ก็แค่Weblogดองๆทำเล่นไปเรื่อยแหละน่าของกรรมกรกระทู้ลงชื่อและเมล์ที่Blogนี้สำหรับผู้ที่ต้องการGmailครับ
เข้ามาแล้วกรุณาตอบแบบสอบถามว่าคุณตั้งหน้าตั้งตาเก็บเนื้อหาในBlogไหนของผมบ้างนะครับ
รับRequestรูปCGการ์ตูนไรท์ลงแผ่นแจกจ่ายครับ
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter

เข้ามาเยี่ยมแล้วรบกวนลงชื่อทักทายในBlogไหนก็ได้Blogหนึ่งพอให้ทราบว่าคุณมาเยี่ยมแล้วลงสักหน่อยนะอย่าอายครับถ้าคุณไม่ได้เป็นหัวขโมยเนื้อหาBlog(Pirate)โจทก์หรือStalker

ความเป็นกลางไม่มีในโลก มีแต่ความเป็นธรรมเท่านั้นเราจะไม่ยอมให้คนที่มีตรรกะการมองความชั่วของ มนุษย์บกพร่อง ดีใส่ตัวชั่วใส่คนอื่น กระทำสองมาตรฐานและเลือกปฏิบัติได้ครองบ้านเมือง ใครก็ตามที่บังอาจทำรัฐประหารถ้าไม่กลัวเศรษฐกิจจะถอยหลังหรือประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ได้เจอกับมวลมหาประชาชนที่ท้องสนามหลวงแน่นอน

มีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ขอให้มวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน จงไปชุมนุมพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงทันที

พรรคการเมืองนะอยากยุบก็ยุบไปเลย แต่ึอำมาตย์ทั้งหลายเอ็งไม่มีวันยุบพรรคในหัวใจรากหญ้ามวลมหาประชาชนได้หรอก เสียงนี้ของเราจะไม่มีวันให้พรรคแมลงสาปเน่าๆไปตลอดชาติ
เขตอภัยทาน ที่นี่ไม่มีการตบ,ฆ่าตัดตอนหรือรังแกเกรียนในBlogแต่อย่างใดทั้งสิ้น
อยากจะป่วนโดยไม่มีสาระมรรคผลปัญญาอะไรก็เชิญตามสบาย(ยกเว้นSpamไวรัสโฆษณา มาเมื่อไหร่ฆ่าตัดตอนสถานเดียว)
รณรงค์ไม่ใช้ภาษาวิบัติในโลกinternetทั้งในWeblog,Webboard,กระทู้,ChatหรือMSN ถ้าเจออาจมีลบขึ้นอยู่กับอารมณ์ของBlogger
ยกเว้นถ้าอยากจะโชว์โง่หรือโชว์เกรียน เรายินดีคงข้อความนั้นเพื่อประจานตัวตนของโพสต์นั้นๆ ฮา...

ถึงอีแอบที่มาเนียนโพสต์โดยอ้างสถาบันทุกท่าน
อยากด่าใครกรุณาว่ากันมาตรงๆและอย่าได้ใช้เหตุผลวิบัติประเภทอ้างเจตนาหรือความเห็นใจ
ไปจนถึงเบี่ยงเบนประเด็นไปในเรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันฯเป็นอันขาด

เพราะการทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้สถาบันฯเกิดความเสียหายซะเอง ผมขอร้องในฐานะที่เป็นRotational Royalistคนหนึ่งนะครับ
มิใช่Ultra Royalistเหมือนกับอีแอบทั้งหลายทุกท่าน

หยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ตรรกะวิบัติ รณรงค์ต่อต้านการใช้ตรรกะวิบัติทุกชนิด แน่นอนความรุนแรงก็ต้องห้ามด้วยและหยุดส่งเสริมความรุนแรงทุกชนิดไม่ว่าทางตรงทางอ้อมทุกคนทุกฝ่ายโดยเฉพาะพวกสีขี้,สื่อเน่าๆ,พรรคกะจั๊ว,และอำมาตย์ที่หากินกับคนที่รู้ว่าใครต้องหยุดปากพล่อยสุมไฟ ไม่ใช่มาทำเฉพาะเสื้อแดงเท่านั้นและห้ามดัดจริต


ใครมีอะไรอยากบ่น ก่นด่า ทักทาย เชลียร์ เยินยอ ไล่เบี๊ย เอาเรื่อง คิดบัญชี กรรมกรกระทู้(ยกเว้นSpamโฆษณาตัดแปะรำพึงรำพัน) เชิญได้ที่ My BoardในMy-IDของกรรมกรที่เว็ปเด็กดีดอทคอมนะครับ


Weblogแห่งนี้อัพแบบรายสะดวกเน้นหนักในเรื่องข้อมูลสาระใช้ประโยชน์ได้ในระยะยาว ไม่ตามกระแส ไม่หวังปั่นยอดผู้เข้าชม
สำหรับขาจรที่นานๆเข้ามาเยี่ยมสักที Blogที่อัพเดตบ่อยสุดคือBlogในกลุ่มการเมือง
กลุ่มหิ้งชั้นการ์ตูนหัวข้อรายชื่อการ์ตูนออกใหม่รายเดือนในไทย
และรายชื่อการ์ตูนออกใหม่ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้

ช่วงที่มีงานมหกรรมและสัปดาห์หนังสือแห่งชาติประจำครึ่งปี(ทวิมาส)จะมีการอัพเดตBlogในกลุ่มห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญา
และหิ้งชั้นการ์ตูนของกรรมกรกระทู้


Hall of Shame กรรมกรมีความภูมิใจที่ต้องขอประกาศหน้าหัวนี่ว่า บุคคลผู้มีนามว่า ปากกาสีน้ำ......เงิน หรือ กลอน เป็นขาประจำWeblogแห่งนี้ที่เสพติดBlogการเมืองและใช้เหตุวิบัติอ้างเจตนาในความเกลียดชังแม้วเหลี่ยมและความเห็นใจในสถาบัน เบี่ยงประเด็นในการแสดงความเห็นเป็นนิจ ขยันขันแข็งแบบนี้เราจึงขอขึ้นทะเบียนเขาคนนี้ในหอเกรียนติคุณมา ณ ที่นี้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

Group Blog
นิยายดองแต่งแล่นบันทึกการเดินทางของกรรมกรกระทู้คำทักทายกับสมุดเยี่ยมพงศาวดารมหาอาณาจักรบอร์ดพันทิพย์สาระ(แนว)วงการการ์ตูนมารยาทในสังคมออนไลน์ที่ควรรู้แจกCDพระไตรปิฎกฟรีรวมเนื้อเพลงดีๆจากดีเจกรรมกรกระทู้รวมแบบแผนชีวิตของกรรมกรกระทู้ชั้นหิ้งการ์ตูนของกรรมกรกระทู้ภัยมืดของโลกออนไลน์เรื่องเล่าในโอกาสพิเศษห้องสมุดรวมสาระอุดมปัญญาของกรรมกรกระทู้กิจกรรมของกรรมกรกระทู้กับInternetคุ้ยลึกวงการบันเทิงโทรทัศน์ตำราพิชัยสงครามซุนวูแฟนพันธ์กูเกิ้ลหน้าสารบัญคลังเก็บรูปกล่องปีศาจ(ขอPasswordได้ที่หลังไมค์)ลูกเล่นเก็บตกจากเน็ตสาระเบ็ดเตล็ดรู้จักกับงานเทคนิคการแพทย์ของกรรมกรรวมภาพถ่ายโดยช่างภาพกรรมกรรวมกระทู้ดีๆการเมือง1กรรมกรกับโรคAspergerรวมกระทู้ดีๆการเมือง2ความเลวของสื่อความเลวของพรรคประชาธิปัตย์ความเลวของอำมาตย์ศักดินาข้อมูลลับส่วนตัวกรรมกรที่ไม่สามารถเผยได้ในการทั่วไปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดพระธรรมกายรวมบทความเกี่ยวกับเศรษฐกิจการเงินเจาะฐานการเมืองท้องถิ่น

ถึงผู้ที่ต้องการขอpasswordกล่ิองปีศาจหรือFollowing Userใต้ดินเพื่อติดตามข่าวการอัพเดตกล่องปีศาจและดูpasswordมีเงื่อนไขว่ากรุณาแจ้งอายุ ระดับการศึกษาหรืออาชีพการงาน และอำเภอกับจังหวัดของภูมิลำเนาที่คุณอยู่ เป็นการแนะนำตัวท่านเองตอบแทนที่ผมก็แนะนำตัวเองในBlogไปแล้วมากมายกว่าเยอะ อีกทั้งยังเก็บรายชื่อผู้เข้ามาเยี่ยมGroup Blogนี้ไปด้วย
ถ้าอยากให้คำร้องขอpasswordหรือการFollowing Userใต้ดินผ่านการอนุมัติขอให้อ่านBlogข้างล่างนี่นะครับ
ข้อแนะนำการเขียนProfileส่วนตัว

อยากติดตั้งแถบโฆษณาแนวนอน ณ ที่ตรงนี้จังเลยพับผ่าสิเมื่อไหร่มันจะยอมให้ใช้Script Codeได้นะเนี่ย เพราะคลิกโฆษณาที่ได้มาตอนนี้ได้มาจากWeblogของผมที่Exteen.comซึ่งทำได้2-4คลิกมากกว่าที่นี่ซึ่งทำได้แค่0-1คลิกซะอีก ทั้งๆที่ยอดUIPที่นี่เฉลี่ยที่400กว่าแต่ของExteenทำได้ที่200UIP ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ยน่าย้ายฐานจริงๆพับผ่า
เนื่องจากพี่ชายของกรรมกรแนะนำW​eb Ensogoซึ่งเป็นWebขายDeal Promotion Onlineสุดพิเศษ ซึ่งมีอาหารและของน่าสนใจราคาถูกสุดพิเศษให้ได้เลือกกัน ใครสนใจก็เชิญเข้ามาลองชมดูได้ม​ีของแบบไหนที่คุณสนใจบ้าง

บทที่ ๑๑ เก้าชัยภูมิ(1)

ตามหลักการใช้ทหาร สมรภูมิสามารถแบ่งได้เป็น 9 ชนิด ได้แก่ ที่แบ่ง , ที่เบา , ที่ชิง , ที่ต่อ , ที่เชื่อม , ที่หนัก , ที่ลุ่ม , ที่ล้อม , ที่ตาย

1. หากราชารบกับศัตรูบนดินแดนของตนเอง อันจะทำให้ทหารเป็นห่วงบ้าน จิตใจถูกแบ่งแยก เรียกดินแดนเช่นนี้ว่า “ที่แบ่ง”

2. สมรภูมิที่ล้ำเข้าไปในแดนศัตรูไม่มาก เรียกว่า “ที่เบา”

3. พื้นที่ซึ่งหากเรายึดได้ก่อนจะมีเปรียบแก่เรา หากศัตรูยึดได้ก่อนจะมีเปรียบแก่ศัตรู เรียกว่า “ที่ชิง”

4. พื้นที่ซึ่งทัพเราไปได้ ทัพศัตรูก็มาได้ เรียกว่า“ที่ต่อ”

5. จุดซึ่งแดนเราและแดนศัตรูเชื่อมต่อกับดินแดนอื่น หากใครยึดได้ก่อนก็จะสามารถส่งทูตไปเชื่อมสัมพันธ์กับแดนที่สามให้เกิดพันธมิตรได้ เรียกว่า “ที่เชื่อม”

6. ที่ซึ่งบุกลึกเข้าไปในแดนศัตรูและผ่านเมืองของศัตรูจำนวนมาก เรียกว่า “ที่หนัก”

7. พื้นที่ป่าเขา ภูมิประเทศเปี่ยมอันตราย มีหนองบึงทอดขวางจนยากแก่การสัญจรผ่านได้ เรียกว่า “ที่ลุ่ม”

8. ที่ซึ่งทางเข้าคับแคบ ทางออกคดเคียววกวนและยาวไกล ศัตรูสามารถใช้กองกำลังเพียงหยิบมือพิชิตกองกำลังจำนวนมากของเราได้ เรียกว่า “ที่ล้อม”

9. พื้นที่ซึ่งหากใช้วิธีบุกจู่โจมแบสายฟ้าแลบจะสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ หากไม่จู่โจมแบบสายฟ้าแลบจะถูกพิชิตล่มสลาย เรียกว่า “ที่ตาย” (ทางตัน)


ดังนั้น

ที่แบ่ง ไม่ควรรบ

ที่เบา ไม่ควรหยุดแวะพัก

พบ ที่ชิง ต้องชิงยึดก่อนศัตรูให้ได้ หากศัตรูยึดได้ก่อน อย่าฝืนบุก

ถึง ที่ต่อ แต่ละกลุ่มกองรวมตัวกันให้แน่นหนา เพื่อป้องกันศัตรูจู่โจมตัดแยกกองทัพเป็นส่วนๆ

ถึง ที่เชื่อม ต้องเชื่อมไมตรีกับแคว้นเพื่อนบ้าน

ถึง ที่หนัก ต้องรีบชิงปัจจัยจำเป็นต่างๆเพื่อเสริมให้กองทัพฝ่ายเรา

ใน ที่ลุ่ม ควรรีบผ่านไปโดยเร็ว

ใน ที่ล้อม ควรใช้แผนการอันเลิศล้ำรับมือ

ใน ที่ตาย ควรดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อความอยู่รอด


ในอดีต ผู้เชี่ยวชาญการใช้ทหารนั้น สามารถทำให้หัวท้ายทัพศัตรูไม่อาจคำนึงถึงกันได้ กองใหญ่และกองย่อยไม่อาจหนุนเสริมพึงพากันและกันได้ แม่ทัพไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้ แม่ทัพกับลูกทัพถูกตัดขาดกันโดยสิ้นเชิงโดยไม่อาจกอบกู้ ทหารแตกพ่ายโดยไม่อาจรวมตัวติด แม้จะรวมตัวติดได้ในที่สุดก็ไม่เป็นระเบียบ หากรู้ว่าตั้งประจันต่อไปจะได้ประโยชน์ก็จะตั้งประจันต่อไป หากรู้ว่าไร้ประโยชน์ก็จะหยุด

ขอถาม “หากกองทัพศัตรูมากมายมหาศาลทั้งยังจัดตั้งขบวนทัพอย่างเป็นระเบียบบุกเข้าหาเรา เราควรจะทำอย่างไร?”

