มิถุนายน 2563

 
1
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
เมื่อสามีเธอเป็นแต๋ว บทที่ 13 หน้า 1
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงลานพระพุทธบาท ใช้เวลาเกือบ ชั่วโมง คนเข้าไปนมัสการจนแทบเข้าไม่ถึง

ข้างซ้ายเป็นศาลาวัดที่มีพระท่านสวดมนต์ให้พร และเจิมกระเป๋าเงินให้

มีคนมาที่นี่เพื่อความเชื่อและความศรัทธา ต้นข้าวพาเข้าไปไหว้รอยพระพุทธบาท และเจิมกระเป๋าเงินเรียบร้อย ก็พากันเดินต่อ


“เจ้ บันใดทางขึ้นที่มีเป็นบางช่วง อุทยาน ทำขึ้นเหรอ”


“ใช่ ปีที่แล้วบางที่ก็ไม่มีนะ”


ทั้งสองเดินต่อ ผ่านโขดหินจนมาถึงลานที่ 2 เป็นลานที่เขียนชื่อใบเงินใบทอง และลานไหว้เทวดา

พอผ่านลานนี้ไป ป้ายเขียนไว้ว่าผ้าแดง ต้นก็พาข้าวหอมเดินไปต่อ ไปถึงช่วงทางสวนไต่ลำบาก

ต้นข้าวคอยระวังไม่ให้ข้าวหอมเกิดอันตราย จนมาถึงลานผ้าแดง

ที่ทั้งลานมีแต่ผ้าแดงผูกตามต้นไม้ไปหมด ต้นข้าวเอาผ้าแดงมาให้ข้าวหอม พร้อมให้เธอเขียนคำอธิษฐานใส่ผ้าแล้วเอาไปผูกต้นไม้

ข้าวหอมเขียนข้อความใส่ลงในผ้าอย่างตั้งใจ ต้นข้าวแอบมอง แต่ก็อ่านไม่ชัดว่าเธอเขียนอะไรบ้าง

พอผูกด้ายแดงและไหว้พระเสร็จ ทั้งสองก็กลับลงมา ขากลับ เส้นทางที่แสนแคบจนต้องเบียดกันเดิน

ต้นข้าวต้องคอยประคองข้าวหอมไว้ บางช่วงมืดไม่มีไฟ บางคนเอาไฟฉายมาก็เปิดไฟฉายเพื่อช่วยเพื่อนๆ เดินผ่านไปได้


“เจ้ มันลำบากขนาดนี้ คนก็ยังมากันเยอะมากจริงๆนะ”


“ใช่ เพราะเป็นเรื่องของศรัทธา พอทุกคนมีศรัทธา ทุกอย่างก็ไม่ใช่สิ่งที่ลำบากเลย”


“นั่นสินะ ยังไม่เคยเห็นคนนับพันมาปีนเขาตอนเวลากลางคืนแบบนี้ ทางก็ใช่ว่าจะดี ลำบากด้วย เกิดพลาดหกล้มไปก็เจ็บ เป็นเรื่องมหัศจรรย์เหมือนกันนะ”


“1 ปีจะเกิดเรื่องแบบนี้แค่ครั้งเดียว ถ้าไม่ได้มา ก็ต้องรออีกปีหน้า ชีวิตคนเรา เมื่อได้มีโอกาสแล้ว ก็ต้องรีบทำ ถ้าจะต้องรอ ปีหน้า ปีโน้น สิ่งที่เป็นโอกาสก็อาจจะหายไปได้”


“ก็จริงนะเจ้”


ต้นข้าวดึงฮูดข้างหลังขึ้นปิดหัวให้ข้าวหอมเมื่อเห็นฝนลงเม็ดมา


“หนาวไหม”


“ปีนเขาขนาดนี้ ถ้าอากาศไม่เป็นแบบนี้คงเหงื่อโชกเลยนะเจ้”


“เดินระวังด้วยนะ ก้อนหินลื่น”


“ไม่กลัวอยู่แล้ว เค้าจะเกาะเจ้แน่นๆเลย”


“ฮ้าๆๆ” ต้นข้าวชอบใจ


“เขียนอะไรในผ้าแดง” เขาถามเธอ


“ก็เขียนว่าให้พ่อกับแม่แข็งแรง ขอให้ร้านเจ้ ลูกค้าเยอะๆ ขอให้เรามีความสุข”


“แค่นั้นเองเหรอ”


“ฮึม ก็ผ้าผืนเล็กนี้เจ้ ว่าจะเขียนให้ยาว แต่มันไม่พอ หนาวก็หนาว จนมือสั่น”


“แล้วเจ้เขียนว่าอะไร?”


“ขอให้มีลูกโหลนึง”


“เอ๋ แค่นั้นเองเหรอ”


“อืม”


“สั้นกว่าเค้าตั้งเยอะ”


“มีลูกหลายๆ คน ให้ข้าวหอม เลี้ยงลูกจนหัวหมุน”


“อะไรของเจ้เนี่ย”

ข้าวหอมตีแขนเขา


ทั้งสองเดินลงมาจนถึงลานพระพุทธบาทอีกรอบ

ข้าวหอมเลยชวนต้นข้าวไปนั้งข้างโขดหินเพื่อเป็นการพัก ได้เจอกลุ่มสาวๆ ที่เพิ่งมาถึง และบางคนยังขอพรพระท่านเจิมกระเป๋าเงินอยู่


“คุณต้นคุณข้าว ไปถึงผ้าแดงหรือยังคะ”


“ไปมาแล้ว คนเยอะมาก ทางก็แคบ ต้องค่อยๆ เดินนะ แต่ข้างบน สวยจริงๆ ตรงล้านจุดดูวิว ถ้าเป็นกลางวันคงมองเห็นข้างล่างแน่ๆ”


“พวกเรายังไปไม่ถึงเลยค่ะ”


“เดินกันก่อนนะ ขอพักแป๊ป”

ข้าวหอมหาที่นั่งได้ ต้นข้าวก็ลงไปนั่งเบียด


เค้กมองอย่างอาลัยอาวรณ์ อยากเบียดต้นข้าวบ้าง


สองคนนั่งคุยกันข้างโขดหิน


“หินก้อนนี้ที่จริงแล้ว เขาลอยได้นะ”

ต้นข้าวเริ่มเล่าเรื่องปาฏิหาริย์ให้ฟัง


“ก้อนที่ตั้งอยู่ข้างรอยพระพุทธบาทด้วย เขาลอยนะ ไม่ได้ติดกับเขา”


ข้าวหอมไม่อยากเชื่อ เธอก้มลงดูซอกหิน


“มันจะลอยจริงๆ เหรอเจ้”


เธอเห็นกิ่งไม้เล็กๆ เรียงค้ำยันหินไว้

“ทำไมมีกิ่งไม้เยอะขนาดนี้ล่ะ”

“คนเราเชื่อกันว่าจะใช้กิ่งไม้พยุงหิน เพื่อเป็นการพยุงชีวิตให้มีความมั่นคง ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ”


เขายื่นเศษไม้ที่คลำหามาใด้ใกล้ๆ ส่งให้เธอ 1 ชิ้น


“มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลน้อ”

เธอรับมาอย่างไม่ขัดแล้วลองหาที่เสียบดูบ้าง


ลมพัดมาเป็นระยะ ทำเอาข้าวหอมสะท้าน มองดูฝนหยุดลงเม็ดแล้ว ต้นข้าวเลยชวนเธอเดินลงจากเขา


“ช่วงที่ฝนตก เขาก็ไม่ให้รถวิ่งขึ้นเยอะ เผื่อเป็นอันตราย”


“แล้วเคยมีเกิดอุบัติเหตุไหมเจ้”


“ไม่รู้สินะ แต่ไม่เคยเห็นข่าวว่ารถที่พานักแสวงบุญบนเขามีอุบัติเหตุ อาจจะมีบ้างที่รถเสีย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ใครเลือดตกยางออก อาจจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง”


ข้าวหอมแทบไม่อยากเชื่อว่าต้นข้าวมีความศรัทธามากขนาดนั้น เธอได้แต่ออเออห่อหมกไปด้วย


“ปีหน้าพามาอีกนะ”

เสียงร่าเริงเอ่ย


“ก็เอาสิ”


“จะมาทุกปีก็ได้ เราได้มาทุกปีอยู่แล้ว”

เขาบอกเธอ


ต้นข้าวมองนาฬิกาประมาณตี 4 เขาพาข้าวหอมลงมาถึงลานจอดรถที่ชั่นล่าง เพื่อรอขึ้นรถกลับ


“เราต้องดูป้ายรถดีๆ นะ เพราะรถที่ขึ้นเขามา จะมาจากหลายที่ ถ้าเกิดขึ้นผิดที่แล้วล่ะก็หลงทางแน่”


“มีมาจากไหนบ้างล่ะเจ้”


“ที่รู้เป็นหลักจะเป็นวัดพรวง รถจะมีตลอดทั้งคืนทั้งวัน ส่วนวัดกระทิง คนน้อย รถน้อย”


“ที่อื่นๆ มีรถไม่เยอะ วัดพรวงใกล้เขาที่สุด คนเยอะ รถเลยเยอะด้วย”


รอขึ้นรถตามคิดอีกประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง พอลงมาถึง วัดก็ตี 5 กว่า ทั้งสองหาข้าวต้มกิน กินข้าวเสร็จก็ชวนกันเดินไปรถ เพื่อล้างหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้า


ข้าวหอมหนาวสั่น รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและหาผ้าห่มเอามาห่ม นอนรออยู่บนรถ รอสาวๆ ที่กำลังทยอยลงจากเขา


ทั้งสองหลับไปอย่างเหนื่อย ข้าวหอมนอนหนุนตักต้นข้าว

 



Create Date : 02 มิถุนายน 2563
Last Update : 2 มิถุนายน 2563 14:48:42 น.
Counter : 146 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
unitan Literature Blog ดู Blog
รายละเอียดขนาดนี้จากประสบการณ์คนเขียนล้วนๆ ค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 3 มิถุนายน 2563 เวลา:21:08:13 น.
  
โดย: unitan วันที่: 4 มิถุนายน 2563 เวลา:7:02:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]