกับเธอแน่ ๆ

เจ้าหน้าที่จึงยกใบอนุญาตฯ ของฉันขึ้นมาโชว์

“ดูนี่นะ พวกคุณไม่มีตราประทับแบบนี้”


 



สรุปคือหากจะเข้าพื้นที่ไหน ก็ต้องมีระบุบอกอย่างชัดเจนตามนั้น...
ตัวแทนบริษัทนำเที่ยวฯ หลายแห่งมักจะพูดเหมารวมไปว่า ทำใบเดียวเข้า
ได้ทุกที่   
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว 434 ผิด! เนื่องจากเวลาที่พวกเขากรอก
ข้อมูลลงแบบฟอร์มนี้ จะไม่ได้มีเพียงแค่ ชื่อ หมายเลขหนังสือเดินทาง และ
วีซ่า แต่จำเป็นจะต้องใส่เส้นทางที่จะไปลงในตาราง tour circuit ด้วย

ในกรณีที่อยากเดินทางด้วยเองแบบนี้ (ไม่ได้เหมารถนำเที่ยว) 
เอเจนซี่บางราย ก็ชอบเดาสุ่มความน่าจะเป็นเองว่านักท่องเที่ยวจะไปที่ไหน
หากมาเที่ยวลาดัก ก็คงไม่แคล้วที่จะเลือกรูทยอดนิยมให้ก่อน – Dha, Hanu
มันไม่ค่อยป๊อบ จึงมักไม่ค่อยได้ถูกเลือกสักเท่าไหร่ – ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้
อิโหน่อิเหน่ ก็อาจเข้าใจผิดคิดไปว่าใบอนุญาตฯ ตัวเดียวสามารถเที่ยวได้ทุกที่
เช่นกัน

ชายอินเดียเริ่มหน้าเสียเขาหยิบเอามือถือมากดโทรถึงตัวแทนบริษัทนำเที่ยว
แล้วพูดใส่อารมณ์ถึงเรื่องเอกสาร  ว่าทำไมถึงไม่ลงเขตพื้นที่นี้ให้ด้วยบลา ๆๆๆๆ
มันเป็นเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อนานมาก ๆ ส่วนชาวบ้านที่รออยู่บนรถคงได้นั่งดูเรื่อง
ราวแบบนี้กันจนบ่อยแล้วมั้ง

สักพักหนึ่ง พระที่นั่งบนรถฯ ก็ออกมาดูสถานการณ์ที่เวิ่นเว้อกันมาครู่ใหญ่
โดยเดินขึ้นมาที่จุดตรวจ…หลวงพ่อน่าจะสงสัยว่าคุยอะไรกันนักรอนานละนะ
เจ้าหน้าที่คงรู้จักกับพระ พวกเขาหันไปยกมือไหว้แล้วพูดถึงปัญหาที่เกิด 

เอ...แล้วเรื่องของฉันล่ะ?

ใบอนุญาตฯ มีตราประทับครบก็จริง แต่ดันติดที่ไม่มีเพื่อนมาด้วยกันจะทำไงดี

“ยู ต้องกลับเลห์” ตำรวจหันมาบอกฉัน ว่าไม่สามารถให้เข้าไปได้
เฮ้ย...ช็อค ตายตรงนี้เลยได้มั้ย ถ้าจะต้องตีรถกลับเลห์อ่ะ 

“พวกคุณต้องนั่งรถกลับ” เขาบอกผลการพิจารณาครั้งนี้

“เรามาถึงครึ่งทางแล้วนะ อยู่ ๆ จะให้กลับงี้ได้ไง”
ชาวอินเดียพยายามขอต่อรอง  จากนั้นพวกเขาก็ถูกเชิญไปคุยที่อาคาร
เหลือฉันกับลุงกระเป๋ารถฯ ที่ยังต้องรอข้อสรุป … พวกเขายังคงเจรจากับใคร
ในนั้นก็ไม่รู้   
ไม่นานนัก ตำรวจเดินมาเปิดสมุดเพื่อคัดชื่อของฉันลงในไปเล่ม

“ยู ช่วยสัญญาได้มั้ยว่าจะออกมาจากพื้นที่พรุ่งนี้เช้ากับรถคันนี้”
 
โห นาทีนี้ยังไงก็ได้แล้วจ้า … ฉันตกลง

ต่อจากนั้นก็ได้เดินกลับไปนั่งรอบนรถ และแอบรอลุ้นแทนคู่นั้นอย่างใจจดจ่อ

พวกเขาเดินกลับมาที่รถ ฉันโผล่หน้าไปถามตามเคย “เป็นไงบ้าง?” 
สาวบราซิล ดูไม่สดใสเหมือนหนแรกเสียแล้ว “พวกเราต้องอยู่ที่นี่” เธอและ
ชาวอินเดีย วกกลับมาเพื่อเก็บกระเป๋า...ทั้งคู่ไม่ได้ไปต่อ แล้วรถประจำทางก็ได้
วิ่งออกตัวไปจากด่านตรวจของ Khaltsi เสียที 

....


สู่เขตแดนของหมู่บ้านชาวอารยัน


ในช่วงครึ่งแรก ฉันแทบไม่ได้หยิบกล้องออกมาถ่ายรูปเก็บสักเท่าไหร่ เพราะวิว
มันจะซ้ำ ๆ กับตอนเดินทางไป Lamayuru แต่พอหลุดจากการตรวจตราที่ชวน
เครียดแล้ว รถจะวิ่งตรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ขนานข้างไปกับแม่น้ำสินธุ   มันเป็นภาพ
เส้นถนนที่วิ่งผ่านหุบเขาไปไกลออกไปจากตัวเมือง Khaltsi เรื่อย ๆ เหมือนกับ
ว่าจะแล่นพาไปในพื้นที่ลึกลับที่ไหนสักแห่ง  ฉันมองวิวข้างทางและคิดอะไรไป
ไกลว่าถ้าหากครั้งนี้มีคนร่วมทางมาด้วยนะ มันก็คงทำให้ ฉันสามารถตระเวนดู
ภูมิประเทศแถบนี้มากกว่าหนึ่งคืนแน่ ๆ





หุบเขาที่ดูแห้งแล้งและแม่น้ำสินธุ บนเส้นทางที่เข้าลึกไปไกล




นาน ๆ ทีถึงจะเจอสิ่งก่อสร้างที่เป็นบ้านเรือนหรือตัววัด


พอหมดวาระเรื่องด่านตรวจก็ใช่ว่ารถจะวิ่งฉิว  บางครั้งก็ต้องจอดยาวเพื่อทำการ
จัดส่งสินค้าให้คนที่มารอรับปลายทาง อย่างเช่นตรงสะพานที่มีคนงานยืนกันอยู่
ฟากตรงข้าม รถของเราได้แต่จอดบนเนินแล้วลุงกระเป๋ารถฯ ก็หยิบชิ้นอะไหล่
เครื่องยนต์มายืนเรียกโบกไม้โบกมือ ตะโกนเรียกจนแทบหมดเสียง 






สะพานและถนนที่เชื่อมต่อไปที่ไหนสักแห่ง


หมู่บ้านแรกที่รถวิ่งผ่านหลังจากนี้หากเทียบจากแผนที่ก็คือ Domkhar
จำได้ว่าพระลงจากรถที่ Skurbuchan จึงพาปะติดปะต่อได้บ้างว่าภาพถ่าย
เหล่านี้จะอยู่ช่วงตำแหน่งไหน เพราะยากมากที่จะยกกล้องตลอดทาง บางจุด
ก็ถือเป็นเขตหวงห้าม  ทำให้ลุงกระเป๋ารถฯ ต้องคอยเตือนอยู่บ่อย ๆ

ความยาวไกลของเส้นทาง ที่ขนาบกับแม่น้ำที่เคยได้ยินชื่อมาตั้งแต่สมัยเรียน
ภูมิประเทศที่ดูประหลาด เหมือนจะแห้งแล้งแต่ก็มีการสร้างชุมชนและมีการ
ดำรงอยู่  พืชในนาที่ปลูกไว้ออกดอกสีขาวคือต้นอะไรก็ไม่รู้ ที่นี่มี แอปริคอต
ปลูกกันอย่างดาษดื่น ช่วงนี้คงเป็นฤดูเก็บผลผลิต พวกเขานำเอามันมาตากแดด
ตามเนินหินบ้าง ไม่ก็บนผืนผ้ากระสอบ  ผลของมันมีขนาดเล็กและมีชื่อเรียกใน
ภาษาถิ่นว่า Chuli (ชูลี่)






พระที่โดยสารมาบนรถ ส่วนเด็กเบาะหน้าเดินทางมากับแม่



อาจเป็น Domkhar ไม่ก็ Skurbuchan



พืชที่ปลูกบนผืนนา



จุดลงรถที่ Skurbuchan



เรามักพบคนสูงอายุถือกงล้ออธิษฐานและลูกประคำเพื่อใช้ภาวนาอยู่ตลอดเวลา



ที่ตั้งของโรงเรียน และรถโดยสารขนาดเล็กที่วิ่งไปมาระหว่างพื้นที่ 




แนวกำแพงหินและเจดีย์ขาว



"ฮัลโล่"

ฉันถูกเรียกให้ลงจากรถอีกครั้งเมื่อมาถึง Hanu thang ที่ตรงนี้มีค่ายทหารที่
เขียนชื่อไว้ว่า Aryan Valley Camp เป็นอีกจุดที่ต้องลงไปรายงานตัวกับทหาร
โดยกระเป๋ารถฯ ต้องทำหน้าที่พาไป ด้านในซุ้มนั้นมีนักท่องเที่ยวรายหนึ่งเป็น
ชาวอินเดียที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ตระเวนเที่ยวตามภูมิภาคนี้ ยืนรอตรวจเอกสาร
กับทหารผู้ทำหน้าที่อยู่เพียงนายเดียว 

เมื่อถึงตาฉันบ้าง เขาตรวจสอบ PAP ที่ตอนนี้มีผู้เดินทางแค่คนเดียวจากสาม
รายชื่อ  เขาถามว่าฉันจะไปไหน อยู่นานเท่าไหร่ พอทราบว่าจะอยู่แค่หนึ่งคืน
ตามคำขอของตำรวจที่  Khaltsi ทหารก็ยกโทรศัพท์ต่อสายเช็คข้อมูลอีกรอบ
ก่อนที่จะปล่อยให้กลับไปขึ้นรถ....

แต่ทั้งนี้รถของเราก็ยังออกไม่ได้อยู่ดี พี่ผู้ชายที่นั่งเบาะหน้ากำลังทำการขนข้าว
ของต่าง ๆ ที่นำมาจากเลห์มาไว้ที่ค่ายทหารนี้ ขนถ่ายลงจากรถเยอะแยะไป
หมดและยังต้องเคลียร์ค่าระวางกับทางรถโดยสารก่อน 





หลังผ่านจุดตรวจ จุดรับส่งสินค้า ที่ทำให้รถต้องหยุดจอดกันแทบตลอด พวกเขาก็เริ่มหวาน
เย็นกันต่อ เช่นมีรถขนมะเขือเทศผ่านมา คนขับก็จอดอีก เพื่อให้กระเป๋ารถเมล์ไปยืนเลือก
ก็ได้มาจำนวนหนึ่ง (พวกเขาบอกว่าจะเอาไว้กินเป็นมื้อค่ำ)





เหมือนจะสร้างทางกั้นน้ำหรืออะไรสักอย่าง



พี่มอเตอร์ไซค์คันนี้นี่เอง ที่เข้าไปรายงานตัวตรงเขตทหารพร้อมกับฉัน



มาถึงหมู่บ้านที่ชื่อว่า Hanu Yokma ที่ ๆ เคยจัดงาน Aryan Festival ที่ผ่านมา
ยังมีคนสูงอายุที่ยังคงสวมเครื่องประดับบนศีรษะแบบชาว Drokpa กันอยู่บ้าง 



ถัดจาก Hanu Yokma รถก็พาขึ้นเขาต่อ ... ฉันนึกไม่ออกว่าเมื่อไหร่จะถึงปลายทาง



ผู้โดยสารชุดสุดท้ายบนรถ ลุงกระเป๋ารถฯ เริ่มเดินไปหยิบแอปเปิ้ลที่วางในกระสอบหลังรถ
มาเดินแจกคนละลูกสองลูก กว่าจะถึง Hanu Gongma ก็ได้รวมไปทั้งหมดห้าลูก ฮ่ะ ๆๆๆ




ปลายทางของเราอยู่ตรงโน้น แสงสุดท้ายที่แตะบนยอดเขาตรงกลางนั้นคือความหวัง

"นั่นไง Hanu Gongma ถัดไปจากนี้ตรงหลังเขานั่นก็คือปากีสถาน"  
ฉันได้รับคำตอบจากคนบนรถแล้วว่า จุดหมายปลายทางมันมีหน้าตาเป็นยังไง
ก็ได้แต่ฝากความหวังไว้กับแสงอาทิตย์ในฤดูร้อนนี้ ขอให้มันช่วยส่องสว่างไป
นาน ๆ หน่อยเถอะนะ





---------------------

Tour circuit  สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ  : 
(ส่วนพื้นที่พิเศษบางแห่งที่มีนอกเหนือจากเส้นทางนี้
อาจไม่เปิดให้คนต่างชาติเข้า เช่น Hanle & Chusul และอื่น ๆ)

446 Khaltsi Sub Division (Drokpa Area) หรือ Aryan 

Khaltsi-Domkhar-Skurbuchan-Hanu-Baima-Dha

446 Nubra Sub Division

a) Khardung La - Khalsar - Trith upto Panamik
b) Khardung La - Khalsar- Hunder- Turtuk-Pachathang -Tyakshi
c) Saboo- Digarla - Digar Labab - Khungru Gompa - Tangyar (Only for trekking)

446 Nyoma Sub Division

a) Upshi-Chumathang-Mahey-Puga-Tsomoriri Lake/Korzok 
b) Upshi-Chumathang-Mahey upto Loma Bend
c) Upshi-Dipling-Puga-Tsomoriri Lake/Korzok
d) Kharu-Changla-Durbuk-Lukhung-Spangmik - Man-Merak (Pangong Lake)

อ้างอิงจาก :  https://www.lahdclehpermit.in/pap.pdf
** ขอปรับเปลี่ยนการสะกดตามความเหมาะสมนะคะ
 
 368 รถประจำทางที่วิ่งไปยังหมู่บ้านอารยันจากเลห์มีเพียงสองสาย
*** จาก Leh ไป Dha - Baima ออกทุกวันรอบ 9 โมงเช้า
*** จาก Leh ไป Hanu ออกทุกวันศุกร์ เวลารถออกจะช้ากว่า Dha (ราว ๆ 10 โมง)

Dha, Hanu ~ ดาห์, ฮนู อาจเรียกติดกันตามความเข้าใจของนักท่องเที่ยว
เมื่อพูดถึงที่ตั้งหมู่บ้านชาวอารยัน แต่ความจริงทั้งสองหมู่บ้านนี้อยู่ห่างกันค่ะ 




Create Date : 08 เมษายน 2563
Last Update : 27 กรกฎาคม 2563 23:20:58 น. 8 comments
Counter : 899 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณ**mp5**, คุณtoor36, คุณKavanich96, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณSweet_pills, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก


 
นับถือน้องฟ้ามากเลยจ๊ะ
พี่อุ้มว่าพี่อุ้มห้าวแล้วนะเรื่องเที่ยว
น้องฟ้าห้าวกว่า
สุกยอด
กว่าจะถึงจุดหมายได้เนี่ย
ไหนจะเจอด่าน
ไหนจะรถหวานเย็น
นึกถึงตอนที่ไปเที่ยวสังขละบุรี
ด้วยรถ บขส.
มีจอดกินข้าว มีจอดพักรถ
มีจอดให้ตำรวจขึ้นมาตรวจบนรถ 3 รอบ
พี่อุ้มนั่งไปคนเดียว
เพราะผุ้โดยสารลงที่อ.ทองผาภูมิ
ไม่มีใครนั่งยาวไปสังขละฯ


โดย: อุ้มสี วันที่: 9 เมษายน 2563 เวลา:2:02:13 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 9 เมษายน 2563 เวลา:11:22:34 น.  

 
ตามมาเที่ยว หมู่บ้านชาวอารยันด้วยครับ
มีอุปสรรค แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
เส้นทางสองข้างถนน ดูแห้งแล้ง แต่มีแม่น้ำไหลผ่าน
อยากไปเที่ยวชม วิว วิถีชีวิต ชนบทห่างไกล ต่างแดน ดินแดนลี้ลับ สุดขอบฟ้าแบบคุณฟ้าบ้างครับ
แต่ภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ

คุณฟ้า มีโครงการ รวมเล่มหนังสือ บ้างไหมครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 9 เมษายน 2563 เวลา:11:29:27 น.  

 
มีคนไปที่เดียวกันก็ใจชื่นจริงๆ ครับ แต่มาเจอถามว่าจุดไหน มีสามที่ก็อึ้งๆ ไปเหมือนกัน

เจอเรื่องมากแบบนี้เข้าไปก็ลำบากนะครับ ถึงกฎจะต้องเป็นกฎก็ตาม ดูแล้วลำบากจริงๆ เป็นผมอาจถอดใจไปกลางทางแล้วก็ได้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 เมษายน 2563 เวลา:22:55:36 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 10 เมษายน 2563 เวลา:2:49:58 น.  

 
ตอนที่อ่านถึงตอนที่เล่าว่า...ในเอกสารมีรายชื่อนักท่องเที่ยวเกาหลี (ปลอม ๆ) 2 คน คิดไว้ว่าต้องมีปัญหาแน่ ๆ เพราะมันไม่ใช่แค่ใส่ชื่อคนเฉย ๆ แล้วจบสิ มันต้องมีหมายเลขพาสปอร์ตด้วยใช่มั้ย (ไม่งั้นคงมีคนมั่วนิ่มใส่ชื่อ กงยู แทยอน ไปแน่ 55) และแล้วก็เกิดปัญหาจริง ๆ ด้วยสิ -_-

ว่าแต่...เจ้าหน้าที่เค้าโหดจัง ไปถึงตอนเย็นไม่ต้องเห็นอะไร
แล้วให้กลับวันรุ่งขึ้นเลย (คงกลัวคนไปจารกรรมข้อมูลอะไรมั้ง 0_0)

เอ่อ นั่นสิ แล้วจะนอนที่ไหนล่ะคืนนี้? (to be continued ^^")


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 12 เมษายน 2563 เวลา:0:04:14 น.  

 
ส่งกำลังใจให้น้องฟ้าค่ะ
แล้วพี่ต๋าแวะมาใหม่นะคะ

ฝันดีค่ะน้องฟ้า


โดย: Sweet_pills วันที่: 12 เมษายน 2563 เวลา:0:04:52 น.  

 
เมื่อคืนมาดึก วันนี้มาติดตามการเดินทางของน้องฟ้าต่อค่ะ

ลุ้นมากตอนเจ้าหน้าที่ด่านถามถึงอีกสองคน
น้องฟ้าตัดสินใจตอบตกลงค้างแค่คืนเดียวก็นับว่าแก้ปัญหาไปได้นะคะ
กลายเป็นชาวอินเดียและสาวบราซิลไม่ได้ไปต่อ

การเดินทาง ทิวทัศน์และวิถีชีวิตจากเรื่องราวที่น้องฟ้าถ่ายทอด
ทำให้พี่ต๋าได้เปิดหูเปิดตา
รอติดตามต่อเมื่อน้องฟ้าเดินทางถึง Hanu Gongma แล้วค่ะ

ปล.แอปเปิ้ลห้าลูกที่ได้รับเป็นเสบียงที่ดีมีประโยชน์ด้วยนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 12 เมษายน 2563 เวลา:13:21:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.