มิถุนายน 2561

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog
หนึ่งด้าวฟ้าเดียว วรรณวรรธน์ เขียน
 
 
 
หนึ่งด้าวฟ้าเดียว (2 เล่มจบ)
วรรณวรรธน์ เขียน
สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
500 บาท  658 หน้า
 
หลังปกเล่ม 1
 
"เจ้ายอมรับแล้วใช่ไหม ว่าเจ้ารักที่ข้าเป็นเช่นนี้"
เจ้าเนื้อนิ่มไม่ยอมตอบคำ แต่ทำท่าขัดเขินกับคำถาม เท่านี้ก็ทำให้คนที่กอดร่างน้อยนั้นแทบจะรัดร่างเธอเข้าแนบอกตน
ร่างสูงซบหน้าลงกับเรือนผมเบา ๆ สูดเส้นผมหอมกรุ่นเนิ่นยาว
"เจ้าจะหนีไปกับข้าได้ไหม...เจ้าแมงเม่าเอ๋ย"
ณ เพลานั้น กรุงศรีอยุธยาระส่ำหนัก ข้าศึกอังวะเข้าประชิดเมือง ล้อมไว้เกือบสิ้นแล้ว!
"ฉันมีชีวิตใหม่เพราะพระองค์ท่าน ยามฉันลำบากในชีวิตก็ได้ท่านคุ้มครอง แล้วจะให้ฉันละทิ้งพระองค์ท่านไปในวันที่น่ากลัวเหล่านี้ได้อย่างไร"
เขาสูดดมเรือนผมหอมนั้น ลึก ยาว อย่างรับรู้และเข้าใจ
น้ำใจเจ้าตัวน้อยช่างกล้านัก เขาเลือกรักไม่ผิดคนแล้ว
"หากเจ้าอยู่ ข้าก็จะอยู่ดูแลเจ้า"
"ท่านจะอยู่เป็นเพื่อนข้าจริง ๆ นะ"
"จริงสิจ้ะ"* รับรู้ไว้เถิด แมงเม่าเอ๋ย ขอเพียงให้รู้ว่า แค่มีเจ้า
ไม่ว่านรกหรือสวรรค์
 
*สะกดที่ถูก ต้องเป็น จริงสิจ๊ะ
 
 
 
คุยกันหลังอ่าน
 
โอสนเรื่องนี้ตั้งแต่อ่านเจอว่าพระเอกเรื่องนี้ปลอมตัวมาเป็นขันที เนื้อเรื่องแนวปลอมตัวนี่ ไม่ว่าหญิงปลอมตัวเป็นชาย ชายปลอมตัวเป็นหญิง ชายปลอมตัวเป็นกะเทย และเรื่องนี้ล้ำหน่อยตรงปลอมเป็นขันที โอคิดว่าคนส่วนใหญ่ รวมถึงโอ น่าจะชอบอยู่แล้ว เพราะมันได้ลุ้น เขาหรือเธอจะทำอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น จะมีใครจับได้บ้าง มันสนุกอยู่แล้วแหละตรงนี้ 
 
น่าสนใจที่สองคือโอเพิ่งรู้ด้วยว่าประเทศไทยมีขันทีด้วย มันก็สะกิดต่อมอยากรู้ละว่าขันทีในไทยสมัยก่อนเป็นอย่างไร
 
เข้าเรื่องเลยดีกว่า
 
ออกพระศรีสิขันทิน เป็นลูกครึ่งไทยโต้ระกี่ (โต้ระกี่ก็คือตุรกี) หน้าไปทางแขกขาว ผิวผ่องหน้าตาดี  ชาววังเรียกท่านสั้น ๆ ว่าออกพระศรี เป็นที่เล่าลือกันว่าท่านเข้มงวดนัก ใครมาแอบดูหญิงชาววังเป็นอันต้องโดนหวายท่านหลังลาย
 
ถึงแม้จะเป็นขันที แต่รูปงามอย่างออกพระศรีก็มีสาว ๆ หมายปองกัน ขอเพียงได้ชมก็พอใจแล้ว ใครเล่าจะไม่อยากมองของสวยของงาม
 
แมงเม่าเป็นบุตรสาวเศรษฐีมิ่งช่างทำกระดาษ แต่เด็กเคยมีชะตาต้องกับกรมขุนวิมลในวัง ท่านจึงโปรดปรานเอ็นดู อยากให้แมงเม่าเข้ามาอยู่ใกล้ เศรษฐีมิ่งเองก็สนับสนุน
 
เมื่อแมงเม่าเข้ามาอยู่ในวัง ก็ได้ออกพระศรีคอยช่วยเหลือดูแลห่าง ๆ แมงเม่าเองก็ประทับใจออกพระศรีไม่น้อย โดยไม่รู้เลยว่าออกพระศรีสิขันทินไม่ใช่ขันที แต่เป็นจารบุรุษที่แฝงตัวเข้ามา
 
เล่าถึงเรื่องราววุ่นวายในวังและนอกวัง สัญญาณเตือนเหตุสงครามที่ไม่มีผู้ใดสำเหนียกถึงอันตรายจนกระทั่งจวนตัว ใบบอกลับ และกลบท
 
+++
 
 
ความจริงเรื่องนี้อ่านช้ากว่าที่ควรจะเป็นมาก หลักใหญ่คือไม่ถูกจริต หลักรองที่ตามมาติด ๆ คือหงุดหงิดคุณภาพงาน
 
งานดิบเหมือนไม่ผ่านกองบรรณาธิการเลย ไม่มีใครพิสูจน์อักษร ไม่มีคนเกลาคนอ่านทวน พูดตรง ๆ นี่ไม่ใช่คุณภาพงานขาย 
 
คำง่าย ๆ อย่าง จ๊ะ-จ้ะ นี่ไม่ควรผิดในงานที่ตีพิมพ์แล้วนะ ในเรื่องนี้ใช้ จ้ะ ทุกที่ ซึ่งถ้าคนอ่านจำไปใช้ก็หายนะเลย 
 
ยกมาจากที่เคยเขียนในเพจ

การใช้ จ๊ะ-จ้ะ หลักการใช้เดียวกับ คะ-ค่ะ เลย ในเล่ม จ๊ะ-จ้ะ ผิดแทบทุกที่

ตัวอย่าง

เธอไปไหนมาคะ / เธอไปไหนมาจ๊ะ
ไปตลาดมาค่ะ / ไปตลาดมาจ้ะ

อากาศอย่างนี้น่าออกไปเดินเล่นนะคะ / อากาศอย่างนี้น่าออกไปเดินเล่นนะจ๊ะ
นั่นสิคะ / นั่นสิจ๊ะ
อยากไปด้วยกันไหมคะ / อยากไปด้วยกันไหมจ๊ะ
ไปค่ะ / ไปจ้ะ

 
นอกจากคำผิด เรื่องนี้ัยังมีการใช้วรรคตอนไม่เหมาะสม การใช้คำเชื่อมผิดความหมาย การเรียบเรียงที่ไม่ดี การจัดลำดับความสับสน รวมกันแล้วทำให้ไม่น่าอ่านเลย
 
 
ขอกลับมากล่าวถึงเนื้อเรื่องก่อนนะคะ
 
 
เรื่องนี้เล่าสมัยรอยต่อช่วงใกล้จะเสียกรุงอยุธยาและสมัยพระเจ้าตากสิน
 
พระเอกเองเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากในการหาข่าว 
 
โอไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร แต่โอไม่ค่อยเข้าถึงความรักชาติในเรื่อง คือโอรู้สึกว่ามันมาแบบผิว ๆ อาจเพราะไม่ค่อยรู้สึกถึงการสูญเสีย อาจเพราะบทบาทของพระนางเป็นแบบก้ำกึ่ง คือไม่ใช่แนวหน้า ไม่ใช่พวกที่ออกไปรบในสงคราม เลยไม่มีอารมณ์ร่วมนักก็ได้
 
ปมในเรื่องมีมาแบบงง ๆ คือโอไม่รู้สึกว่ามันเป็นปม แต่เหมือนการเล่าเรื่องเรื่อย ๆ ที่เดี๋ยวก็จะขยายอธิบายเหตุผลเอง ไม่รู้สึกถึงความลึกลับซับซ้อนเท่าใดนัก ส่วนที่ซับซ้อนอย่างกลบท โอก็ไม่ว้าว เพราะไม่เข้าใจ เลยไม่คล้อยตาม
 
หลายอย่างในเรื่องก็ดูไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อเนื้อเรื่องเท่าที่ควร ตอนจบก็ปล่อยตัวละครไปซะมาก ถ้ามีกล่าวคนที่มีบทบาทสำคัญในสายตาพระนางสักนิดจะดีกว่านี้
 
ความจริงเรื่องนี้สามารถเขียนเป็นเล่มเดียวจบได้เลย เพราะเนื้อหามีไม่มาก การเล่าเรื่องยืดเยื้อ ส่วนที่ควรจะเน้นกลับไม่เน้น เช่นปม ตัวละครต่าง ๆ อย่างกรมขุนวิมล โอก็อยากเห็นนางเอกกล่าวถึงท่านหน่อย ผูกพันกันไม่น้อย หรือเจ้าจอมเพ็ญ ที่พูดถึงเธออยู่หน่อยแล้วก็เล่าเรื่องอื่น ตกลงแล้วอย่างไรต่อ หรืออย่างเรื่องลำดับเวลา เช่น ตอนนางเอกเข้าไปอยู่ในวัง อยู่ ๆ โอก็อ่านเจอว่าหลายปี โอก็เหวอว่ามันผ่านมาหลายปีตอนไหน หรือตอนแต่งงาน ที่กล่าวถึง แล้วอยู่ ๆ ก็พูดว่าผัวเมีย อ้าว แต่งตอนไหน คือมันไม่มีสถานการณ์บ่งบอกชัดเจนให้คนอ่านรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงน่ะค่ะ ซึ่งโอว่าพวกนี้สำคัญนะ เพราะมันทำให้คนอ่านวางตัวละครตามเรื่องในหัวผู้เขียนถูก
 
วิธีเล่าเรื่องของผู้เขียน โอก็ไม่ค่อยชอบ นอกจากเรื่องเรียบเรียงไม่ดี ซึ่งเป็นความผิดเฉลี่ยกับกองบรรณาธิการ การเน้นน้ำหนักของความสำคัญ การเชื่อมโยง การถ่ายทอดออกมาให้ผู้อ่านเห็นภาพ ก็ยังไม่ดี
 
วิธีเล่าที่โอเห็นในเรื่องอย่างการตัดประโยคมาขึ้นย่อหน้าใหม่ เพื่อเน้นความ (เน้นอารมณ์ หรือเน้นความสำคัญก็แล้วแต่) แทนที่จะเป็นการเน้นอย่างที่ผู้เขียนตั้งใจ มันกลายเป็นการตัดความให้ไม่ต่อเนื่องแทน เพราะส่วนที่ตัดมามันไม่จบประโยค ไม่จบความ เหมือนไปผ่ากลางประโยค แล้วหยิบที่เหลือมาตั้งใหม่ ส่วนตัวว่าไม่ดี เพราะผลไม่เป็นไปตามเจตนาเดิมผู้เขียนคือเน้นความ 
 
การใช้จุด (...) และ เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) ในเรื่อง ก็ไม่ค่อยตรงอารมณ์ 
เว้นวรรค คือ ลมหายใจหนึ่งเฮือก
จุด คือ ลมหายใจยาว เงียบยาว
เครื่องหมายตกใจ คือเสียงดัง ต้องการเน้น มันจะดัง คล้ายตะโกนสั้น ๆ 
 
เมื่อไรที่ทุกอย่างสอดคล้องกัน มันจะลื่นไหล และเป็นธรรมชาติ
 
ตัวละครพระนางในเรื่อง โอเฉย ๆ ค่อนไปทางไม่ค่อยปลื้ม 
 
 
อย่างออกพระศรีสิขันทิน โอว่าด้วยบทบาทการปลอมเป็นขันทีของเขานี่น่าสนใจ โอก็สนุกกับการที่เขามีบทบาทนี้ในเรื่อง แต่พอเวลาผ่านไป บทบาทของเขากลับเจือจางไปเรื่อย ๆ 
 
แม่แมงเม่า ช่วงต้นเธอมาพร้อมกับการเป็นแม่สาวแก่น และเช่นกัน บทบาทแก่นแก้วของเธอค่อย ๆ เจือจางไป โอว่าถ้าจะมีบทบาทอย่างไรก็น่าจะเอาให้สุด หรือถ้าจะเปลี่ยน ก็ต้องมีจุดเปลี่ยนที่ชัด 
 
โอว่าบุคลิกของทั้งคู่น่าจะโดดเด่นได้มากกว่านี้ ถ้าดูจากการเลือกสร้าง
 
 
ส่วนที่โอไม่ชอบบทบาทเข้าพระนาง คือบทบาทความรัก โอไม่ค่อยปลื้มความรักสมัยโบราณ ที่พอชอบแล้วชอบตู่ ผู้หญิงว่าแปลว่าผู้หญิงรัก ผู้หญิงผลักแปลว่าผู้หญิงยอม การอ้างสิทธิ์จีบแปลว่าสามารถเข้าครอบครองเป็นเจ้าของทางวาจาหรือกายนี่ไม่ชอบเลย ส่วนตัวค่อนข้างจะต่อต้านอะไรแบบนี้ แต่โอก็พยายามเข้าใจว่านี่คือเรื่องโบราณ นี่คือวิถีของมัน (ถึงโอจะหวังอะไรที่ต่างออกไปก็เถอะ)
 
 
2 ดาว โอไม่ค่อยชอบเนื้อเรื่อง และอย่างที่ว่าไป โอว่าเรื่องนี้มีจุดบกพร่องโขอยู่ 
 
เรื่องภาษาสำนวนจะยาวมาก อยากอ่านเชิญข้างล่างจ้า ไม่อยากอ่านปิดตรงนี้ได้ จบแล้วค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ยกมาจากในเพจที่เคยเขียนไว้
 
 

การใช้ พลอย พาล พาน

พลอย ใช้กับการคล้อยตาม ร่วมด้วย
พาล หมายถึงหาเรื่องให้เดือดร้อน เช่น พาลหาเรื่อง
พาน หมายถึง ทำท่าว่า

ตัวอย่าง

หน้า 34
เสียงทหารคาดตราเหมือนพวกมหาดเล็กในกำแพงวัง ร้องไล่อ้ายติ่น อ้ายผลที่กำลังจะเดินผ่านหน้าร้านนายหาญ พาลทำเอาหญิงสาวที่กำลังเดินตามลูกน้องสองคนมาชะงักฝีเท้าไปด้วย

ต้องใช้ พลอย (พลอยทำ...ไปด้วย)

หน้า 42
"ไม่ใช่สตรีแน่ ฉันเห็นมากับตา แต่งตัวโพกหัวเหมือนแขก ทว่าเนื้อตัวหอมกรุ่นเหมือนคุณข้างใน หน้าขาวผ่องเป็นหญิง แต่มองอย่างไรก็เป็นชายแน่ ๆ" เล่าพลางก็พาลคิดถึงรอยยิ้มจาง ๆ ของสายตาคู่นั้นขึ้นมาให้ใจเต้นอีกจนได้

ต้องใช้ พาน (เล่าพลางก็ทำท่าว่าคิดถึงรอยยิ้ม...)

 
ยกตัวอย่างการเรียบเรียงความที่ยังไม่ดี
 
เล่ม 1
 
หน้า 35
 
 
แต่คนอย่างแมงเม่าถึงไม่เคยนึกหวาดกลัวพวกมหาดเล็กเหล่านี้อยู่แล้ว เพราะเห็นท่าวางเขื่องถือตัวว่ามาคอยไล่ผู้คนทั้งหลาย แต่คนพวกนี้จะอยู่ หรือดูแลพวกท้าวนางเหล่านั้นก็มิได้ เพราะพวกนี้ก็เป็นทหารผู้ชาย ที่ไม่สามารถเข้าใกล้คุณท้าวนางเหล่านั้นได้ ทำเป็นเดินเตร่ไปมา วางเขื่องข่มชาวบ้าน แต่ก็ทำได้แค่เฝ้าตะโกนไล่ผู้คนรอบข้างเท่านั้น จะเข้าเฝ้าท้าวนางใกล้ชิดก็ยังไม่ได้ เพราะเมื่อเป็นผู้ชายต่างก็ตกต้องข้อห้ามเข้าใกล้ ห้ามจ้องมองเจ้าจอมท้าวนางเธอและนางกำนัลเหล่านั้นไม่ต่างกับชาวบ้านเหมือนกัน
 
ที่ขีดเส้นใต้คือความเดียวกันเลย แล้วใช้ 'แต่' พร่ำเพรื่อมาก ๆ 
 
 
ตัวอย่างนี้เห็นชัด ซึ่งในเรื่องจะมีประมาณนี้เกือบทุกหน้า ที่พบว่ามีการใช้คำซ้ำย้ำความเดิม 
 
 
 
สามารถตัดได้เหลือ
 
 
ถึงกระนั้นคนอย่างแมงเม่าไม่เคยนึกหวาดกลัวพวกมหาดเล็กเหล่านี้อยู่แล้ว ทำท่าวางเขื่องถือตัวว่ามาคอยไล่ผู้คนทั้งหลาย แต่กลับไม่สามารถเข้าใกล้ดูแลคุณท้าวนางเหล่านั้นได้ เนื่องจากต้องข้อห้ามเข้าใกล้ ห้ามจ้องมองเจ้าจอมท้าวเธอและนางกำนัลเหล่านั้นไม่ต่างจากชาวบ้านเหมือนกัน
 
 
 
หน้า 72
 
 
นานหลายปีที่เธอไม่ได้ไปเดินเล่นริมกำแพงวังดูมหรสพในงานสมโภชใหญ่ ไปเดินดูพวกละครเทพทองที่เล่นกันตั้งแต่ย่ำค่ำ ละครนอกของนายแปลกคงจัดเตรียมจะเล่นต่อ แล้วยังพวกหุ่นหนังเชิด คงกางแปลงโหมกะลาไฟ พร้อมรอออกจับลิงขาวลิงดำกันเมื่อสิ้นแสงตะวัน ทั้งระบำ กระบี่กระบอง มวยปล้ำ หรือเปรียบเชิงมวยที่พี่ชายของเธอชอบนักหนา เพราะหากสนุกขึ้นมาก็คงลงเวทีพาร่างบาง ๆ ของตัวเองไปประชันกับคนอื่นเขาเป็นที่ครึกครื้นได้เงินติดปลายนวมกันหอมปากหอมคอ
 
 
 
อ่านแล้วงง ไม่มีอะไรเป็นเหตุเป็นผลเลยระหว่าง [พี่ชายชอบมวย และ เมื่อนึกสนุกก็ลงเวที] แต่เป็นข้อความคล้อยตามกัน
 
 
แต่มันมีเหตุผลระหว่าง [ พี่ชายชอบมวย และ เมื่อชนะได้เงิน ] หรือ [ พี่ชายชอบมวย และ สนุกครึกครื้น ]
 
 
ลองเรียงใหม่จะเป็นประมาณนี้
 
 
หรือเปรียบเชิงมวยที่พี่ชายเธอชอบนักหนา เพราะได้เงินติดปลายนวมยามนึกสนุกลงเวทีพาร่างผอมบางของตัวเองไปประชันกับคนอื่นเป็นที่ครึกครื้นได้เงินติดปลายนวมกันพอหอมปากหอมคอ
 
 
*ปกติผู้ชายเขาไม่ใช้คำว่าร่างบาง (ยกเว้นนิยายวายบางเรื่อง) ร่างบางหมายถึงผู้หญิง ถ้าเป็นลองเปลี่ยนเป็นร่างผอมบางจะเข้าทีกว่า 
 
หน้า 105
 
แลไปไม่ไกลก็มองเห็นเรือนมุงจากที่เป็นแนวยาวคู่มากับกำแพงวัง ปลูกขนานคู่กับถนนเลียบกำแพงไปจนกระทั่งสุดตา เรือนมุงจากนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่พร้อม ๆ กับเวทีแสดงพวกนี้เป็นแน่ เพราะดูสีใบจากยังใหม่สด แต่เหมือนจะมีคนยืนเดินอยู่ด้านในหลายสิบคน ทว่ามองเห็นไม่ค่อยถนัดนัก
 
- ประโยค
1. มองเห็นเรือนมุงจาก (ประธานคือพวกนางเอก+ผู้อ่าน)
2. ปลูกขนานคู่กับถนนเลียบกำแพง ตรงนี้เป็นส่วนขยายของเรือนมุงจาก แต่ส่วนขยายยาวจนชวนสับสนว่าเป็นประโยคใหม่โดยมีประธานคือเรือนมุงจาก (กรณีนี้จะละประธานไม่ได้เพราะเป็นการพูดถึงครั้งแรก)
 
- ไม่ควรใช้ แต่ เชื่อมประโยค เพราะไม่ได้มีข้อความขัดแย้งใดเกิดขึ้นเลยระหว่าง 1. เรือนมุงจากยังใหม่ 2. ในเรือนนั้นมีคน (แต่มองเห็นไม่ถนัด ตรงนี้ขัดแย้ง)
และถ้าเป็นโอ โอจะละ เพราะ ออก ไม่ให้มีคำสันธานติดกันมากในประโยคเดียว
 
ถ้าให้โอเขียนใหม่ จะเป็น
 
แลไปไม่ไกลก็มองเห็นเรือนมุงจากปลูกขนานระหว่างถนนและกำแพงวังที่ทอดยาวจนกระทั่งสุดตา เรือนมุงจากนี้เพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่พร้อม ๆ กับเวทีแสดงเป็นแน่ ดูจากสีใบจากที่ยังใหม่สด แม้จะเห็นไม่ค่อยถนัด แต่ก็พอมองออกว่ามีคนหลายสิบคนบ้างยืนบ้างเดินอยู่ด้านในเรือน
 
 
ยกตัวอย่างการใช้วรรคตอนที่ไม่ควรใช้
 
หน้า 80
 
ม่วงพาร่างผอมบางของตัวเองเดินตามลำพังมุ่งไปทางโรงรับชำเราที่อยู่ไม่ห่าง ตามปกติจะมีชายร่างท้วม หัวล้าน ไว้เคราหนา เหมือนกับที่คนเขาว่า หัวล้านแบบ  'ราชคลึงเครา' นั่นเป็นคนที่คอยยืนเรียกขานหญิงข้างในให้ออกมาตอบรับหนุ่มฉกรรจ์ที่กำลังจะเข้ามา ทว่าวันนี้กลับดูรอบด้านเงียบเหงาเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ด้านใน ทำให้คนที่มารอต้อนรับด้านหน้า มีเพียงตัวออกญา คนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่
 
ควรใช้เป็น
 
วันนี้รอบด้านกลับดูเงียบเหงา
 
และ
 
มีเพียงตัวออกญาคนเดียวเท่านั้นที่ยืนอยู่ (ไม่ต้องเว้นวรรค)
 
ตัวอย่างการเรียงเรียงและจัดลำดับความไม่ดี
 
หน้า 89
 
พันหาญเป็นนายทหารหนีศึกที่ไปเป็นมือขวาของเสือขุนทองก่อนที่จะเสียชีวิต ทางเศรษญีมิ่งส่งคนไปติดตามข่าวคราวการตายของเสือขุนทองมานักต่อนัก แต่ก็ไม่มีใครรู้ข่าวคราวว่าสาเหตุที่ทำให้เสือใหญ่พลาดท่าพม่าได้นั้นมาจากสิ่งใด
 
แต่เมื่อสิ้นเสือขุนทอง บรรดาสหายรักของเสือขุนทองทั้งหลายก็พากันแตกกระจัดกระจายอยู่นอกด่าน บ้างไปเป็นโจรป่า บ้างก็ไปเป็นทหารอาสา บ้างก็ทำไร่ไถนาอยู่ตามหัวเมือง โดยไม่คิดจะหวนกลับมาที่พระนคร
 
 
 
ย่อหน้าแรกกล่าวถึงพันหาญ ข้อความในวรรคเดียวกัน หรือใกล้กันก็ควรพูดถึงพันหาญก่อน แล้วถึงจะค่อยกล่าวไปถึงเสือขุนทอง และเศรษฐีมิ่งต่อไป ลำดับจึงจะไม่สับสน ลองดูดี ๆ ประโยค 'เศรษฐีมิ่งตามข่าวเสือขุนทอง' จะโดดออกมาจากความเดียวกัน เพราะไม่ต่อเนื่องกัน
 
โอลองเรียงใหม่ เป็น
 
พันหาญเป็นอดีตนายทหารหนีศึก ซึ่งต่อมากลายเป็นมือขวาของเสือขุนทอง เมื่อเสือขุนทองพลาดท่าพม่า บรรดาสหายรักของเสือขุนทองรวมถึงพันหาญเองก็พากันแตกกระจัดกระจายอยู่นอกด่าน บ้างไปเป็นโจรป่า บ้างก็ไปเป็นทหารอาสา บ้างก็ทำไร่ไถนาอยู่ตามหัวเมือง โดยไม่คิดจะหวนกลับมาที่พระนคร
 
ส่วนประโยค 'เศรษฐีมิ่งตามข่าวเสือขุนทอง' ยังไม่ควรนำมาลง เพราะยังไม่ต่อเนื่องดี หาจังหวะเหมาะ ๆ ตอนพูดถึงเศรษฐีมิ่งและเสือขุนทองครั้งใหม่จะดีกว่า (ลงมาอีกสี่ห้าบรรทัดก็น่าจะหาจังหวะลงได้)
 [แม้เศรษฐีมิ่งจะเคยส่งคนไปติดตามข่าวการตายของเสือขุนทองหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรู้สาเหตุการตายของเสือขุนทองที่แท้จริง]
 
หน้า 133
 
คนที่ทำหน้าที่ขันที เข้าออกส่วนพระราชฐานได้ทุกส่วน จะสามารถเข้านอกออกในฝ่ายหน้าฝ่ายในได้จึงต้องคอยรับหน้าที่นี้
 
อ่านแล้วงงไหมคะ 
 
 
เรียงใหม่
 
 
คนที่ทำหน้าที่ขันทีสามารถเข้าออกส่วนพระราชฐานได้ทุกส่วน ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน เขาจึงต้องรับหน้าที่นี้
 
 
หน้า 295
 
เจ้าจอมเพ็ญผู้สวยสะคราญ ที่เขารับใช้ใกล้ชิดมาตลอดสามปี ไม่เคยคิดว่าจะมีจิตเห็นผิดเป็นชอบ หวังแต่ทรัพย์สินเงินทองจนเห็นผิดเป็นชอบ ไม่คิดเลยว่าเจ้าจอมเพ็ญที่เห็นเป็นสตรีผู้ใหญ่ผู้ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมากกว่าใครในราชสำนัก จึงสมัครใจยอมทำตัวสวามิภักดิ์ตลอดสามปีนับแต่แฝงเร้นตัวเข้ามา เพราะคิดว่าจะทำให้เขามีโอกาสได้รับรู้ข้อความที่เป็ฯประโยชน์หลากหลาย แต่คราวนี้หลายสิ่งหลายอย่างกำลังทำให้เขาประหลาดใจ ประหลาดใจว่าคนที่เขากำลังสงสัยที่สุดอาจจะเป็น 'เจ้าจอมนางใน' ผู้นี้
 
เรียบเรียงไม่ดีเลย ที่ขีดเส้นใต้คือความเดียวกัน ที่กล่าวย้ำไปมาจนงงความที่ต้องการจะสื่อ
 
เรียงใหม่ เป็น
 
 
ไม่คิดเลยว่าเจ้าจอมเพ็ญที่เห็นเป็นสตรีผู้ใหญ่ผู้ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยมากกว่าใครในราชสำนัก เขาจึงสมัครใจยอมทำตัวสวามิภักดิ์ตลอดสามปีนับแต่แฝงเร้นตัวเข้ามา ด้วยคิดว่าจะทำให้เขามีโอกาสได้รับรู้ข้อความที่เป็นประโยชน์หลากหลาย จะหวังแต่ทรัพย์สินเงินทองจนเห็นผิดเป็นชอบ 
 
หลายสิ่งหลายอย่างกำลังทำให้เขาประหลาดใจ ประหลาดใจว่าคนที่เขากำลังสงสัยที่สุดอาจจะเป็น 'เจ้าจอมนางใน' ผู้นี้
 
 
เล่ม 2
 
หน้า 407 
 
พันหาญมองเขาด้วยความเต็มตื้น ชะตากรรมเด็กหนุ่มที่เห็นมาแต่เล็ก บุตรชายเสือใหญ่ที่มารดาพยายามเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่ไม่อาจดูแลได้จนเติบใหญ่ เพราะถูกคนทางล้านส่งเข้าไปอยู่ในวัง อ้างว่าเพื่อหนีการติดตามของพ่อเด็ก เด็กคนนั้นจึงถูกทอดทิ้งให้ญาติเลี้ยงดูไปจนเสือขุนทองขอให้บวชเรียนเพื่อจะได้หนีจากวิถีชีวิตเช่นลูกเสือลูกโจร ไม่มีใครรู้เหตุผลที่ 'คุณท้าวสาลิกา' ฆ่าตัวตายที่อ่างแก้วคืนนั้น
 
กำลังอ่านมาดี ๆ อยู่ ๆ คุณท้าวสาลิกาโผล่ออกมาจากไหนคะ โผล่มาไม่มีปี่มีขลุ่ยอะไรเลย ถ้าจะกล่าวถึงก็ต้องมีความเกี่ยวโยงกันด้วย ไม่งั้นมันจะสร้างความเหวอให้คนอ่าน
 
หน้า 546
 
ออกญาวังถูกร่างสูงลากตามนางข้าหลวงคนนั้นเข้ามาหลบมุมมืดด้านในพระที่นั่ง แสงที่สาดตามร่องพระบัญชรทำให้แลเห็นกิริยาท่าทางหวาดหวั่นของนางข้าหลวงคนนั้นได้ตลอดเวลา มือที่ปิดปากเขาลดออกมาพลางกระซิบถาม
"ท่านคิดว่า...นางเข้ามาอันใด" ออกญาวังถามเขา
 
ตอนนี้กำลังพูดถึงออกญาวังค่ะ ประโยคต่อ ๆ มาก็ควรเป็นอะไรที่เกี่ยวกับออกญาวัง แต่ในที่นี้ 'มือ' ไม่ใช่ของออกญาวัง แล้วการใช้ 'พลาง' หมายถึงกริยาสองอย่างนั้นเป็นของคนเดียวกันและเกิดขึ้นในระยะเวลาเดียวกัน 'มือลดออก' กับ 'กระซิบ' จึงต้องเป็นของคนคนเดียวกัน
 
ประโยคบนเปลี่ยนได้หลายแบบเลย
 
เช่น
- มือที่ปิดปากเขาลดออกไปแล้วตอนนี้ เขาจึงกระซิบถาม
- ปากของเขาเป็นอิสระจากมือแล้วตอนนี้ เขาจึงกระซิบถาม
 
จบดื้อ ๆ ตรงนี้แล้วกันจ้า ปวดหลังแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
มี e-book ด้วยค่ะ

 
Thumbnail Seller Link
หนึ่งด้าวฟ้าเดียว
วรรณวรรธน์
www.mebmarket.com
"ได้เจ้ามายืนอยู่เคียงข้างและเข้าใจข้าเช่นนี้ทุกวัน ข้าก็ไม่ต้องการยศถา ทรัพย์สินเงินทองอันใดอีกแล้ว แมงเม่าเอ๋ย" เธออมยิ้มในหน้า "เจ้...



Create Date : 10 มิถุนายน 2561
Last Update : 25 มกราคม 2564 11:42:14 น.
Counter : 1345 Pageviews.

7 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณเรียวรุ้ง, คุณfor a long time, คุณJim-793009

  
เรื่องนี้ยังไม่ได้อ่าน

แต่สนพ.นี้เรื่องพิสูจน์อักษรนี่...แย่จริงจัง และไม่เคยปรับปรุง เซ็งแทนนักเขียนหลายคนมาก ไม่รู้จะมีพิสูจน์อักษรไปทำไม มีแล้วไม่ได้ใช้ ไม่ได้ทำ เหอๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
mariabamboo Photo Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Parenting Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
ออโอ Book Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 มิถุนายน 2561 เวลา:8:58:39 น.
  
กำลังติดละครอยู่เลยค่ะ ว่าจะหานิยายมาอ่านสักหน่อย

แต่ดูรีวิวแล้ว คงผ่านค่ะ เป็นคนที่ถ้าอ่านเจอคำผิดเป็นระยะๆ แล้วหงุดหงิดค่ะ

ขอบคุณคุณโอมากค่ะสำหรับรีวิว เป็นประโยชน์มาก
โดย: ข้าวปั้น IP: 139.99.104.93 วันที่: 11 มิถุนายน 2561 เวลา:12:16:36 น.
  
เรื่องนี้อ่านแล้ว

ชอบระดับหนึ่ง

เรื่องคำสะกดผิดเห็นด้วยอย่างแรง
นะคะ นะจ๊ะ ใช้ผิดเยอะมากสำหรับนามปากกานี้

ทำให้บางครั้งเรามึน หรือเราหว่าที่ผิด5555

และเราก็ซื้อไว้หลายเรื่องมากเช่นกัน นี่ก็list คำสะกดผิดไว้เพียบว่าว่างๆจะส่งให้ผู้แต่ง เคยคุยกับผู้แต่งเหมือนว่าไม่มีกองพิสูจน์อักษรนะคะ

อ่านแล้วรู้สึกขัดใจรูปประโยคหลายประโยคเช่นกัน แต่นึกว่าจะเป็นคนเดียว ไม่คิดว่าจะมีเพื่อน5555
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 11 มิถุนายน 2561 เวลา:17:30:56 น.
  
แพ้ความหวานของนิยายเจ้าป้าค่ะ (เรียกเจ้าป้าตามนี่เคยได้ยินคนอ่านนิยายเค้าเรียกกัน)

เคยอ่านจันทราอุษาคเนย์ไปเรื่องเดียว อาการเหมือนคุณออโอเลยค่ะ
กว่าจะอ่านจบได้เล่นเอาเหนื่อย รู้สึกจมน้ำตาลในเรื่องเพราะเน้นหวานจนเหมือนเนื้อเรื่องแทบไม่ไปไหนเลยค่ะ
ยิ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างได้รับเสียงชื่นชมมากโขอยู่ เลยเข้าใจได้ว่าสไตล์คงไม่คลิกกับเราจริงๆค่ะ
โดย: ของขวัญ IP: 183.88.175.57 วันที่: 14 มิถุนายน 2561 เวลา:14:16:14 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ นั่นสิคะ เสียดายนะ ขอบคุณที่โหวตให้นะคะ

คุณข้าวปั้น เพื่อนเล่าว่าละครทำดีเลย โอได้ดูแค่ที่เป็นคล้าย MV น่าดูอยู่ค่ะ

คุณรุ้ง คิดคล้ายกันค่ะ อ่านแล้วเริ่มสับสน เอ๊ะ นี่เราเข้าใจผิดหรือเปล่า เอ๊ะ ๆ

คุณของขวัญ โอเคยอ่านจันทราฯ แต่มันนานมากแล้ว จำได้ลางเลือน ถ้าให้อ่านตอนนี้ก็ไม่รู้จะรู้สึกยังไงเหมือนกันค่ะ

โดย: ออโอ วันที่: 20 มิถุนายน 2561 เวลา:1:08:29 น.
  
คุณโอแยกแยะองค์ประกอบในนิยายให้เห็นภาพชัดเจนมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆ

หวังว่าสิ่งที่คุณโอรีวิว จะส่งไปถึงสำนักพิมพ์ และเป็นแรงผลักดันให้นักเขียนพัฒนาคุณภาพงานเขียนต่อไปนะครับ
โดย: Jim-793009 วันที่: 9 กรกฎาคม 2561 เวลา:17:55:54 น.
  
คุณ Jim-793009 โอคิดว่าตัวโอไม่ได้ถูกต้องตลอดนะคะ โอมีหลายอย่างที่ผิดพลาดเหมือนกัน เพียงแต่ถ้ารู้ตัวก็พยายามแก้ไข
เรียกว่าเป็นเสียงสะท้อนจะผู้อ่านเสียงหนึ่งแล้วกันค่ะ
โดย: ออโอ วันที่: 27 กันยายน 2561 เวลา:14:48:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments