ตุลาคม 2561

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
กงฟ้าลี้ มาลา คำจันทร์ เขียน





กงฟ้าลี้
มาลา คำจันทร์ เขียน
สำนักพิมพ์ แพรว  ในเครืออมรินทร์
395 บาท  517 หน้า


คุยกันหลังอ่าน


กงฟ้าลี้เป็นนิยายแนวผจญภัยในป่าลึกลับทางภาคเหนือ เปิดเรื่องด้วยเหล่ากลุ่มคนที่ต้องการเข้าไปยังถ้ำหลวง ซึ่งการจะเข้าไปก็ยากมาก มีเพียงไม่กี่คนที่เคยเข้าไปถึงจริง จึงต้องมีการจ้างวานกลุ่มพรานและผู้มีวิชาคาถาอาคมเพื่อช่วยเหลือ

เพชรพระอุมาลอยมาเลยตอนนี้

แต่จะบอกว่านั่นแค่ตอนแรกเท่านั้นค่ะ

แน่นอนว่านี่คือนิยายแนวผจญภัยเหนือจินตนาการเหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายของเรื่องต่างกัน ทิศทางในการดำเนินเรื่องก็ต่างกัน

เรื่องนี้ค่อนข้างเน้นด้านมืดของจิตใจคน และมีการอิงเอาหลักของพระพุทธศาสนาเข้ามาช่วยเสริมในเรื่อง ส่วนรองคือการผจญภัย

โอค่อนข้างใช้เวลาปรับตัวเองเข้ากับเรื่องพอสมควร เพราะเปิดมา หนึ่งคือ ตัวละครเยอะมาก ฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง พราน สองคือการใช้ภาษาถิ่น (ภาษาเหนือ) โอไม่ใช่คนเหนือ ก็มีเบลอ ๆ บ้างเหมือนกัน สามคือภาษาในการเล่าเรื่อง ลีลาภาษาในเรื่องค่อนข้างมีความเฉพาะตัวอยู่ มีการใช้คำซ้ำ คำซ้อน ประดิษฐ์เป็นคำใหม่ มีภาษาเก่า ที่เราจะไม่เห็นในงานของนักเขียนรุ่นใหม่นัก

ความตื่นเต้นแรกที่รู้สึกหลังจากเปิดตัวตัวละครคือ แต่ละคนมีจุดประสงค์แอบแฝงในการเดินทางครั้งนี้ และเราไม่รู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของคนกลุ่มนี้คืออะไร ตรงนี้โอว่าทำได้ดี ชวนติดตามมาก

ความรู้สึกหลังอ่านจบคือเรื่องนี้ไปในทิศทางคนละแบบกับที่โอคาดไว้ตอนต้น โออาจจะคาดหวังความลึกลับ หรือการผจญภัยที่มากกว่านี้ แต่โดยรวมก็ไม่ใช่ไม่ดี

สิ่งที่โอคิดว่าเรื่องนี้ขาดคือ ความรู้สึกร่วมของเรากับตัวละคร และจุดพีคอารมณ์ เช่น ตัวละครสองคนนี้รักกัน อ้าว รักกันตอนไหน โอไม่สงสัยว่าทำไมถึงให้รักกัน โอมองเห็นแนวทางของเรื่อง ทิศทางที่อยากจะให้เป็นไป แต่โอไม่รู็สึกร่วมถึงความรัก มันไม่มีลำดับการสร้างความสัมพันธ์เลย มาอยู่ ๆ หนึ่งแล้วเป็นห้า ตู้ม อ้าวเขารักกันแล้ว หรือ เหตุการณ์กำลังน่าตื่นเต้น ชวนระทึก แล้วตู้ม เหตุการณ์จบ คลี่คลาย อ้าว เรายังไม่กลัว หรือผวาเลย กำลังจะอยากกรี๊ดแล้ว ตัดฉับ อารมณ์ตรงกลางนี้มันหายไป เรื่องเลยจะมีการเปลี่ยนฉับของอารมณ์ค่อนข้างมาก 

อีกอย่างคือเรื่องของการใช้ตัวละครไม่ค่อยคุ้ม อย่างตอนเปิดเรื่องมามีตัวละครเยอะมาก ใช้เวลาจำพอสมควร แต่มีตัวเด่นจริง ๆ ไม่กี่คน ถ้าคิดว่าจะไม่ใช้ หรือตัวละครนั้นไม่สำคัญนัก โอว่าไม่ต้องใช้เวลาปูพื้นขนาดนี้ก็ได้ แล้วช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง ตัวละครหลายตัวบทหาย เกลี่ยบทยังไม่ค่อยดีนัก

อีกเรื่องคือการให้น้ำหนักการเล่าผิดประเด็น บางทีเล่าซ้ำในประเด็นเดิมที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญ ที่มีผลต่อทิศทางการดำเนินเรื่อง กลับเล่าครั้งเดียวแล้วปล่อย ตรงนี้น่าจะสามารถขยี้ สร้างปม อธิบายเพิ่มเติม หรือใช้เวลากับมันได้มากกว่านี้

จุดเด่นของเรื่องคือภาษา ใช้คำนี้ได้ไหมนะ มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ ใครชอบเรื่องของภาษา สนใจเก็บคลัง หรือศึกษาเพิ่มเติม เรื่องนี้ให้ได้ดีเลย ส่วนโครงเรื่องและการผูกเรื่องก็ใช้ได้ อ่านแล้วเห็นลำดับขั้นตอน เห็นทิศทางของเรื่อง ไม่หลงทาง แกนหลักของเรื่องก็ยังให้น้ำหนักได้ดี ไม่ทิ้งไป

4 ดาว

ตกลง 'แมวเม่ย' นี่คืออะไรโอยังไม่ทราบเลย ลองกูเกิ้ลคร่าว ๆ ใกล้เคียงสุดน่าจะ  แมวป่วย หรือเปล่าคะ





.
.
.

"เฮ้อ..."

"ถอนใจอีกแล้วพี่น้อย" ไอ้หน้าใสทักขึ้น "วัน ๆ ข้าได้ยินแต่เสียงพี่น้อยถอนหายใจ"

"เรื่องของกู มึงอย่ายุ่ง"

"ข้ารู้น่า..."

ลาดลุ่มลงไป เสียงน้ำไหลเลาะห้วยคล้ายคนคุยกันด้วยภาษาลึกลับ เล่าลือกันว่าในห้วยบางแห่งมีผีเส้วห้วย บางแห่งเป็นหญิง บางแห่งเป็นชาย ผีเส้วห้วยชายมักหมายตาเอาสาวไปเสพ ผีเส้วห้วยหญิงก็มักหมายตาเอาชายไปเสพ แล้วทำไมผีเส้วห้วยกับผีเส้วห้วยไม่เสพกันเอง ไม่เห็นมีใครให้เหตุผลไว้

"เฮ้อ..."

"อีกแล้ว พี่น้อย"

"ไปไกลตีนกูหน่อย รำคาญ"

แสงเดือนดูหม่น แสงส่องลอดหลืบไม้ ไม่สดใส ออกขุ่นมัวหม่นหมองเหมือนหัวอกหัวใจไก่รองบ่อนยามนี้

ข้ารู้ว่าข้าต้องแพ้ แต่ทำไมข้าไม่หนี...

ลำห้วยกว้าง แต่ตอนนี้น้ำห้วยลดลง ฝั่งห้วยจึงกลายเป็นหาดยื่นยาว แสงเดือนยังส่องอยู่ บางช่วงของสายน้ำสะท้อนแสงเดือนดูวับ ๆ แวม ๆ ดั่งงูเกล็ดเงินเลื้อยล่อง เดินเลาะริมน้ำขึ้นไปทางเหนือน้ำ พ้นไปจากกลุ่มกระโจมนายจ้าง ไม่อยากอาบทางปลายน้ำ เพราะรังเกียจว่านายจ้างอาจถ่ายเทคราบไคลสกปรกในตัวลงสู่สายน้ำ

"พี่น้อยเลิง" ไอ้ซ้อยแหย่ปลายเท้าลงน้ำแล้วหดกลับ "ดาบของพี่ พี่เคยลองละยัง"

"ลองว่าจะใช่ดาบฟ้าฟีกหรือไม่อย่างนั้นหรือ ลองทำไม"

"ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใช่หรือไม่ใช่"

"ครูบาเองไม่เคยพูดสักคำว่าเป็นดาบฟ้าฟีก แล้วจะลองไปทำไม"

หน้า 35-36  บทที่ 3

.
.
.

อากาศอบอ้าว ฟ้าแดงอยู่ทางด้านเหนือตรงที่สายน้ำอ้อมโค้งขึ้นไป ดงดอยด้านนั้นต่ำ เป็นที่ลาดเอียงเทแผ่ไปทางตะวันออก ส่วนทิศใต้เหยียดขึ้นไปทางตะวันตกเป็นแนวเขา ฟ้าแดงปนดำก่ำแก่ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนจะมีเภทภัยใหญ่หลวงบางอย่างเฟี้ยมแฝงแปลงแปลก อยู่ในความลับลี้ อยู่ในความลึกลับ อยู่ในความอึดอัดอึมครึม

หน้า 180  บทที่ 16

.
.
.

ใกล้เที่ยงวันแดดร้อนขึ้น หนุ่มสาวชอบหนีตามกันเข้าเขตป่าหินเย็นชื้น พื้นหินไม่เก็บรอยเท้าเหมือนพื้นดินพื้นทราย หากเขาตามมาถึงที่นี่ การแกะรอยก็คงยุ่งยากขึ้น ป่าหินมีหินเป็นส่วนประกอบหลัก หินผาก้อนเท่าช้างผุดโผล่เกลื่อนกลาด หน่อหินแซมสอดยอดแหลมเหมือนหน่อไม้โคนกอไผ่ บางแท่งสูงแหลมเหมือนพระเจดีย์ มีหมอกควันลับลี้รำไรอันเนื่องแต่หมอกแดด ทำเลดูคับขัน มีเหลี่ยมมุมบังตา มีรูร่องปล่องเหว พลาดพลั้งหากตกลงไป อย่าหวังเลยว่าจะได้เป็นคน

มือต่อมือเข้าเกาะเกี่ยวกุมกัน หิวโหยท้องร้อง ได้กินแต่กล้วยป่าหาได้ข้างทางพอปะทะปะทัง ปันเผื่อเยื่อใยใจรักต่อกัน สิ้นสุดแล้วหรือสวรรค์บนเส้นทางไปสู่นรก

ช่างสั้นเหลือเกินความชื่นหวาน เหมือนจะสิ้นสุดลงแล้ว

มือต่อมือกุมมั่น ระแวดระวังทุกฝีก้าว ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าพื้นหินที่เหยียบอยู่จะแน่นหนาหรือเปราะบางแค่ไหน หมอกแดดบดบังตา เรี่ยลอยอ้อยอิ่งเหมือนใครเอาผ้าขาวบางปูแผ่คลุมพื้น กว้าก ๆ เสียงนกร้องเศร้า ลมเลาะราวไพรเหมือนเสียงปี่แนแอ้อ่อยบรรเลงงานศพ ใจไม่เต้นแรง แต่มือต่อมือต่างกระชับยึดกุมกัน เหมือนว่าถ้าตกก็จะตกลงไปด้วยกัน

หน้า 250  บทที่ 22

.
.
.

ผืนฟ้าและแผ่นดินนิ่งสนิท ดาวดื่นดวงช่วงโชติ แต่ดาวดูคล้ายนิ่งไม่กะพริบวิบแวมส่งข่าวสื่อสารกัน เดือนก็ยังไม่ขึ้น ยังไม่ดึกนัก แต่ดาวบางดวงก็ร่วงลับ น้ำห้วยที่มีแพดอกไม้ไหลล่องยังท่องเอื่อย สายน้ำหน้าแล้งไหลเลาะฝั่งห้วยคล้ายเพลงบรรเลงบอกเล่า บอกผ่านเสียง ไม่ได้ผ่านถ้อยคำ ลำนำลำน้ำบอกกล่าวเรื่องราวมากมายหลากหลาย ขึ้นอยู่กับว่าใครจะแปรความหมายออกมาได้หรือไม่ ในบางครั้ง สายน้ำคล้ายคร่ำครวญหวนไห้ แต่ในบางหน เสียงสายน้ำกระซิบกับก้อนหินคล้ายหนุ่มสาวบอกรักต่อกัน ความรักดีกว่าความชัง ความรักงดงามเสมอ แต่ความรักมักมีความหลงเจือปน หากแยกไม่ถูก สกัดไม่ออก บางครั้งความหลงก็เข้าไปทำลายความรัก


หน้า 395-396  บทที่ 35

.
.
.

ใต้หล้าฟ้ากว้าง ดวงตะวันส่องแสงสว่างไสว กลางเดือนมีนาคมเมฆยังไม่ก่อตัวหนาทึบ ฝนต้นฤดูยังไม่ตกต้อง แต่ฝนหัวปีตกลงมาห่าหนึ่งก่อนหน้านี้ ไม้เหมือด ไม้ไค้ ไม้ฮี้ ไม้เฮือดเป็นพวกไม้ตื่นตัวเร็ว เพียงฝนแรกมาปลุก ไม้ฉับไวพวกนี้ก็แตกตุ่มตาติดใบอ่อน ๆ มะกอกเก่าแก่เปลือยกิ่งก้านมาเนิ่นนาน นับแต่ลมหนาวเริ่มล่อง มะกอกก็เตรียมเปลื้องเสื้อ ลูกโต ๆ ติดเต็มต้น เริ่มสุก ลูกหล่น ใบก็เริ่มหล่น ลูกยังไม่ทันหมดต้นแต่ใบร่วงลงหมดแล้ว ฝนหัวปีแวะมาทักทาย ไม้ตื่นเร็วแตกใบอ่อน แต่มะกอกอาจเตรียมตัวนาน จึงเสียเวลาเสาะหาเสื้อใหม่ใส่ตัวนานกว่าเพื่อน

หน้า 453  บทที่ 40

.
.
.



Create Date : 15 ตุลาคม 2561
Last Update : 15 ตุลาคม 2561 19:45:29 น.
Counter : 1809 Pageviews.

3 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณJim-793009, คุณแม่ไก่

  
คุณโอรีวิวได้ตรงใจ โดยเฉพาะเรื่องตัวละคร ถ้าเยอะไปแต่ไม่สำคัญ มักจะหลอกให้เราจดจำเปล่า ๆ นะครับ เรื่องนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อมาอ่าน แต่เห็นให้ 4 ดาว ก็พอจะมีใจอยากลองอ่านบ้างครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 17 ตุลาคม 2561 เวลา:10:30:49 น.
  
จากพล็อตคร่าวๆออกจะคล้ายๆนางถ้ำที่แม่ไก่เพิ่งอ่านและบอกเล่าไปบล็อกก่อนหน้านั้นเลยค่ะ

อ่านงานของอ.มาลาต้องอาศัยสมาธิระดับนึงทีเดียวค่ะ
เล่มนี้เห็นแว่บๆยังไม่ได้สอย แต่เล็งๆสร้อยหงส์แสงไว้ อ่าน 2-3 ออนไลน์ก็ชวนให้ติดตามอยู่ไม่น้อยนะคะ

อ้อ...แมวเม่ย หรือแมวเมื่อยก็คือแมวป่วยตามที่คุณโอเข้าใจนั่นแหละค่ะ ปกติเราจะใช้เปรียบเทียบคนที่ทำท่าเหงาๆเฉาๆ ขาดชีวิตชีวาว่า แมวเมื่อย ประมาณนี้ค่ะ แหะๆ
โดย: แม่ไก่ วันที่: 18 ตุลาคม 2561 เวลา:12:44:05 น.
  
คุณJim-793009 ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ เรื่องนี้เคยลงนิตยสารเป็นตอน ๆ พอนิตยสารปิดตัว ก็ได้มาออกเป็นเล่มกับแพรวค่ะ

คุณแม่ไก่ ขอบคุณมากค่ะ โห นึกภาพออก เข้าใจเลย น้องโดนล้อว่าแมวเม่ยทั้งเรื่อง โอก็ไม่ค่อยจะเก็ตสักกะที
โดย: ออโอ วันที่: 26 ตุลาคม 2561 เวลา:17:00:17 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments