Group Blog
 
<<
เมษายน 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
23 เมษายน 2564
 
All Blogs
 

Ladakh 2019 - Gya (1)



Gya ที่ไม่ได้อ่านว่า กยา  หรือ คยา แต่ออกเสียงไปทาง กีย่ะ  
บางครั้งก็เจอการสะกดคำเป็น Gia  ที่นี่ตั้งอยู่
บนเส้นทาง Leh-Manali Highway
ห่างไกลจากตัวเมืองเลห์ราว  75 กิโลเมตร  


⭗ ป้ายของโครงการ HIMANK หน้าหมู่บ้าน Gya
และระดับความสูงของพื้นที่ที่เขียนกำกับไว้ 13,901 ฟุต จากระดับน้ำทะเล

*** บรรดาถนนที่สร้างผ่านบนพื้นที่สูงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ  

Himank project of the Border Roads Organisation (BRO) 
อ่านเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ Link : 
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/484359

 

เราไม่ได้รู้จักหมู่บ้านนี้มากนัก แต่เพียงแค่เห็นภาพงานกิจกรรมเล็ก ๆ จากกลุ่ม
องค์กรอิสระฯ พาเยาวชนลาดักมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตนอกเมือง
(เลห์และ
มีเวิร์กชอปอย่างงานหัตกรรมพื้นบ้านอย่างเช่นการเก็บเส้นใยจากขนแกะมาปั่นด้าย

และทอผ้าขนสัตว์กันแบบดั้งเดิมซึ่งกิจกรรมนี้ได้ผ่านล่วงเลยไปนานแล้ว ก่อนที่เรา
จะดั้นด้นมาถึงลาดักได้ค่ะ  
ภาพเหล่านั้นจูงใจให้เราแอบปักหมุดลงบนหมู่บ้านเล็ก ๆ
นอกเมืองและนอกสายตาแห่งนี้เอาไว้ 




 

…..

 

 

ฉันเกลียดงานวิ่งมาราธอน!
 

เที่ยวรถไป Gya ก็มีทุก ๆ บ่ายสี่โมงของทุกวัน
และจะวิ่งตีกลับมายังเลห์ รอบ7 โมงเช้า

แต่กลับไม่ใช่วันนี้...วันที่เราจะเดินทาง

เนื่องจากมีงานวิ่งมาราธอนที่จัดตรงสนามกีฬา NDS Memorial Stadium
จัดคนละวันกับ Khardung La Challenge ที่เอ่ยถึงในเอนทรี่ก่อนหน้านะคะ

 

ขณะที่เราได้คืนห้องพักและฝากข้าวของไว้ที่เกสเฮาส์ตั้งแต่ก่อนเที่ยง   
ทำธุระปะปังต่าง ๆ ในตลาดและมายืนรอมินิบัสสายดังกล่าวตามเวลาจากท่ารถ

ก็พบว่าบรรดาเด็กนักเรียนจากพื้นที่อื่น ๆ ต่างพากันมายืนรอรถกันเต็มไปหมด 

ในวันนี้มินิบัสที่วิ่งให้บริการรอบเย็น จะกลายเป็นรถรับส่งเด็กนักเรียนที่เกณฑ์
จากหมู่บ้าน
นอกเมืองมาเข้าร่วมกิจกรรมงานวิ่งในวันนี้ (น่าจะลง Run for fun)
ทำให้รถที่จะวิ่งไปหมู่บ้าน Gya รอบบ่ายสี่ก็พลอยระงับการวิ่งไปด้วย


 

"พี่กลับไปที่พักเหอะ พรุ่งนี้ค่อยเดินทาง"

เด็กมัธยมบนรถคันหนึ่งที่เราดอดไปถามที่ข้างหน้าต่างว่ารถคันนี้จะวิ่งไปไหน

ต่างแนะนำให้ทำแบบนี้  แต่กว่าจะถึงเวลารถออกก็มีน้อง ๆ อาสาลงมาช่วยเดินถามหา
เที่ยวรถ
จากมินิบัสคันอื่น ๆ ที่จอดอยู่ตรงท่ารถให้ แม้จะไม่เป็นผล และไม่มีรถโดยสาร
ขนาดเล็กคันไหนออก
เดินทางช่วงเย็นขนาดนี้อีกแล้ว… 

