กุมภาพันธ์ 2559

 
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
รุ่นพี่ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เขียน
เขาว่ากันว่าสนุก เค้าคนนี้เลยไปหามาอ่านบ้าง
 
 
รุ่นพี่
วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง เขียน
สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์
230 บาท  331 หน้า
 
 
หลังปก
 
"จริงๆ แล้ว น้ำหอม ก็คือ กลิ่นวิญญาณของดอกไม้นั่นเอง"
 
อทิติ ได้กลิ่นวิญญาณ แต่มันกลับไม่หอมหวนเหมือนดอกไม้ วิญญาณนั้นโหยหาความยุติธรรม ทนทุกข์ทรมานมานานปีเพื่อเรียกร้องสิ่งนี้ อทิติไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างเธอจะช่วยอะไรได้ แต่เมื่อถูก รุ่นพี่ ชายหนุ่มไร้หน้ามาคอยตามตื๊อไม่เลิก ขอให้เธอเป็นคู่หูนักสืบเพื่อไขปริศนาฆาตกรรมเมื่อหลายสิบปีก่อน งานนี้คอนิยายสืบสวนอย่างเธอจะพลาดได้ยังไง!
 
 
เล่าเรื่องเอง
 
เด็กสาวที่มีสัมผัสพิเศษได้กลิ่นวิญญาณ อย่าง ม่อน ถูกวิญญาณปริศนาในโรงเรียนประจำรังควาน เพื่อให้เธอช่วยสืบคดีเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน เขาให้เธอเรียกตัวเองว่า รุ่นพี่
 
คนก็มีข้อจำกัดของคน วิญญาณก็เหมือนกัน สถานที่บางแห่งคนเข้าได้ แต่วิญญาณอย่างเขาไม่สามารถทำเช่นนั้น เมื่อผสมกับความสามารถพิเศษในการแยกแยะกลิ่นของวิญญาณของม่อนแล้ว รุ่นพี่เชื่อว่าน่าจะไขคดีได้ไม่ยาก
 
พวกเขา หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณ ต้องตามหาร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ในโรงเรียนคอนแวนต์ที่อดีตเคยเป็นวังเก่ามาก่อน ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณที่่ออกมาวนเวียนยามค่ำคืน เสียงเรียกจากในกำแพง และรอยเลือดปริศนา ข่าวลือปะปนกับความจริง ต้องสืบค้นหลักฐานบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับคดี เพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่ฆ่าท่านหญิงเจ้าของวังพรรณวดีที่แท้จริง
 
 
คุยกันหลังอ่าน
 
เล่มนี้ตั้งใจหยิบมาอ่านคั่นนิยายจีนเรื่องยาวเพื่อเบรกอารมณ์ แต่ปรากฏอ่านแล้วเครียดกว่าเดิมซะงั้น
 
เริ่มที่ โอไม่ชอบเรื่องนี้ บอกก่อนเลย
 
แต่ขอตัดมาเล่าถึงเนื้อหาของหนังสือล้วนๆ ก่อน
 
เป็นแนวสืบสวนไขปริศนาของคนกับวิญญาณ
 
ตัวเอก ม่อน เป็นเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี คนเขียนบรรยายว่าหน้าตาเหมือนเฮลโลคิตตี้ (?) ตากลมดำสองจุด และไม่ค่อยยิ้ม อุปนิสัยชอบอยู่คนเดียว ไม่แคร์สังคม ไม่สนสายตาคนมอง และมองโลกในแง่ร้าย 
 
มีความสามารถพิเศษในการได้กลิ่นและได้ยินเสียงวิญญาณ  ในเรื่องกลิ่นจะเป็นตัวแยกแยะวิญญาณและเรื่องราวต่างๆ ได้
 
โดยมี 'รุ่นพี่' วิญญาณชายไทยไม่ทราบหน้าตา คอยวนเวียนขอความช่วยเหลือ ให้ม่อนร่วมสืบคดีไปกับเขา
 
ม่อนมีเพื่อนสนิทหนึ่งคนชื่อแอ้น
 
แอ้นเป็นเด็กสาวสวยสะดุดตา ที่บ้านรวยมาก เพิ่งย้ายมาเข้าโรงเรียนกลางเทอม แอ้นเห็นม่อนดูไม่สนใจคนรอบข้างคิดว่าแปลกดี เลยเข้าไปตีสนิทด้วย
 
บุคลิกของแอ้นแทบจะตรงกันข้ามกับม่อน คือเป็นคนร่าเริง แสดงออกตามที่รู้สึก ยิ้มง่าย ร้องไห้บ่อย ไม่เก็บอารมณ์ และอ่อนไหวต่อสายตาคนรอบข้าง
 
แต่สิ่งที่ม่อนและแอ้นเหมือนกัน คือ เป็นที่รังเกียจของแก๊งเด็กสาวหัวโจกของชั้น หัวหน้าแก๊งคือเพียงฟ้า โดยเด็กสาวกลุ่มนี้จะก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้ม่อนและแอ้นอยู่เนืองๆ
 
เป็นเรื่องราวของเด็กสาวมัธยมปลายในรั้วโรงเรียนประจำ การปรากฏตัวของสิ่งลี้ลับและปริศนาต่างๆ และการค้นหาตัวคนร้ายที่แท้จริง
 
 
ข้างบนคือข้อเท็จจริงในเล่ม ต่อมาจะเอาความรู้สึกโอร่วมละ
 
เอาเรื่องภาษาและสำนวนก่อน สำหรับโอ ภาษาไม่ผ่านค่ะ ไม่มีคะแนนให้เลยส่วนนี้
 
1. การเล่าเรื่องมีปัญหา สลับมุมมอง เดี๋ยวของม่อน เดี๋ยวย้ายไปมุมคนอ่าน เดี๋ยวย้ายไปมุมของตัวละครอื่น ขาดระบบแบบแผนโดยสิ้นเชิง ภาษาบรรยายปนกับความคิดในใจ อ่านแล้วงงมาก โดยเฉพาะบทเปิดตัวของแอ้น อ่านแล้วจะงงว่า 'เด็กสาว' ที่เขียนถึงนั้นคือใคร ยิ่งไปรวมกับบทต่อมาที่แก๊งเพียงฟ้าพูดถึงเด็กสาวที่เข้าใหม่ ซึ่งหมายถึงทั้งม่อนและแอ้นด้วย
 
2. ภาษาวิบัติ 
"แระ" สี่ครั้ง 
"แระ" ครั้งแรก คำพูดของแอ้น เข้าใจว่าพยายามสร้างตลกเพื่อให้เพื่อนสนใจ ให้อภัยหนึ่งครั้ง "แระ" ครั้งที่สอง ใช้ในการแชท โอเค เด็กสาวแชทกัน พยายามเข้าใจครั้งที่สอง แต่ครั้งต่อๆ มา ให้อภัยไม่ไหวแล้วค่ะ พยายามเข้าใจว่าเรื่องนี้ถ่ายทอดมุมมองผ่านตัวละครที่เป็นวัยรุ่น เลยสร้างตัวตนให้เข้ากับยุคสมัย แต่โอไม่สนับสนุนให้ใช้ภาษาวิบัติในนิยาย เพราะมองว่าภาษาพวกนี้ตายได้ มีเกิดมีดับ แต่นิยายยังคงอยู่ต่อไป ยิ่งหยิบมาเล่าใหม่ เท่ากับยิ่งส่งเสริมให้ภาษาเหล่านี้สืบต่อไป และที่สำคัญ ในความจริง ไม่มีใครพูด "แระ" เลยนะ นอกจากจงใจสร้างความบันเทิง
 
 
3. การใช้ตัวอักษรและสัญลักษณ์สิ้นเปลืองค่ะ
 
ทุกๆ ตัวอักษร ทุกๆ สัญลักษณ์ มีความหมายในนิยาย จะใส่อะไรมา ให้คิดให้รอบคอบ ทุกอย่างมีผลกระทบต่ออารมณ์คนอ่าน
 
แม้กระทั่งจุด โอยกตัวอย่างจุด . ดีกว่า
 
จุดสำคัญมาก สามารถแสดงได้ถึงอารมณ์ในขณะนั้น
 
"เดี๋ยวก่อน"
 
หรือ 
 
"เดี๋ยวก่อน..."
 
เดี๋ยวก่อน อันบน แสดงว่าพูดแล้วจบ ไม่มีอะไรติดค้าง 
แต่
เดี๋ยวก่อน... อันล่าง แสดงว่ายังมีอะไรในใจ ยังอยากจะพูด อยากจะบอก แต่อาจถูกขัดด้วยหลายๆ เหตุผล เช่น นึกอะไรขึ้นได้ บรรยายคำพูดไม่ออก หรือโดนขัดจังหวะ
 
 
อีกตัวอย่าง
 
"เรารักเธอ" แมนๆ ชัดเจนกันไป ไม่มีอะไรติดในใจ
แต่
"...เรารักเธอ" แสดงว่าต้องคิดอะไรอยู่แน่ๆ ถึงพูดไม่ออกในทันที หรืออาจกำลังอาย ไม่แน่ใจ ขวยเขิน ฯลฯ 
 
อีกตัวอย่าง
 
"..."
 
แปลว่า ไม่มีคำพูด ไม่อยากพูด พูดไม่ออก จนมุม ฯลฯ
 
 
หน้า 52
 
ยัยเด็กดมกำแพงยังคงถูพื้นเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ตอนนั้นทุกคนเข้าห้องเรียนกันหมดแล้ว บนระเบียงจึงเหลือเพียงเด็กสาวทั้งสอง
 
เสียงกริ่งเริ่มชั่วโมงเรียนดังยาว!
 
 
ประโยคที่ขีดเส้นใต้ ไม่มีอะไรชวนให้ตกใจเลย เป็นคำบรรยายเรียบๆ แต่แฝงความหมาย แต่ดันมี ! โผล่มา ขัดกับประโยคโดยสิ้นเชิง
 
ถ้าจะใส่เจ้าอัศเจรีย์นี่ แปลว่าประโยคนั้น เสียงนั้นของคุณต้องมีอะไรให้ชวนตกใจ แปลกใจ ไม่งั้นอย่าใส่ค่ะ
 
ถ้าจะตกใจเพราะเสียงกริ่งดัง รูปแบบประโยคอาจจะเป็นลักษณะนี้
 
เช่น
 
ยัยเด็กดมกำแพงยังคงถูพื้นเงียบๆ ไม่พูดไม่จา ตอนนั้นทุกคนเข้าห้องเรียนกันหมดแล้ว บนระเบียงจึงเหลือเพียงเด็กสาวทั้งสอง
 
เสียงกริ่งเริ่มชั่วโมงเรียนดังแทรกขึ้นมา!
 
 
พวกตัวอักษรซ้ำๆ เพื่อแสดงอาการลากเสียงก็เหมือนกัน ปกติจะใช้กันประมาณสามตัว หรืออย่างมากก็บรรทัดหนึ่งนะคะ มากกว่านั้นนอกจากทำให้จัดวางยาก บรรทัดไม่สวยแล้ว ยังรกสายตาอีก
 
 
 
 
 
บทสนทนาและความคิด ขาดความเป็นธรรมชาติ ขาดชีวิตชีวา ขาดตัวตนของตัวละคร
 
อ่านแล้วรู้ว่าจงใจ รู้ว่าคนเขียนเกร็งชัดเจนค่ะ
 
หน้า 28
 
"ม่อน เธอเข้าใจฉันใช่ไหม เธอรู้แล้วนี่ว่าฉันเจออะไรมา เพราะฉะนั้นฉันอยากให้เธอรับรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นฝ่ายผิด สิ่งที่เกิดขึ้นกับบอลเพราะเขาทำตัวเองทั้งนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้บอลตายๆ ไปให้พ้นจากชีวิตฉันเสียที!"
 
คำพูดนี้จงใจค่ะ เป็นสิ่งที่คนเขียนจับใส่ปากของตัวละคร แต่ไม่ใช่สิ่งที่ตัวละครพูดจริงๆ 
 
ส่วนหัวกับท้ายย่อหน้าขาดความเพิ่มระดับที่ลื่นไหล "เธอเข้าใจใช่ไหม" และ "ตายๆ ไปให้พ้นจากชีวิต" ถ้าต้องมีมันจะอยู่คนละประโยคค่ะ บทสนทนาจะมีพัฒนาการของมันตามอารมณ์ เริ่มจากบ่น รำพึง เลเวลสอง อัดอั้น เลเวลสาม ขาดสติ แต่จะไม่รวบเข้ามาในรวดเดียว เพราะการเพิ่มระดับอารมณ์นั้นต้องใช้เวลา
 
และในชีวิตจริง แทบไม่มีใครใช้คำพูดที่มี "เพราะ" "เพราะฉะนั้น" เลย 
 
ตัวอย่าง
 
น้องเอตัวเล็ก : อี๋ ไม่อาบน้ำมาใช่ปะ เหม็นเปรี้ยวสาบกลิ่นโยเกิร์ต
น้องบีตัวเบิ้ม : โยเกิร์ตบ้านใครไม่เปรี้ยววะ แล้วใครจะอาบลง จุ่มนิ้วเดียวแข็งยันเส้นขน หน็อย ทำเป็นบ่นกลบเกลื่อนล่ะสิ ใครไม่อาบมาสามวันพูด!
 
บทสนทนาข้างบนพัฒนามาจากความจริงข้างล่าง
 
น้องเอ : อี๋ เหม็น ไม่อาบน้ำมาใช่ปะ
น้องบี : อาบไม่ลงเพราะอากาศหนาว 
 
 
พยายามอย่าเขียนสิ่งที่ต้องมี แต่ให้นึกว่าทำไมถึงมี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น
 
นอกจากนี้ในเรื่องยังมีคำหยาบ ส่วนตัวโอถึงจะไม่พูด ก็ไม่ได้ต่อต้านคำหยาบอะไร นิยายดิบกว่านี้ก็เคยอ่าน ถ้ามันเป็นไปอย่างธรรมชาติ และมีเพื่อสร้างอรรถรส แสดงถึงตัวตนของตัวละคร แต่เรื่องนี้ อย่างที่บอกไปคือขาดจุดนี้ มันเลยดูหยาบแบบปรุงแต่ง มีความขัดแย้งกันเองอยู่ตลอดเวลา
 
 
ความขัดแย้งนี้ยังรวมถึงบุคลิกของตัวละคร ที่จะเหวี่ยงตามคนเขียน มากกว่าการเติบโตหรือภาคดิบของตัวละคร
 
เฉพาะเนื้อหาถือว่าทำได้น่าสนใจ แต่ยังไม่ถึงขนาดน่าติดตาม พวกร่องรอยต่างๆ หลายครั้งเราไม่ร่วมรับรู้ไปด้วย แต่มาจากโดนตัวละครป้อนให้ การดำเนินเรื่องมีพูดถึงกลิ่นอายอดีตบ้างเล็กๆ พอนึกถึง แต่ยังขาดเสน่ห์ส่วนใหญ่ไป
 
ช่วงต้นของเรื่อง โอว่าเรื่องนี้ติดกลิ่นอายของการ์ตูนญี่ปุ่นมาค่อนข้างเยอะ กลิ่นอายความเป็นการ์ตูนคือตัวละครจะเกินจริง ชัดเจน (เช่น อาร์ตไปเลย บ้าไปเลย ) แต่หลายครั้งขาดความเหมือนจริง การเรียกรุ่นพี่ก็ดูขัดๆ กับธรรมชาติของไทยด้วย เพราะเราไม่มีใครใช้ "รุ่นพี่" เป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 เนอะ ก็ใช้ "พี่" ปกติกัน (นอกจากจะเอ่ยถึงในสรรพนามบุรุษที่ 3 เช่น "พี่นิ้งไง ที่สวยๆ ผมแดง ที่เป็นรุ่นพี่ปีสาม')
 
ตอนอ่าน โอนึกภาพตามที่คนเขียนบรรยายออก โอสามารถนึกภาพตัวละครโลดแล่นได้ แต่ โอคิดว่าเรื่องนี้ขาดอรรถรสความเป็นนิยาย ขาดลีลาทางภาษา ขาดความลุ่มลึกของหนังสือ ขาดความเชื่อมโยงที่ลื่นไหล และขาดความแยบยลในการสอดแทรก
 
สำหรับตอนจบ โอว่าเรื่องนี้ช่วงปลายทำได้ค่อนข้างดี โอชอบบทสรุปที่มี คือจากที่ขมวดคิ้ว อ่านแล้วเครียดแทบทุกบรรทัด ตอนจบทำให้โอพยักหน้าว่าโอเคได้ ตอนจบนี่มีผลต่อความรู้สึกจริงๆ นะ
 
 
ชอบรูปเล่ม พวกเล่นฟอนต์เข้ากับเหตุการณ์ ดูตั้งใจทำดี แม้ส่วนตัวจะไม่ชอบให้นิยายมีภาพประกอบ (แถมภาพไม่เข้ากับเหตุกาณ์ด้วย) แต่ด้วยเรื่องนี้เป็นภาพยนต์ที่ออกมาในเวลาเดียวกันด้วยก็ถือว่ารับได้
 
 
โอไม่มีหลักเกณฑ์การให้คะแนนที่แน่นอนนะ แต่พอจะรู้ว่าตัวเองให้ความสำคัญกับอะไร
 
เรียงตามลำดับ คะแนนเป็นน้ำหนัก (กรุณาถ่วง) 
 
สำหรับโอ
 
1. ความเป็นธรรมชาติ สำนวนจะดิบ จะเว่อร์วัง จะอ่อนช้อย จะธรรมดาได้หมด แต่ขอให้มีความเป็นธรรมชาติในเนื้อเรื่อง ในตัวละคร ข้อนี้ใครมีจะชอบมาก ปลื้มมาก
2. สำนวน ดึงให้เราคล้อยตามได้มากน้อยแค่ไหน เข้าใจลักษณะทางภาษาดีพอไหม ลื่นไหลเข้าใจง่ายไหม
3. เนื้อเรื่อง น่าติดตามไหม สมเหตุสมผลไหม แยบยลไหม
 
สามข้อนี้คือหลักๆ ถ้ามีครบ มีเกณฑ์ว่าคะแนนจะพุ่ง ทั้งนี้ขึ้นกับรายละเอียดปลีกย่อยข้างล่างประกอบด้วย
 
ตัวละคร บุคลิกส่วนตัวปลื้มไหม แกนเรื่องชัดเจนไหม การวางโครงเรื่อง อุตส่าห์วางโครงใหญ่โต ใช้ได้หมดไหม ถ้าจะออกทะเล อย่าออกไกล ต้องรู้จักวกกลับท่าให้ได้ การเก็บประเด็นครบไหม มัดปมยากๆ มา รู้จักคลายให้หมดไหม ให้น้ำหนักเรื่องและตัวละครอย่างสมดุลไหม ฯลฯ
 
ประมาณนี้
 
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ข้อหนึ่งกับสองขาดสำหรับโอมากๆ ก็ต้องตามนี้
 
1
 
 
 
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของโอค่ะ








มี e-book ด้วยค่ะ


 
Thumbnail Seller Link
รุ่นพี่
วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
www.mebmarket.com
อทิติ เป็นเด็กสาวที่สัมผัสวิญญาณได้ด้วยกลิ่น จึงดูเป็นคนประหลดในสายตาเพื่อนๆ และอาจารย์ในโรงเรียนประจำหญิงล้วน เพราะเที่ยวดมผนังหรือสิ่งของต่างๆ ไปทั่...



Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 25 มกราคม 2564 12:09:26 น.
Counter : 1200 Pageviews.

3 comments
  
โหวตหนังสือ

แสดงว่าหนังสือเล่มนี้อาจมีปัญหาเรื่องกลวิธีการเขียน? นักเขียนใหม่หรือเปล่าน้อ?

โออ่านละเอียดดี เป็นคนละเอียดอ่อนต่อตัวหนังสือนะนี่ ดีๆ


แปะใจให้ด้วยจ้า
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ ออโอ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 2 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:10:52 น.
  
แวะมาแปะใจให้ค่ะ

เรื่องผี เรากลัว 5555
โดย: polyj วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:19:11 น.
  
พี่สาวไกด์ฯ น่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ ผู้เขียนเป็นผู้กำกับภาพยนต์ค่ะ โอไม่เชิงอ่านละเอียดนะคะ อ่านปกตินี่แหละแต่คิดว่าตัวเองค่อนข้างอ่อนไหวต่ออารมณ์ความรู้สึก

มีแปะใจแล้ว เดือนแห่งความรักแล้ว เย้ๆ

คุณpolyj โอก็กลัวผีค่ะ ฮ่าๆ แต่เรื่องนี้ไม่น่ากลัวนะคะ หลักๆ ผีไม่ได้ถูกออกแบบให้น่ากลัว (รุ่นพี่เป็นผีสบายอารมณ์และขี้แกล้งนิดๆ) และพอจังหวะที่ต้องการให้กลัว โอขำซะงั้น
โดย: ออโอ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:14:34:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments