กันยายน 2562

1
2
3
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
17
18
19
21
22
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog
เมื่อสามีเธอเป็นแต๋ว บทที่ 1 หน้า 3
เมื่อวางสายจากต้นข้าว ข้าวหอมก็รีบไปติดต่อทางโรงแรมเพื่อจองห้องพักให้ต้นข้าวกับครอบครัว

 
เมื่อต้นข้าวกับครอบครัวไปถึง ข้าวหอมเล่ารายละเอียดงานให้ ผู้ใหญ่ทั้งสองฟัง


“ช่วงเช้ามีตักบาตรพระ ถวายปิ่นโต ฤกษ์ขบวนขันหมาก 9 โมง 9 นาที เวลา 10 โมง ผูกข้อไม้ข้อมือ เที่ยงเลี้ยงโต๊ะจีน ประเพณีเราเป็นผูกข้อมือ ไม่มีรดน้ำสังห์นะคะ”



“ค่ะ แม่ตื่นเต้นมากเลยข้าว แม่อยากใส่ผ้าซิ่นลายแบบนี้มานานแล้วนะ ส่วนพ่อน่ะ ได้ผ้าขาวม้าคาดเอวถูกใจมาก”


แม่บอกว่าที่ลูกสะไภ้อย่างตื่นเต้น



“เหรอคะ คุณแม่ซื้อที่ไหน”


“ต้น หามาให้จ๊ะ”


“อ้อ...”

ข้าวหอมหันไปมองอีกฝ่ายอย่างคิดไม่ถึง เธอเองกลับไม่ได้ตะเตรียมเรื่องพวกนี้เลย


“อ้าวนี่ชุดของข้าว”

เขาส่งชุดเจ้าสาวให้เธอ


“ข้าว คิดว่า งานแต่งตัวเอง อยากใส่ชุด ฟู่ๆ ฟ้าๆ แบบเจ้าสาวทั่วไป แต่การได้ใส่ผ้าซิ่น แต่งตัวพื้นเมืองก็เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเราดีค่ะ”


“ฉันชอบแบบนี้เหมือนกัน”

อีกฝ่ายตอบยิ้มๆ


ข้าวหอมขมวดคิ้ว มันเป็นเรื่องเกินคาดที่เธอได้รู้ว่า ต้นข้าวตื่นเต้นกับงานแต่งมากกว่าเธอเสียอีก


“ภาพงานแต่งคนอื่น ดูสมัยใหม่ สวยหรูไป ก็เท่านั้นแร่ะ ค่าชุดแพงหูฉี่ ต้องซื้อเช่าเขา แต่ชุดนี้ มันสวยแบบดั้งเดิม ชุดไม่กี่พัน แต่เรามาใส่ได้หลายงาน จะไปวัดไปวา หรือมีงานประเพณีที่ไหนก็ไม่น่าเกียจ”

เขาเอ่ย


“ไม่ยังกะรู้ว่าเจ้ เออ...พี่ต้น ชอบอะไรแบบนี้ด้วย”

เธอเกือบหลุดเรียกเจ้อีกแล้ว


ต้นข้าวถึงกับหน้าอึ้งจิกสายตาอีกฝ่าย


“แม่ เดี๋ยวต้นจะไปบ้านข้าวก่อนนะ พ่อกับแม่พักผ่อนก่อน แม่เขาอยากจะเจอต้น ต้องไปไหว้ว่าที่แม่ยายก่อน”


“ได้สิลูก”


แม่ยิ้มอย่างยินดี

 
“หล่อนจะหลุดหลายครั้งแล้วนะ”

เขาต่อว่าเธอเมื่ออยู่ลำพัง


“ก็ทำไงได้ล่ะ มันชินปากเรียกนินาเจ้”


“พยายามหน่อย อย่าให้ความลับเรารั่วไหล”


“เชอะ ตัวเองน่ะ แอบพ่อมา 30 ปี ยังจะมาว่าเค้าอีก”

ข้าวหอมสวนทันควัน


“อืม เดี๋ยวไม่จ่ายตังค์เลยนิ”


“โอ๊ะ.เจ้ ฉันจะพยายามค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เป็นคนอยู่เป็นจริงๆ รับกลับเนื้อกลับตัว ไหว้ต้นข้าวทันที
 
ข้าวหอมพาต้นข้าวไปไหว้แม่ของตัวเอง แม่ยิ้มอย่างดีใจที่ได้พบว่าที่ลูกเขย


“เย็นนี้ก็ทานข้าวเย็นด้วยกันดีกว่าไหม?”


“ครับ เดี๋ยวพาพ่อกับแม่มาทานข้าวเย็นด้วยครับ”


“หน้าตาก็ดี สุภาพเรียบร้อย ช่างไม่เหมือนลูกแม่เลย ดูสิอย่างกับม้าดีดกระโหลก”


นางพูดไปก็ชื่นชมต้นข้าวที่หน้าสวยหวานราวผู้หญิงไปด้วย


“เสียอย่างเดียว ไว้ผมยาวยังกะผู้หญิง”


ทั้งสองมองหน้ากัน


“ก็ดีแล้วนิแม่ มีลูกเขยเรียบร้อย แทนลูกสาวบ่เรียบร้อย”

ข้าวหอมแกล้งกระแซะแม่


“มันกะต้องดีอยู่ล่ะ เมิงหน้าพี่เขา ผู้ดี๊ ผู้ดี ลูกน่ะ แทบจะบ่สมพี่เขาเลย”


“แม่คือว่าจังซั่น ลูกน่ะ กะเป็นเด็กดีอยู่นะ งามกะงาม หาลูกสาวไผงามคือลูกสาวแม่”

ข้าวหอมเข้าไปกอดแม่ออเซาะ


นางหัวเราะชอบใจ


ต้นข้าวมองสองแม่ลูกที่ฟัดกัดจิกกันอย่างเอ็นดูก็นึกอิจฉา แม้เขาจะสนิทกับแม่มาก เป็นคนเดียวที่เข้าใจเขา

แต่ก็ไม่เคยพูดจาหยอกล้อกันเช่นนี้ ต้นข้าวมองไปรอบลานหน้าบ้านที่ทำความสะอาดอย่างเรียบร้อย

มีต้นมะม่วงปลูกเป็นแนวรั้ว แล้วยังมีต้นเชอรี่ลูกแดงๆ เต็มต้นอีก กล้วยที่เป็นแนวหลังสวนผักข้างบ้านก็มีเครือลูกดก แล้วยังมีมะนาว มะพร้าวน้ำหอมอีก

ส่วนแปลงผักมีผักหลายชนิดปลูกไว้  แสดงว่าคนบ้านนี้ ชอบเพาะปลูกจนมีของกินเต็มบ้าน


คนที่ร่ำรวยจริงๆ คงไม่ใช่เพราะมีเงินทองมากมาย
คนที่มีความสุขจริงๆ คงไม่ใช่คนที่อยู่บ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า
 
เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของครอบครัวนี้ ข้าวหอมจะกอดจะหอมแม่หรือพ่ออย่างไม่เคอะเขิน ข้าวหอม พูดคุยกับพ่อแม่อย่างสนุกอบอุ่น และเป็นธรรมชาติ


เธอเป็นลูกสาวคนเดียวที่ถูกเลี้ยงมาแบบผู้ชาย ถ้าเรียบร้อยก็คงไม่ใช่ข้าวหอมคนนี้

 
เย็นนั้นเมื่อ 2 ครอบครัวมาพบเจอกัน ญาติดองจากฝั่งกรุงเทพฯกลับมีความสนอกสนใจกับเรือกสวนไร่นา

ถามอย่างอยากรู้อยากเห็นพ่อกับแม่ก็ตอบอย่างสนุก ที่คนกรุงเทพฯสนอกสนใจ ไม่รังเกียจว่าเป็นชาวไร่ชาวนา

พ่อก็ได้แต่แอบเบาใจว่า ลูกสาวคงไม่ลำบากหากไปอยู่ในครอบครัวนี้


อาหารที่จัดเตรียมแม้ดูไม่หรูหราอะไรมาก ปลานึ่งตัวโต ต้มไก่บ้าน น้ำพริกสดรสชาติอร่อย ต้มแซบกระดูกหมู


ผัดเผ็ดกบตัวโต ทำเอาคนกรุงเทพฯที่เคยเจอแต่อาหารไทย หรูหราจากร้านอาหารชั้นดี ต้องงุงงงไปพักใหญ่

แต่พอได้ลิ้มรสชาติก็ถึงกับลืมไปเลยเป็นอาหารพื้นบ้านที่แสนธรรมดา
 


“ที่ทางไม่ได้เยอะหรอกครับ”

พ่อเล่าให้ชาวกรุงฟัง



“เราทำนาไว้พอกิน ส่วนลูกชายสองคนก็แบ่งกันทำไร่มันไร่อ้อย ปีๆ นึงก็ขายกัน หักต้นทุนค่าปุ๋ยแล้วก็พอมีเก็บบ้าง”


“คนกรุงเทพฯอิจฉานะคะ ดูสิ บ้านช่องมีที่ทาง ปลูกผักปลูกหญ้าไว้กิน ไม่ต้องหาซื้อให้ลำบาก”


“ใช่แล้วค่ะแม่ต้น เราอยู่อย่างเรียบง่ายค่ะ ที่นี่ไม่มีห้าง มีรถเยอะ มีอาคารเยอะเหมือนในกรุงเทพนะคะ หันไปทางไหนมีแต่นา ไร่ อยากกินอะไรก็หากินกันตามประสา”


“ถ้ามีโอกาสมาอยู่ด้วยสัก อาทิตย์ ก็คงดี”

แม่ต้นข้าวเอ่ย


“ยินดีค่ะ”

แม่ยิ้มร่าเริง


“ยังไม่รู้เลยว่าข้าวมันจะไปอยู่กับทางโน้นยังไง ไม่เรียบร้อยกระโดกกระเดกแบบนี้”

แม่ก็ยังเผาลูกสาวคนเดียวไปตลอดซก แม้ตอนนี้จะออกเรือนแล้วก็ตาม


“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูข้าวเป็นเด็กดี พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง เพราะต้นข้าวสามารถดูแลน้องได้อยู่แล้วค่ะ”


“พรุ่งนี้ คงต้องเตรียมงานวันสุดท้ายแล้ว มีอะไรขาดเหลือ แม่ข้าวบอกแม่ต้นด้วยนะคะ”


“ขอบคุณค่ะ ตอนนี้งานก็เสร็จหมดแล้วล่ะ ที่เหลือจะเป็นเรื่องกับข้าวกับปลาเลี้ยงแขก เราเลี้ยงแค่กลางวันไม่มีเย็น แม่ครัวก็เตรียมพร้อม หมู ปลา กาไก่ สั่งตลาดไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้คงมาส่งตี 3-4”



“แม่คงจะยุ่งมากสินะคะ”


“เด็กๆ ดูแลให้จ๊ะ”


แม่ตอบ หมายถึงลูกสะไภ้ทั้ง 2


หลังอาหารเย็น ทั้ง 2 ครอบครัวนั่งคุยกันต่อ


แม่เอาด้ายสายสิญจน์มาเตรียมตัดแล้วคอดไว้


“ประเพณีทางบ้านเรา จะเป็นการผูกข้อไม้ข้อมือแทนรดน้ำสังห์ค่ะ”

แม่ใบบอกแก่แม่นิ่ม


“แม่ดีใจมากๆ เลย มีลูกสาวคนเดียวไม่คิดว่าจะได้แต่งงานกับเขา”


แม่พูดคุยกัน


“แม่ก็เหมือนกัน มีลูกคนเดียวไม่คิดว่าจะได้แต่งงาน”


แม่ทั้งสองคุยกันไปหัวเราะไป


ส่วนหนุ่มสาว ช่วยกันตระเตรียมงานกันต่อ พี่สะไภ้และน้องสะไภ้คุยกันเรื่องกับข้าวกับปลา และถ้วย จาน แก้วน้ำ ที่จะเสริฟแขกพรุ่งนี้ ว่าเพียงพอหรือไม่


ข้าวหอมพาต้นข้าวไปดูโต๊ะหน้างาน มีแจกันใส่ดอกไม้บนโต๊ะที่ปูผ้าสีชมพู ข้างๆ รูปคู่ของบ่าวสาว วางอยู่บนฐานสามเหลี่ยมไม้ไผ่ที่ข้าวหอมทำไว้


“ฉันกะว่าจะให้แขกเอาซองหย่อนลงกล่องก่อนเข้างาน”


ต้นข้าวมองดูรูปคู่เธอกับเขาที่ข้าวหอมทำกราฟฟิคช่วยชีวิตเอาไว้ แม้มันจะไม่ดูหรูหรา แต่ก็น่ารักอบอุ่น


เขาและเธอมองจ้องกัน ตรงกลางมีรูปหัวใจโรยลงมาเหมือนเป็นวอลเปเปอร์ที่สมบูรณ์แบบ เขาทึ่งกับความสามารถของข้าวหอมเล็กน้อย


“เตรียมสมุดอวยพรด้วยสิ”

เขาบอกเธอ


“จะให้อวยพรด้วยเหรอเจ้”


“ฮืม เตรียมปากกาหลายๆ สีด้วย”


“ฮืมๆๆ"

เธอพยักหน้าให้


“พร่งนี้ไปโลตัสคงมี”


“เจ้ จะมีอะไรเพิ่มอีกไหมล่ะ”


“คิดไม่ออกหรอก”


“ฉันขออะไรเธออย่างนะ ช่วงนี้อย่าเรียกฉันว่าเจ้”

หน้าดุมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง


ข้าวหอมเบิกตาโตเหมือนนึกได้


“ได้ๆ ไม่มีปัญหา ทำงานตามราคาเช็ค”

เธอพูดยิ้มๆ แล้วปลีกตัวหนีจากต้นข้าว เรื่องหลีกเลี่ยงเวลาโดนดุว่องไวเหมือนลิง


 



Create Date : 20 กันยายน 2562
Last Update : 20 กันยายน 2562 11:12:40 น.
Counter : 144 Pageviews.

1 comments
  
แหมลงรายละเอียดได้ดีมากๆ ค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 26 ธันวาคม 2562 เวลา:12:00:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]