Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2557
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
 
2 กุมภาพันธ์ 2557
 
All Blogs
 
Mega project สองล้านล้าน - ผลกระทบเศรษฐกิจไทย

                     โครงการ ลงทุนภาครัฐด้านปัจจัยพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ใน 7 ปีเป็นโครงการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์  รัฐเน้นการลงทุนขนส่งทางรางถึง 83 % ประกอบด้วย รถไฟความเร็วสูง 39.2% รถฟ้าในกทม. 23.6 %และรถไฟรางคู่ 20.2 %  และอีก 17.0 % รัฐนำไปลงทุนในถนนสี่เลน ร่วมกับโครงการที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมต่อระหว่างประเทศคือเวียตนาม-ลาว - พม่า (มุกดาหาร-แม่สอด) ปทุมธานี กาญจนบุรี ท่าเรือน้ำลึกทวาย มอเตอร์เวย์ และโครงการปรับปรุงล้ำน้ำท่าเรือชายฝั่งด่านศุลกากร1

ในภาพรวม โครงการมีเป้าหมายการลงทุนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพจากการขนส่งทางรางและการเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ระยะดำเนินโครงการสั้นเพียงเจ็ดปี ในปีแรกงบประมาณส่วนใหญ่จะลงไปที่ระบบรถไฟฟ้าในเมือง และระบบรถไฟรางคู่ ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท หรือประมาณ 14.65 % ของโครงการ ในปีที่ 4 และปีที่ 5 รัฐจะลงทุนถึง 426,000 ล้าน และ 471,000ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 21.3% และ 23.5 % ตามลำดับ รวมเป็น 67.9 % ของเงินลงทุนทั้งหมด2 ภาพรวมในปีที่สี่และห้าของโครงการจะกระจายไปสู่ต่างจังหวัดซึ่งเป็นส่วนของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ เม็ดเงินลงทุนปริมาณมากเช่นนี้ จะมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นการใช้เม็ดเงินเฉลี่ยปีละ2.65 % ของ GDP ปี 2556หรือตลอดอายุโครงการประมาณ 18.60 % ของ GDP ปัจจุบัน (ประมาณการ DGP ปี2556มีมูลค่า 11.83ล้านล้านบาท)3 เม็ดเงินปริมาณมากนั้น หากมีการกระจายไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ อาจก่อให้เกิดการจ้างงานถึงห้าแสนอัตรา การลงทุนอย่างมหาศาลโดยเฉพาะสิ่งก่อสร้าง ในอนาคตอันใกล้จะผลักดันให้ภาคเอกชนมีการลงทุนในพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟหรือรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอาจเกิดเมืองใหม่หรือชุมชนทันสมัยเกิดขึ้นตามมา

การมีเส้นทางคมนาคมที่เป็นโครงข่ายทั่วประเทศและเป็นเส้นทางที่สะดวกในการเดินทางทั้งในประเทศและเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ จะเกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปตามจังหวัดที่เป็นสถานีรถไฟความเร็วสูง มีการค้าชายแดนเพิ่มขึ้น มีการเดินทางของนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวนักลงทุนกระจายไปสู่ภูมิภาคมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้GDP ในพื้นที่ต่างจังหวัดมีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น ทั้งนี้อาจเทียบเคียงได้จาก เศรษฐกิจของเชียงใหม่ที่เติบโตขึ้นกว่าค่าเฉลี่ย โดยมีนักท่องเทียวเพิ่มจาก 2 ล้านคนต่อปีในพศ.2546 เป็น 5 ล้านคนต่อปี ในปีพศ. 2549 ทั้งนี้เนื่องจากมีสายการบิน lowcost air line บินตรงมาที่เชียงใหม่ ทำให้เชียงใหม่มีGPP (Gross provincialproduct) เพิ่มขึ้นถึง 11.6% เทียบกับลำปางที่คงที่อยู่ประมาณ 3.6 % ขณะที่อัตราการเติบโตของ GDP รวมทั้งประเทศอยู่ที่8.1 % ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน4

ปัจจุบันภาพรวมของการขนส่งของไทยมีสัดส่วนการขนส่งทางถนนถึง86 % ขณะที่มีการขนส่งทางราง 2 % ทางน้ำ 12 % โดยต้นทุนการขนส่งทางรางและทางน้ำมีค่าใช้จ่ายเพียง33% และ 25% ของทางถนนตามลำดับ5 ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งสูงส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง และไม่ดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศนอกจากนี้ยังต้องใช้น้ำมันซึ่งต้องนำเข้าทำให้ต้องสูญเสียเงินตราต่างประเทศ โดยภาคขนส่งมีการใช้พลังงานถึงปีละ 700,000ล้านบาท หรือ 35.4% ของการใช้พลังงานรวมทั้งประเทศ6ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงเช่นกัน หากประหยัดและปรับเปลี่ยนมาเป็นการขนส่งทางรางได้จะทำให้ลดการนำเข้าลงได้ถึงปีละแสนล้านบาท 7

การลงทุนด้านโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานนี้ ยังเป็นการรองรับการขยายตัวของAEC อีกด้วย หากโครงการสิ้นสุดลงจะทำให้มีการเชื่อมโยงในภูมิภาคอย่างสะดวกยิ่งขึ้นจะมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากประเทศที่มั่งคั่งกว่าเช่น สิงคโปร์ มาเลเซียมายังฐานการผลิตในไทย หรืออาจใช้ไทยเป็นทางผ่านไปยังพม่า ลาว เขมรและเวียตนามได้อย่างไรก็ตาม ด้วยความพร้อมทางด้านปัจจัยพื้นฐานทางการขนส่ง ความมั่นคงทางพลังงานประกอบกับ ไทยเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ของคาบสมุทรอินโดจีน ทำให้ไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่ นักลงทุนจะให้ความสนใจเข้ามาลงทุนได้มากกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จะส่งผลต่อการไหลของเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้นซึ่งจะส่งผลด้านบวกต่อการขยายตัวของ GDP

สิ่งที่รัฐต้องระมัดระวังคือการก่อหนี้สาธารณะจะต้องไม่เกินกรอบความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับไม่เกิน 60% ของ GDP (ปัจจุบัน : พ.ศ. 2556)ไทยมีหนี้สาธารณะ 5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 45.5 % ของ GDP 8 หากโครงการนี้มีการลงทุนด้วยเม็ดเงินดังกล่าวยังคงทำให้กรอบหนี้สาธารณะไม่เกิน50 % อย่างไรก็ตามภาครัฐจะต้องกระตุ้นในมีการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าปีละ 6 % จึงจะทำให้อัตราหนี้สาธารณะที่อาจเพิ่มขึ้นจากโครงการอื่นในแต่ละปีงบประมาณอยู่ในระดับไม่เกิน60 %

การกู้เงินในโครงการนี้มีการวางกรอบเป็นการกู้เงินในประเทศทำให้ไม่เป็นการเสี่ยงต่อภาวะผันผวนด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ทำให้รัฐต้องมีภาระจ่ายคืนเงินกู้ถึงปีละเจ็ดหมื่นเจ็ดพันล้านบาทเป็นเวลา50 ปี นอกจากนี้ในแผนระยะสั้นรัฐยังมีกรอบการจัดทำงบประมาณให้ไม่ขาดดุลในปี 2560 ซึ่งหมายความว่ารัฐจะต้องมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐควรปรับเปลี่ยนนโยบายการจำนำข้าวที่ขาดทุนปีละสองแสนล้านบาทไปเป็นการส่งเสริมเกษตรกรในรูปแบบอื่นที่จะช่วยเสริมความมั่นคงของเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนของชาวนาให้ยั่งยืนกว่าทุกวันนี้ จะทำให้ผ่อนคลายภาวะการใช้จ่ายเงินงบประมาณลงได้มาก

การวิเคราะห์ในรายงานนี้เป็นการวิเคราะห์เฉพาะในภาครวมของการลงทุนMega project ด้านโครงสร้างพื้นฐานและเป็นการพิจารณาเพียงปัจจัยการเคลื่อนย้ายเงินทุนในประเทศ หากมีการเชื่อมโยงโครงข่ายในกลุ่มประเทศAEC เข้ามาด้วย และสามารถเชื่อมทางรถไฟไปถึงคุณหมิงหรือจีนตอนใต้ได้ย่อมจะมีผลกระทบในทางบวกต่อการไหลของเงินทุนจากจีนมายังภูมิภาคนี้อย่างมากในระยะยาว ขณะเดียวกันรัฐหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องจะต้องระมัดระวังอัตราเงินเฟ้อที่จะตามมาจากการไหลของเงินทุนอย่างใกล้ชิดมิเช่นนั้นการขยายตัวของ GDP จะถูกกลบด้วยอัตราเงินเฟ้อไปในที่สุด

1,2,4,5 https://www.youtube.com/watch?v=Q-zuZGCf45E

3 //ni-qgdp.nesdb.go.th/macro/NAD/1_qgdp/statistic/menu.html

6//www.dede.go.th/dede/images/stories/stat_dede/Factsq1_q2_2013/facts%20%20figures%20q2_2013.pdf
7,8
//library2.parliament.go.th/giventake/content_hr/hr24/apl015-2556.pdf

//www.nesdb.go.th/Portals/0/eco_datas/account/qgdp/data3_13/BookQGDP3-2013.pdf




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2557 10:02:56 น. 2 comments
Counter : 9768 Pageviews.

 
วิธีชะลอต้อหินหรือจอตาลอก(ความเชื่อ)
ถ้ารักษาตามปกติแล้วอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ลองย้ายที่อยู่ใหม่ดู


โดย: tc IP: 1.46.134.202 วันที่: 4 ตุลาคม 2558 เวลา:11:42:42 น.  

 
วิธีชะลอต้อหินหรือจอตาลอก(ความเชื่อ)
ถ้ารักษาตามปกติแล้วอาการไม่ดีขึ้นแนะนำให้ลองย้ายที่อยู่ใหม่ดู


โดย: tc IP: 1.46.134.202 วันที่: 4 ตุลาคม 2558 เวลา:11:42:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้าพร
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้าพร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.