อย่างไรก็ดี มีคนแถวนั้นบอกตัวเลือกสุดท้ายที่เหลือให้กับเรา แม้ว่ามันจะดูเสี่ยงไปหน่อย
ตามมุมมองของคนต่างบ้านต่างเมือง  ที่คาดหวังเพียงแค่จะนั่งรถโดยสารท้องถิ่นจาก
ต้นทางไปลงปลายทางง่าย ๆ แค่นี้

 

"รอบบ่ายสี่ครึ่ง จะมีเที่ยวรถวิ่งไป Shara  เธอก็ไปลงที่ Upshi (อุปชิ) ก็ได้" 

รถโดยสารที่ว่านั้นเป็นของเอกชน อยู่คนละภาคส่วนกับกลุ่มเดินรถ mini bus
อ้โห...ให้ไปต่อรถในเมืองที่ไม่รู้จัก และช่วงเวลาใกล้เย็นขนาดนี้มันจะดีเหรอ
แต่จะว่าไป เย็นวันนี้มันต้องมีคนหารถกลับ Gya ไม่ได้แบบเราบ้างแหละ จริงมะ?



 

แยก Upshi ที่มาลงรถ รถโดยสารที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามคือคันที่เรานั่งมาจากเลห์




⭗ รถกระบะคันนี้จะวิ่งไปส่งของ ณ ที่หนึ่ง ผ่านเส้น Leh-Manali Highway ทำให้คนที่พลาดจากการขอติดรถยนต์คันสีขาว
(รูปบน) ก็ได้ย้ายมาขออาศัยไปกับรถคันนี้กันแทน

 

⭗ รถยนต์สีขาวคันแรกที่มีผู้คนขอติดรถกลับหมู่บ้าน ได้วิ่งล่วงหน้าไปยังสะพานเหล็กด้านหน้าที่สร้างให้รถวิ่งข้ามผ่านแม่น้ำสินธุ
แยก Upshi เต็มไปด้วยรถบรรทุก ที่พักและร้านอาหารริมทาง รวมถึงเป็นจุดรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ฯ สำหรับชาวต่างชาติอีกด้วย





รอบเย็นของวันนั้นเรานั่งรถประจำทางที่วิ่งออกนอกตัวเมืองไปไกลถึงแยก Upshi
ที่นี่ดูคุ้นตามาก ๆ ไม่ใช่เพราะเดจาวู แต่เราเคยนั่งรถผ่านมาแล้วต่างหาก มันคือ
เส้นทาง
เดียวกับที่เคยรถรับจ้างจาก Keylong มาจนถึงเลห์ได้นั่นเอง

 

ที่แยก Upshi จะมีร้านค้าและทางข้ามสะพานเหล็กที่ทอดผ่านแม่น้ำสินธุ มันเป็นช่วงเวลา
เย็นที่สวยและเริ่มมีลมหนาว ๆ พัดแรง … บนเนินเขาฝั่งหนึ่งมีการเขียนตัวอักษรตัวโต 
ให้พอสังเกตเห็นจากระยะไกลเอาไว้บนนั้นว่า PASHMINA GOAT FARM UPSHI
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เราสนใจ มากไปกว่าการลองเดินไปกลางสะพานเหล็กหยั่งเชิงดูว่า
ที่ลึกไปจากเส้นทางเข้าสู่หุบเขาตรงหน้า จะพอมีหมู่บ้านอื่น ๆ ที่ใกล้กว่า Gya ให้แวะ
พักก่อนมั้ย ...หากเปิดแผนที่ดูก็จะเจอกับที่ตั้งของ Meru เป็นชุมชนแรก  จะขาดก็แต่
ระยะทางที่ไม่ได้เขียนระบุไว้ว่าอยู่ไกลจากนี้ไปกี่กิโลเมตรกันแน่  




เราเดินย้อนกลับมาที่บริเวณร้านค้าอีกครั้ง เผื่อว่าจะมีรถหรือใครสักคนที่กำลังหาทางไป
ยัง 
Gya หรือหมู่บ้านใกล้เคียงเหมือนกัน...ก็เจอกับกลุ่มคนบางส่วนที่ยืนดักรอรถที่จอดอยู่ 
เป็นรถเก๋งคันขาว แต่ก็อัดเต็มไปด้วยคนที่ขอติดรถไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาชี้ไปที่
ด้านหลัง โดยให้
ลองถามรถกระบะอีกคันดูละกัน

เจ้าของรถขนของคันดังกล่าว นั่งพักกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารแถวนั้น
เขากำลังจะวิ่งไปยังที่ ๆ ไกล
กว่าจุดหมายของเรา...แต่ก็ยินดีที่จะให้ติดรถไปด้วย

"ข้างหน้าไม่เหลือที่แล้ว
" พี่ผู้หญิงผู้เป็นหนึ่งในผู้โดยสารตกหล่น ที่ได้จองที่นั่ง
ด้านหน้าไปก่อน จะดูอึกอักที่เห็นเราต้องจำใจไปอยู่ท้ายรถแทน 
เราบอกว่าไม่มีปัญหา  
ขอแค่ให้วันนี้ไปถึงหมู่บ้านได้ก็พอใจละ


หนนี้เราได้นั่งท้ายรถไปพร้อมกับพี่ผู้ชายอีกคนที่ขอโดยสารไปลง Taglang La
เห็นว่าเป็นที่อยู่ของคน
ทำอาชีพเลี้ยงแกะเลี้ยงแพะ แล้วก็ทอผ้า Pashmina ขาย
 
"แล้วมันหนาวมั้ยที่นั่น?"  
เราแอบถามข้อมูลไว้เหมือนคนไม่เคยเห็นเส้นทางที่ว่า 
ทั้งที่ความจริงแล้วจำไม่ได้เองว่าเคยนั่งรถผ่านมาก่อน
(ก็ทางในช่วงนั้นมันมืดตึ๊บอ่ะ)

"หนาวสิ ...ก็ที่นั่นสูงตั้งห้าพันกว่าเมตรฯ เชียวนะ"

ก็เพราะคำว่า La ที่ลงท้ายชื่อ จะมีความหมายในตัวมันว่า ช่องเขา หรือ Pass นั่นเอง
เขาหัวเราะในความไม่รู้อะไรสักเรื่องของเรา แถมเตือนให้รู้ว่าที่ Gya หนาวกว่า เลห์


หลังจากที่รถได้วิ่งออกมาจาก Upshi และข้ามสะพานมายังอีกฝั่งแล้ว
เราไม่เห็นที่ตั้งของ
สิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เลยนอกจากหุบเขา มันดูยาวไกลมากเกินกว่า
จะเดินย่ำเท้าเข้ามาเองได้   จะมีก็แค่
รถบรรทุกวิ่งนำและตามมาเป็นเพื่อนร่วมถนน
ได้ยินว่าเส้นทางบริเวณนี้อันตราย เพราะมักจะ
มีหินกลิ้งร่วงลงมาจากบนเขาบ่อย ๆ





⭗ รถวิ่งผ่านหุบเขาและแสงสุดท้ายที่ได้เห็น บนเส้นทาง Leh-Manali Highway 




ชาวบ้านรายหนึ่งกำลังเดินข้ามแอ่งน้ำบนถนน ที่หมู่บ้าน Meru (เก็บภาพทันแค่นี้นะ)




⭗ บรรยากาศจากท้ายรถ นอกจากถนนและหุบเขาแล้ว ก็ยังมีธารน้ำไหลตรงฝั่งขวาอีกด้วย


⭗ เหล่ารถบรรทุกที่เป็นเหมือนกับเพื่อนร่วมทางที่คุ้นเคยบนถนนเส้นนี้



เราจับกล้องถ่ายรูปจากด้านหลังโดยไม่ทันระวังอะไรกับทางเลียบเขาเลี้ยวโค้งไปมา
อยู่ ๆ คนขับก็เร่งความเร็วรถและเหยียบเบรกกระทันหัน ทำให้ตัวเองที่นั่งอยู่กลางกระบะ
ไถลลื่นไปโดนถังใส่น้ำมันที่วางอยู่ท้ายรถพอดี ยังดีที่หัวไม่แตก… เราจึงต้องเก็บกล้อง
ไว้
เพื่อให้มือว่างพอที่จะจับขอบรถแทนดีกว่า

 

นานมากทีเดียวกว่าจะถึงที่ตั้งของหมู่บ้านแรกที่ชื่อว่า Meru
มันเป็นภาพที่เหมือนกับว่าเราหลงอยู่ในหุบเขาที่ไม่มีใครมาตั้งรกรากอาศัยกัน
ด้วยความเร็วของรถ อยู่ ๆ ก็พาเรามาโผล่ยังพื้นที่ราบ ผ่านเขตนายามโพล้เพล้
กลุ่มชาวบ้านที่เพิ่งเลิกงานเก็บเกี่ยวของวัน มานั่งจับกลุ่ม บ้างก็ยืนกันที่ข้างทาง

ต่างโบกไม้โบกมือทักทายให้กับรถของเราที่กำลังวิ่งผ่านไป


"จูเล ๆๆ"    อาโช่ จาก Taglang La นั่งโบกมือให้พวกเขา
เหล่าผู้คนก็ยิ้มแย้มรับพร้อมทักทายกลับ


"พี่รู้จักเขาเหรอ?" ท่าทางจะเป็นคนกว้างขวางไม่เบา


"ปล่าว ไม่รู้จักหรอก...
ก็แบบว่าพวกเขาทักทายผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาไง"

 

ออ...อย่างงี้นี่เอง คงเหมือนกับตอนที่เรานั่งรถไฟผ่านทางแยก
แล้ว
จะมีคนโบกมือบ๊ายบายให้สินะ

 

หลังจากผ่านหมู่บ้านแรกไปแล้วรถก็วิ่งผ่านเข้าหุบเขาต่อ...แม้จะมีเจดีย์
ป้ายชื่อร้านอาหาร  
และชื่อหมู่บ้านอีกแห่ง (Lhato) แต่ก็ไม่เห็นภาพของ
ผู้คนอย่างที่ผ่านมา ท่าทางจะกลับบ้านกันหมด




 

"รู้มั้ย พวกเรากินและดื่มน้ำกันจาก Chumik"
 

ระหว่างที่เห็นป้ายชื่อร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ชื่อ Salsal Chumik ตรงทางผ่าน
อยู่ ๆ อาโช่ ก็พูดถึงคำว่า 
Chumik ให้ฟังว่ามันคือแหล่งน้ำจากธรรมชาติ ที่พวกเขา
ใช้กินดื่มกันมานานแล้ว โดยน้ำที่ว่านั้นมาจากบนเทือกเขาสูงและผุดขึ้นจากชั้นใต้ดิน
มีแร่ธาตุดีต่อร่างกาย เลยไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินซื้อของที่ธรรมชาติมีให้
 

Chu ก็คือ น้ำ  Mik ก็คือ ตา
พอเอามารวมกันตามโครงสร้างภาษาของเขา
แปลงออกมาเป็นคำไทยก็คือ “ตาน้ำ” นั่นเอง 

ถ้าเป็นคนชาติอื่นอาจ งง กับคำผสมสองคำนี้....แต่เรา ไม่งง 555
 


ไม่นานนักรถก็มาจอดตรงหน้าหมู่บ้าน Gya จุดหมายปลายทางของเราแล้ว
ที่นี่อากาศหนาวกว่าเลห์จริง ๆ แฮะ… เราลงรถพร้อมกับพี่ผู้หญิงและเด็กนักเรียน
ถึงจะไม่ใช่ปลายทางของทุกคน (บ้างก็ขอติดไปไกลกว่านั้น) พื้นที่หน้ารถ
เริ่มว่างลง จากที่อัดกันแน่นมาตั้งแต่แยก Upshi  และจากที่หน้าหมู่บ้าน Gya 
ก็ยังมีแม่ชีและคนอีกสองรายมาขอติดรถไปด้วย  บนระยะทางที่ไกลโพ้นขนาดนี้
พี่คนขับเขาก็ไม่คิดค่าเดินทางกับใคร
สักรูปี

 

"ตกลงว่าจะไม่ไป Taglang La ด้วยกันเรอะ"

อาโช่ ชวนไปดูทุ่งเลี้ยงสัตว์ของชนเผ่าของเขาที่อยู่ไกลออกไปจากนี้มาก 
เขาว่าที่บ้านอยู่นั้นเป็นแบบกระโจม ไม่ได้เป็นอาคารบ้านเรือนแบบในเมือง
เราบอกว่าไม่ไหวหรอกมันไกลไป ... ว่าแล้วก็โบกไม้โบกมือลากันเป็นพิธี
จากนั้นรถกระบะคันนั้นก็วิ่งฉิวไปยังทางมืด ๆ ข้างหน้าจนลับหายไป

เด็กนักเรียนและผู้ใหญ่ที่ลงรถพร้อมกับเรา พาเดินไปยังร้านอาหารเล็ก ๆ ริมทาง
แจ้งบอกลุงคนหนึ่งที่เหมือนกับทำหน้าที่ดูแลร้านอาหารและเกสเฮาส์ ว่าเรากำลัง
หาที่พักจากนั้น
ลุงที่รับช่วงต่อก็พามานั่งพักหลบลมที่ร้านขายของฝั่งตรงข้ามไปก่อน
ด้านในนั้น
เป็นร้านชำเล็ก ๆ มันตั้งอยู่ริมถนน เพื่อรอให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาแวะลง
จอดพักและซื้อเสบียงติดไปกินบนรถ


หลังจากที่ลุงไปบอกให้คนจัดห้องพักและเตรียมอาหารเย็นให้
เราก็นั่งรอที่ร้านนี้ชั่วคราวไปก่อน พักใหญ่มีชายอินเดียสองรายเปิดประตูเข้ามา
น่าจะเป็นคนขับรถสิบล้อ ไม่ก็รถบรรทุกน้ำมัน…พวกเขาหยิบถุงขนมที่เป็นมันฝรั่ง
ทอดกรอบยี่ห้อเลย์มาสองซองและวางเงินให้เราบนโต๊ะ 20 รูปี -- 
อยู่ ๆ ก็กลายเป็น
คนมานั่งขายของแทนลุงไปซะงั้น ดีนะที่ให้มาพอดี เลยไม่ต้องทอนเงินให้วุ่นวาย




 มันฝรั่ง ไข่ไก่ (ที่นี่มักจะเจอไข่ไก่เปลือกสีขาว) กระสอบใส่หอมใหญ่และลังบรรจุอาหารแห้ง ที่วางพักเอาไว้ในร้านชำ




Dining Room ของเกสเฮาส์ คืนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวอื่นมาเข้าพักก็เลยดูเงียบ ๆ ไปนิด...

ที่นี่มีพื้นที่สำหรับให้ทำอาหารด้วย  แต่เรากินจากที่คนดูแลฯ จัดหามาให้ ส่วนหน้าตาของที่พักบริเวณอื่น
ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยค่ะ หากสนใจก็ค้นจากชื่อ Gya Norkhang guest house & restaurant เองนะ 
 



อยู่เฝ้าร้านได้ไม่นาน ก็มีผู้หญิงอีกรายที่ทำหน้าที่ดูแลพาเราก็พาไปยังที่พัก 
โดยเดินอ้อมไปยังอาคารด้านหลังร้านค้านั่นเอง ภายในเกสเฮาส์และห้องพักนี้ดูดีกว่าที่คิดไว้ มีห้องน้ำ
แบบตะวันตก แม้จะยังเดินไฟและติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไม่ทันเรียบร้อยก็ตาม (จำได้ว่าพกไฟฉายไปอาบน้ำ)
แต่ก็เกินคาดไปจากที่คิดว่าคงได้ที่พักแนว Homestay ซะอีก...คงเป็นเกสเฮาส์แห่งเดียวในหมู่บ้านนี้แน่ ๆ 







 

 



 

 

 

 

 


 




 

Create Date : 23 เมษายน 2564
12 comments
Last Update : 26 เมษายน 2564 11:40:45 น.
Counter : 685 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSweet_pills, คุณmultiple, คุณKavanich96, คุณtoor36, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณkae+aoe, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก

 

น้องฟ้าเดินทางถึงหมู่บ้าน Gya เรียบร้อยนะคะ
พี่คนขับรถมีน้ำใจมากที่ให้อาศัยติดรถและไม่คิดเงินใครเลย
และโชคดีด้วยค่ะที่น้องฟ้าไม่บาดเจ็บตอนรถเบรคกระทันหัน

ระหว่างทางมีคนโบกมือให้แม้ไม่รู้จักกันน่ารักดีค่ะ

น้ำจาก Chumik มีแร่ธาตุหลายชนิดน่าลองดื่ม
ได้รู้ศัพท์ใหม่ด้วย

น้องฟ้านั่งรอจัดห้องพักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนขายไปซะแล้ว

ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์นี้นะคะ
แล้วพี่ต๋าจะตามเที่ยวกับน้องฟ้าต่อค่ะ

 

โดย: Sweet_pills 25 เมษายน 2564 23:43:15 น.  

 

มาแล้วจ้า มาอ่านตั้งแต่ตี5 โหวตไว้ก่อนคนแรกเลย
เดี๋ยวโหวตหมด555

เกือบลืมมาเม้นท์ แต่ก็ไม่ลืมน้า

หมู่บ้านที่จะไปนี่ ชื่อ กีย่ะ ออกแนว นะย่ะ
เหมือนโมโหเลย555
แล้ววันไปดันมีงานวิ่งมาราทอนซะอีก หารถไปไม่ได้
มันน่าโมโหจริงๆ

ในเมืองไทย อ.เต๊ะ ก็เจอบ่อย พอวันไหนจะขึ้นสะพานพระราม 8 ทีไร วันนั้นถนนปิด เพราะมีงานวิ่ง แบบนี้ทุกที เซ็งเป็ด ก๊าบๆ555

แล้วก็ตอนนั่งกระบะท้ายไป แล้วรถเบรคนี่
กล้องน้องฟ้าเป็นอะไรมากมั้ย อิอิ

น้องฟ้าบอก แทนที่เอ็งจะถามว่า ข้าหัวโนมั้ย
ดันห่วงกล้องซะนี่ มันน่าเอากล้องเข็กหัวซะจริงๆ
แต่ไม่เอาดีกว่า กล้องข้าแพง เย้ย555

แล้วก็ เกสเฮาส์ ที่ไปพักนี่ โต๊ะกินข้าว ไม้แกะสลักสวยมาก อยากได้อีกแล้ว แฮ่ๆ555

แต่ที่แปลกใจสุดๆ น้องฟ้าพูดถึงห้องน้ำ คล้ายๆจะอยากอาบน้ำ
แต่เหมือนจะจำได้ว่า น้องฟ้าเคยลื่นล้มกลิ้งในห้องน้ำมืดๆที่ไหน
ซักแห่ง เลยเลิกอาบน้ำตั้งแต่นั้นมา
อันนี้ไม่รู้ว่า ยังเข้าใจถูกอยู่หรือเปล่าน้อ 555

 

โดย: multiple 26 เมษายน 2564 21:28:17 น.  

 

ขอบคุณ

 

โดย: Kavanich96 27 เมษายน 2564 2:47:01 น.  

 

นั่งอ่านแล้ว น่ากลัว. คุณฟ้าเก่งครับ ทั้งมืดทัี้งหนาว

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 27 เมษายน 2564 5:04:20 น.  

 

ดูอล้วผมคงเที่ยวลักษณะนี้ลำบากครับ แหะๆ ไม่ใช่คนที่ชอบผจญภัยถึงขนาดนี้น่ะ จริงๆ เป้นพวกชอบวางแผน ทำตามแผน (แต่แผนดัดแปลงได้ แต่นี่ดูแล้วเหมือนคาดการณ์อะไรไม่ค่อยได้เลย)

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 28 เมษายน 2564 14:19:17 น.  

 

คนขับรถใจดีจังเลย ได้บุญกุศลเยอะเลยนะนั่น เค้าว่าให้พาหนะเท่ากับให้ความสุข

ที่พักดูดีอยู่นะเนี่ย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
ทนายอ้วน Review Food Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Review Food Blog ดู Blog
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 29 เมษายน 2564 11:49:30 น.  

 

สงสัยบังเอิญคุ้นกับการอ่านชื่อแบบญี่ปุ่น
แวบแรกที่เห็น Gya ก็อ่านประสมคำประมาณว่า "กิ+ยะ" เหมือนกันแฮะ

ตามไปส่ิองลิงค์ Himank project โหดใช้ได้เลย
คือไม่ใช่แค่เส้นทางที่โหด ชื่อเรียกแต่ละชื่อก็โหดเหมือนกัน
คือจำชื่อไม่ได้เลย ขนาดมีให้อ่านยังเรียกไม่ค่อยจะถูกอะ ^^"
ว่าแต่...คนแถวนั้นใจดีจัง น้ำใจงามมาก ๆ

ใน Dinner room ถ้าไม่ไปเสิร์ชดู ไม่รู้เลยว่ามันคือโต๊ะ
เห็นแวบแรกนึกว่ากล่องสมบัติ เพราะเค้าแกะสลักซะสวยเชียว 0_0



ป.ล. บล๊อกนี้จบลงตรงประโยคที่ว่า
"...คงเป็นเกสเฮาส์แห่งเดียวในหมู่บ้านนี้แน่ ๆ" จริง ๆ เหรอเนี่ย
คือมันจบห้วน ๆ ไม่เหมือนบล๊อกก่อนหน้านี้น่ะ
หลังจากประโยคนั้นก็เว้นที่ว่างไว้ยาวด้วย
เลยสงสัยว่าใส่โค้ดอะไรผิดหรือเปล่า แล้วมีข้อมูลอะไรหายไปบ้างมั้ย ^^"

 

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก 5 พฤษภาคม 2564 14:50:11 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยนะครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 9 พฤษภาคม 2564 0:36:08 น.  

 

สุขสันต์เกิดจ้าน้องฟ้า
มีคามสุขตลอดปีและตลอดไป
สุขภาพแข็งแรงจ๊ะ

 

โดย: อุ้มสี 9 พฤษภาคม 2564 1:27:51 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดจ้า ขอให้มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง แคล้วคลาดจากโรคภัย อันตรายใดๆจ๊ะ

 

โดย: multiple 9 พฤษภาคม 2564 5:32:17 น.  

 

เรื่องราวมากมายนะคะ ในแต่ละการเดินทาง

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังด้วยนะคะ

ปล.ขอบคุณที่ช่วยบอกชื่อกระบองเพชรให้ด้วยน้า แก้ไขเรียบร้อย

 

โดย: kae+aoe 11 พฤษภาคม 2564 15:42:17 น.  

 

จากบล็อก
มีโอกาสมาร่วมเขียนด้วยกันได้ครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 11 พฤษภาคม 2564 16:12:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.