Group Blog
 
<<
มีนาคม 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 มีนาคม 2564
 
All Blogs
 

Ladakh 2019 - หนึ่งวันกับดอลม่า (2)




รถปิ๊กอัพที่รับพวกเราผู้ทำตัวเป็น (so-called) advanture จากสปิตุกมาส่งถึง
เลห์ก่อนเที่ยงวัน
บริเวณ Nubra Taxi Stand แม่ของดอลม่ามายืนรอตรงจุดนัด
ตามที่พูดคุยกันทางโทรศัพท์
น้องโบกมือส่งสัญญาณทักให้รู้ว่าอยู่บนรถคันนี้
หลังรถจอดดีแล้ว เธอก็ตรงมาคุยกับพี่คนขับ
ในทีท่าตกใจเบา ๆ  

"สองคนนี้มันอยากไปนั่งข้างหลังกันเอง!"
 

พี่สารถีชี้มาทางพวกเราที่กำลังหน้าเจื่อนเหมือนโดนผู้ใหญ่ตำหนิ...
แม่ของดอลม่าบ่นจุกจิก ๆ เล็กน้อยตามประสา ที่เราฟังไม่รู้ภาษาสักเท่าไหร่
ก่อนขอบคุณผู้นำส่งและพาดอลม่ากับเราเดินขึ้นไปยังที่ตั้งของอาคารร้านค้าอีก
ฟากที่อยู่ตรงข้ามกับ
Moti Market เพื่อไปพักกินข้าวกลางวันกันที่ร้านท้องถิ่น
ที่.....มีแต่อาหารจานด่วน ที่มันต้องกินกับซอสพริก (
schezwan sauce) นั่นแหละ
จำได้ใช่มั้ย?

 

แล้วด้วยความที่เป็นแนวโลคอลสไตล์ บนโต๊ะอาหารร้านบ้าน ๆ แบบนี้ก็จะมี
เหยือกน้ำสาธารณะวางประจำไว้แต่ละโต๊ะ ชามขนาดใหญ่ 
ที่แอบวางในมุมหนึ่ง
เป็นที่รู้กันว่ามันเอาไว้ใส่สำหรับทิ้งเศษกระดูกชิ้นโตที่มากับซุป หรือเมนูอื่น ๆ 
ส่วนพวกเครื่องปรุงก็มีจำพวก
น้ำกระเทียมหมัก และซอสพริกฯ ตั้งไว้
ผู้คนที่เข้ามากินโดยมากแล้วก็เป็นกลุ่มคนเนปาล หรือไม่ก็เหล่า
แรงงานต่างถิ่น
แม่ดอลม่าสั่งน้ำอัดลมให้เรากินแก้เก้อ ระหว่างนั้นก็ชวยคุยกันตลอดแม้ดอลม่า
จะ
ต้องคอยแปลให้ทุกหนแต่ต้องยอมรับว่าพวกเขาค่อนข้างสนุกกับการเสวนา

 

"แม่ทำงานที่อินเดียมาหลายปี หลายพื้นที่ เลยพูดได้หลายภาษา"
(อินเดียมีภาษาท้องถิ่นเยอะค่ะ "จะเว้นแต่ภาษาอังกฤษที่แม่บอกยังไงก็
ไม่เข้าหัวสักที สุดท้ายก็เลิกล้มความตั้งใจไป"


ดอลม่าพูด
ถึงเรื่องการใช้ชีวิตของแม่ในต่างแดนให้ฟังไม่มากนัก เลยไม่รู้ว่า
ทำงานอะไรที่นี่ แต่ไม่ว่าจะเดิน
ไปไหนมาไหนด้วยกันกับสองแม่ลูกคู่นี้ เป็น
ที่สังเกตว่าแม่ดอลม่ารู้จักคนเยอะมาก ๆ มีแต่คนเข้ามา
ทักทายอยู่ตลอด

 

หลังจบมื้อกลางวันเราไปต่อกันที่ธนาคารที่ใจกลางตลาดเมืองเลห์ ก็เพื่อทำ
เรื่องเบิกเงินมาเป็น
จำนวนหนึ่ง พวกเขานำธนบัตรหลายปึกที่อัดแน่นอยู่ใน
กระเป๋าคล้องแขน มายืนนับกันตรงฐานปูนที่เป็นสร้าง
ล้อมเสาไฟประดับกลาง
ลาน มันเป็นที่โจ่งแจ้งและดูเสี่ยงมากหากถูกวิ่งราวในตอนนั้น
...เราจึงช่วยยืน
บังให้เผื่อว่าจะมีใครตาดีสังเกตเห็น  ก่อนที่จะส่งหน้าที่ให้ดอลม่าไปหย่อนเงิน
พวกนั้นฝากใส่ตู้
ATM ที่ตั้งอยู่ในสำนักงานย่อยอีกที  มันเป็นการทำธุรกรรม
การเงินที่น่าหวาดเสียว กระเป๋าที่แม่คล้องไหล่อยู่นั้นยัง
เต็มไปด้วยธนบัตรอีก
หลายฉบับ  



ก่อนที่พวกเราจะออกไปจากตัวเมืองเลห์ ก็แวะไปยังร้านขายงานไม้แกะสลัก
เพื่อดูข้าวของจำพวก
โต๊ะหมู่บูชากัน ดูเหมือนว่าจะซื้อเพื่อนำกลับไปฝากยัง
บ้านที่เนปาล…แต่ก็มีแค่งานไม้ที่ทำเป็นรูปถ้วยที่
แม่เหมามาหลายสิบชิ้น

“สนใจอันไหนมั้ย แม่อยากซื้อให้เป็นของขวัญ” ดอลม่าหันมาถาม


เราบอกว่าไม่เอาอะไร  แต่ก็โดนคะยั้นคะยอจนได้ถ้วยไม้กลับมาอันนึงจนได้

 



⭗ ดอลม่าและแม่กำลังช่วยเลือกงานไม้ ที่จะนำกลับไปฝากทางบ้านในเนปาล




แม่ดอลม่าดูเป็นคนใจกว้าง ตอนโดนถามว่าอยากได้หรืออยากทำอะไรที่เลห์
เป็นพิเศษ 
เราก็เคยเปรยเล่น ๆ  ว่าอยากใส่ชุดลาดักเดินรอบตลาดเลห์ เพราะ
คิดว่าคงไม่มีใครจะทำกัน  
แต่แม่จริงจังมากถึงขั้นจะชวนไปถ่ายรูปกันที่สตูดิโอ
แถวนั้นเลยด้วยซ้ำ
(ไม่นะ!!!!!!!)

 

พวกเราเดินหอบข้าวของที่ซื้อมานำขึ้นรถมินิบัสเพื่อเดินทางไปยังบ้านพักของแม่
ก่อนแล้วช่วงบ่ายค่อยไปต่อที่
Shey ... บ้านพักของแม่ดอลม่าอยู่แถว ๆ ทางขึ้น
สะพานก่อนถึงท่ารถ
Choglamsar พวกเราเดินเข้าไปยังตรอกเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อ
จากหน้าถนนราว
20 เมตร แถวนี้มีแต่บ้านพักคนงานทั้งนั้น   

อ้อ...และถ้ายังจำกันได้แถบนี้คือชุมชนชาวทิเบตค่ะ


 

บ้านพักของแม่ค่อนข้างเล็กและอาศัยอยู่กับญาติอีกคนหนึ่ง   เขามักจะโผล่มาให้
เห็นเพียงแค่แป้บ ๆ  ดอลม่าจัดแจงรื้อข้าวของที่ซุกวางไว้ข้างเตียงเป็นกระเป๋าเดินทาง
ใบโตจำนวนสองใบที่บรรจุอัดข้าวของและเสื้อผ้าเต็ม
ไปหมด  งานไม้แกะสลักที่เพิ่งมา
ก็กำลังจะเข้าไปแทรกอยู่ในนั้น

“พี่รู้มะ ตอนที่นั่งเครื่องบินมาถึงเลห์ กระเป๋านี่ดันไม่ได้ส่งมาด้วย
...ต้องตาม
เรื่องอยู่พักนึงเลยไม่มีเสื้อสวย ๆ ใส่”  


เธอว่าชุดที่สวมในวันนี้ก็
ซื้อจากเลห์นี่แหละใส่แก้ขัดไปก่อนซึ่งเธอก็ไม่ค่อยชอบ
มันเท่าไหร่นัก  เอาหน่ะ  ก็เข้าใจว่าผู้หญิงเขาต้องมีพร็อพใส่ระหว่างเที่ยวอ่ะเนอะ
555

"ของเยอะมาก คงต้องเรียกแท็กซี่ไปส่งแล้วล่ะงานนี้"  ไหนจะของฝากและของใช้
ส่วนตัวที่เตรียมมาก่อนหน้าสำหรับการพักอาศัยอยู่นานร่วมเดือน มันก็ต้องมีเยอะขึ้นมาก
เป็นธรรมดา ...

พรุ่งนี้เช้า ดอลม่าจะต้องเดินทางไปสนามบินและแบก
ของทั้งหมดกลับเนปาลไปด้วย
(ไม่ได้บินตรงแต่ต้องต่อเครื่องที่เดลีอีกทีหากตำแหน่งที่นั่งของเธออยู่ตรงริมหน้าต่าง
คงต้องจินตนาการตามเลยว่า เธอจะต้องได้เห็นภาพของอารามสงฆ์สปิตุกอีกครั้งจากมุม
สูง ๆ 
ในขณะที่เครื่องบินกำลังไต่ระดับขี้นไปบนฟ้า




⭗ ท่าจอดรถสำหรับมินิบัสที่จะวิ่งไป Thiksay 



พวกเราออกเดินทางจากบ้านพักและตรงไปขึ้นรถสาย Choglamsar – Thiksay ที่กำลังจอด
รอรับ
ผู้โดยสารอยู่พอดี โดย Shey จะอยู่ไกลจากเลห์ราว ๆ 15 กม.และอยู่ถึงก่อน Thiksay
ประมาณ 5 กม.   

หนนี้แม่ของดอลม่าไม่ได้มาด้วย เธอได้แต่ฝากให้ไปร่ำลาคนรู้จัก  พวกเขา
เปิดร้านขาย
ของชำเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลไปจาก
Shey มันช่างเป็นวันแห่งการเดินทางที่น่าประหลาดสำหรับเรา
ที่ได้มาทำความรู้จักกับเหล่าชาวเนปาลี กลุ่มคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาหางานทำ
ในต่างแดนแบบนี้  




⭗ ทางขึ้นไปยังตัวพระราชวังและวัดด้านบนที่ตั้งอยู่บนเนินเขา
 



⭗ ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของวัดและตัวปราสาทพระราชวัง มาช่วงบ่ายแบบนี้แสงมันจ้าเกินไปนะ



⭗ ตรงส่วนที่เป็นพื้นที่ของวัด และที่ตั้งของตัวพระราชวังเก่าที่อยู่ด้านบน 



⭗  บริเวณด้านล่างเมื่อมองจากบนเขา ในช่วงฤดูร้อนนี้ก็ยังคงแวดล้อมไปด้วยเขียวของต้นไม้ 
 




ที่ตั้งของ Shey Palace ตัวพระราชวังดั้งเดิมสร้างเมื่อศตวรรษที่ 10 ต่างชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา
ทั้งพระราชวังและวัดจึงได้ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ตรงพื้นที่ที่อยู่ด้านล่าง(จากของเดิม) ในปี คศ. 1655



Khar ในภาษาลาดัก แปลว่า พระราชวัง

ไม่ว่าจะเป็น Leh, Stok, Basgo หรือ Shey ต่างมีตัวพระราชวังที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงและจะมี
วัดที่สร้างไว้ให้เป็นส่วนหนึ่งเสมอ ๆ  จากที่เคยอ่านมาพบว่า Shey  เคยมีสถานะเป็นเมืองหลวง
ของลาดัก สิ่งก่อสร้างที่ดูผุกร่อนแห่งนี้ก็คงเคยถูกใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อนเช่นกัน หากเห็นภาพ
ของพื้นที่อันเขียวชอุ่มของเชย์ในเวลานี้เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเลห์ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนที่ดู
เนืองแน่นทางฝั่งเลห์เมืองเก่า  วิวของที่นี่พอมองลงมาแล้วก็ดูสบายตากว่ามากจริง ๆ ด้วย






 Holy fish pond  

เมื่อลงมาจากวัดและพระราชวัง ที่ฝั่งตรงข้ามจะมีโซนร้านค้าเพื่อขายของให้กับนักท่องเที่ยว
ตั้งอยู่หลายร้านแต่ช่วงเวลาใกล้เย็นขนาดนี้ก็มีทะยอยปิดกันไปบ้างแล้ว    ดอลม่าตรงไปยัง
ร้านหนึ่งที่ยังเปิดอยู่ ซื้อขนมปังมาหนึ่งแถวใหญ่และพาเราลัดเลาะรั้วไปทางด้านหลัง ทีแรก
ก็ไม่เข้าใจว่าจะทำอะไร ทางเดินเลียบบึงนี้มันดูไม่น่าจะเอื้อต่อการมาปูเสื่อปิกนิคซักนิด 

แต่เปล่าเลย..น้องมันชวนมาให้อาหารปลาต่างหาก เรามองดูป้ายสีเหลืองที่ใกล้พังปักอยู่
กลางบึงว่า Holy fish pond ก็เลยเริ่มไม่แน่ใจว่า ดอลม่าให้อาหารปลาด้วยเหตุผลไหนกัน 
เพื่อสันทนาการหรืออุทิศถวายก้อนขนมปังให้กับท่านปลาผู้ศักดิ์สิทธิ์?  


 



⭗ รถมินิบัสรุ่นเก่า ที่ยังคงมีวิ่งให้เห็นบ้าง...แต่ก็มีเหลือให้เห็นไม่กี่คัน



[คลิป] รถโดยสารรุ่นเก่า สาย Leh - Thiksay กับควันดำที่พ่นโขมง



ขากลับหนนี้ พวกเราก็ยังคงใช้วิธีการโบกรถตามเคย ไม่ใช่เพราะอยากประหยัด แต่เพราะ
รถประจำทางมาไม่เป็นเวลา อีกอย่างก็ใกล้ถึงช่วงเย็นแล้วด้วย บังเอิญว่าคนที่จอดรถรับก็
เป็นคนเนปาลอีกตะหาก    เขากำลังจะขับรถไปส่งที่อู่ซ่อมก่อนถึง Choglamsar แต่ก็ไม่มี
ปัญหาอะไรถ้าจะโดยสารไปด้วยกัน 

ดอลม่าและเราต่างนั่งเบียดกันที่เบาะหน้า หลังจากปิดรถเพื่อเตรียมพร้อมออกเดินทาง   
เราสัมผัสได้ถึงความง่อนแง่นของโครงสร้างประตูที่ดูเหมือนจะใกล้พัง  และไม่แน่ใจ
ว่าล็อคสนิทดีมั้ย  พอเริ่มเหยียบคันเร่งและออกรถด้วยความเร็ว ธงมนตราขนาดเล็กที่
แขวนโยงเหนือขอบรถต่างโบกกระพือตามลมที่พัดตีเข้ามาผ่านหน้าต่าง ทุกอย่างช่าง
ดูอื้ออึงไปหมด ~  ได!!! เบาได้ก็เบา






⭗ คนขับชาวเนปาลที่จอดรับให้พวกเราติดรถจาก Shey ไปลงที่ Choglamsar




[คลิป] ลองกะความเร็วจากภาพเคลื่อนไหวเอาเองนะ 




⭗ พวกเรามาลงรถกันตรงนี้ก่อนที่จะเดินต่อไปยังท่ารถ ส่วนพี่คนขับก็เลี้ยวขับอู่




⭗ เส้นทางถนนที่ Choglamsar ในขณะที่รถกำลังเข้าสู่ตัวเมืองเลห์ (ถ่ายจากบนรถโดยสาร)



พอได้ขึ้นรถกันแล้วเราก็นั่งรถยาวไปถึงเลห์เพียงคนเดียว ส่วนดอลม่าลงที่กลางทางเพื่อกลับ
เข้าบ้านพักที่แม่อาศัยอยู่  ก็หวังว่าการเดินทางกลับเนปาลของน้องในวันพรุ่งนี้จะเป็นไปด้วยดี

 




 

Create Date : 25 มีนาคม 2564
15 comments
Last Update : 26 มีนาคม 2564 21:53:53 น.
Counter : 813 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmultiple, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณtoor36, คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณSleepless Sea, คุณKavanich96, คุณSweet_pills, คุณ**mp5**, คุณผีเสื้อยิปซี, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก

 

มาแล้วจ้า เมื่อเช้ายุ่งๆ มาช้าหน่อย

แล้วนี่ก็ตอนที่ 2แล้ว เมื่อไหร่จะได้เห็นหน้า แม่ของดอลม่า ซะทีน้า อิอิ

น้องฟ้า บอก เอ็งสาบานมาเลยว่า อยากเห็นหน้า แม่ดอลม่า ไม่ใช่ น้องดอลม่านะ เดี๊ยะๆ555

แล้วก็ อยากเห็นวีดีโอ น้องฟ้า ใส่ชุดลาดักเดินรอบตลาดด้วยอะ 555

แม่ของดอลม่า ใจดีมากเลย เหมือนเวลาเราไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ต่างจังหวัด ขากลับมักจะให้ของ ติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ
น้องฟ้าได้ถ้วยไม้ ถ้าเป็น อ.เต๊ะ จะขอโต๊ะหมู่บูชาไม้สวยๆซัก9ชิ้น อิอิ

น้องฟ้า บอก เอ็งจะให้ข้าแบกโต๊ะหมู่บูชาเที่ยวข้ามประเทศ เหรอ เดี๋ยวๆเอ็งจะโดนไม่ใช่น้อยๆ555

แล้วเที่ยวนี้ น่าจะติดใจ โบกรถซ้าอีกแน่ะ
แต่ว่าดูจากวีดีโอแล้ว พี่โชเฟอร์ แกทะเลาะกะเมีย หรือโกรธใครมาเนี่ย ซิ่งไม่คิดชีวิตเลยอ่า555

เอาจริงๆ โบกรถในที่ต่างถิ่นต่างแดนนี่
ขนาดอ.เต๊ะเป็นผู้ชาย ยังกลัวๆเลย
ว่าแต่ว่าน้องฟ้า พกอาวุธอะไรติดไว้ป้องกันตัวบ้างมั้ยเนี่ย
สงสัยจัง

น้องฟ้า บอก ข้าก็มีแต่ ความสวย เอ๊ย ความฉลาดแค่นั้นแหละ
เอ็งสงสัยอะไรอีกมั้ย ข้าจะรีบไปจัดโต๊ะหมู่ อย่าคิดว่าข้าไม่ได้แบกมาด้วยนะ เย้ย 555



 

โดย: multiple 26 มีนาคม 2564 10:19:21 น.  

 

ดีใจที่อัพใหม่นะคะ
ไม่ได้เห็นกันนานเลย

 

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า 26 มีนาคม 2564 13:21:28 น.  

 

บางทีของเยอะเราก็ไม่อยากขนของด้วยล่ะครับ (ยังมีที่ต้องไปต่อ) แต่เขาก็อยากให้เราจริงๆ

ในคลิปถือว่าขับเร็ว แต่ถนนไม่มีรถด้วยล่ะครับ เลยกล้าขับเร็ว ส่วนหนึ่งเดาว่าชินทางแถวนั้น เพราะที่ไทยผมก็เคยเจอคล้ายๆ กันนะ น่ากลัวกว่าด้วยเพราะขับลงเขาแถมโค้งหักศอกไม่ลดความเร็วเลยด้วย

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 26 มีนาคม 2564 15:30:37 น.  

 

น่าจะราว 70 กม. ต่อชั่วโมงค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 26 มีนาคม 2564 15:32:38 น.  

 

สวัสดีครับ

ที่ท่องเที่ยวน่าสนใจน่าติดตามครับ เขียนเรื่องราวได้สนุกดีครับ

 

โดย: Sleepless Sea 26 มีนาคม 2564 17:09:39 น.  

 

ขอบคุณ

 

โดย: Kavanich96 27 มีนาคม 2564 2:44:02 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณน้องฟ้า...

วาว..ได้เที่ยวกันอีกแล้ว..

ชอบคะ..รักษาสุขภาพด้วยนะคะ..

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 29 มีนาคม 2564 10:15:20 น.  

 

แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ

 

โดย: **mp5** 1 เมษายน 2564 17:18:47 น.  

 

ขอบคุณค่ะ คุณฟ้า
เก่งจัง จำดอกไม้ที่เห็นเพียงแว้บๆได้ด้วย

 

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า 3 เมษายน 2564 7:23:33 น.  

 

สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายที่บล็อกนะครับ

 

โดย: Sleepless Sea 3 เมษายน 2564 7:26:53 น.  

 


เดี๋ยวต้องไปหาอ่านเรื่องมณฑลต่อ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 3 เมษายน 2564 9:34:24 น.  

 

ขอบคุณน้องฟ้ามากนะคะที่แวะชมเมนูบ้านพี่ต๋า

เลี้ยงไอวี่เรื่องยาวค่ะน้องฟ้า
จากหลายต้นหลายแหล่งที่มาก็ทยอยจากไป
จนถึงวันนี้ยังรอดอยู่สองต้นค่ะ

น้องฟ้าฝันดีคืนนี้นะคะ


 

โดย: Sweet_pills 4 เมษายน 2564 0:43:38 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณน้องฟ้า..

ตกลงนั่งด้านหลังรถปิ๊อัพแล้วเป็นยังไงคะ..
?
สมบุกสมบัก กระชากแรงดีไหม๊?..อิอิ

อ่านแล้วเพลินดีคะ

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 4 เมษายน 2564 9:49:23 น.  

 

ตอนเด็ก ๆ เคยอ่านพวกหนังสือรู้รอบตัว เค้าก็มีบอกเหมือนกันว่า
อินเดียเป็นประเทศที่มีจำนวนภาษาท้องถิ่นมากที่สุดในโลก
ดูจากผู้คนต่างเผ่าพันธุ์ที่อาศัยในพื้นที่ที่เดินทางลำบากเหลือเกิน
ก็น่าจะจริงแหละเนอะ

อย่างหมู่บ้านอารยันนี่ไปลำบ๊าก~ลำบาก
ถ้าไม่ใช่จังหวะพอดีเจอเจ้าหน้าที่ใจดีนี่ไปไม่ได้แหงเลย
ถึงจะได้พักแค่คืนเดียวแต่ได้ใส่ชุดอารยันน่าจะคุ้มแล้วล่ะ
ก็เลยสงสัยว่า...ลาดักน่าจะไปง่ายไปหน่อยมั้ง
อุตส่าห์มีคนพาไปถ่ายชุดลาดักที่สตูดิโอ ก็ไม่ยอมไปซะงั้น
แหม~ เสียดายแทนเลย


ป.ล. ดูคลิปแรก (มินิบัสรุ่นเก๋าฯ)
ผู้หญิงที่ใส่เสื้อเชิ้ตตอนใกล้จบคลิป น่าจะเป็นดอลม่าใช่มั้ย ^^

 

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก 7 เมษายน 2564 0:39:59 น.  

 

จิตใจเขาดีมากๆ ถึงแม้จะได้เจอคนแปลกหน้าแต่มีจิตใจเอื้อเฟื้อ

 

โดย: สำรวจฟ้า 7 เมษายน 2564 19:03:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


BlogGang Popular Award#17


 
กาบริเอล
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ชอบต้นไม้, แมว, หนังสือ
และออกเดินทางท่องเที่ยวบ้าง

ไม่ชอบพบปะผู้คนมากนัก
เป็นมนุษย์จำพวก introvert

การเขียนบล็อก
คืออีกพื้นที่บอกเล่าผ่านตัวอักษร
และตัวตนของเราก็อยู่ในสิ่งที่เขียนค่ะ

ขอบคุณ Bloggang
สำหรับพื้นที่แบ่งปันตรงนี้นะคะ

....

เริ่มต้นลงบันทึกอย่างเป็นทางการ
ณ วันที่ 16 ม.ค. 2014

(C) ขอสงวนลิขสิทธิ์ ภาพถ่าย 
ห้ามนำไปใช้ ดัดแปลง แก้ไข 
โดยไม่แจ้งที่มา ก่อนได้รับอนุญาต


New Comments
Friends' blogs
[Add กาบริเอล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.