คำตอบคือ “ให้ชิงตีจุดสำคัญของศัตรู เช่นนี้ศัตรูก็จะถูกบังคับให้เคลื่อนขบวนตามการควบคุมของเรา

หลักการใช้ทหาร เน้นหนักที่รวดเร็วเลิศล้ำ ฉวยโอกาสที่ศัตรูยังไม่ทันลงมือ เดินในเส้นทางที่ศัตรูหยั่งคาดไม่ถึง จู่โจมจุดที่ศัตรูไม่ทันระวัง


หลักในการบุกเข้ารบในดินแดนของศัตรู

หากบุกลึกเข้าแดนศัตรูมาก กำลังใจทหารจะรวมเป็นหนึ่ง ทัพศัตรูจะไม่อาจเอาชัยเราได้

แย่งชิงเสบียงในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ หยุดพักสามทัพเพื่อบำรุงกำลัง

บำรุงเลี้ยงดูทหารอย่างดี อย่าให้ต้องเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลีย จากนั้นกระตุ้นความฮึกเหิม สะสมพละกำลังไว้

ใช้ทหารอย่างมีเหตุผล วางแผนรบอย่างล้ำเลิศ ให้ศัตรูมิอาจสืบทราบได้

จัดวางกำลังพลไว้ยังจุดซึ่งไม่อาจถอยได้อีก และกระตุ้นให้สู้ตาย ในเมื่อทหารไม่หวั่นแม้ความตาย ก็จะทุ่มเทเรี่ยวแรงสู้สุดกำลัง

ทหารถลำลึกเข้าแดนอันตราย ก็ไม่หวาดหวั่น เมื่อไร้ทางให้ถอย จิตใจทหารก็จะกลับกลายเป็นสงบมั่นคง เมื่อบุกลึกเข้าแดนศัตรู สมาธิจะไม่ถูกแบ่งแยกโดยง่าย และจะกระเหี้ยนกระหือรืออยากเสี่ยงชีวิตกับศัตรู

ดังนั้น กองทัพเช่นนี้ แม้ไม่ต้องสั่งก็รู้จักเพิ่มความระมัดระวังเอง ไม่ต้องร้องขอก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงได้เอง ไม่ต้องบังคับก็รู้จักช่วยเหลือซึ่งกันและกันเอง ไม่ต้องสั่งก็รู้จักรักษาระเบียบทัพเอง

ห้ามขาดเรื่องความเชื่องมงาย ขจัดข่าวลือทั้งปวง ต่อให้ต้องสู้จนตายก็ไม่ถอยหนี

การที่ทหารของฝ่ายเราทำลายทรัพย์สินส่วนเกินทิ้งไปมิใช่เป็นเพราะรังเกียจทรัพย์สินเหล่านั้น ไม่กลัวการสละชีวิตมิใช่เพราะไม่คิดมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ยามคำสั่งรบถูกประกาศ ทหารที่นั่งอยู่จะหลั่งน้ำตารดอกเสื้อ ที่นอนอยู่จะน้ำตาไหลอาบแก้ม

จงทำให้กองทัพอยู่ในสภาพหมดสิ้นทางถอย ทหารก็จะเปลี่ยนเป็นกล้าหาญเอง


ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญการใช้ทหาร จะเป็นประดุงงู “ซ่วยหราน” อันงูซ่วยหรานคืองูชนิดหนึ่งของภูเขาฉาง หากตีหัวงู หางงูจะมาช่วย หากตีหางงู หัวงูจะมาช่วย หากตีกลางตัวงู หัวและหางงูจะมาช่วย

ขอถาม “เราสามารถทำให้กองทัพเป็นดังงูซ่วยหรานได้หรือไม่?”

คำตอบคือ “ทำได้”

ชาวแคว้นอู๋และชาวแคว้นเยว่ แม้จะเป็นศัตรูคู่แค้นกันมานาน แต่เมื่อพวกเขาลงเรือลำเดียวกัน แล้วเผชิญกับลมพายุ ก็สามารถที่จะช่วยเหลือกันและกันได้ ประดุจแขนซ้ายขวา

ดังนั้น คิดจะใช้วิธีผูกม้าหยุดรถศึกเพื่อให้จิตใจของทหารสงบลงนั้น มันเชื่อถือไม่ได้

หากต้องการให้ทหารทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งเดียวออกรบอย่างกล้าหาญ ต้องมีการบังคับบัญชาที่ดี

ต้องการให้ทหารที่ขลาดเขลาอ่อนแอสู้สุดกำลัง ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์จากชัยภูมิอย่างเหมาะสม

ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญการใช้ทหาร จะสามารถบังคับบัญชาสามทัพได้อย่างง่ายดายประดุจบังคับคนเพียงคนเดียว นั่นก็เนื่องมาจากทำให้ทหารตกอยู่ในสภาพคับขันหมดสิ้นทางถอยนั่นเอง


การบังคับบัญชากองทัพ ต้องสุขุมเยือกเย็น ลึกซึ้งมิอาจหยั่ง เข้มงวดจริงจัง และเป็นขั้นตอน

ต้องสามารถปิดบังไม่ให้ทหารทราบแผนการได้แม้แต่น้อย

เปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบ เปลี่ยนแผนการ ให้คนอื่นไม่อาจมองออกได้

ต้องหมั่นเปลี่ยนที่ตั้งค่าย เดินทัพวกวนไปมาเพื่อให้ศัตรูคาดเดาจุดหมายปลายทางและความเคลื่อนไหวไม่ออก

ยามแม่ทัพมอบหมายภาระหน้าที่แก่พลทหาร ต้องทำเหมือนให้เขาขึ้นไปสู่ที่สูงแล้วเอาบันไดออกให้เขาไม่อาจจะลงมาได้อีก

เมื่อนำทัพบุกลึกเข้าสู่แดนศัตรู จะต้องเหมือนยิงธนูเหนี่ยวหน้าไม้ ไปแล้วไม่อาจย้อนกลับ

เผาเรือทิ้งให้หมด ทุบหม้อข้าวทิ้งให้หมด เป็นการบอกว่าจะต้องตัดสินใจเด็ดขาด เราต้องทำเหมือนไล่ต้อนแพะ ให้มันวิ่งไปทางโน้นวิ่งมาทางนี้ ให้พวกเขาไม่ทราบว่ากำลังจะไปที่ไหนกันแน่

รวบรวมกองทหารทั้งหมดให้ไปอยู่ยังจุดอันตราย ให้พวกเขาถูกบีบให้ต้องสู้ตาย นี่คือหน้าที่ของแม่ทัพ

เปลี่ยนแผนการที่ใช้ตามสภาพท้องที่เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ รุกหน้าถอยหลัง ยึดกุมจิตใจทหารในสภาวการณ์ที่แตกต่างกันทุกแบบให้ได้

เหล่านี้ล้วนมิอาจไม่ศึกษาพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน


หลักการยกทัพออกนอกประเทศ ยิ่งบุกลึกเข้าแดนศัตรูมากเท่าไร จิตใจทหารจะยิ่งรวมเป็นหนึ่ง หากบุกลึกไม่มาก ทหารก็จะเกิดความคิดแบ่งแยกอยากจะหนี

ยามออกจากแคว้นตน ข้ามผ่านแคว้นเพื่อนบ้านสู่แดนศัตรูที่เป็นสมรภูมิ เรียกว่า “ที่อันตราย”

ที่ซึ่งเชื่อมต่อไปได้หลายดินแดนเรียกว่า “ที่เชื่อม”

เมื่อล้ำลึกเข้าไปในแดนศัตรูมาก เรียกว่า “ที่หนัก”

บุกลึกเข้าไปในแดนศัตรูไม่มาก เรียกว่า “ที่เบา”

ที่ผาชันอันตราย เรียกว่า “ที่ล้อม”

ที่ซึ่งหมดสิ้นทางถอย เรียกว่า “ที่ตาย”




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 16:15:03 น.
Counter : 282 Pageviews.  

บทที่ ๑๐ ชัยภูมิ

ชัยภูมิแบ่งเป็น ปลอด , ขวาง , ยัน , ปากขวด , ผาชัน , ห่าง

1. ที่ซึ่งเราไปได้ ข้าศึกก็มาได้ เรียกว่า “ปลอด” ชัยภูมิเช่นนี้ เราต้องชิงตำแหน่งซึ่งอยู่ในที่สูงและหันหน้าไปทางทิศเหนือ จากนั้นทำให้เส้นทางขนส่งเสบียงเป็นไปอย่างสะดวกปลอดโปร่ง เช่นนี้ยามชิงชัยกับข้าศึกจึงจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรา

2. ชัยภูมิซึ่งเส้นทางมีอุปสรรค เข้าไปได้แต่ยากจะถอยกลับได้ เรียกว่า “ขวาง” หากทัพศัตรูไร้การป้องกัน ให้จู่โจมทันทีจะประสบชัย แต่หากศัตรูมีการป้องกันแล้วเราไปจู่จม เราจะไม่อาจเอาชัยได้ เราก็ยากจะถอยได้ จะเป็นผลเสียต่อฝ่ายเรา

3. ชัยภูมิซึ่งทั้งฝ่ายเราและฝ่ายศัตรู ใครลงมือก่อนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เรียกว่า “ยัน” ในชัยภูมิเช่นนี้ ต่อให้ศัตรูพยายามล่อลวงเราอย่างไรก็ห้ามเป็นฝ่ายจู่โจมก่อนเด็ดขาด ทางที่ดีให้แสร้งทำเป็นจะถอยทัพเพื่อล่อให้ศัตรูบุกเข้ามาครึ่งหนึ่ง จากนั้นฝ่ายเราจู่โจมอย่างกะทันหัน จึงจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรา

4. ชัยภูมิ “ปากขวด” ซึ่งมีทางออกคับแคบ หากเรายึดชัยภูมิได้ก่อน ให้ส่งทหารจำนวนมากอุดจุดซึ่งเป็นปากขวด แต่หากศัตรูยึดจุดที่เป็นปากขวดได้ก่อน ก็อย่าไปจู่โจม หากจุดปากขวดนั้นมีทหารศัตรูเฝ้าอยู่ไม่มาก ให้รีบจู่โจมยึดให้ได้ทันที

5. ชัยภูมิ “ผาชัน” หากเราเข้ายึดได้ก่อนศัตรู ให้ยึดที่สูงหันหน้าไปทางใต้แล้วตั้งค่ายรอจู่โจมข้าศึก หากข้าศึกยึดได้ก่อน ก็ให้ถอยเสีย อย่าไปจู่โจม

6. ในชัยภูมิ “ห่าง” ซึ่งทั้งฝ่ายเราและศัตรูอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก กำลังของฝ่ายเราและศัตรูพอๆ กัน ไม่ควรจะไปท้าทาย ฝืนใจรบ จะไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายเรา


6 ข้อข้างต้น คือหลักในการใช้ประโยชน์จากชัยภูมิ และเป็นความรับผิดชอบอันสำคัญยิ่งของแม่ทัพ จึงมิอาจไม่พิจารณาอย่างจริงจัง


สภาพการพ่ายแพ้ของกองทัพมี หนี , ขาดระเบียบ , ขาดการฝึกฝน , แตกพ่าย , สับสน , พ่ายยับ

6 ประเภทนี้ล้วนมิได้เกิดจากภัยธรรมชาติทั้งสิ้น แต่เกิดจากความผิดพลาดของแม่ทัพ

1. ในสภาพการณ์ที่ปัจจัยต่างๆ ของฝ่ายเรากับฝ่ายศัตรูมีพอๆ กัน หากไปจู่โจมศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าเราสิบเท่าแล้วแพ้ เรียกว่า “หนี”

2. เหตุแห่งการแพ้อันเกิดจากทหารฮึกเหิม แม่ทัพขลาดเขลา เรียกว่า “ขาดระเบียบ”

3. เหตุแห่งการแพ้อันเกิดจากแม่ทัพเก่งกล้าสามารถ แต่ทหารขลาดเขลาอ่อนแอ เรียกว่า “ขาดการฝึกฝน”

4. การพ่ายแพ้อันเกิดจากการที่ พลทหารเดือดดาลไม่เชื่อฟังคำสั่ง เจอกับศัตรูก็บุกเข้าปะทะโดยพลการ ทั้งแม่ทัพเองก็ไม่กระจ่างในความสามารถของลูกทัพแล้วยังไปควบคุมบังคับมากเกินไปจนกองทัพไม่อาจเปล่งประสิทธิภาพได้ เรียกว่า “แตกพ่าย”

5. เหตุแห่งการพ่ายแพ้อันเกิดจากแม่ทัพขลาดเขลาอ่อนแอและขาดพระเดช การฝึกฝนอบรมลูกทัพก็เป็นไปอย่างไม่กระจ่างชัดเจน ทำให้ลูกทัพปฏิบัติตามไม่ถูก การจัดขบวนทัพสับสนไม่เป็นระเบียบ เรียกว่า “สับสน"

6. เหตุแห่งความพ่ายแพ้อันเกิดจากแม่ทัพไม่อาจหยั่งคาดศัตรูได้อย่างถูกต้อง ใช้กำลังน้อยเข้าตีกำลังมาก ทั้งยังไม่มีทหารที่เข็มแข็งเป็นแกนหลัก เรียกว่า “พ่ายยับ”


ชัยภูมิคือสิ่งที่มีส่วนช่วยในการทำศึก หากสามารถคาดคะเนสถานภาพของศัตรูได้อย่างแม่นยำ จากนั้นวางแผนพิชิตชัย ศึกษาสภาพชัยภูมิอย่างละเอียด คำนวณระยะทาง เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่แม่ทัพพึงกระทำ

หากแม่ทัพเข้าใจสิ่งเหล่านี้และสามารถนำมาใช้ในการรบได้ จะต้องชนะอย่างแน่นอน แม่ทัพที่ไม่เข้าใจหลักการเหล่านี้อันทำให้ไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้ จะต้องพ่ายแพ้

ดังนั้น หากคาดคำนวณทุกปัจจัยในสมรภูมิโดยละเอียดแล้วมีความมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้ ต่อให้ราชามีคำสั่งว่าห้ามรบ ก็สามารถยืนกรานจะรบได้ หากคาดคำนวณทุกปัจจัยในสมรภูมิโดยละเอียดแล้วมั่นใจว่าไม่อาจเอาชนะได้แน่ ต่อให้ราชาสั่งให้รบ ก็อย่ารบ

ในฐานะที่เป็นแม่ทัพ ควรไม่ละโมบชื่อเสียงเกียรติยศจากชัยชนะ และไม่หวั่นเกรงภัยจากอาญาเมื่อพ่ายศึก คิดหวังเพียงให้กองทัพและประชาสามารถอยู่รอดปลอดภัย อันจะสอดคล้องต่อผลประโยชน์หลักของราชา แม่ทัพเช่นนี้จึงจะนับว่าเป็นแม่ทัพอันมีค่าของประเทศ


หากแม่ทัพรักปรานีลูกทัพประดุจบุตรรัก ลูกทัพจะยินดีร่วมเป็นร่วมตายกับแม่ทัพถึงที่สุด แต่หากแม่ทัพปรานีต่อลูกทัพจนถึงขั้นไม่ยอมลงโทษตามระเบียบทัพ ทำให้ลูกน้องไม่เชื่อฟังคำสั่ง ก็เหมือนเลี้ยงลูกให้เสียคน กองทัพเช่นนี้ก็จะไร้ประโยชน์เช่นกัน


รู้แต่ว่าฝ่ายเรามีความสามารถบุกได้โดยไม่เข้าใจว่าสภาพศัตรูในตอนนั้นยังไม่ควรบุก ความเป็นไปได้ที่จะชนะจะมีเพียงครึ่งเดียว

รู้แต่ว่าเราเข้าจู่โจมฝ่ายศัตรูในตอนนี้ได้ แต่ไม่รับรู้ว่าเราในตอนนี้ไม่มีความพร้อมพอจะไปจู่โจมศัตรูได้ ความเป็นไปได้ที่จะชนะก็มีเพียงครึ่งเดียว

ทำความเข้าใจกระจ่างว่าศัตรูในตอนนี้กำลังเหมาะที่เราจะจู่โจม และรู้ว่าความพร้อมของเราในตอนนี้เหมาะจะจู่โจมศัตรู แต่ไม่เข้าใจว่าสภาพชัยภูมิในตอนนั้นไม่เหมาะจะจู่โจมศัตรู ความเป้นไปได้ที่จะชนะก็ยังคงมีเพียงครึ่งเดียวเช่นกัน

ดังนั้น แม่ทัพที่เข้าใจการใช้ทหารอย่างถ่องแท้นั้น ยามเคลื่อนไหวต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน แผนการที่ใช้มีการพลิกแพลงได้ไม่สิ้นสุดโดยไม่ยึดตายตัวตามตำราใดๆ

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า

รู้เขารู้เรา ย่อมชนะ

รู้เวลา รู้ชัยภูมิ ย่อมชนะ




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 16:01:32 น.
Counter : 263 Pageviews.  

บทที่ ๙ การเดินทัพ

ในการเดินทัพและจับตาดูข้าศึก ควรระวังดังต่อไปนี้


เมื่อเดินทัพผ่านพื้นที่ภูเขา

1. ให้เดินเลาะไปตามหุบเขาซึ้งมีหญ้าน้ำอุดมสมบูรณ์

2. ยามหยุดตั้งทัพ ต้องเลือก “ที่เป็น” คือ มีทางหนีทีไล่สะดวก และตั้งค่ายพักในที่สูง หันหน้าไปทางทิศใต้

3. หากศัตรูยึดที่สูงได้ ห้ามไปปะทะด้วยเด็ดขาด


หากต้องข้ามแม่น้ำ

1. ต้องตั้งค่ายพักในจุดที่ห่างจากแม่น้ำพอสมควร

2. หากทัพศัตรูยกข้ามแม่น้ำมาจู่โจม อย่าปะทะกันในน้ำ ให้ฉวยโอกาสจู่โจมขณะที่ทัพศัตรุส่วนหนึ่งข้ามแม่น้ำมาแล้วจะได้ผลที่สุด

3. หากต้องปะทะกับทัพศัตรู อย่าปะทะกันใกล้ๆ แม่น้ำ

4. ขณะตั้งค่ายพักหรือจัดทัพใกล้แม่น้ำ ก็อย่าตั้งอยู่ทางใต้น้ำของศัตรู


หลักการเดินทัพผ่านพื้นที่ดินเค็มหรือน้ำท่วมถึงมีหนองบึง

หากผ่านพื้นที่ดินเค็มหรือน้ำท่วมถึงมีหนองบึง ต้องรีบผละห่างโดยเร็ว ห้ามหยุดพักตั้งค่ายเด็ดขาด

หากปะทะกับศัตรูในพื้นที่ดินเค็มหรือมีหนองบึงน้ำท่วมถึง ให้ยึดพื้นที่ซึ่งมีหญ้าน้ำและติดป่าไม้


การตั้งทัพยังทุ่งราบ

ต้องเลือกที่ราบเรียบ จะให้ดีด้านหลังควรอิงเขาสูง ให้ด้านหน้าลาดลงต่ำ ด้านหลังเป็นภูสูง


ตามธรรมดาแล้ว การตั้งทัพมักนิยมตั้งในที่สูง รังเกียจการตั้งทัพในที่ต่ำ เน้นการหันหน้าไปทางทิศใต้ หลีกเลี่ยงการหันหน้าไปทางทิศเหนือ และตั้งค่ายพักในที่ซึ่งสะดวกแก่การหาปัจจัยดำรงชีวิต เช่นนี้ทหารทั้งหลายจะได้ไม่เจ็บป่วย นี่คือหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้ชนะสงคราม

การตั้งทัพยังเนินสูง หรือเขื่อนตลิ่ง ต้องหันหน้าไปทางทิศใต้ ทั้งยังต้องหันหลังให้ยอดเนิน ปัจจัยอันเป็นประโยชน์ต่อทหารเหล่านี้นั้นได้มาจากการช่วยเหลือของชัยภูมิ

หากต้นแม่น้ำมีฝนตกหนัก มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ให้รอจนสายน้ำสงบนิ่งค่อยข้ามเพื่อป้องกันน้ำป่าไหลบ่า

หากพบพื้นที่เหล่านี้

สองฟากแม่น้ำเป็นหน้าผาสูงชัน

บ่อสวรรค์ รอบด้านล้วนเป็นผาสูง ตรงกลางเป็นที่ต่ำ

คุกสวรรค์ รอบด้านมีแต่เส้นทางอันตราย เข้าง่ายออกยาก

ตาข่ายฟ้า คือพื้นที่เต็มไปด้วยพุ่มหนาม ยากจะผ่านไปได้

กับดักฟ้า พื้นที่ชื้นแฉะเป็นบ่อโคลน

ช่องว่างแห่งฟ้า คือพื้นที่ผาสูงชันขนาบหุบผาเล็กแคบไว้ตรงกลาง หรือ ทางที่เว้าลึกลงไปหลายฉื่อ กว้างหลายจ้าง

จะต้องรีบผ่านไปโดยเร็วและห้ามเข้าไปใกล้ เราหลีกหนีห่างจากมัน ให้ศัตรูเข้าไปใกล้มัน

เราเผชิญหน้ากับชัยภูมิเหล่นี้ โดยให้ศัตรูหันหลังให้ชัยภูมิเหล่านี้

หากกองทัพต้องเดินผ่านภูมิประเทศซึ่งเป็นภูเขาและแม่น้ำที่เปี่ยมอันตราย พื้นที่ต่ำมีพุ่มหนามงอกเต็ม และป่าทึบ จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพราะพื้นที่เหล่านี้จะเป็นที่ซ่อนตัวสำหรับซุ่มจู่โจมและเป็นที่ซ่อนตัวของไส้ศึกได้ง่ายมาก


ทหารข้าศึกที่อยู่ห่างจากเราไม่มากแต่ยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นอยู่ได้ เป็นเพราะถือดีว่าอยู่ในชัยภูมิที่ได้เปรียบ

หากทหารข้าศึกมาท้าทายเราทั้งที่ยังอยู่ห่างไกล แสดงว่าต้องการล่อเราให้เข้าไปใกล้

การที่ศัตรูไม่ยอมยึดชัยภูมิมีเปรียบแต่กลับยึดชัยภูมิราบเรียบธรรมดา แสดงว่ามีจุดประสงค์จะใช้ประโยชน์จากการนั้นโดยเฉพาะ

หากในป่ามีต้นไม้หลายต้นขยับไหว แสดงว่าศัตรูวางกำลังหมายซุ่มโจมตีเรา

หากในกอหญ้าพุ่มไม้จัดวางสิ่งของบังตา แสดงว่าศัตรูใช้กลลวงหมายตบตาเรา

การที่อยู่ๆ นกก็บินหนีขึ้นฟ้า แสดงว่าตรงนั้นมีทหารซุ่มอยู่

การที่สัตว์ป่าวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก แสดงว่ากองทัพใหญ่ของข้าศึกบุกมาจู่โจม

หากฝุ่นลอยสูงและแหลม แสดงว่ารถศึกของข้าศึกกำลังมุ่งตรงมายังเรา

หากฝุ่นลอยต่ำและแผ่กว้าง แสดงว่าทัพเดินเท้าของข้าศึกกำลังเดินมุ่งหน้ามายังเรา

หากฝุ่นกระจัดกระจาย เล็กเรียว และยาว แสดงว่าข้าศึกกำลังตัดฟืน

หากฝุ่นน้อยและเดียวสูงเดี๋ยวต่ำ แสดงว่าข้าศึกกำลังตรวจสอบพื้นที่ ตระเตรียมตั้งค่าย

หากทูตของศัตรูเอ่ยวาจานอบน้อมถ่อมตน ขณะที่ประเทศเขากำลังเร่งเตรียมการรบ แสดงว่าคิดจะมาบุกเรา

หากทูตของศัตรูพูดจาแข็งกร้าว ทั้งยังยกทัพมาประชิดคุกคาม แสดงว่าเตรียมจะถอย

หากรถศึกของข้าศึกออกนำและยึดครองปีกซ้ายขวา แสดงว่ากำลังจัดตั้งขบวนทัพเตรียมรบ

หากอยู่ๆ ข้าศึกก็มาขอเจรจาสงบศึกโดยไร้วี่แววมาก่อน แสดงว่ามีแผนร้ายซ่อนเร้น ฝ่ายข้าศึกจัดตั้งขบวนรถศึกแล่นเข้าหาเราอย่างรวดเร็ว แสดงว่ารอจะปะทะกับเราอยู่

ทัพข้าศึกครึ่งรุดหน้าครึ่งถอยหลัง อาจจะเป็นเพราะต้องการจะลวงให้เราสับสนคาดเดาไม่ถูกและเกิดการรวนเร

หากทหารข้าศึกเอาอาวุธออกยันพื้นเพื่อค้ำตัว แสดงว่าอดอยากหิวโหยเพราะขาดเสบียง

หากทหารข้าศึกตักน้ำจากบ่อแล้วรีบร้อนจะดื่มก่อน แสดงว่าทกองทัพกำลังขาดน้ำ

ศัตรูเห็นผลประโยชน์ให้ฉกฉวยแต่กลับไม่รุดเข้าแย่งชิง แสดงว่าอ่อนเพลียจัด

หากค่ายพักของศัตรูมีนกบินไปเกาะรวมฝูง แสดงว่าค่ายพักนั้นว่างเปล่า

หากในค่ายพักศัตรูมีเสียงกรีดร้องในยามราตรี แสดงว่าทหารข้าศึกกำลังกดดันและหวาดกลัว

ค่ายทัพศัตรูกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ แสดงว่าแม่ทัพของศัตรูคุมทัพไม่เข้มงวด

หากธงรบของค่ายทัพศัตรูโบกสะบัดไม่เป็นจังหวะ แสดงว่าขบวนทัพของศัตรูกำลังสับสนรวนเร

หากขุนนางของข้าศึกหงุดหงิดใจร้อนขี้โมโห แสดงว่ากองทัพของศัตรูอดหลับอดนอนมาหลายวันเกินไป

หากศัตรูใช้เสบียงอาหารป้อนม้า ฆ่าสิ่งมีชีวิตกิน เก็บอุปกรณ์หุงต้ม และไม่กลับไปยังค่ายพักอีก แสดงว่า “ปล้นเพราะจนตรอก”

หากทัพศัตรูจับกลุ่มรวมกันสุมหัวนินทาวิพากษ์วิจารณ์ แสดงว่าแม่ทัพคนนั้นไม่เป็นที่รักใคร่นิยมของพลทหาร

การที่ทัพศัตรูปูนบำเหน็จแก่ทหารบ่อยๆ แสดงว่าไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว

หากทัพข้าศึกสั่งลงโทษพลทหารในกองทัพบ่อยๆ แสดงว่ากำลังตกอยู่ในภาวะคับขัน

แม่ทัพที่ทำตัวโหดร้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชา จากนั้นก็กลับกลัวผู้ใต้บังคับบัญชา แสดงว่าไม่ฉลาดอย่างมาก

ข้าศึกอาศัยข้ออ้างส่งทูตมาเจรจา แสดงว่าต้องการจะสงบศึก

หากทัพข้าศึกบุกมาอย่างดุร้ายฮึกเหิม แต่กลับไม่ลงมือเสียที ทั้งยังไม่ยกทัพกลับไป จะต้องคะเนแผนการของเขาอย่างระมัดระวังรอบคอบ


สงครามใช่ว่าจำนวนทหารยิ่งมากยิ่งดี ขอเพียงไม่ดูถูกศัตรูบุกเข้าหาโดยประมาท และรวมกำลังเป็นหนึ่งเดียว คาดคะเนความเคลื่อนไหวของศัตรูให้แม่นยำ ก็เพียงพอที่จะชนะศึกแล้ว ผู้ซึ่งไร้แผนการ ไม่มองการณ์ไกล ทั้งยังประมาทศัตรู จะต้องถูกศัตรูจับเป็นเชลยอย่างแน่นอน


หากแม่ทัพสั่งลงโทษทหารในขณะที่ทหารยังไม่สนิทและไว้วางใจแม่ทัพ ทหารผู้นั้นจะต้องไม่ยอมรับนับถือ เช่นนี้ก็จะยากที่จะใช้ให้ทหารผู้นั้นไปรบได้

หากทหารสนิทสนมและยอมรับในความสามารถของแม่ทัพแล้ว ยังไม่ยอมใช้ระเบียบทัพจัดการอีก กองทัพเช่นนี้ก็ไม่อาจทำสงครามได้เช่นกัน

ดังนั้นต้องใช้หลักในการปกครองสั่งสอนทหาร ใช้ระเบียบทัพมาทำให้ความเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว กองทัพเช่นนี้จึงจะสามารถชนะศึกได้

แม่ทัพที่ยามปกติจะทำตัวตามระเบียบทัพและสั่งสอนทหารในสังกัดอย่างสม่ำเสมอ ทหารก็จะยอมรับนับถือ

แม่ทัพที่ยามปกติไม่ทำตัวตามระเบียบทัพและไม่สั่งสอนทหารในสังกัด ทหารก็จะไม่ยอมรับนับถือ

ดังนั้น การทำตามระเบียบทัพอย่างเข้มงวด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แม่ทัพและลูกทัพให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 15:42:25 น.
Counter : 233 Pageviews.  

บทที่ ๘ เก้าเปลี่ยนแปลง

อันวิธีการใช้ทหารนั้น แม่ทัพรับคำสั่งจากราชาเกณฑ์ทหารจัดเป็นกองทัพ

1. ห้ามหยุดตั้งทัพยังพื้นที่ซึ่งน้ำท่วมถึง หรือยากจะเดินทางได้

2. เมื่อไปถึงกลางทางแยกที่จะสามารถทะลุทะลวงไปได้ทุกที่ ให้ผูกมิตรกับทุกแคว้น

3. ห้ามหยุดยั้งยังพื้นที่ซึ่งทุรกันดาร เดินทางลำบากทั้งไปหน้าและถอยหลัง

4. หากไปถึงพื้นที่ซึ่งจะถูกโอบล้อมได้ง่าย นั่นคือเข้าง่ายออกยาก ทำให้ศัตรูจำนวนหยิบมือสามารถเล่นงานเราได้สบายๆ จะต้องวางแผนให้ดีๆ

5. หากไปถึงทางตัน ซึ่งไม่อาจทำได้ทั้งไปหน้าและถอยหลัง ให้เสี่ยงสู้ถวายชีวิต

6. บางเส้นทางไม่ควรเดินผ่าน

7. บางกองทัพไม่ควรปะทะด้วย

8. มีบางเมืองไม่จำเป็นต้องบุกตียึดครอง มีบางที่ไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงผลประโยชน์ (ได้ไม่คุ้มเสีย ได้แล้วไม่อาจแบ่งทหารไปเฝ้าประจำ ก็ไม่ควรไปบุกตี)

9. คำสั่งบางอย่างของราชาไม่ต้องไปทำตามก็ได้ ในกรณีที่คำสั่งของราชานั้นจะขัดกับหลักแห่งความปลอดภัยของกองทัพ


ดังนั้นแม่ทัพที่ทราบข้อดีของ “เก้าเปลี่ยนแปลง” ย่อมเป็นแม่ทัพที่ใช้ทหารเป็น แม่ทัพซึ่งไม่ชำนาญการใช้ “เก้าเปลี่ยนแปลง” แม้จะเชี่ยวชาญภูมิประเทศ ก็ไม่อาจได้ประโยชน์จากการนั้น

แม่ทัพที่ชาญฉลาดนั้น ยามคิดถึงปัญหา จะต้องคิดถึงทั้งข้อดีและข้อเสีย คิดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดในขณะที่กำลังได้เปรียบ สิ่งที่ทำจึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและสามารถหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยได้


การจะทำให้ราชาแคว้นอื่นยอมสยบ จะต้องใช้สิ่งที่ราชาผู้นั้นหวาดกลัวที่สุดไปข่มขู่คุกคาม

การจะควบคุมบังคับราชาแคว้นอื่น ต้องใช้เรื่องซึ่งอันตรายอย่างยิ่งไปทำให้เขากังวล

การทำให้ราชาแคว้นอื่นยอมสยบ ต้องใช้ผลประโยชน์เข้าล่อ


ดังนั้น หลักการใช้ทหาร อย่าตั้งความหวังว่าศัตรูจะไม่มา แต่ต้องพึ่งการตั้งรับอย่างแข็งแกร่งของฝ่ายตน เตรียมตัวให้พร้อมสรรพ

อย่าตั้งความหวังว่าศัตรูจะไม่บุก แต่ต้องพึ่งตัวเองโดยพยายามทำให้ศัตรูไม่อาจทำลายเราได้


ขุนพลทั้งหลายมักมีจุดอ่อนดังนี้

1. ห้าวหาญแต่ไร้แผนการ รู้จักแต่สู้เสี่ยงชีวิต จึงมีโอกาสถูกศัตรูล่อลวงไปฆ่าสูง

2. ถึงเวลาต้องรบจริงแล้วนึกขลาดเขลาขึ้นมา รักตัวกลัวตาย จึงมีโอกาสถูกศัตรูจับเป็นเชลยสูง

3. ใจร้อนขี้โมโห กระตุ้นหน่อยก็เดือดดาล จะถูกศัตรูยั่วแหย่ให้โกรธจนลืมตัว เคลื่อนทัพโดยประมาท

4. นิยมชื่อเสียงเกียรติยศ ยกย่องตัวเองเสียสูงส่ง อาจจะถูกศัตรูใช้วิธีเหยียดหยามดูแคลนจนรู้สึกต่ำต้อยด้อยปัญญาจนไหวพริบเสื่อมสูญได้

5. รักชาวเมืองเกินไป จะถูกศัตรูใช้ประโยชน์ทำให้ไม่อาจรบได้เต็มกำลังจนต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและถูกควบคุม


5 ข้อข้างต้นเป็นข้อผิดพลาดสิ่งซึ่งแม่ทัพมักถลำตัวกระทำได้โดยง่าย เป็นความหายนะในการใช้ทหาร การล่มสลายของกองทัพ แม่ทัพถูกฆ่า ล้วนมีสาเหตุมาจาก 5 ข้อนี้ทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้เป็นแม่ทัพมิอาจไม่ระวัง




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 15:40:27 น.
Counter : 239 Pageviews.  

บทที่ ๗ การแย่งชิงชัยภูมิ

หลักการใช้ทหาร แม่ทัพรับบัญชาจากราชา เกณฑ์พลเรือนเป็นกองทหาร เคลื่อนขบวนสู่แนวหน้าประจันกับศัตรู ในระหว่างขั้นตอนเหล่านี้ สิ่งที่ยากลำบากที่สุดไม่มีใดกินแย่งชิงปัจจัยที่จะทำให้ได้ชัยกับศัตรู

จุดที่ยากที่สุดในการแย่งชิง คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถเดินผ่านเส้นทางคดเคี้ยวยาวไกลเพื่อบรรลุจุดหมายอันอยู่ใกล้ แปรเสียเปรียบเป็นได้เปรียบ จงใจเดินทางอ้อม และใช้ผลประโยชน์ส่วนน้อยล่อศัตรูให้มาถึงช้ากว่า เช่นนี้ก็จะสามารถบรรลุจุดประสงค์ ออกเดินทางทีหลังแต่บรรลุจุดหมายก่อนศัตรูได้

นี่คือที่เรียกว่ารู้จักใช้แผน “ใช้ทางอ้อมเพื่อทางลัด”


การแย่งชิงชัยภูมิมีประโยชน์มีมีภัย หากกองทัพบรรทุกอุปกรณ์จำเป็นในการเดินทัพทั้งหมดไปแย่งชิงชัยภูมิ ก็จะทำให้เคลื่อนไหวได้ช้าและไปถึงที่หมายไม่ทัน หากไม่นำเสบียงไปด้วย ก็จะขาดแคลนเสบียง ดังนั้น กองทัพที่รีบเร่งเดินทางทั้งกลางวันกลางคืนโดยไม่หยุดพัก เพื่อเร่งเดินทางให้เร็วเป็นเท่าตัว

หากเดินทางไปชิงชัยภูมิเป็นระยะทางร้อยลี้ แม่ทัพทั้งสามเหล่าทัพจะมีโอกาสถูกจับสูง ทหารหนุ่มที่ยังแข็งแรงเดินทางไปถึงก่อนแล้ว ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอกว่าจะถูกสลัดทิ้งจากขบวน เกรงว่าผลลัพธ์คือกองทัพจะเหลือคนอยู่เพียง 1/10

หากเดินทางห้าสิบลี้ไปชิงชัยภูมิ กองที่นำหน้าอาจถูกตีพ่าย และผลสุดท้ายก็จะมีกองกำลังเพียงครึ่งเดียวที่เดินทางไปถึง

หากเดินทางสามสิบลี้ไปชิงชัยภูมิ กองทัพที่จะเดินทางไปถึงก็มีเพียง 2/3 เท่านั้น

ดังนั้น หากกองทัพไร้เสบียงก็จะแพ้พ่าย ไม่อาจคงอยู่ได้ ไม่มีสิ่งของสำรองก็จะไม่อาจทำสงครามได้นาน


ดังนั้น หากไม่เข้าใจแผนการของแคว้นอื่น ก็ห้ามเชื่อมสัมพันธ์ด้วยเด็ดขาด หากไม่ชำนาญภูมิประเทศ ว่าที่ใดเป็นป่าเขา ชัยภูมิอันตราย หรือแม่น้ำลำคลอง ก็ห้ามเดินทัพผ่านเด็ดขาด หากไม่ชำนาญภูมิประเทศ จะไม่มีทางได้เปรียบด้านชัยภูมิเด็ดขาด

การรบทัพจับศึกต้องพลิกแพลงร้อยเปลี่ยนพันแปรจึงจะสามารถคว้าชัยมาได้ เคลื่อนไหวกองทัพตามผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ไม่ว่าจะใช้วิธีแยกทัพหรือรวมทัพ ล้วนพลิกแพลงตามสถานการณ์

ยามกองทัพเร่งเคลื่อนไหว ประดุจลมพายุพัดถึงกาย

ยามกองทัพชะลอเชื่องช้า จักแน่นหนาดุจป่าทึบ

ยากบุกจู่โจมศัตรู ประดุจเปลวไฟเรืองโรจน์

ยามตั้งมั่นเฝ้ารักษา มั่นคงดั่งภูผา

ยามแฝงกายหลบเร้น ดุจฟ้าครึ้มฝนมิอาจมองเห็นสุริยันจันทราและดารา

ยามเคลื่อนไหว ดุจสายฟ้าหมื่นสายฟาดกระหน่ำ


ใช้การพูดบังคับบัญชาไม่ได้ จึงใช้กลองแทน ใช้กิริยาอาการบังคับบัญชาไม่กระจ่าง จึงใช้ธงแทน

กลอง และ ธงรบ จึงเป็นอุปกรณ์ในการใช้บังคับบัญชากองทัพที่สำคัญ

เมื่อการบังคับบัญชากองทัพเป็นไปอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เช่นนั้นทหารหาญจะไม่อาจบุกรุดหน้าไปโดยพลการเพียงลำพัง ทหารที่ขี้ขลาดก็จะไม่อาจแอบถอยไปเพียงลำพังได้ นี่แหละคือวิธีบังคับบัญชากองทหารที่มีทหารจำนวนมาก

ดังนั้น หากเป็นการรบในยามกลางคืน ให้พยายามใช้แสงไฟกับกลองรบบังคับบัญชา

หากเป็นการรบในยามกลางวัน ให้ใช้ธงรบในการบังคับบัญชา

การเปลี่ยนมาใช้กลองศึกและธงรบเหล่านี้ล้วนเป็นไปเพื่อให้ทหารสามารถมองเห็นและได้ยินการบังคับบัญชาได้อย่างชัดเจนทั้งสิ้น


เราสามารถทำลายความฮึกเหิมของสามทัพศัตรูได้ เราสามารถทำลายความมั่นใจของแม่ทัพฝ่ายศัตรูได้

ยามแรกออกรบ ทหารจะฮึกเหิม เมื่อเวลาผ่านไปได้ระยะหนึ่ง ทหารก็จะเริ่มเนือยลง เมื่อถึงช่วงสุดท้าย ทหารจะเริ่มหมดกำลังใจจะรบและอยากกลับบ้าน

ดังนั้น ผู้ชำนาญการศึกมักหลีกเลี่ยงการปะทะกับทหารที่กำลังฮึกเหิมของข้าศึก และรอจนกว่าทหารข้าศึกเริ่มเนือยจึงค่อยยกทัพไปตี นี่คือหลักในการยึดกุมกำลังใจรบของทหาร

เอาความเป็นระเบียบของตนไปปะทะกับความสับสนรวนเรของศัตรู ใช้ความสงบเยือกเย็นของฝ่ายตนเข้าปะทะกับความหวาดหวั่นของศัตรู นี่คือหลักในการยึดกุมจิตใจของทหาร

ใช้ประโยชน์จากการที่เราอยู่ใกล้สนามรบในขณะที่ศัตรูต้องเดินทางไกลมายังสนามรบ ใช้การรอคอย อย่างสงบเยือกเย็นและเตรียมพร้อมของเราไปปะทะกับการต้องเดินทางไกลจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของศัตรู ใช้การที่เสบียงของฝ่ายเราเต็มเปี่ยมพร้อมมูลไปปะทะกับฝ่ายศัตรูที่เสบียงหมดสิ้นทหารอดอยากหิวโหย นี่คือหลักในการยึดกุมกำลังรบของทหาร

อย่าได้ไปปะทะกับศัตรูที่จัดกองทัพอย่างเป็นระเบียบ ตั้งทัพอย่างหนาแน่นรัดกุม อย่าได้ไปปะทะกับกองทัพที่สงบเยือกเย็นและมีกำลังพลรบมหาศาล นี่คือหลักการพลิกแพลงตามสภาพของศัตรู




 

Create Date : 10 มีนาคม 2548    
Last Update : 10 มีนาคม 2548 15:29:41 น.
Counter : 266 Pageviews.  

1  2  3  4  

ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]









ผม ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร
สามัญชนคนเหมือนกัน(All normal Human)
คนจรOnline(ได้แค่ฝัน)แห่งห้วงสมุทรสีทันดร
(Online Dreaming Traveler of Sitandon Ocean)
กรรมกรกระทู้สาระ(แนว)อิสระผู้ถูกลืมแห่งโลกออนไลน์(Forgotten Free Comment Worker of Online World)
หนุ่มสันโดษ(ผู้มีชีวิตที่พอเพียง) นิสัยและความสนใจแปลกแยกในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู้จัก (Forrest Gump of the family)
หนุ่มตาเล็กผมสั้นกระเซิงรูปไม่หล่อพ่อไม่รวย แถมโสดสนิทและอาจจะตลอดชีวิตเพราะไม่เคยสนใจผู้หญิงกะเขาเลย
บ้าในสิ่งที่เป็นแก่นสารและสาระมากกว่าบันเทิงเริงรมย์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆกับบันทึกในโลกออนไลน์แล้วครับ
กรุณาปรับหน้าจอเป็นขนาด1024*768เพื่อการรับชมBlog
ติดตามการเคลื่อนไหวของกรรมกรผ่านTwitter
และติดตามพูดคุยนำเสนอด้านมืดของกรรมกรผ่านTwitterอีกภาคหนึ่ง
Google


ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
ติชมแนะนำหรือขอให้เพิ่มเติมเนื้อหาWeblog กรุณาส่งข้อความส่วนตัวถึงผมโดยตรงได้ที่หลังไมค์ช่องข้างล่างนี้


รับติดต่อเฉพาะผู้ที่มีอมยิ้มเป็นตัวเป็นตนเท่านั้น ไม่รับติดต่อทางE-Mailเพื่อสวัสดิภาพการใช้Mailให้ปลอดจากSpam Mailครับ
Addชื่อผมลงในContact listของหลังไมค์
free counters



Follow me on Twitter
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.