กุมภาพันธ์ 2563

 
 
 
 
 
 
2
3
4
7
8
9
11
12
16
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
 
All Blog
เมื่อสามีเธอเป็นแต๋ว บทที่ 6 หน้า 4
รุ่งเช้าต้นข้าวดีใจที่พบข้าวหอมตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารเช้าให้ทาน


“สวัสดีปีใหม่ค่ะเจ้ ขอบคุณที่เลี้ยงดูเค้าอย่างดีตลอด 4 เดือนที่อยู่ด้วยกัน”



เธอไหว้เขาอย่างน่ารัก แล้วยกข้าวต้มมาเสริฟ ต้นข้าวได้แต่ยิ้ม อย่างอิ่มเอิมใจ


“ทำแบบนี้เพื่อขออะไรหรือเปล่า” เขาแกล้งแหย่


“ไม่นะๆ เค้าก็อยากตอบแทนเจ้ไง อั่งเป่าเจ้ก็ให้เค้าหมด เค้าก็ต้องเป็นคนดูแลเจ้แทนสิ”


“ก็สมควรนะ เงินตั้งหลายหมื่น” เขาพูดอย่างรู้ทัน


หญิงสาวหัวเราะแฮ่ะๆ


“เราไปไหว้เจ้ากับคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนค่อยไปร้าน”


“ค่ะ”


แม้จะมีเรื่องปวดหัวมากมาย ทำไมเขาไม่รู้สึกว่ามันน่าปวดหัวเหมือนเมื่อก่อน

พอมองเห็นหน้าทะเล้นตรงหน้า ความสุขใจที่ได้อยู่ด้วยกันจนทำให้ปัญหาที่เจอไม่ได้น่ากลัวอะไร


 
เมื่อทั้งสองไปไหว้เจ้าเสร็จ แม่ชวนทานข้าวด้วยเพราะเตรียมโต๊ะจีนเลี้ยงคนงานทั้งสองจึงอยู่ทานอาหารเที่ยงด้วยก่อนกลับมาที่ร้าน
 
 
พอมาถึงร้านลูกค้าทยอยมาจนน่าแปลกใจ เพราะวันนี้มีโปรแถม 15 นาที อีกทั้งโปรนวดหน้าแพคเสริมทำเอาข้าวหอมไม่ได้ทานข้าว


ต้นข้าวเห็นข้าวหอมเหน็ดเหนื่อยมาตลอด 2-3 อาทิตย์ ในวันหยุดเขาจึงคิดหาวิธีผ่อนคลายให้เธอ


“เจ้จะพาไปช็อปปิ้ง?”


“ไปไหน วันก่อนเราก็เพิ่งไปห้างกับเจ้ๆ มานะ”


“ไปห้างไหนดี”

เขาเอ่ยอย่างเอาใจ


“ไม่รู้จะไปช็อปอะไร” เธอตอบ


“เปลี่ยนไปฟาร์มดีไหมเจ้”


“ฟาร์มอะไร”

เขาขมวดคิ้วสงสัย


“ฟาร์มในเมือง อยู่แถวรามคำแหงนี่เองค่ะ ฉันแอบดูเขามาหลายอาทิตย์แล้ว มีอบรมฟรี”

เธอบอกเขา


“ฮืม อยากไปเหรอ?”

เขามองหน้าตื่นเต้นของข้าวหอมแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู


“ไป อาทิตย์นี้เพาะแคนตาลูปค่ะ เราไปกันนะ”

ฟังเสียงสดใสไร้ปัญหาของเธอพูดแล้ว เขาก็ไม่อยากขัดใจ
เขาไม่เคยสนใจเรื่องการเกษตร

ไม่เคยปลูกอะไรเลยในชีวิต ส่วนข้าวหอมที่บ้านเป็นชาวนา ไม่แปลกหรอกที่เธอจะสนใจเรื่องพวกนี้


 
เช้าวันอาทิตย์ ข้าวหอมตื่นแต่เช้า เตรียมตัวออกจากบ้าน ต้นข้าวเป็นสารถี บังคับให้เธอช่วยดูทางให้

เส้นทางที่ไปไม่ได้ยาก เมื่อมาถึงจุดหมายเป็นฟาร์มเล็กๆ กลางกรุง มีคนมาอบรมนั่งอยู่ด้านหน้าฟาร์ม

ฟาร์มไม่มีที่จอดรถ ต้องจอดข้างทาง ทั้งสองหาที่จอดเรียบร้อย พื้นที่ฟาร์มน่าจะไม่ถึง 1 ไร่ ปลูกผักไร้ดินเป็นรางยาว มีต้นข้าวโพด แคนตาลูปนิดหน่อย


โรงเรือนด้านหน้าเล็ก ๆ ไว้สำหรับเปิดอบรมของอาจารย์
เมื่อได้เวลาอาจารย์ไม่ได้แนะนำตัวเองแต่อย่างใด

ไม่ได้มีพิธีรีตองเหมือนการอบรมอื่นๆ มาบอกให้ทุกคนตักดิน ผสมกินกับปุ๋ยหมักที่เตรียมไว้

อาจารย์ก็คอยสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการทเกษตรไปเรื่อยๆ และคอยนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ของฟาร์ม

ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์ ทำปุ๋ยหมัก ปรับปรุงดิน เชื้อเห็น ผลิตภัณฑ์จากเห็น


 
“ผมเป็นวิศวกรมาก่อน จบ โทร จบ เอกด้านวิศวกร แต่ติดหนี้ 50 ล้าน จนได้หันมาทำเกษตร”


 
อาจารย์แทรกเรื่องส่วนตัวเป็นครั้งคราว


“แรกๆ ที่มาทำเกษตร ก็ไม่คิดไม่ฝันหรอกว่าตัวเองจะผันมาทางนี้ แต่แฟนผมจบเกษตรมา อ้าว เป็นไงเป็นกันลองดู สักตั้ง ก็อาศัยว่ารู้จักนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน เลยได้จุนทรีย์มา ก็เอาทดลองทำปู๋ยหมักทำดินขาย”


 
“น้องคนหนึ่งที่มาฝึกงานกับผม เรียนจบ ป ตรี ก็ไม่ไปหางานทำนะ เขาก็ไปทำดินขาย เดือนๆ ได้เป็นแสน”


 
“แรกๆ ที่ผมสอน สอนๆไป เนี่ย ตำรวจมาจับ เพราะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้เขา แต่ผมไม่ได้หนีนะ ก็ไปประนอมหนี้ ลูกเมียก็ขายของไปประกันตัวออกมา ก็มาเริ่มทำ สู้ต่อมา 8 ปี ตอนนี้ ก็มีนักลงทุนจะมาจดทะเบียนเป็นบริษัทแล้ว ทุน 50 ล้าน”
 


ฟังประวัติอาจารย์ไปเพลินๆ ข้าวหอมก็ดูตั้งอกตั้งใจ ทั้งถ่ายรูปและจดรายละเอียด


อาจารย์ก็เสนอขายของเป็นระยะ เสร็จจากสอนเรื่องปลูกแคนตาลูปและการดูแลรักษา ก็ต่อด้วยการสอนการทำดินอินทรีย์ปลูกพืช



“สมัยนี้ เกษตรดูถูกไม่ได้ ปลดหนี้มาหลายคนแล้ว ผมมีฟาร์มหนึ่งอยู่ติดทะเลสาป มีผักตบชอบลอยมาติดท่าน้ำ

ผมก็เอาผักตบนี้แหล่ะ มาทำเห็ดฟางขาย หมดเห็ดฟางก็เอาทำปุ๋ยหมักต่อ หมักจุลินทรีย์ 1 เดือน

ก็เอามาทำดินอินทรีย์ขายต่อ เห็นไหม การลงทุนไม่ได้มากมายแค่ขยัน

แล้วเรายังเป็นการย่อยทำลายขยะแบบครบวงจรไปในตัว ทำเห็ดฟางทุกวันๆ ได้ขายเห็ดฟาง ซากกองเห็ดไปทำปุ๋ยหมัก ได้ขายปุ๋ยหมัก ได้ขายดิน ไม่มีอะไรที่ขายไม่ได้”


 
อาจารย์สอดแทรกสาระและแนวทางเศรษฐกิจให้ตลอด


“คนสมัยกินผักดองน้ำยาอาบศพ ได้รับพิษแบบไม่รู้ตัวตลอด เพราะฉนั้นการหันมาเพราะปลูกกินเองเป็นแนวทางที่คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาสนใจ ผักปลอดสารพิษ

ปลูกในดินอินทรีย์ก็เป็นที่สนใจอย่างมาก จุดขายของเรา ผักต้องเป็นยา เนี่ยผักที่ผมเอามาจากเปตงนะ

กินป้องกันมะเร็ง ปลูกที่ไหนไม่ขึ้น ต้องอยู่น้ำไหล ผมเอามาปลูกแบบไร้ดินก็งาม ขายกิโลละ 200-300 บาท”


 
อาจารย์พูดไปเรื่อย ช่วงเวลา 5-6 ชั่วโมงที่ทำกิจกรรมกับอาจารย์ดูไม่ได้น่าเบื่อเลย


บางคนเอาลูกมาด้วย มานั่งข้างๆ ต้นข้าวกับข้าวหอม
เด็กผู้ชายพูดเก่ง ผู้ใหญ่ทำอะไรก็ทำตามอย่างสนุก


“พี่.พี่เป็นกะเทยหรือเปล่า?”

เด็กจอมซนถามต้นข้าว


เขานิ่งไม่ได้ตอบ เขางงอึ้งขนาดเด็กน้อยยังมองเขาเป็นเรื่องผิดแผก การเป็นกะเทยมันแปลกตรงไหน แล้วข้าวหอมจะมองเขาเป็นแบบไหน


ข้าวหอมแอบอมยิ้มกับความซื่อของเด็ก

 



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2563
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2563 7:00:48 น.
Counter : 112 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
unitan Literature Blog ดู Blog
แหม เด็กน้อยไม่รู้เลยว่ากระเทยกำลังจะเปลี่ยนใจแล้ว

โดย: หอมกร วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:8:15:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]